Friday, October 31, 2014

สรุปรายงาน Tabata-D Active Live Report


31 ตุลาคม 2014 ตามเวลาประเทศไทย ทาง Square Enix Presents ได้ออกอากาศรายการ Tabata-D Active Live Report ที่เป็นการนำเสนอความคืบหน้าของเกมในความรับผิดชอบของคุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ซึ่งมีเนื้อหาคร่าว ๆ ดังนี้

- เริ่มมา ทีมงานที่เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ก็เอาวีดีโอคลิปของคุณทาบาตะที่อัดจากฝรั่งเศสมาเปิดก่อน คุณทาบาตะมาถึงก็กล่าวขอโทษที่ต้องเลื่อนการวางจำหน่าย Final Fantasy Agito+ ออกไป

- หลังจบวีดีโอของคุณทาบาตะ ก็ตัดกลับมาที่ทีมงานอีกครั้ง คราวนี้คุณมาซายาสึ นิชิดะ ผู้กำกับของ FF Agito+ ออกมาจับไมค์ และขอโทษที่ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายเกมดังกล่าวออกไปอีกเช่นกัน


- จากนั้นก็เปิดเทรลเลอร์ใหม่ FF Type-0 HD ตัวที่ฉายในการพรีเซนต์ที่ปารีสเมื่อวาน เป็นการแนะนำตัวละคร 7 ตัว ทั้งฉากต่อสู้ กับอีเวนต์ซีนของควีน พอเปลี่ยนโมเดลแล้วไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ แต่ก็เนียนตาขึ้น แล้วก็โชว์ตัวละครไล่ไปทีละตัว

- เสร็จแล้วต่อต่อด้วยเทรลเลอร์ Enter the Fray ของ FF Type-0 HD

- จบเทรลเลอร์แล้ว คุณยูสึเกะ นาโอระ ผู้กำกับศิลป์ของ FFXV และอีกคนที่เป็นผู้กำกับเวิลด์แมพของ FFXV ก็เข้ามาในฉาก ถึงคิวพูดเรื่อง FFXV

- ทีมงานเปิดคลิปเทรลเลอร์ใหม่ FFXV ที่คุณทาบาตะพรีเซนต์ที่ปารีสเมื่อคืน ตัวที่พรีเซนต์เวิร์ลแมพนั่นเอง ฟากทีมงาน FFXV ทั้ง 2 คนก็บรรยายไป ข้อมูลเหมือนการพรีเซนต์เมื่อคืนที่ผ่านมา

- ถัดมาทาเคชิ โนซึเอะ ผู้กำกับมูวี่ของเกม กับอีกคน ทาเคชิ อารามากิ เป็นหัวหน้าทีมโปรแกรมเมอร์ เข้ามาพูด และเปิดคลิปแสดงการพัฒนาเดโมเกมนี้ขึ้นมา ซึ่งมันก็คลิปตัวเดียวกับการพรีเซนต์เมื่อคืนอีกเช่นกัน

- หลังคลิปแสดงการพัฒนาเดโมเกมจบลง ทางทีมงานบอกว่าจะนำเสนอข้อมูลครั้งต่อไปในงาน Jump Festa 2015 เดือนธันวาคมนี้

สรุปข้อมูลส่วนสำคัญ ที่ทีมงานบรรยายตอนฉายเทรลเลอร์ใหม่ และ Tech Demo ของ FFXV นะครับ


ข้อมูลใหม่จากเทรลเลอร์โชว์สภาพแวดล้อมของโลก

- สามารถกิน และรวบรวมข่าวสารจากปั๊มน้ำมันได้

- ท่าเดินของน็อคติสและเพื่อน จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพของพื้นผิวด้วย

- เวลาให้น็อคติสวิ่งไปเรื่อย ๆ จะเห็นเพื่อนหอบออกมา

- สามารถตกปลาในลำธาร แม่น้่ำ ทะเลได้

- สามารถสู้กับสัตว์ป่าได้ หลายชนิดจะโจมตีทันทีที่เราเข้าใกล้

- ในป่าจะมีบ้านอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ บางหลังเราสามารถเข้าไปได้ และจะพบคนอาศัยอยู่

- ในเกมมีสัตว์อย่างหมาแมว ที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับเราด้วย

- ก่อนจะสร้างภูเขาในเกมได้ พวกทีมงานต้องไปทดลองปีนเขาเพื่อเก็บข้อมูลจริงมา สักวันหนึ่งจะเอาวีดีโอตอนไปปีนเขานั้นมาเปิดให้ดู

- ปิศาจ Naga ที่เป็นงูหน้าคน กับก็อบลิน จะปรากฏตัวตอนกลางคืน

- ศัตรูตอนกลางคืนจะร้ายกาจกว่ากลางวันมาก ทางที่ดีน่าจะแวะพักผ่อนที่ปั๊มน้ำมัน

- บทสนทนาของตัวละครในกลุ่ม จะปรับเปลี่ยนตามกลไกเวลาด้วย

- ยานเหาะของศัตรูที่เห็นในเทรลเลอร์ บางครั้งมันจะลงจอดมาสู้กับเรา

- ภายในเกมยังมีมาโดวอาเมอร์อยู่ด้วย ไม่ได้ตัดออกไป

- ดินแดน Dascae ในเดโมนั้น จะมีขนาดแค่ 10% ของพื้นที่ทั้งหมดในเกม

ข้อมูลที่ทีมงานพูดตอนฉาย Tech Demo

- ตอนนี้การถ่ายโอนข้อมูลเกมจาก Ebony มายัง Luminous สำเร็จไปแล้ว 80% และจะเสร็จ 100% ก่อนที่เดโมจะออกมา

- การร่วมมือกับ Sony และ Microsoft ทำให้สามารถดึงศักยภาพของเครื่องเกมมาใช้ได้อย่างเต็มที่

- ภายในเกม เราสามารถทำลายอาคาร และพื้นที่บางส่วนได้

- ด้วยพลังของ Luminous Engine - FFXV จะก้าวข้ามกราฟฟิกระดับ FFVII AC ไปได้

- จะมี Tech Demo ตัวอื่น ๆ มาฉายในภายหลัง

ช่วงตอบคำถามที่แฟน ๆ ส่งเข้ามาปิดท้าย

Q : ถ้ากดปุ่มรัว ๆ แทนที่จะกดค้างไว้ ผลจะเป็นยังไง?
A : ถึงรัวปุ่มโจมตีแทน คอมโบก็จะยังดำเนินต่อไปอย่างลื่นไหล ถ้ารัวปุ่มแล้วอาจกลายเป็นการเคาเตอร์การโจมตีได้ด้วยซ้ำ (เพราะจังหวะกด อาจไปตรงกับจังหวะกดเพื่อเคาเตอร์ได้) แต่ถ้าใช้วิธีกดปุ่มค้าง ก็ต้องระวังการเคลื่อนไหวของศัตรูให้มากขึ้น และต้องใช้สมองมากกว่า

Q : จะมีการวางขาย FF Type-0 HD แบบดิจิตอลดาวน์โหลด และแถมเดโม FFXV ด้วยหรือไม่?
A : มีแน่นอน

Q : ทำไม UI ในเทรลเลอร์ ถึงไม่โชว์ MP ออกมา?
A : UI ของระบบต่อสู้ในตอนนี้ยังเป็นแค่ของชัว่คราว เมื่อทำเสร็จแล้วก็จะแสดง MP ด้วย

Q : กังวลกับเรื่องที่เกมยาวแค่ 40 ชั่วโมงจัง?
A : เนื้อเรื่องหลักจะยาวแค่ 40 ชั่วโมง แต่การลุยดันเจี้ยนและทำอีเวนต์อื่น ๆ จะกินเวลาเยอะกว่านั้นมาก

Final Fantasy Agito+ เลื่อนการวางจำหน่ายไม่มีกำหนด

ข่าวดีสำหรับชาว PS Vita เมื่อ Final Fantasy Agito+ ซึ่งเดิมเคยประกาศวันวางจำหน่ายในงาน TGS 2014 ว่าจะวางขายแบบแผ่นและเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านระบบ PlayStation Network ในวันที่ 15 มกราคม 2015

ล่าสุดเนื่องด้วยทีมงานพยายามปรับปรุงตัวเกมให้ดียิ่งขึ้นจากเวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน แต่ทำไมทำมา ดันประสบปัญหาทางเทคนิคเข้าให้ ดังนั้นจึงขอประกาศเลื่อนวันวางจำหน่ายแบบไม่มีกำหนดออกไปก่อน แล้วไว้จะประกาศวันวางจำหน่ายใหม่ในเร็ว ๆ นี้

ที่มา : Square Enix

ทาบาตะพรีเซนต์ Type-0 HD และวีดีโอใหม่ FFXV ใน Paris Games Week


จากงาน Paris Games Week ที่ Paris Max Linder cinema คุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ได้ขึ้นเวทีพรีเซนต์เกม Final Fantasy Type-0 HD และตอบคำถามแฟน ๆ ภายในงาน ในช่วงพรีเซนต์นี้ทีมงานได้กำชับว่าไม่ให้นักข่าวถ่ายรูป ดังนั้น นักข่าวจากทางเว็บ FFRing, FFWorld และ Finaland ของฝรั่งเศสก็เลยช่วยกันรายงานสดเป็นข้อความอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ผมจะสรุปประเด็นสำคัญตามลำดับเหตุการณ์มาให้

Final Fantasy Type-0 HD

ในช่วงเริ่มแรกของการพรีเซนต์ จากโปสเตอร์ที่บอกว่า Final Fantasy Type-0 HD คือ New Type of Final Fantasy คุณทาบาตะขยายความว่าเพราะเกมนี้คือ FF ภาคที่มีเนื้อหาเหมาะกับผู้ใหญ่และมีความเป็นแอ็คชั่นมากขึ้น และนี่คือภาคที่นำเสนอชีวิตของมนุษย์ได้ดีที่สุด

จากนั้นคุณทาบาตะก็นำเสนอแบ็คกราวด์ของโลกโอเรียนซ์ และประเทศทั้ง 4 จากนั้นก็นำเสนอตัวละครหลักอย่างซิด โดยแนะนำว่าเป็นตัวร้ายหลัก แล้วก็นำเสนอกิลก้าแมชซึ่งเป็นชาวโลลิก้า นำเสนอเรื่องของประเทศคอนคอร์เดียที่ให้สตรีขึ้นครองราชย์เท่านั้น

ต่อมาคุณทาบาตะก็นำเสนอวีดีโอเกมเพลย์ของตัวละคร 7 ตัว แล้วบอกว่าภาคนี้มีตัวละครหลักที่เล่นได้ 14 ตัว เจ้าตัวยืนยันว่าอีกรอบว่า สาเหตุที่ต้องสร้าง Easy Mode ขึ้นมาให้กับเวอร์ชั่น HD ก็เพราะได้รับฟีดแบ็คจากผู้เล่นในญี่ปุ่นว่าการจะจบเกมได้นั้นค่อนข้างยาก แต่สำหรับใครที่เก๋าจริง คุณทาบาตะก็สร้างโหมด Very Hard มาให้ลิ้มลองความท้าทายเช่นกัน

ต่อมาก็เข้าสู่ช่วงตอบคำถามของแฟน ๆ

เริ่มแรก ๆ แฟน ๆ ถามคำถามเดิมที่คุณทาบาตะเคยตอบผ่านสื่อต่าง ๆ ไปร่วมสิบรอบได้แล้วว่าทำไมภาคนี้ถึงออกหลังเวอร์ชั่น JP PSP ตั้งนาน ซึ่งคุณทาบาตะก็ตอบด้วยเหตุผลเดิมว่า สาเหตุที่ใช้เวลานานกว่าจะทำให้เกมมาวางจำหน่ายในยุโรปได้ ก็เพราะตลาด PSP ในตะวันตกมันเดี้ยงไปนานแล้ว กล่าวคือในตอนที่ FF Type-0 วางจำหน่ายในญี่ปุ่น ตลาด PSP ฝั่งตะวันตกก็เด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว ก็เลยต้องรอหาโอกาสอันเหมาะสมที่จะทำลงเครื่องอื่น จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งจวบจนฤดูร้อนของปี 2013 เขาก็ได้เห็นเสียงเรียกร้องมากมายจากทางยุโรป เขาได้รับอีเมลทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาอื่น ๆ ด้วย เสียงเรียกร้องเหล่านั้นทำให้เกมถูกผลักดันออกมาวางจำหน่ายให้กับฝั่งตะวันตกได้สำเร็จ จึงอยากขอบคุณแฟน ๆ ชาวตะวันตกทุกคนมาก

ต่อมาเมื่อพูดถึงเรื่องเกมที่คุณทาบาตะรู้สึกว่ายาก คุณทาบาตะพูดติดตลกว่าSuper Mario ของทาง Nintendo เองก็ยากเกินไป อยากให้ใส่ Easy Mode มาด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง Zelda เองก็เหมือนกัน

พูดถึงการสร้างตัวละครหลักมากมายถึง 14 ตัว คุณทาบาตะบอกว่าในญี่ปุ่น มีตัวละครตัวหนึ่งไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ แต่จะไม่บอกว่าเป็นใคร (นักข่าวเดากันว่าเอธ) คือไม่อยากให้เทรนด์ของญี่ปุ่นชี้นำเทรนด์ของโลก อยากปล่อยเป็นธรรมชาติแล้วดูในภายหลังว่าฝั่งตะวันตกจะไม่นิยมตัวไหนกัน

เมื่อมีคนถามว่าจะมีภาค Type-1 ต่อมั้ย? คุณทาบาตะบอกว่าถ้า Type-0 HD ขายดีก็อาจจะมี แต่ก่อนอื่นเขาต้องทำ FFXV ให้เสร็จก่อนจะคิดสร้างเกมอื่น ไม่งั้นจะโดนด่าเอาได้ (หัวเราะ)

พูดถึงเดโม FFXV คุณทาบาตะยืนยันว่าในเดโมจะมีเนื้อหาให้เล่นเยอะ ตอนนี้ทีมงานก็ยังทำเดโมกันอยู่

ต่อมาแฟน ๆ ถามว่ามีไอเดียอะไร ที่อยากใส่ลงไปใน FF Type-0 แต่ไม่มีโอกาสได้ใส่บ้าง? คุณทาบาตะบอกว่าจริง ๆ อยากใส่มินิเกมลงไปให้มากกว่านี้ แต่ไม่เป็นไร ไอเดียเรื่องมินิเกมเหล่านั้นเขาจะเอาไปใส่ใน FFXV แทน และจะใส่มินิเกมลงไปให้เยอะเลย


จากนั้น แฟน ๆ นึกว่าการพรีเซนต์จบลงแล้ว แต่คุณทาบาตะกลับบอกว่ามีเรื่อง FFXV จะพรีเซนต์ด้วยและเขาไม่ได้มามือเปล่า ว่าแล้วก็เปิดเทรลเลอร์ FFXV จากงาน TGS2014 ก่อนจะต่อด้วยวีดีโอสาธิตตัวใหม่ ซึ่งโชว์ภาพพวกตัวละครหลักวิ่งไปทั่วแมพ คุณทาบาตะบอกว่าอันนี้เป็นวีดีโอเพื่อพรีเซนต์โลกอันกว้างใหญ่ของเกม

Final Fantasy XV



ระหว่างที่วีดีโอเล่นไป คุณทาบาตะบอกว่า Bromance คือนิยามที่ดีที่สุดของ FFXV (Bromance หมายถึงความเป็นพี่น้อง ก็สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์เก่าที่เคยบอกว่าธีมของเกมคือการเดินทาง กับมิตรภาพฉันท์พี่น้อง)

เมื่อวิ่งผ่านทุ่งหญ้ามาช่วงหนึ่ง พวกตัวละครก็พากันขึ้นรถ แล่นรถชมทิวทัศน์ ไม่มีการต่อสู้ใด ๆ ไม่มีคัตซีนคั่น แค่ให้ดูความกว้างใหญ่ของโลกเฉย ๆ แล้วก็ขับมาจนถึงสถานีบริการ เห็นมีคนสองคนยืนคุยกันอยู่ พอขับรถต่อก็เห็นคริสตัลอุกกาบาตอยู่ไกล ๆ แล้วก็มีสัตว์ป่าเดินเรียงรายอยู่ตลอดทาง

จากนั้นพวกตัวละครก็จอดรถที่ริมทะเลสาบซึ่งมีสัตว์ป่ากินน้ำจากทะเลสาบอยู่ น็อคติสเดินออกจากรถเพื่อเข้าไปชมทะเลสาบใกล้ ๆ

ผ่านทะเลสาบมาแล้ว พวกตัวละครก็เดินเข้าไปในป่ากัน 4 คน

คุณทาบาตะพูดแทรกขึ้นมาว่า ได้ยินว่าทางยุโรปต้องการเสียงพากย์ญี่ปุ่นในเกมด้วย เขาจะพยายามผลักดันเรื่องนี้ละกัน

วีดีโอสาธิตเล่นมา 5 นาทีแล้ว ตัวละครเดินผ่านทุ่งหญ้า ป่า มาจนถึงยอดเขา

คุณทาบาตะบอกว่าพวกมอนสเตอร์คลาสสิค (จากภาคเก่า ๆ) ที่กำลังเห็นอยู่ พวกนี้ออกแบบโดยคุณโยชิทากะ อามาโนะ

ถึงตรงนี้ เวลาในเดโม กลายเป็นตอนกลางคืนแล้ว พวกก็อบลินเริ่มปรากฏตัว พอฆ่าตายได้ มันก็เริ่มกลายเป็นเหมือนหมอกเคออส คุณทาบาตะบอกว่ามอนสเตอร์ช่วงกลางคืน ชอบโจมตีแล้วทำให้ติดสภาวะผิดปกติ

เดินต่อไปอีกหน่อยก็เห็นโจโคโบะอยู่ในวิวลิบ ๆ ไกลออกไปเป็นไมล์

ในเกมสามารถตกปลาได้ เป็นมินิเกมอย่างหนึ่ง และภาพทั้งหมดที่เห็นในวีดีโอนี้ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเดโมที่จะได้เล่นกันปีหน้า


จบวีดีโอ เข้าสู่ช่วงตอบคำถามเกี่ยวกับ FFXV

พูดเรื่องเอนจิ้น คุณทาบาตะบอกว่าเดิมทีแล้ว เกมนี้พัฒนาบน Ebony Engine หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า Luminous Engine 1 แต่ในช่วงต้นปี 2014 ก็พอร์ทมายัง Luminous Engine 1.4 ซึ่งเป็นการผสมผสาน Ebony และ Luminous Engine เข้าด้วยกัน ซึ่งเอนจิ้นนี้ก็กำลังพัฒนาต่อไปอีก สำหรับเดโมที่จะออกมาในต้นปีหน้า จะเป็นตัวเกมแสดงผลด้วย Luminous Engine 1.5 และยังมีเป้าหมายต่อไปอีกว่าสุดท้ายแล้วเกมจะแสดงผลด้วย Luminous Engine 2.0

เมื่อมีคนถามว่าเดโมจะออกมาให้เล่นได้เมื่อไหร่ คุณทาบาตะตอบยืนยันว่ามีนาคมหน้าเลย (ก็คือช่วงเดือนเดียวกับการวางจำหน่ายของ FF Type-0 HD เลยนั่นเอง)

หลังตอบคำถามต่าง ๆ ครบแล้ว แฟน ๆ ต่างร่วมทำ Standing Ovation ให้

แฟน ๆ นึกว่าการพรีเซนต์จบแล้ว แต่คุณทาบาตะยังมีสิ่งสุดท้ายจะโชว์ เป็นวีดีโอโชว์การทำงานของทีมงานตอนสร้างเทรลเลอร์ TGS 2014 ก็โชว์สภาพแวดล้อมการทำงาน การวางแผน การทำงาน เห็นการประกอบวิกเข้าไปเพื่อสร้างเป็นผมให้กับลูน่า นักข่าวบอกว่าเป็นเทคนิคเดียวกับการสร้าง Agni's Philosophy


พอวีดีโอตัวนี้จบ แฟน ๆ ก็ทำ Standing Ovation ให้อีกรอบ แต่ก็ยังไม่จบอีก คุณทาบาตะโชว์เทรลเลอร์ Final Fantasy Type-0 HD - Enter the Fray ตัวใหม่สำหรับงานนี้อีก แต่แฟน ๆ ได้ดูกันไปก่อนการพรีเซนต์จะเริ่มแล้ว

เวลาตี 4:10 น..... จบการพรีเซนต์จริง ๆ แล้ว คาดว่าวีดีโอที่โชว์ทิวทัศน์ของโลกตามที่กล่าวถึงด้านบน จะถูกออกอากาศในรายการรัฐบาลทาบาตะพบประชาชน 18:00 น. วันนี้

Tuesday, October 28, 2014

โนบุโอะ อุเอมัตสึ หารือ SQEX หวังสร้าง 2D RPG


โนบุโอะ อุเอมัตสึ ผู้ประพันธ์เพลงอันเลื่องลือชื่อเสียงกับ Final Fantasy เผยความต้องการว่าอยากจะสร้างเกมแนว 2D RPG ร่วมกับคุณฮิโรโนบุ ซากากุจิ ผู้ให้กำเนิดซีรีส์ดังกล่าว และทีมพัฒนา Final Fantasy VI ดั้งเดิม โดยตอนนี้คุณโนบุโอะกำลังเข้าหารือกับ Square Enix เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้อยู่

ด้านนักข่าวต่างประเทศร่วมเชียร์ความคิดของลุงโนบุโอะ ส่วนใหญ่เชื่อว่าเหล่าทีมงานผู้สร้าง Final Fantasy VI เดิมมีพรสวรรค์ และมีศักยภาพที่จะสร้างสรรค์งานอีกมาก

Sunday, October 26, 2014

บันทึกหลังเล่น Birth by Sleep HD ReMix จบ [2]


เล่าเรื่องต่อจากเมื่อวาน พึ่งเล่น Birth by Sleep HD ReMix ถึงตอนปราบพี่โม่งกับจิตวานิทัศได้ครับ

จากที่สู้กับบอสทั้งเกมนี้ ทุกเวอร์ชั่น ครบหมดแล้ว ผมถึงได้ข้อสรุปสำหรับคำถามที่เคยมีคนถามเข้ามา โดยข้อสรุปที่ว่านี้คือ จิตของวานิทัศและพี่โม่งใน HD ReMix ไม่ถูกลดสเตตัสลงจากภาค Final Mix.... ตัวที่ถูกลดสเตตัวลงมีแต่พวกบอสในอารีน่า รวมถึงโนฮาร์ทด้วย

โดยรวมแล้วตัวเกมเวอร์ชั่น HD ReMix นี้ บอสที่เก่งที่สุดก็คือพี่โม่ง ซึ่งก็เก่งเท่าเวอร์ชั่น Final Mix น่ะแหละ รองลงมาคือจิตของวานิทัศที่เก่งเท่ากันทุกเวอร์ชั่น แล้วที่รองลงมาอีกก็คือโนฮาร์ท ที่โดนลดสเตตัสลงมาจนกระจอกกว่าจิตของวานิทัศอีก (ในเวอร์ชั่น Final Mix โนฮาร์ทจะสเตตัสสูงมาก จนสู้ยากกว่าพี่โม่งอีก)

ผมไม่ได้สู้กับพี่โม่งมานานแล้ว เมื่อวานนี้ ตอนแรกลองเข้าไปสู้ด้วยอควอเลเวล 46 ก็ Retry ไป 2 รอบเพื่อรื้อฟื้นสเต็บการสู้ ถึงจะผ่านมาได้ แต่หลังจากนั้น พอผมเอาเทอร์ร่าเลเวล 47 เข้าไปสู้ ก็ตายแล้วตายอีกอยู่ร่วมชั่วโมงกว่าจะผ่านมาได้

บ่อยครั้งที่ผมสู้กับพี่โม่งไป ก็ต้องสบถ "ไอ้ เ7ด ม่างงง~" ออกมา เพราะไม่เคยเจอบอสอะไรที่จะมีสกิลโกงพรั่งพร้อมและตระการตาได้ขนาดนี้ ทั้งท่าแยกร่าง 5 ร่าง, เคาท์ดาวน์, หยุดและย้อนเวลา, เมเทโอ ทอร์นาโด ไฟก้าเบิร์ส เมก้าแฟลร์ และที่ไร้ยางอายที่สุด พอพี่แกอารมณ์ดี พี่แกก็ใช้เวทย์วานิช ล่องหนหายตัวไปเลย....

ลำพังมีสกิลแค่นี้ ผมว่าพี่โม่งก็โคตรเก่งมาก ๆ แล้ว... แต่ก่อนหน้านี้ตอนเวอร์ชั่น PSP US พี่โม่งมีคอมโบแส้เพนดูลัม ที่ทำให้เราซี้ม่องเซ็กได้ในทันที ไม่ว่าเราจะมี HP เหลืออยู่มากเท่าไหร่ก็ตามอีกด้วย.... พูดแล้วก็ไม่อยากรำลึกถึงอดีตเลยครับ สมัยนั้นผมใช้เวนกับอควอชนะพี่โม่งเวอร์ชั่นสุดยอดมาได้ แต่ใช้เทอร์ร่าสู้ด้วยไม่ไหวจริง ๆ เป็นประสบการณ์ที่ฮานาก้ามาก

บางคนถึงกับบอกว่า การใช้เทอร์ร่าสู้กับพี่โม่งเวอร์ชั่นนั้น เป็นอะไรที่บัดซบที่สุดในซีรีส์ KH แล้ว.... ใครทำบุญมาไม่พอ วาสนาไปไม่ถึง ไม่มีทางชนะได้แน่ ๆ

ขอบคุณพระเจ้า ที่ทีมงานยังตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ และปรับลดความสามารถของพี่โม่งลงในเวอร์ชั่นต่อ ๆ มา ทำให้คนเล่นไม่ต้องประสาทกินไปกับมัน

Saturday, October 25, 2014

บันทึกหลังเล่น Birth by Sleep HD ReMix จบ

หลังจากเล่นกันแบบเอื่อย ๆ มา เรื่อย ๆ.... เมื่อตะกี้หลานผมพึ่งเล่น Birth by Sleep HD ReMix ในส่วนเนื้อเรื่องของเวนจบ.... (โดนวานิทัศร่างสุดท้ายฆ่าตายไป 3 รอบเพราะไม่รู้ว่าปราบยังไง) ตอนที่โฉมหน้าของวานิทัศถูกเปิดเผยออกมานี่.... หลานผมถึงกับผงะ แล้วก็เดินถอยหลังไปแผละอยู่มุมห้อง แล้วก็ยืนกอดเสาพลางอ้าปากค้างไปด้วย มุกนี้มันยอดจริง ๆ

จากนั้น ด้วยความที่ผมจบเนื้อหาของเทอร์ร่ากับอควอมาก่อนแล้ว ทำให้สามารถเล่น Last Episode และยาวมาถึง Blank Points ต่อได้เลย ซึ่งจนถึงตอนนี้ ฉาก Blank Points ที่ผมเคยดูแล้วไม่เข้าใจ ตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนเดิมว่าภาพนามิเนะ ร็อคซัส ซิออน แอ็คเซล เทอร์ร่า และเวน ที่เราเห็นมันคืออะไร?

ผมโดนหลานถามว่าฉากนี้มันอะไรกันฟะ ก็ Land of Departure มันพังไปแล้ว เวนก็ไปอยู่กับโซระแล้ว เทอร์ร่าก็โดนครอบงำอยู่ แล้วมันจะมีเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง? ผมก็ได้แต่ แบ๊ะ แบ๊ะ สารภาพไปตามตรงว่าไม่เข้าใจเหมือนกัน ไม่รู้ว่ามันคือความฝัน? อนาคต? โลกคู่ขนาน? .....แล้วหลานผมก็เสริมว่าบางที ผกก. เขาอาจจะแค่อยากใส่ ๆ มา เสริมบรรยากาศให้ดูซึ้งก็ได้ คือหลาย ๆ เรื่องในเกมนี้ มันก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรหรอก อย่างเช่นเรื่องที่จู่ ๆ คีย์เบลดของเวนกับเทอร์ร่าก็บินทะลุมิติมาเสียบฮาร์ทเลสได้เอง เป็นต้น

หลานผมช่วยคิดให้ต่อว่า ภาพที่เห็นนั่นคงไม่น่าจะใช่โลกคู่ขนาน... อันนั้นมันจะเพ้อเกินไป และไปซ้ำกับ Bravely Default.... ถ้าบอกว่าเป็นความฝันของหัวใจที่หลับใหลอยู่ก็ยังพอโอเค ส่วนที่ว่าเป็นอนาคตนั่น... ยังไม่มีเงื่อนงำให้โยงไปได้ขนาดนั้น

ส่วนตัว ผมได้มาฟังสิ่งที่จอมปราชญ์อันเซมพูด (อีกครั้ง) ว่า "So many are still waiting for their new beginning, their birth by sleep. Evenme...and even you." ก็เริ่มรู้สึกหลอน... กลัวว่าจักรวาลของเกมนี้มันจะดำเนินเป็นลูปหรือถูกรีเซทจักรวาลใหม่ไปอีกเกม

ที่หลอนแบบนั้นก็เพราะ ก่อนหน้านี้ เนื้อเรื่องใดที่มันมีตำราหรือหนังสือที่ทำนายเหตุการณ์ในอนาคตไว้ เรื่องราวมันก็มักจะดำเนินไปเป็นลูป ซึ่งใน KH มันก็นำเสนอองค์ประกอบใหม่ที่เรียกว่าตำราพยากรณ์มาแล้ว (แถมในภาค 2 ก็มี Akashic Record อยู่แล้วด้วย) เซอานอร์ทเองก็กำลังพยายามทำให้เหตุการณ์ในอดีตมันเกิดขึ้นซ้ำ สงครามคีย์เบลดเองก็เหมือนจะกลายเป็นจุดสิ้นสุดของจักรวาลแต่ละรอบ...

ดังนั้น พอผมได้ยินที่อันเซมประโยคด้านบน ก็กลัวว่าท้ายที่สุดแล้ว เนื้อเรื่องมันจะไปจบที่หลังสงครามคีย์เบลด จักรวาลกำลังจะถูกความมืดมิดกลืนกินเหมือนในอดีต หัวใจของทุกคน ก็กลับคืนสู่ KH.... แต่แล้วแสงสว่างที่หลงเหลืออยู่ ก็ช่วยทำให้ดวงดาวต่าง ๆ กลับคืนมา และทุกคนก็ได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง.... (นี่มัน LRFFXIII ชัด ๆ)

ก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่จบแบบนั้น... =___= สำหรับผมแล้วรู้สึกวานี่มัน bad ending ชัด ๆ

Friday, October 24, 2014

ทฤษฎีอนาคตของ Kingdom Hearts โดยคุณ Grass (เจ้าเก่า)

“น่าเชื่อว่ามาสเตอร์ที่หายสาบสูญไป ที่เซอานอร์ทกล่าวไว้ในตอนท้ายของเทรลเลอร์ 2.5 ReMix คือเหล่าโหร ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็อาจเดาต่อไปได้ว่า ผู้ใช้คีย์เบลดรุ่นก่อนที่ริคุและมิคกี้ตามหาอยู่ (อ้างอิงจากบทนำของ KH3) ก็คือเหล่าโหรด้วยเช่นกัน”

คุณ Grass แห่งบอร์ด KHinsider เปิดประเด็นขึ้นมา โดยเชื่อมโยงความหมายของ “มาสเตอร์ที่สาบสูญ” “โหร” และ “เหล่าผู้ใช้คีย์เบลด” ที่ริคุและมิคกี้จะต้องตามหาใน KH3 เข้าไว้ด้วยกัน จริงอยู่ว่าสองอย่างนี้พอจะไปด้วยกันได้ ทว่ามันก็ทำให้เกิดคำถามตามมา

“แล้วพวกโหรจะยังมีชีวิตอยู่ได้ไงฟะ?”

ก่อนที่คุณ Grass จะชี้แจงสมมติฐาน เขาขออธิบายถึง “ความเป็นไปได้” ในความสัมพันธ์ระหว่างเซอานอร์ทและเหล่าโหรก่อน ซึ่งคอนเซปต์ของมันนั้นสามารถอธิบายได้ด้วยภาพคีย์เบลดทั้ง 6 นี้


สังเกตได้ว่า คีย์เบลดของเซอานอร์ทมีดีไซน์ในลักษณะเดียวกับคีย์เบลดของโหร ทุกเล่มล้วนมี “ดวงตาแห่งความมืด” ติดอยู่ที่พวงกุญแจ นอกจากนี้ ตัวด้ามของมันยังประดับด้วยรูปของสัตว์ กรณีของเซอานอร์ท เหมือนว่าจะเป็นรูปแพะ หรือบาโฟเม็ทเลยด้วยซ้ำ

และหากจำกันได้ จิริธี ได้พูดเอาไว้ว่า “ก่อนหน้านายท่านผู้ซึ่งสร้างข้าขึ้นมา จะหายไป ท่านได้ประทานนามใหม่ให้แก่สาวกทั้ง 6 และมอบตำราพยากรณ์ให้กับพวกเขา 5 คน”

นั่นหมายความว่ามีสาวกคนหนึ่งตกสำรวจไป.... เขาคนนั้นจะเป็นใครได้อีก หากไม่ใช่ เซอานอร์ท....

แต่เดี๋ยวก่อน... ลืมไปเลยว่ายุคสมัยของพวกโหรกับเซอานอร์ทนั้น ถูกคั่นจากกันด้วยเวลาหลายพันปี ทว่า ในจักรวาลของ KH มันก็มีเครื่องมือที่ใช้ร่นระยะเวลาเหล่านั้นอยู่บ้าง การท่องกาลเวลาก็อย่างหนึ่ง การถอดหัวใจออกจากร่างไปฝากไว้ที่โลกแห่งความมืดก็อย่างหนึ่ง แต่ประเด็นนี้เราจะไว้ว่ากันทีหลัง เพราะมันมีความเป็นไปได้ร้อยแปดพันเก้า

ทว่าในสมมติฐานของคุณ Grass นั้น เขาเชื่อว่าเซอานอร์ท ได้มาเกิดใหม่ซะมากกว่า....

ทฤษฎีการเกิดใหม่ของเซอานอร์ท

แม้มันจะหลุดโลกไปไกล แต่มันก็เข้ากับ “วัฏจักรของสงครามคีย์เบลด” และ “ความหมกมุ่นในชะตากรรม” ของเซอานอร์ทเป็นอย่างดี (หมายถึงการที่เซอานอร์ทชอบบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นชะตากรรม ที่ถูกกำหนดไว้แล้ว และเขาจะทำให้วัฏจักรแห่งชะตากรรมวนเวียนซ้ำกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน)

คุณ Grass ไม่ได้จะหมายความว่าเซอานอร์ทในอดีตได้สูญเสียความทรงจำ แต่เขาจะบอกว่าความทรงจำของเขาถูกชำระล้างด้วยกระบวนการเวียนว่ายตายเกิดตามธรรมชาติ


ลองนึกถึงสิ่งที่เซอานอร์ทหนุ่มเคยพูด เขาบอกว่าเมื่อเขาท่องกาลเวลามายังอนาคตแล้ว เมื่อเขากลับไปยังอดีต กลไกแห่งกาลเวลาจะทำให้เขาลืมเรื่องในอนาคตไปจนหมด เพื่อไม่ให้เขาเอาความทรงจำจากในอนาคตมาเปลี่ยนแปลงอดีต อันทำให้โครงสร้างกาลเวลาปั่นป่วนได้ ทว่า... ความทรงจำจากอนาคตนั้นจะสลักลึกลงในใจของเขา ทำให้เขาเลือกที่จะดำเนินชีวิตไปตามเส้นทางอนาคตที่เขาได้ท่องกาลเวลาไปเห็นมาเอง

เซอานอร์ทนั้นจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับสงครามคีย์เบลดอยู่เสมอ ทั้งในอนาคตและรวมถึงในอดีต และการที่เขาข้องเกี่ยวกับสงครามคีย์เบลดในครั้งอดีต ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสนใจ และกลายเป็นความหมกมุ่นที่จะทำให้เกิดสงครามคีย์เบลดอีกครั้งในภายหลัง

ดังนั้น การมาเกิดใหม่ วัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ในจักรวาลของ KH ก็มีประวัติศาสตร์หลายอย่างที่เกิดขึ้นวนเวียนซ้ำมาแล้ว ตัวเลขต่าง ๆ ก็มีความหมายพิเศษ เช่น แสงสว่างทั้ง 7 ความมืดทั้ง 13 และ... ลูกศิษย์ทั้ง 6 รู้สึกมั้ยว่าเรื่องมันดูคุ้น ๆ?

ในบรรดาสาวกทั้ง 6 มีคนหนึ่งที่เป็นปริศนา คนที่ขาดหายไป บางที เซอานอร์ทอาจมีชะตาที่จะต้องรับบทเป็นผู้ทรยศ ทั้งทรยศต่อจอมปราชญ์อันเซม และทรยศต่อนายของโหรทั้ง 6

ยิ่งไปกว่านั้น บางทีเซอานอร์ทอาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้วัฏจักรการตายและเกิดใหม่ของจักรวาลดำเนินต่อไป โดยสงครามคีย์เบลดก็คือจุดจบของจักรวาลที่เซอานอร์ทนำพามาให้ แต่มันก็นำพาแสงสว่างแห่งการเริ่มต้นใหม่ แสงสว่างที่อุปถัมภ์โดยบุคคลที่มีหัวใจบริสุทธิ์ 7 คน

กลไกที่ทำให้เซอานอร์ทสามารถเกิดใหม่ได้ทุกหลายพันปี คงเดาแบบเป๊ะ ๆ เลยไม่ได้ แต่ก็พอจะนึกภาพตามได้ ทุกหัวใจนั้นเกิดมาจาก Kingdom Hearts และกลับไปยัง Kingdom Hearts เป็นไปได้มั้ยที่หัวใจดวงเดิมจะแยกออกมาใหม่? อาจจะได้ นั่นคือกระบวนการเล็ก ๆ ที่คุณ Grass ขอเรียกว่าการถือกำเนิดจากการหลับใหล (Birth by Sleep)

จากที่คุณโนมุระเคยบอกว่า คอนเซปต์ของเกมนี้ไม่มีการตาย คนที่ตายก็คือคนที่เข้าสู่การหลับใหล ในทางกลับกัน การหลับใหลก็เหมือนตาย ดังนั้น Birth by Sleep = Birth by Death = Rebirth หรือการเริ่มต้นใหม่ ...เซอานอร์ทนั้นได้เกิดขึ้นใหม่จากธุลีของตนเอง

ถึงตรงนี้ คุณ Grass ก็ถามผู้อ่านขึ้นว่า “ยังไม่เชื่อเหรอ?” ก่อนที่เขาจะตอบเองว่า “ดี ทีแรกผมก็ไม่เชื่อเหมือนกัน”

บางทีซีรีส์นี้มันอาจจะไม่มีการเกิดใหม่แบบตรงตามตัวอักษรเป๊ะ ๆ แต่มันอาจจะเป็นแค่การเกิดใหม่ในเชิงเปรียบเทียบ เอาล่ะ เราข้ามไปยังส่วนสำคัญกัน ถึงเวลาของเนื้อ ๆ เน้น ๆ จริง ๆ 

ยังมีคนอื่น ๆ อีกที่มาเกิดใหม่เหมือนกัน นั่นคือโหรทั้ง 5 : น้องงู Anguis, ไอ้เสือดาว Leopardos, เฮียม้า Unicornis, พี่หมี Ursus และยัยจิ้งจอก Vulpeus

นั่นคือนามแฝงที่นายของพวกเขามอบให้ งั้นผมจะเรียกพวกเขาด้วยชื่อในปัจจุบันละกันว่า.... อควอ เวนตุส ริคุ เทอร์ร่า และไคริ


ใช่แล้ว! การออกแบบของพวกเขา สีของเสื้อผ้าและผม : ฟ้า, เหลือง, เทา, น้ำตาล และชมพู อีกทั้งรูปร่างที่เข้ากันเป๊ะ กระทั่งแถบสีของคีย์เบลดของบางคนก็ยังคล้ายกัน โดยของเทอร์ร่าและพี่หมีนั้นเหมือนกันที่สุด

“แต่มันหมายความว่ายังไง? เกิดอะไรขึ้นกับชะตากรรมของพวกโหร?”

บางทีพวกเขาอาจจะพ่ายแพ้ไปในสงครามคีย์เบลด แต่พวกเขาอยู่ฝั่งไหนล่ะ? จำฝั่งฝ่ายต่าง ๆ ที่เซอานอร์ทเล่าให้ฟังได้มั้ย?

มหาสงครามคีย์เบลดที่แย่งชิง Kingdom Hearts นั้น แก่งแย่งกันโดยผู้พิทักษ์แสงสว่าง ข้ารับใช้แห่งความมืด ผู้ที่พยายามประสานทั้งสองฝ่าย และผู้ที่กระหายซึ่งพลัง

จากที่จิริธีพูด เราพอมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าเกิดความแตกแยกขึ้นในหมู่โหร

“อย่างที่รู้ แม้ว่าโหรทั้ง 5 จะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่พวกเขาไม่มีทางมีเจตจำนงค์เดียวกันได้ ดังนั้น เจ้าก็อย่าหลงทางเองเสียละกัน”

คุณ Grass เชื่อว่าต่างคน ก็ต่างมีหนทางที่แตกต่างกันไปในการจะป้องกันอนาคตที่เต็มไปด้วยความมืดมิด และมันเป็นหนทางที่ประสานเข้ากันไม่ได้ มันคือคำทำนายที่ต้องทำให้สำเร็จด้วยตนเอง

ดังนั้น แทนที่จะบอกว่าพวกเขาทั้งหมดอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง... พวกเขาต่างหากที่เป็นแต่ละฝั่ง พวกเขาประจัญบานต่อสู้กันเองในสงครามคีย์เบลด และแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ลงล็อคเป๊ะ แต่จากนิสัยของแต่ละคน เราก็พอจะเดาฝ่ายที่พวกเขาสังกัดได้

1. อควอ/น้องงู Anguis : ผู้พิทักษ์แสงสว่าง อันนี้ชัดเจน เพราะอควอก็เหมือนมาสเตอร์เอราคุส เชื่อมั่นว่าแสงสว่างคือความถูกต้องบริบูรณ์ อันนี้เคลียร์

2. เวนตุส/ไอ้เสือดาว Leopardos : ข้ารับใช้แห่งความมืด ทีแรกอาจจะฟังดูขัด ๆ แต่ลองย้อนคิดดูแล้ว มันสมเหตุสมผล เรามักมองเวนผู้อ่อนโยนว่าเป็นผู้ที่มีหัวใจแห่งแสงสว่าง ทว่าก่อนที่เขาจะถูกแบ่งแยกจากความมืดของตนเองล่ะ? เราแทบไม่รู้เรื่องก่อนหน้านั้นของเวนเลย ในเมื่อเซอานอร์ทยังเคยพิจารณาจะเอาเวนมาเป็นร่างภาชนะของเขาด้วยซ้ำ หมายความว่า แต่ก่อนเวนเองก็ต้องมีความมืดมหาศาลอยู่ในตัวเช่นกัน ดังนั้น วานิทัศถึงแข็งแกร่งมาก และอย่าลืมว่า ความมืด ไม่ได้แปลว่าความชั่วร้ายเสมอไป... บางทีไอ้เสือดาว อาจได้รับหน้าที่ในการค้ำจุนแสงสว่างที่สร้างความบาดหมางระหว่างโหรคนอื่น ๆ และเขาก็ตระหนักว่าสิ่งที่จะมาคานอำนาจเผด็จการแสงสว่างได้ ก็คือความมืดมิด และเซอานอร์ทหรือศิษย์คนที่ 6 ก็คือคนที่บอกเรื่องนี้กับเขา ดังนั้น เวนจึงยังติดตามเซอานอร์ทต่อในชาติใหม่


3. ริคุ/เฮียม้า Unicornis : ผู้ประสานรุ่งอรุณ นี่ก็ชัดเจนอีกเช่นกัน ริคุกับเส้นทางแห่งรุ่งอรุณ

4. เทอร์ร่า/พี่หมี Ursus : ผู้กระหายซึ่งพลัง อันนี้เป็นอีกคนที่ไม่ชัดเจน ทีแรกเราอาจจะตัดสินว่าเทอร์ร่าอยู่ฝั่งข้ารับใช้แห่งความมืด ทว่าเทอร์ร่าไม่ได้เห็นแก่ตัว และสิ่งที่เขามีเหนือคุณสมบัติทั้งหมดก็คือพลัง แสวงหาพลังในการปกป้องสิ่งสำคัญจนทำให้เขาเดินเข้าไปในทางสายนี้ เอราคุสเองยังบอกว่าเขาหมกมุ่นในพลัง

5. ไคริ/ยัยจิ้งจอก Vulpeus : ผู้คัดค้านแห่งสำนึก แม้เซอานอร์ทจะไม่ได้กล่าวถึงฝ่ายที่ห้า แต่อย่าลืมว่ามันต้องมีอีกฝ่ายหนึ่ง คือคนที่ไม่เลือกข้างฝ่ายใด เธอคือตัวแทนของอุดมคติ คนที่คิดว่าสงครามคีย์เบลดนั้นไร้เหตุผล เป็นบทบาทที่ลงตัวกับไคริอีกเช่นกัน นั่นคือแสงสว่างของเอ และอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอกลายมาเป็นเจ้าหญิงแห่งหัวใจ

แล้วเซอานอร์ทอยู่ฝั่งไหนละ? ใคร ๆ คงคิดกันว่าเขาเป็นข้ารับใช้แห่งความมืด และมันก็อาจจะเป็นแบบนั้น แต่คุณ Grass มองว่าในฐานะจูดาสของกลุ่ม สิ่งที่เซอานอร์ทคำนึงถึงที่สุดก็คือการทำให้สงครามคีย์เบลดเกิดขึ้น ดังนั้น เขาจึงไม่ได้อยู่ข้างฝ่ายใด หากแต่เป็นผู้ยุยงทุกวิถีทางให้เกิดสงคราม ด้วยการไปเป่าหูและปลุกเร้าแต่ละคน


ส่วนเรื่องในอนาคต เหล่าโหรส่วนใหญ่นั้นน่าจะไปเป็นผู้พิทักษ์แสงสว่าง ดังนั้น แต่เดิมแล้วผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างน่าจะประกอบไปด้วยริคุ ไคริ เทอร์ร่า อควอ เวน เซอานอร์ท.... และมิคกี้ ซึ่งสำหรับมิคกี้นั้น การมาเกิดใหม่ค่อนข้างลงตัว มิคกี้นั้นใช้ชีวิตวนเวียนซ้ำหลายครั้งตลอดมา และเคยมีชีวิตอยู่ในสมัยก่อนหน้าสงครามคีย์เบลดด้วย

พวกเขาทั้งหมด จะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่แล้วมีอย่างน้อยคนหนึ่งที่ขาดหายไป นั่นคือเซอานอร์ท

เราต้องตามหาอควอ ทำให้หัวใจของเวนกลับคืนดังเดิม และคงไม่น่าแปลกใจหากเทอร์ร่าจะแยกตัวออกมาจากฝั่งความมืดได้ด้วย  

ดังนั้นแล้วก็เหลือเพียงโซระ คุณ Grass เชื่อว่าในชะตากรรมที่ถูกลิขิตมาก่อนแล้วนั้น ไม่ได้มีบทบาทของโซระรวมอยู่ด้วย แต่โซระเป็นเด็กหนุ่มธรรมดา ที่กลายมาเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงโดยบังเอิญ.... โซระไม่เคยมีชีวิตอยู่ในอดีต ไม่มีชาติก่อน แต่เป็นฝั่งตรงข้ามผู้มาแทนที่เซอานอร์ทอย่างลงตัว เป็นคนที่เชื่อมโยงเพื่อนทั้งกลุ่มกลับเข้าด้วยกัน ทำให้ทุกคนให้อภัยบาปเมื่อครั้งอดีต และกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกัน

แต่นั่นหมายความว่าโหรกลุ่มเดิมได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์แล้วรึเปล่า? ไม่เลย ริคุและมิคกี้ตามหาพวกเขาอยู่ มันอาจฟังดูแปลกที่พวกเขากำลังตามหาร่างในอดีตชาติของตัวละครแต่ละตัว แต่มันจะเป็น Kingdom Hearts ได้ไงล่ะ หากปราศจากร่างแยกของตัวละครแต่ละตัวไป ดังนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

ในส่วนนี้แหละที่การท่องกาลเวลาเข้ามามีบทบาท หากเซอานอร์ทสามารถท่องกาลเวลาไปหาตัวเขาในวัยต่าง ๆ ได้ เขาจะสามารถกลับไปหาเซอานอร์ทเมื่อครั้งสงครามคีย์เบลดได้รึเปล่า? ถ้าทำได้ เขาย่อมไปดูสงครามคีย์เบลดด้วยตนเอง... และในเมื่อเซอานอร์ทหนุ่มยังสามารถท่องกาลเวลาไปหาเซมุนัสซึ่งเป็นดั่งชาติใหม่ของเขาได้ เขาก็น่าจะสามารถกลับไปยังอดีตชาติได้เช่นกัน

แล้วเซอานอร์ทกำลังตามหาอะไรในอดีตอยู่? นั่นก็คือ.... “Another” เซอานอร์ทในอดีต และเซอานอร์ทคนนั้นก็คือเซอานอร์ทคนใหม่ที่จะต้องปรากฏตัวในทุกภาคหลัก (KH1 มีเซอานอร์ทร่างฮาร์ทเลส, KH2 มีเซมุนัส, BBS มีมาสเตอร์เซอานอร์ท และ 3D มีเซอานอร์ทหนุ่ม)

คุณ Grass ยังอธิบายต่อไปว่า เซอานอร์ทในอดีตคนนั้น ก็คือเซอานอร์ทที่ชื่อเซอานอร์ทจริง ๆ

หากจำกันได้ นายของโหรนั้นได้มอบชื่อใหม่ให้กับสาวกทั้ง 6 คุณ Grass เดาว่าชื่อใหม่ของเซอานอร์ทอาจเป็น Goatius (แต่ผมเดาว่าเป็น Capra) เซอานอร์ทคนนั้น คือคนที่ไม่ได้รับตำราพยากรณ์ อาจเป็นเพราะนายของเขาเห็นว่าเขาไม่คู่ควร หรือสงสัยในพฤติกรรมบางอย่างของเซอานอร์ท และจากการที่เขาไม่ได้รับมอบตำรา บางทีเขาอาจจะไม่ได้รับชื่อที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน บางที เขาอาจถูกเรียกว่า “No Heart”


ลองมองดูบนคีย์เบลดของโหร คีย์เบลดของเซอานอร์ทนั้นขาดหัวใจไป นั่นไม่ได้หมายความว่าโนฮาร์ทนั้นปราศจากหัวใจตามตัวอักษร แต่เขาเป็นคนให้กำเนิดฮาร์ทเลสขึ้นมา

คุณโนมุระพูดไว้ในหนังสือ BBS Ultimania ว่าฮาร์ทเลสนั้นมีชีวิตอยู่มานานแล้ว แต่เขาไม่ได้บอกว่าพวกมันอยู่มาตลอดตั้งแต่เริ่มจักรวาล และถ้าเราลองฟังเรื่องที่ยายของไคริเล่าดี ๆ

“นานมาแล้ว ผู้คนใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข ท่ามกลางแสงสว่างอันอบอุ่น ทุกคนรักใคร่ในแสงสว่าง แต่แล้วผู้คนก็ต่อสู้แย่งชิงมัน พวกเขาอย่างจะยึดครองมันไว้เอง และแล้วความมืดก็ถือกำเนิดขึ้นในหัวใจของพวกเขา ความมืดนั่นแผ่ขยายออกไป กลืนกินแสงสว่างและหัวใจของผู้คนมากมาย”

จากจุดนี้ เราคงพอจะเห็นต้นกำเนิดของฮาร์ทเลส ความมืดนั้นอยู่มานานเท่ากับแสงสว่าง แต่ว่ามัน “ถือกำเนิด” หรือได้รับชีวิต โดยฝีมือของโนฮาร์ท (และในอนาคตเทอร์รานอร์ทจึงกลายเป็นคนสร้างเครื่องผลิตฮาร์ทเลสตราสัญลักษณ์ขึ้นมา) เซอานอร์ทน่าจะได้รู้เรื่องนี้ และสิ่งสำคัญที่สุดจากการที่เขาได้พบเห็นสงครามคีย์เบลดในอดีต ก็คือความรู้ที่ว่าหากจะทำให้สงครามคีย์เบลดเกิดขึ้น เขาต้องทำให้ผู้พิทักษ์แสงสว่างแตกแยกกันเอง

โซระนั้นจะกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ของแผนการ เพราะขณะที่สงครามคีย์เบลดในอดีตมันไม่มีคนแบบโซระที่จะมาหยุดยั้งสงคราม แต่ปัจจุบัน เด็กหนุ่มที่เหมือนจะธรรมดา... แต่มันไม่ธรรมดา เพราะมันมีอำนาจลึกลับที่ไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้าใจใด ๆ อย่างโซระ ได้ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อโกงโชคชะตาแล้ว....

สุดท้าย หากทฤษฎีการกลับมาเกิดใหม่เป็นจริง แปลว่าถึงกำจัดเซอานอร์ทได้ในวันนี้ สักวันหนึ่งเขาก็จะกลับมาเกิดใหม่ และนำพาสงครามคีย์เบลดครั้งใหม่ให้มาถึง หากเป็นเช่นนั้นแล้ว วิธีการใดเล่าที่จะหยุดยั้งเขาได้อย่างแท้จริง

ที่มา : KHinsider

Thursday, October 23, 2014

เก็บตกข่าวในแวดวง SQEX 22 ต.ค. 2014 แบบชุ่ย ๆ

เก็บตกข่าวในแวดวง SQEX ประจำวันที่ผ่านมาแบบชุ่ย ๆ 

- FF Explorers เปิดเผย Trance Form เพิ่มอีก 3 แบบ คือแปลงเป็นบัทซ์ ทีดัส และยูน่า (X-2)

- งานทอล์กโชว์ (FFType-0 HD และ FFXV) ที่ปารีสของคุณทาบาตะ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2014 ซึ่งจะมีถ่ายทอดสดทาง SQEX Present คุณทาบาตะจะมาตอบคำถามต่าง ๆ ที่แฟน ๆ ฝั่งยุโรปส่งมา คำถามไหนที่ไม่ได้ออกทอล์กโชว์ พวกสื่อต่าง ๆ ก็จะสุ่มหยิบไปสัมภาษณ์ลงนิตยสารหรือเว็บไซต์ให้ ใครสนใจอยากไปหย่อนคำถามทิ้งไว้ ให้ไปหย่อนได้ตามลิงค์


- Square Enix France จัดทำนิยาย FFX-2.5 Eien no Daishou เป็นภาษาฝรั่งเศส เตรียมวางจำหน่าย 4 ธันวาคม 2014 นี้ ท่ามกลางความกังขาของแฟน ๆ ว่า ....แล้วภาษาอังกฤษไปไหนละเว้ยยยย

- คุณทาเคฮารุ อิชิโมโตะ ผู้ประพันธ์เพลงให้กับ Final Fantasy Type-0 HD ได้ทวีตภาพพร้อมข้อความว่าได้เสร็จสิ้นการบันทึกเสียงเพลง Colorful ~Fall in Love~ ซึ่งเป็นเพลงประกอบคัตซีนลับของเกมที่มีชื่อคัตซีนว่า "สมมติว่า" เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเสร็จแล้ว นอกจากนี้เจ้าตัวยังเปิดเผยว่าได้ทำการเรียบเรียงและบันทึกเสียงให้กับเพลงประกอบเกมใหม่อีกครั้งสำหรับ Final Fantasy Type-0 HD ด้วย

Monday, October 20, 2014

แฮ็คเกอร์พบข้อมูลอาร์คที่ 7 DLC ที่ถูกตัดทิ้งใน FFXIII


เมื่อครั้งที่หนังสือ Final Fantasy XIII Ultimania Omega วางจำหน่ายในปลายปี 2010 หากยังพอจำกันได้ ตอนนั้นคุณโทริยามะ และคุณคิตาเสะ ได้บอกไว้ว่าครั้งหนึ่งทีมงานได้เคยวางแผนที่จะออก DLC ฉากอาร์คที่เจ็ด (The Seventh Ark) มาเป็นเนื้อหาส่วนเสริมให้กับ Final Fantasy XIII โดยให้ผู้เล่นวาร์ปไปสถานที่ดังกล่าวได้จากช่องวาร์ปในฉากครรภ์ออร์ฟาน แห่งแต่สุดท้ายก็ยกเลิกแผนดังกล่าวไป เนื่องจากเห็นว่าคุณภาพ DLC ที่ทำกันขึ้นมามันยังไม่ดีพอ อีกทั้งยังประสบปัญหาเรื่องความแตกต่างในระบบเน็ตเวิร์คของ PS3 และ Xbox 360 (ในประเด็นหลังนี่ ผมจำได้ลาง ๆ ว่าเขาเคยให้สัมภาษณ์สมัยสร้าง FFXIII-2 ด้วยว่า พวกเขาไม่ได้วางแผนสร้าง DLC ให้ FFXIII ตั้งแต่ช่วงแรกของการพัฒนาเกมขึ้นมา พอมาคิดจะสร้างเอาทีหลัง การที่ไม่ได้ทำโครงสร้างเกมให้รองรับ DLC เผื่อไว้ตั้งแต่แรก มันจึงทำให้เกิดปัญหาในการสร้าง ดังนั้น ใน FFXIII-2 จึงมีการออกแบบโครงสร้างเกมให้มันมีส่วนที่เตรียมไว้รองรับ DLC ตั้งแต่แรก)

อ้างอิง : http://ffplanet.exteen.com/20101004/ffxiii

ซึ่งล่าสุดหลังจากการวางจำหน่ายของ FFXIII เวอร์ชั่น PC ก็มีทีมแฮ็คที่ค้นพบข้อมูลของ DLC ที่ถูกยกเลิกไปนั้นตกค้างเหลือไว้ในเกม ซึ่งภายหลังพวกเขาก็แฮ็คจนสามารถเข้าไปทดลองเล่นในฉากดังกล่าวได้ จนพบว่าในฉากดังกล่าวมีการพากย์เสียงญี่ปุ่นเตรียมไว้บ้างแล้ว พบสคริปต์บางส่วน แล้วก็พวกมอนสเตอร์ไร้เทกเจอร์ที่ยืนนิ่งคงเพราะยังสร้างไม่เสร็จ พอเดินไปถึงฉากสุดท้ายก็เจอกับฟัลซิเนเมซิส ที่มีรูปร่างแบบเดียวกับเดมิฟัลซิอดัมใน FFXIII-2 (แปลว่าโดนเอาไปรียูสสร้างเป็นอดัมใน FFXIII-2 แทน)



ข้อมูล Data Log ของฟัลซิเนเมซิส และอาร์คที่ 7 มีดังต่อไปนี้ครับ

 

“Fal’Cie lord and master of the Seventh Arc. Its work consists of harassing the l’Cie in the middle of cruel tests and obligating them to surpass their own limits. Apparently it trains them to fight against someone, but it is not known who. Nemesis and its Arc already existed in the times before the construction of Cocoon.” 


“One of the military installations of which the legends of Gran Pulse speak. The Fifth Arc is clearly an arsenal ready to combat invaders; the Seventh, instead, has as its principal function to awaken the hidden power of the l’Cie.”


ที่มา : Square Portal

Sunday, October 19, 2014

โนฮาร์ทใน BBS HD ReMix ถูกลดสเตตัสลงอย่างมาก


พึ่งตีโนฮาร์ทใน Birth by Sleep HD ReMix ตายตะกี้ (โหมดคริติคอล เทอร์ร่าเลเวล 47) ก่อนหน้าที่คุณทาอิ ยาสึเอะ ผู้กำกับร่วมก็เคยให้สัมภาษณ์แล้วว่า จะปรับความยากของบอสในอารีน่าลง เพราะบอสในอารีน่ามันสร้างมาให้ผู้เล่นช่วยกันรุมสู้แบบ 3 ต่อ 1 ดังนั้นพอตัดมัลติเพลเยอร์ออกไป เพื่อรักษาสมดุลเอาไว้ก็เลยจะทำให้บอสพวกนี้มันง่ายขึ้น

สมัยสู้กับโนฮาร์ทใน PSP ผมจำได้ดีว่าตัวละครที่เลเวลต่ำกว่า 55 นี่แทบจะตีโนฮาร์ทไม่เข้า ถ้าเล่นแบบ 3 รุม 1 ยังพอไหว แต่ถ้าคิดจะไปสู้แบบตัวต่อตัวก็ตายเปล่า ผมเลยต้องลากเวนเลเวล 80 แล้วเซตติ้งแบบเอาจริงเต็มที่ไปสู้แบบตัวต่อตัวกับโนฮาร์ท ถึงจะเอาชนะได้

มาในภาค PS3 นี้ ดูเหมือนเจ้าโนฮาร์ทจะโดนลดสเตตัสลงไปมากเหลือเกิน ทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกันเหมือนโดนตัดหายไปหมด จากเดิมที่ตัวละครเลเวลต่ำกว่า 50 ตีมันแทบไม่มีผลเลย มาตอนนี้ดันฟาดได้ไหลเป็นสายน้ำ แถมพลังโจมตีอันหนักหน่วงของมัน ก็โดนตัดทอนไปหมด ท่าโจมตีสุดแรงที่กระทั่งตัวละครเลเวล 80 ยังเอาไม่อยู่ ก็ถูกทอนพลังลงไปมาก..... สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมเพียงอย่างเดียว ดูจะเป็นลีลาการออกท่าที่ไวกว่านรกและสารพัดอาวุธที่มันประเคนใส่อย่างรัวไม่ยั้ง นอกจากนั้น มันไม่เหมือนโนฮาร์ทที่ผมเคยสู้ด้วยเลยสักนิด

โดยรวมแล้ว บอสที่ยังคงเก่งที่สุดในภาค Birth by Sleep ก็คือพี่โม่งเวอร์ชั่น PSP NA ซึ่งมีท่าวันเทิร์นคิลอันลือลั่น สามารถปลิดชีพผู้เล่นเมื่อใดก็ได้ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังเห็นว่าพี่โม่งเวอร์ชั่นนั้นเป็นบอสที่เก่งที่สุดในซีรีส์ KH แล้ว น่าเสียดายที่ทีมพัฒนาเห็นว่าพี่โม่งคนนั้นมันเก่งและโกงจนเกินไป เป็นเหตุให้ต้องมีการปรับลดความสามารถของพี่โม่งลงในภายหลัง

เทรลเลอร์เปิดตัว Final Fantasy XIV -Heavensward-


ท่ามกลางงาน Final Fantasy XIV Fan Festival ที่ลาสเวกัส ในที่สุดก็ถึงคราเปิดตัวของ Final Fantasy XIV -Heavensward- ซึ่งเป็น Expansion แรกของ Final Fantasy XIV ที่ต่อยอดมาจาก A Realm Reborn โดย Expansion นี้จะเริ่มให้บริการตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี 2015 เป็นต้นไป

เนื้อเรื่องใน Expansion นี้เกิดขึ้นที่ The Holy See of Ishgard โดยผู้เล่นจะต้องเข้าร่วมสงคราม The Dragonsong War ซึ่งเป็นสงครามเลือดสาดพันปีระหว่างชาวอิชการ์ดและดราวาเนีย นอกจากนี้ยังตามมาด้วยเนื้อเรื่องในส่วนของ The Wyrmking versus Thordan and his Knights Twelve (ราชันย์มังกรปะทะธอร์ดานและ 12 อัศวิน)

ดินแดน The Holy See of Ishgard เป็นดินแดนปิด ซึ่งปกครองโดยอาร์คบิชอบและตระกูลขุนนางทั้ง 4 ที่นี่มีการบูชา Halone the Fury มีวัฒนธรรมที่ไม่ต้อนรับบุคคลภายนอก มีการแบ่งแยกชนชั้นวรรณะกันอย่างชัดเจน คนจนอาศัยอยู่ส่วนล่างของเมือง คนรวยก็อยู่ด้านบน ในเมืองมีสถาปัตยกรรม รูปปั้น และวัฒนธรรมมากมาย ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของเมืองซึ่งเน้นไปที่สงครามพันปี โครงสร้างเมืองก็ดูสิ่งที่มีการซ่อมแซมอยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นดินแดนที่ถ่ายทอดออกมาด้วยศิลปะในแนวมืดทึมและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่จะตามมาอีกดังนี้

- เพิ่มขีดจำกัดเลเวลขึ้นเป็น 60
- เพิ่มแอเรียใหญ่อีกมากมาย รวมถึงทวีปลอยฟ้า
- เพิ่มตัวละครเผ่าใหม่
- เพิ่มอาชีพใหม่
- เพิ่ม Primal ใหม่
- เพิ่มดันเจี้ยนใหม่
- เพิ่มเหรดใหม่
- เพิ่มระบบ Airship’s Galore หรือเรือเหาะประจำ FC
- เพิ่มชุดและไอเทมใหม่

ที่มา : Nova Crystallis

Wednesday, October 15, 2014

สรุปข่าวแวดวง Square Enix + WE ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2014

โนมุระมีสัญญา Collaboration ถึงปี 2019, เตรียมเปิดตัวเกมใหม่ปีหน้า!

จากบทสัมภาษณ์ภายในงาน New York Comic Con 2014 คุณเท็ตสึยะ โนมุระ ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องการทำงาน Collaboration สร้าง Play Arts Kai Figure ของมิกุ แบทแมน ออกแบบชุดให้กับมอนฮันท์ว่าในอนาคตก็อยากทำงานหลากหลายมากขึ้น ตอนนี้ก็มีตารางงาน Collaboration พวกนี้ถึงปี 2019 นอกจากนี้เขายังมีโปรเจคท์เกมอันใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวในปีหน้า

- http://blog.hokanko-alt.com/archives/41354093.html
- http://kh13.com/news/nomuras-projects-will-occupy-him-until-2019-new-game-projects-next-year-not-necessarily-kh-related

ฉากเปิดเกม Birth by Sleep ใน HD II.5 ReMix เกิดความผิดพลาดซ้ำอีกครั้ง!


ในฉากเปิดเกมของ Birth by Sleep เวอร์ชั่น PSP ภาคญี่ปุ่นนั้น ในฉากตามภาพนี้ ที่นิ้วของเวนจะมี Fingerband ที่ไม่น่ามีอยู่ติดมาด้วย อันที่จริงแล้ว Fingerband อันนี้เป็นสิ่งที่มีอยู่ในดีไซน์ของร็อคซัส แต่ไม่มีอยู่ในดีไซน์ของเวน ทีมงานจึงออกมายอมรับในภายหลังว่าการที่เขาใส่ Fingerband ลงไปในฉากดังกล่าวนั้นเป็นความผิดพลาดในการทำ CGI

ด้วยเหตุนี้เอง ทีมงานจึงไปแก้ไข CGI ในฉากดังกล่าว ทำให้ตัวเกม Birth by Sleep เวอร์ชั่น PSP ภาคอเมริกา รวมถึงภาค Final Mix ที่ออกตามมาทีหลัง ได้มีการนำ Fingerband ออกไปจากนิ้วของเวนในฉากดังกล่าวแล้ว

ทว่าล่าสุดหลังจากการวางจำหน่ายของ Kingdom Hearts -HD II.5 ReMix- มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ในภาคนี้ ในฉากเปิดเกม Birth by Sleep.... ไอ้ Fingerband ของเวนที่เป็นความผิดพลาดในการทำ CGI มันกลับมาอีกแล้ว... นี่มันหมายความว่าอาร้ายยยย~

ปกเกมและเทรลเลอร์ WE2015 ฝั่งญี่ปุ่น

ภาพปกเกม Winning Eleven 2015 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น วางจำหน่าย 13 พฤศจิกายน 2015 ปกเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนี้ เป็นรูปเคสึเกะ ฮอนดะ ดูเทรลเลอร์ได้จากลิงค์ด้านล่างนี้ 


กลุ่มคนข่าว SQEX อวยพรให้คนข่าวในญี่ปุ่นปลอดภัยจากพายุหว่องฝง

จากที่มีข่าวว่าไต้ฝุ่นหว่องฝงพัดถล่มมหานครโตเกียวในวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา กลุ่มคนข่าวเกมในเครือ Square Enix ฝั่งอเมริกาก็ทวีตขอให้พวกคนข่าวหลากสัญชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นเอาตัวรอดจากพายุดังกล่าวมาให้ได้อย่างปลอดภัย เพื่อจะได้กลับมาส่งข่าวสารต่อให้ชาวโลกได้รับทราบกันได้

ซึ่งหลังการทวีตข้อความอวยพรดังกล่าว ทางคุณ aibo แอดมินเว็บไซต์ FF-Reunion ซึ่งเป็นเจ้ากรมข่าว Square Enix ของโลก ก็ตอบข้อความกลับว่า "พายุแรงสาดดดด แต่ตรูยังอยู่ววว ขอบคุณมาก!"

ส่วนคุณโอลิเวียคนข่าวสุดสวยจาก SQEX.Info ก็ตอบเช่นกันว่า "พายุไปแล้วล่ะ ตรงที่เราอยู่นี่ลมแรงฝุด ๆ ขอบใจนะ!"

ในขณะที่คุณวิโอล่า คนข่าวชาวอิตาลีซึ่งอยู่โตเกียวเหมือนกันแท้ ๆ กลับตอบมาแบบงง ๆ ว่า "ห๊ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ? O_O" ....

Sunday, October 12, 2014

นิยามศัพท์เฉพาะในซีรีส์ Kingdom Hearts

ในจักรวาลของ Kingdom Hearts มีคอนเซปต์ที่แตกต่างไปจากโลกแห่งความเป็นจริง จึงมีการสร้างศัพท์เฉพาะขึ้นมามากมายเพื่อเรียกสิ่งต่าง ๆ ที่แตกต่างไปจากโลกของเรา อันที่จริงในตัวเกมเองก็มีการอธิบายศัพท์เฉพาะต่าง ๆ กระจายอยู่ในหลายภาคหลายจุดอยู่แล้ว ในที่นี้หนังสือ Kingdom Hearts Series Memorial Ultimania จึงได้รวบรวมศัพท์เฉพาะต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งบอกนิยามคร่าว ๆ เท่าที่เกมเปิดเผยมาจนถึงตอนนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตามเนื้อเรื่องไม่ทันครับ

1. คีย์เบลด


อาวุธทรงกุญแจที่สามารถนำพาปรากฏการณ์ทั้งหลายให้บังเกิด สามารถทำลายตัวตนแห่งความมืดและปลดปล่อยหัวใจออกมาจากฮาร์ทเลส นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นกุญแจได้ตามชื่อของมัน ซึ่งไม่เพียงสามารถปลดผนึก “หัวใจของดวงดาว” แต่ยังใช้กับรูกุญแจแบบใดก็ได้ และยังนำพาผู้ถือครองไปยังต้นกำเนิดพลังอันยิ่งใหญ่ Kingdom Hearts

แต่แรกเริ่ม คีย์เบลดถูกสร้างขึ้นเป็นอาวุธในการต่อสู้ระหว่างผู้ที่ปรารถนาจะยึดครอง Kingdom Hearts จนนำไปสู่สงครามคีย์เบลด ผลจากเหตุการณ์นั้น ทำให้ผู้ถือครองคีย์เบลดในทุกวันนี้ถือหลักการที่ว่าจะใช้พลังของพวกเขาในฐานะผู้พิทักษ์โลกแห่งแสงสว่าง หรือที่มักเรียกขานกันว่า วีรบุรุษแห่งแสงสว่าง
โดยพื้นฐานแล้ว ผู้ถือครองคีย์เบลดจะมีคีย์เบลดแค่เล่มเดียว แต่การเปลี่ยนพวงกุญแจที่ห้อยคีย์เบลด จะทำให้คีย์เบลดมีรูปร่างและความสามารถใหม่

คีย์เบลดที่เทอร์ร่า อควอ และเวนใช้ สามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นยานพาหนะ ทำให้พวกเขาสามารถเดินทางไปมาบนเส้นทางระหว่างดวงดาวได้

2. การเป็นผู้ถือครองคีย์เบลด


เมื่อผ่านพิธีสืบทอดคีย์เบลด ยังต้องได้รับเลือกจากตัวคีย์เบลดเองด้วย พิธีสืบทอดคีย์เบลดนั้นเรียบง่ายเพียงแค่สัมผัสกับคีย์เบลดที่คีย์เบลดมาสเตอร์เป็นเจ้าของ จากนั้นผู้ถือครองคีย์เบลดก็จะได้รับคีย์เบลดเล่มใหม่ที่แตกต่างไปจากเล่มของมาสเตอร์ คีย์เบลดนั้นเลือกผู้ถือครองโดยวัดจากความแข็งแกร่งของหัวใจ โดยไม่คำนึงว่า (หัวใจนั้น) จะดีหรือชั่ว

คีย์เบลดเป็นสัญลักษณ์ของหัวใจอันแข็งแกร่ง และจำนวนคีย์เบลดที่คนเราจะมีได้ ก็เท่ากับจำนวนหัวใจที่คนผู้นั้นมีอยู่ กรณีของโซระนั้นมีหัวใจสองดวง นี่เป็นกรณีถือคีย์เบลดพร้อมกันสองเล่มซึ่งหาได้ยากยิ่ง ทว่ากรณีของโซระนั้นยิ่งหาได้ยากขึ้นไปอีกเพราะเขาไม่ได้ผ่านพิธีสืบทอดคีย์เบลด แต่กลับถือครองคีย์เบลดได้

พิธีสืบทอดคีย์เบลดมายังริคุนั้น กระทำโดยเทอร์ร่า ส่วนของไครินั้นได้สัมผัสกับคีย์เบลดของอควอโดยบังเอิญ ซึ่งก็เข้าเงื่อนของพิธีสืบทอดคีย์เบลดเช่นกัน

3. คีย์เบลดฝั่งโลกแห่งแสงสว่าง และคีย์เบลดฝั่งโลกแห่งความมืด


คีย์เบลดนั้นมีทั้งที่อยู่ในโลกแห่งแสงสว่างและโลกแห่งความมืด ซึ่งตัดสินง่าย ๆ โดยดูว่ามันทำหน้าที่เป็นกุญแจสำหรับไขประตูสู่ Kingdom Hearts จากฝั่งด้านใน หรือฝั่งด้านนอก การเป็นคีย์เบลดฝั่งโลกแห่งความมืดนั้นไม่ได้หมายความว่าจะมีพลังแห่งความมืดใดแฝงอยู่ ในเนื้อเรื่อง คีย์เบลดส่วนใหญ่เป็นคีย์เบลดฝั่งโลกแห่งแสงสว่าง 

ราชามิคกี้ใช้คีย์เบลดฝั่งโลกแห่งแสงสว่างในภาค BBS แต่หลัง KH1 เขาก็เริ่มใช้คีย์เบลดฝั่งโลกแห่งความมืด 

4. คีย์เบลดจากหัวใจของบุคคล


คีย์เบลดพิเศษที่สร้างจากหัวใจของเจ้าหญิงทั้งเจ็ด นอกจากจะมีพลังในการเปิดรูกุญแจสู่ “Kingdom Hearts จากหัวใจของดวงดาวทั้งมวล” ยังมีพลังในการเปิดและถอดหัวใจของบุคคล และพลังในการส่งบุคคลเข้าสู่ความมืดมิด

5. คีย์เบลดมาสเตอร์


ในหมู่ผู้ถือครองคีย์เบลด มีพวกที่เป็นสุดยอดถูกมองว่าเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง คนที่ได้รับการยอมรับจากอาจารย์ของเขา ก็จะกลายเป็นมาสเตอร์ มีเพียงคีย์เบลดมาสเตอร์และผู้ที่มีความสามารถในระดับเดียวกันเท่านั้น ที่จะทำพิธีสืบทอดคีย์เบลดได้ นอกจากนี้พวกเขายังสามารถถอดหัวใจของตนเอง และส่งผ่านไปยังร่างอื่นได้

ราชามิคกี้ในตอนจบ BBS อควอในตอนเริ่ม BBS และริคุในตอนจบ KH3D ล้วนเป็นคีย์เบลดมาสเตอร์ (มาสเตอร์เอราคุสกับมาสเตอร์เซอานอร์ท ก็เป็นมาสเตอร์เช่นกัน)

มาสเตอร์เอราคุสยังถือครองสถานที่พิเศษในหมู่คีย์เบลดมาสเตอร์ เขาถูกเลือกให้เป็นผู้สืบทอดการปกป้อง Land of Departure

6. สงครามคีย์เบลด


สงครามแต่ครั้งโบราณกาลซึ่งเหล่าผู้ถือครองคีย์เบลดเข้าต่อสู่กันเพื่อแย่งชิง Kingdom Hearts ผลลัพธ์คือโลกแห่งแสงสว่างถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและเลือนหายไป แต่ด้วยแสงสว่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในหัวใจของเด็ก ๆ ท้ายที่สุดมันจึงฟื้นกลับมากลายเป็นดวงดาวเล็ก ๆ มากมาย ความจริงเรื่องแสงสว่างและความมืดนี้ถูกเล่าผ่านยุคสมัยจนกลายเป็นนิทานไป

ด้วยความสนใจที่จะทำให้แสงสว่างและความมืดอยู่ในสมดุลตามอุดมคติ มาสเตอร์เซอานอร์ทผู้เชื่อว่าโลกนี้มีแสงสว่างอยู่มากจนเกินไป จึงตั้งใจที่จะทำให้เกิดสงครามคีย์เบลดขึ้นอีกครั้ง

7. χ เบลด


กุญแจในการตามหา Kingdom Hearts ที่แท้จริง อ่านออกเสียงแบบเดียวกับคีย์เบลด แต่คีย์เบลดเล่มอื่น ๆ นั้นเป็นเพียงของเทียมเลียนแบบ นอกจากนี้ยังดำรงอยู่มาตั้งแต่กำเนิดโลก (จักรวาล) เหมือนกับ Kingdom Hearts ที่แท้จริง มันจึงกลายมาเป็นต้นแบบให้กับคีย์เบลดทั้งปวง ระหว่างสงครามคีย์เบลดมันได้แตกออกเป็นแสงสว่างทั้ง 7 และความมืดทั้ง 13 และไม่มีอยู่อีกต่อไป แต่ด้วยสมดุลระหว่างพลังจากหัวใจแห่งแสงบริสุทธิ์และหัวใจแห่งความมืดบริสุทธิ์ มันจะถือกำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้ง
มาสเตอร์เซอานอร์ทพยายามสร้าง χ เบลดมากว่า 10 ปี ใน KH3D เขาและร่างแยกได้ดำเนินการตามแผนและรวมตัวกันเป็นความมืดทั้ง 13 เพื่อที่จะปะทะกับแสงสว่างทั้ง 7 เพื่อฟื้น χ เบลดขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อแสงสว่างจากหัวใจของเวนตุสและหัวใจแห่งความมืดของวานิทัศหลอมเข้าด้วยกัน χ เบลด (เทียม) ที่เกิดขึ้นมีรูปร่างเป็นคีย์เบลดสองเล่มที่ไขว้กันเป็นตัว X
เมื่อความมืดทั้ง 13 และแสงสว่างทั้ง 7 ปะทะกัน χ เบลดจะถือกำเนิดขึ้น มาสเตอร์เซอานอร์ทได้ดำเนินแผนเพื่อการนั้น

8. หัวใจ


ในโลกของ Kingdom Hearts ไม่เพียงผู้คนและสัตว์ แต่ทุกสรรพสิ่งล้วนมีหัวใจ การรวมตัวของหัวใจทุกชนิดจะกลายเป็นหัวใจอันยิ่งใหญ่ – Kingdom Hearts

9. หัวใจของดวงดาว และรูกุญแจ


ดวงดาวที่อยู่ในโลกแห่งแสงสว่างต่างก็มีหัวใจอยู่ภายในดาว หัวใจของดาวนั้นโดยแก่นแท้แล้วก็คือการรวมตัวของหัวใจที่สร้างทุกสิ่งทุกอย่างให้กับดาวดวงนั้น นอกจากนี้ยังต้องมีรูกุญแจอยู่ในส่วนลึกของดาวแต่ละดวงเสมอ

รูกุญแจไปสู่หัวใจของดาวนั้น ยังเชื่อมต่อกับโลกแห่งความมืดอีกด้วย โดยปกติแล้วรูกุญแจจะปิดอยู่อันเป็นการปกป้องดาวจากความมืด แต่ขณะเดียวกันก็จะไม่มีเส้นทางออกไปนอกดาว หากรูกุญแจเปิด บาร์เรียร์ที่ล้อมรอบดาวอยู่ก็จะถูกทำลาย ฉะนั้นการเข้ามาและออกไปจากดวงดาวก็จะเป็นไปได้ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดทางให้ความมืดรั่วไหลเข้ามาในโลกได้ จึงอันตรายเป็นอย่างมาก ใน KH1 หัวใจของดวงดาวต่าง ๆ ถูกเปิดออกทำให้พวกมันเลือนหายไป ดังนั้น โซระและเพื่อนจึงออกเดินทางเพื่อปิดผนึกรูกุญแจ


รูกุญแจไปสู่หัวใจของดวงดาวนั้นถูกซ่อนไว้ลับตา แต่เมื่อชูคีย์เบลดขึ้นมันก็จะปรากฏออกมา

เนื่องจากริคุได้ผ่านพิธีสืบทอดคียืเบลดมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงสามารถมองเห็นรูกุญแจที่คนอื่นมองไม่เห็นได้

10. รูกุญแจที่ถูกผนึกและเปิดผนึก


นอกจากรูกุญแจสู่หัวใจของดวงดาวแล้ว ยังมีรูกุญแจอีกหลากหลายแบบ ในการเดินทางครั้งอื่น ๆ นอกเหนือจาก KH1 คีย์เบลดได้ถูกใช้เปิดรูกุญแจในดาวทั้งหลาย รวมถึงรูกุญแจที่ไม่ใช่รูกุญแจสู่หัวใจของดวงดาวด้วย

เหล่าตัวเอกได้ทำอะไรกับรูกุญแจบ้าง

KH1 – โซระ – เพื่อหยุดยั้งความมืดที่เข้ามาในดาวต่าง ๆ จึงเดินทางไปมาระหว่างดวงดาวด้วยกุมิชิพ เพื่อปิดผนึกหัวใจของดวงดาว

KH2 – โซระ – ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยเรียกดวงดาวต่าง ๆ กลับคืนมา เขาจึงต้องเปิดประตูที่ดวงดาวสร้างขึ้นมา เพื่อท่องไปมาระหว่างดาวต่าง ๆ

KH coded – เดต้าโซระ – ด้วยความตั้งใจที่จะฟื้นฟูเดต้าในบันทึกการเดินทางของจิมินี่ จึงเดินทางไปในเดต้าเวิลด์ และเปิดรูกุญแจของดาวต่าง ๆ เพื่อกำจัดบั๊ค

KH BBS – เทอร์ร่า อควอ เวนตุส – พวกเขาเปิดรูกุญแจที่นำไปสู่เส้นทางของจักรวาล (Lanes Between) ที่เอราคุสเตรียมไว้เพื่อการเดินทางไปมาระหว่างดวงดาวต่าง ๆ

KH3D – โซระ ริคุ – รับการทดสอบเป็นมาสเตอร์ เดินทางไปมาระหว่างดวงดาวที่หลับใหล เปิดรูกุญแจของดวงดาวเหล่านั้นเพื่อปลดปล่อยพวกเขาจากการหลับใหล

นอกจาก KH1 ที่โซระปิดรูกุญแจแล้ว ในภาคอื่น ๆ ล้วนเป็นการเปิดรูกุญแจ

11. Kingdom Hearts


การรวมตัวของหัวใจทั้งปวงบนโลกนี้ (ความหมายจริง ๆ คือในจักรวาลนี้) เรียกอีกอย่างว่าอาณาจักรแห่งหัวใจ หรือศูนย์กลางของดาวทั้งปวง และยังเป็นแหล่งพลังงานอันยิ่งใหญ่ และแหล่งความรู้อันไม่มีที่สิ้นสุด

ในอดีตกาล ผู้คนมอง Kingdom Hearts ว่าเป็นหัวใจแห่งแสงสว่างอันยิ่งใหญ่ จึงพยายามจะแย่งชิงมันมา ทำให้เกิดสงครามที่ทำลายล้างโลก (ที่จริงหมายถึงจักรวาลนั่นแหละ) เพราะเหตุการณ์ดังกล่าว ปัจจุบัน Kingdom Hearts จึงถูกผนึกไว้อย่างหนาแน่นและไม่อาจเข้าถึงได้ง่าย ๆ ในหมู่ขั้วอำนาจมืดนั้น มาสเตอร์เซอานอร์ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่ง Kingdom Hearts แต่แล้วโซระจะคอยสู้และหยุดยั้งเขาอยู่เสมอ

12. Kingdom Hearts แห่งดวงดาว (Kingdom Hearts ใน KH1)


การรวมตัวของหัวใจของดาวต่าง ๆ จนกลายมาเป็น Kingdom Hearts หนทางเดียวในการเปิดเส้นทางสู่ Kingdom Hearts นี้ คือการใช้คีย์เบลดจากหัวใจของบุคคลซึ่งสร้างจากหัวใจของเจ้าหญิงทั้งเจ็ด ใน KH1 มาเลฟิเซนต์และอันเซม (ตัวปลอม) ได้ใช้ฮาร์ทเลสแย่งชิงหัวใจของดวงดาวต่าง ๆ และแสวงหา Kingdom Hearts แห่งดวงดาว

13. Kingdom Hearts แห่งบุคคล (Kingdom Hearts ใน KH2 และ KH3D)


การรวมตัวของหัวใจของผู้คนจนกลายมาเป็น Kingdom Hearts กลุ่มจูซังคิคังเชื่อว่าการสร้างมันให้สำเร็จจะทำให้พวกเขาสมบูรณ์อีกครั้ง จึงเริ่มต้นรวบรวมหัวใจจากฮาร์ทเลสเพื่อสร้าง Kingdom Hearts แห่งบุคคล หัวหน้ากลุ่มจูซังคิคังกลับมีแผนอื่นอยู่ เขาตั้งใจจะใช้ Kingdom Hearts แห่งบุคคลเพื่อฝังหัวใจของเซอานอร์ทเข้าไปในสมาชิกแต่ละคน ในฐานะภาชนะสำหรับความมืดทั้ง 13

Kingdom Hearts แห่งบุคคลซึ่งยังไม่สมบูรณ์นั้นได้ลอยอยู่เหนือปราสาทของกลุ่มจูซังคิคัง

14. Kingdom Hearts ที่แท้จริง (Kingdom Hearts ใน BBS และ KH3D)


แตกต่างไปจาก Kingdom Hearts ทั้งสองที่มนุษย์สร้างขึ้นตามด้านบน Kingdom Hearts นี้ดำรงอยู่มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโลก (จักรวาล) แต่นานมาแล้วในช่วงสงครามคีย์เบลด มันได้ถูกปกคลุมด้วยความมืด แต่ด้วยการใช้ χ เบลดที่เป็นของคู่กัน เชื่อกันว่า Kingdom Hearts ที่แท้จริงจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เป้าหมายของเซอานอร์ทคือการได้มาซึ่ง χ เบลด และเปิด Kingdom Hearts ที่แท้จริง เพื่อนำพาสงครามคีย์เบลดครั้งใหม่ให้มาถึง

15. ประตูแห่งความมืดและประตูแห่งแสงสว่าง


ประตูสู่ Kingdom Hearts ยังเป็นประตูแห่งความมืดซึ่งเชื่อมต่อไปยังโลกแห่งความมืดอีกด้วย เฉพาะผู้ที่ปกคลุมด้วยความมืดเท่านั้นจึงจะผ่านประตูแห่งความมืดไปได้ การจะปิดผนึกประตูนี้ จำเป็นต้องใช้คีย์เบลดจากโลกแห่งแสงสว่างและคีย์เบลดจากโลกแห่งความมืด คนหนึ่งต้องอยู่ในโลกแห่งความมืด และอีกคนต้องอยู่ในโลกแห่งแสงสว่าง เพื่อจะรวมพลังกันปิดประตูจากทั้งสองฝั่ง

สิ่งที่เป็นของคู่กับประตูแห่งความมืด ก็ต้องประตูแห่งแสงสว่าง ประตูนี้ทำให้ผู้ที่มาจากโลกแห่งแสงสว่างแต่หลงทางอยู่ในโลกแห่งความมืด สามารถกลับไปยังโลกแห่งแสงสว่างได้ และมันจะปรากฏตัวขึ้นราวกับว่ามันอยู่ในใจของบุคคลผู้นั้น (ดั่งที่ริคุชี้ว่ามันมาจากใจของโซระ)

ราชามิคกี้ใช้คีย์เบลดที่ได้มาจากโลกแห่งความมืด ร่วมมือกับโซระที่อยู่ในโลกแห่งแสง เพื่อปิดผนึกประตูแห่งความมืด

ตอนที่โซระและริคุหลงอยู่ในโลกแห่งความมืด พวกเขาพบความหวังในจุดหมายที่ได้รับจากไคริ จากนั้นพวกเขาจึงพบประตูแห่งแสงสว่างได้

(ใน Another Report คุณโนมุระพูดต่างกับข้อมูลตรงนี้หน่อย โดยเขาบอกว่าสถานที่ซึ่งโซระและริคุหลงเข้าไปในตอนท้ายของ KH2 คือชายหาดของทะเลแห่งความมืด ซึ่งเป็นทะเลที่กั้นระหว่างโลกแห่งความมืดและโลกระหว่างกลาง โดยพวกโซระอยู่ในโลกระหว่างกลาง –ไม่ใช่โลกแห่งความมืด- และกำลังมองไปยังโลกแห่งความมืด ตรงข้ามกับอควอและอันเซมที่หลงไปอยู่ในชายหาดของทะเลเดียวกัน แต่พวกเธออยู่ในโลกแห่งความมืด –ไม่ใช่โลกระหว่างกลาง- และกำลังมองไปยังโลกระหว่างกลาง)

16. เจ้าหญิงทั้งเจ็ด


ผู้หญิง 7 คนที่มีหัวใจแห่งแสงบริสุทธิ์ที่ปราศจากความมืดมิดใด ๆ การดำรงอยู่ของพวกเธอเป็นรากฐานให้กับแสงสว่าง เหล่าขั้วอำนาจมืดพยายามตามหาพวกเธอ เนื่องจากหัวใจของพวกเธอนั้นสามารถเปิดทางไปสู่ Kingdom Hearts ได้

เจ้าหญิงทั้งเจ็ดนั้น ได้แก่เบลล์ สโนวไวท์ ออโรร่า อลิซ จัสมิน ซินเดอเรลลา และไคริ

แม้เจ้าหญิงทั้งหมดจะอาศัยอยู่ในโลกคนละใบ แต่เหล่าวายร้ายก็สามารถลักพาตัวพวกเธอทุกคน และใช้หัวใจบริสุทธิ์ของพวกเธอสร้างคีย์เบลดจากหัวใจของบุคคลได้

17. โลก (จักรวาล)


เรื่องราวของ Kingdom Hearts เกี่ยวกับหัวใจของผู้คนที่เชื่อมโยงถึงกัน ไม่ว่าในโลกแห่งแสงสว่างหรือโลกแห่งความมืด

ใน Kingdom Hearts ดินแดนหลักสำหรับดวงดาวทั้งหลายก็คือโลกแห่งแสงสว่าง โลกแห่งความมืด และโลกระหว่างกลาง โดยดวงดาวมากมายตั้งอยู่ในโลกแห่งแสงสว่าง และดาวแต่ละดวงก็ทำให้เกิดเป็นดาวบนฟากฟ้า

18. โลกแห่งแสงสว่าง (จักรวาลแห่งแสงสว่าง)


โลกที่ผู้คนอาศัยอยู่นั้นเคยเปี่ยมล้นด้วยแสงสว่าง ครั้งหนึ่งนานมาแล้วโลกนี้ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียว แต่มันถูกทำลาย และแยกจากกันเป็นดาวดวงเล็กนับไม่ถ้วน แล้วดาวแต่ละดวงก็ถูกปกคลุมด้วยบาร์เรียร์ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า โดยปกติแล้วหากไม่มีวิธีการเดินทางพิเศษ ก็จะไม่สามารถเดินทางไปมาระหว่างดาวได้ แต่ที่เหนือไปกว่านั้น การเดินทางไปมาระหว่างดาวโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของดาวแต่ละดวง ก็อาจทำให้เกิดความโกลาหล ดังนั้นปกติ (การเดินทางระหว่างดาว) จึงถูกห้ามเอาไว้

ดาวแต่ละดวงจะมี “หัวใจของดวงดาว” อยู่ภายใน การจะเข้าไปยังที่แห่งนั้นต้องเปิดประตูเข้าไป ซึ่งจะส่งผลให้กำแพงพลังความมืด (บาร์เรียร์ของดาวแต่ละดวง) พังทลายลง ชิ้นส่วนของกำแพงจะกลายเป็นดาวตกลงมา และใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับกุมิชิพได้

ด้วยความตั้งใจที่จะไม่สร้างความโกลาหลแก่ดาวดวงอื่น โดนัลด์และกู๊ฟฟี่จึงถอดชุดพระราชทานของปราสาทดิสนีย์ (มาใส่ชุดธรรมดา) และปิดบังตัวตนที่แท้จริงไว้ในระหว่างการเดินทาง

19. เดต้าเวิลด์


โลกจำลองที่สร้างจากเดต้า นอกจากโลกที่ราชามิคกี้สร้างจากเดต้าของบันทึกฉบับแรกของจิมินี่ใน KH coded แล้ว ก็ยังมีโลกที่ DiZ สร้างให้ร็อคซัสใช้ชีวิตช่วงปิดเทอมฤดูร้อนปลอม ๆ เมืองสนธยาใน KH2 และมีโลกอื่น ๆ อีกเช่นกัน

เมืองสนธยาที่ร็อคซัสใช้เวลาอยู่ในช่วงนั้น อยู่ในเดต้าเวิลด์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพ็อดที่โซระหลับอยู่

20. โลกแห่งการหลับใหล


ใน KH1 หลังจากโซระกำจัดอันเซม (ตัวปลอม) ได้แล้ว ดวงดาวมากมายที่ถูกความมืดกลืนกินไปก็ฟื้นกลับมา แต่ก็มีดาวส่วนน้อยที่ยังคงหยุดนิ่งและหลับใหล โลกที่ติดอยู่ในการหลับใหลกลายมาเป็นพื้นฐานของ KH3D หากตามหารูกุญแจแห่งการหลับใหล และใช้คีย์เบลดเปิดผนึก จะทำให้ดาวเหล่านั้นตื่นขึ้น และทำให้มันกลับสู่ที่ทางเดิมของมัน

21. การเดินทางไปมาระหว่างดาว

แบ็ึคกราวด์สีฟรุ๊งฟริ๊งคือทะเลแห่งดวงดาว

ดาวแต่ละดวงในโลกแห่งแสงสว่าง ล่องลอยอยู่บนสถานที่ที่เรียกว่าทะเลแห่งดวงดาว หรือทะเลมิติ โซระและผองเพื่อนใช้กุมิชิพเพื่อเปิดเส้นทางพิเศษ และเดินทางไปมาระหว่างดวงดาว

22. กุมิชิพ


ยานที่ใช้ท่องข้ามทะเลแห่งดวงดาว ถูกสร้างขึ้นที่ปราสาทดิสนีย์ โดยสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของกำแพงแห่งดวงดาว (กุมิ) และขับเคลื่อนด้วยพลังจากรอยยิ้ม

จากภายนอก กุมิชิพอาจดูเหมือนของเล่น แต่มันมีความสามารถในการท่องข้ามทะเลแห่งดวงดาว และต่อสู้กับยานของพวกฮาร์ทเลส

23. สะเก็ดดวงดาว


ชิ้นส่วนของกำแพงแห่งดวงดาวที่พังทลาย กลายมาเป็นดาวตก ในภาค KH BBS ราชามิคกี้ได้นำสะเก็ดดวงดาวไปจากหอคอยปริศนา เพื่อจะเดินทางไปมาระหว่างดาว

(กำแพงดวงดาว เมื่อพังทลายกลายเป็นชิ้นส่วน ก็จะตกลงสู่ดาวนั้น ๆ ชิ้นส่วนที่ตกลงมาก็จะเรียกว่าสะเก็ดดวงดาว แต่ถ้าเอาไปสร้างเป็นยานกุมิชิพ ก็จะเรียกชิ้นส่วนแต่ละชิ้นว่ากุมิบล็อค)

24. เส้นทางระหว่างกลาง / เส้นทางแห่งความมืด


หนึ่งในวิธีที่ใช้เดินทางระหว่างดวงดาว ก็คือใช้เส้นทางระหว่างกลาง (ในภาค BBS ภาษาอังกฤษเรียก Lanes Between) ซึ่งผู้ถือครองคีย์เบลดสามารถเปิดเส้นทางได้ด้วยพลังของคีย์เบลด ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ที่ปกคลุมด้วยความมืดสามารถใช้พลังแห่งความมืดเปิดเส้นทางได้เช่นกัน แต่เป็นเส้นทางอันแตกต่างออกไปซึ่งเรียกว่าเส้นทางแห่งความมืด การเดินผ่านเส้นทางใดทางหนึ่งนี้ หัวใจและร่างกายของผู้นั้นจะถูกความมืดกันกิน ดังนั้น กระทั่งผู้ที่ปกคลุมด้วยความมืดหากใช้เส้นทางนี้ก็จะเป็นอันตรายใด

เส้นโยงใยระหว่างดาวนั้นคือเส้นทางระหว่างกลาง

เทอร์ร่า อควอ และเวนตุส สามารถเปิดประตูสู่เส้นทางได้ ซึ่งเอราคุสเป็นคนเตรียมไว้ให้ พวกเขาเดินทางไปตามเส้นทางโดยใช้การเปลี่ยนรูปร่างคีย์เบลด (เป็นยานพาหนะ)

ชุดคลุมดำของกลุ่มจูซังคิคัง ชุดสีแดงของ DiZ และเกราะของเทอร์ร่า ควอ และเวนตุส ล้วนช่วยปกป้องพวกเขาในระหว่างที่เดินทางผ่านเส้นทางเหล่านั้น

25. โลกแห่งความมืด (จักรวาลแห่งความมืด)


โลกอันแตกต่าง ซึ่งเป็นด้านตรงกับกับโลกแห่งแสงสว่าง ปกติแล้วไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ แต่จะอุดมไปด้วยฮาร์ทเลส และสิ่งมีชีวิตแห่งความมืด

ประตูที่เชื่อมต่อไปยังโลกแห่งแสงสว่างและโลกแห่งความมืด คือประตูแห่งความมืด และประตูแห่งแสงสว่าง เฉพาะผู้ที่มาจากโลกแห่งแสงสว่างเท่านั้นจึงจะผ่านประตูแห่งแสงสว่างไปได้ และเฉพาะผู้ที่มาจากโลกแห่งความมืดเท่านั้น จึงจะผ่านประตูแห่งความมืดไปได้

ที่แห่งนี้คือชายหาดของทะเลแห่งความมืด จากฝั่งโลกแห่งความมืด

ตอนที่อันเซม (ตัวปลอม) ยึดร่างของริคุไปได้ หัวใจของริคุก็ถูกส่งเข้าไปในโลกแห่งความมืด และแม้จะได้ร่างกายกลับคืนมาแล้ว ริคุก็ยังติดอยู่ภายในนั้น

26. โลกระหว่างกลาง (จักรวาลระหว่างกลาง)


โลกที่อยู่ระหว่างแสงสว่างและความมืด ประกอบด้วยดาวจำนวนน้อยยิ่งกว่าจำนวนดาวในโลกแห่งแสงสว่าง มิติของที่แห่งนี้ไม่ค่อยเสถียร และทางเข้าสู่เส้นทางแห่งความมืดอาจเปิดออกมาอย่างฉับพลันเมื่อใดก็ได้

ดาวต่าง ๆ เรียงรายกันในลักษณะนี้ :

โลกแห่งแสงสว่าง – สวนประกายแสง (ปราการอันว่างเปล่า), เกาะแห่งชะตากรรม, ปราสาทดิสนีย์
โลกระหว่างกลาง (ค่อนไปทางโลกแห่งแสงสว่าง) – หอคอยปริศนา
โลกระหว่างกลาง (อยู่ตรงกลาง ค่อนไปทางโลกแห่งแสงสว่าง) – เมืองสนธยา
โลกระหว่างกลาง (อยู่ตรงกลาง ค่อนไปทางโลกแห่งความมืด) – ปราสาทลืมเลือน
โลกระหว่างกลาง (ค่อนไปทางโลกแห่งความมืด) – โลกที่ไม่เคยมีอยู่จริง
โลกแห่งความมืด – ชายแดนแห่งความมืด

27. ขั้วอำนาจมืด


หมายถึงกลุ่มผู้ที่ขัดขวางโซระ ทั้งฮาร์ทเลส โนบอดี้ รวมถึงผู้ที่ควบคุมมันอยู่อย่างกลุ่มจูซังคิคัง และเหล่าวายร้าย โซระและผองเพื่อนต้องต่อสู้กับขั้วอำนาจมืดเพื่อนำสันติสุขกลับคืนมาสู่โลกแห่งแสงสว่าง

28. ฮาร์ทเลส


ผู้ปราศจากจิตใจ เป็นความมืดที่กำเนิดขึ้นจากความมืดมิด เป็นการแปลงรูปของความมืดในหัวใจของบุคคล ซึ่งปรากฏขึ้นเมื่อหัวใจของบุคคลพ่ายแพ้ต่อความมืด ไม่มีความนึกคิดและเจตจำนง เพียงไล่ล่าไปตามสัญชาตญาณแห่งความมืด และตามหาหัวใจของดวงดาว อีกทั้งพยายามช่วงชิงหัวใจของผู้ที่เข้าใกล้ เพื่อที่จะเพิ่มจำนวนเผ่าพันธุ์ให้มากขึ้น

ฮาร์ทเลสนั้นมีด้วยกันหลายชนิด แต่แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่; พวกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเรียกว่าฮาร์ทเลส “เลือดบริสุทธิ์” และประมาณ 10 ปี ก่อนหน้า KH1 ระหว่างการทดลองของเซอานอร์ท (ผู้แสวงหาความมืด-อันเซมตัวปลอม) ได้ให้กำเนิดฮาร์ทเลสประเภท “ตราสัญลักษณ์” ขึ้นมา จากการแทรกแซงของอันเซม (ตัวปลอม) ฮาร์ทเลสจึงเริ่มปรากฏตัวขึ้นในโลกแห่งแสงสว่างเป็นจำนวนมาก แต่ตอนที่เขาถูกโค่นลงใน KH1 ก็ช่วยให้ฮาร์ทเลสมีจำนวนลดลง ทว่าตราบใดที่ความมืดยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของมนุษย์ ฮาร์ทเลสก็จะคงอยู่ตลอดไป

ขั้วอำนาจมืดมากมายที่ใช้ฮาร์ทเลสขัดขวางโซระ ท้ายที่สุดก็ตกสู่ความมืดและถูกฮาร์ทเลสครอบงำเสียแทน

29. เลือดบริสุทธิ์


ฮาร์ทเลสที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถ้าถูกกำจัดด้วยคีย์เบลด หัวใจนั้นก็จะถูกปลดปล่อย ฮาร์ทเลสจำนวนมากในโลกก็เป็นพวกนี้ โดยเฉพาะในโลกแห่งความมืดนั้น อุดมไปด้วยฮาร์ทเลสเลือดบริสุทธิ์

ตัวอย่างเช่น : ชาโดว์

30. ตราสัญลักษณ์


เซอานอร์ทและศิษย์คนอื่น ๆ ของอันเซม ได้สร้างฮาร์ทเลสขึ้นด้วยการทดลองก่อความมืดขึ้นในหัวใจ เพื่อเป็นหลักฐานว่ามันคือความขัดแย้งอันเกิดจากฝีมือของเซอานอร์ท พวกมันจึงถูกประทับตรา X ลงไปเป็นสัญลักษณ์

ตัวอย่างเช่น : โซลเยอร์, ซีนีออน

31. โนบอดี้


คู่ของฮาร์ทเลส ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นมอนสเตอร์แห่งความมืดซึ่งได้รับชื่ออันเหมาะสม พวกมันปรากฏตัวขึ้นเมื่อบุคคลที่มีหัวใจแข็งแกร่งได้กลายเป็นฮาร์ทเลส พวกมันส่วนใหญ่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายสีขาว แต่โนบอดี้พิเศษจำนวนน้อยที่เกิดจากหัวใจที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง จะสามารถคงรูปร่างมนุษย์เอาไว้แม้จะกลายเป็นโนบอดี้ไปแล้ว

ตรงข้ามกับฮาร์ทเลสที่เป็นความมืดในหัวใจ โนบอดี้คือร่างกายและวิญญาณที่แยกออกจากหัวใจ แม้จะปราศจากอารมณ์ แต่โนบอดี้มีความทรงจำและสติปัญญา ทำให้สามารถทำงานเป็นกลุ่มได้ และเนื่องจากตัวตนของพวกมันนั้นอยู่ในสภาวะล่อแหลม หากถูกทิ้งไว้ตัวคนเดียว ท้ายที่สุดมันก็จะกลืนหายไปกับความมืดมิด

หากหัวใจได้ถูกปลดปล่อยจากสภาวะฮาร์ทเลส และโนบอดี้ได้ถูกทำลายไปแล้ว ร่างมนุษย์ก็จะฟื้นกลับมาอีกครั้ง

ตัวอย่างเช่น : ดัสค์

กลุ่มจูซังคิดคังสามารถออกคำสั่งกับโนบอดี้ที่ต่ำชั้นกว่าได้

(ในรายงานลับของอันเซม ฉบับที่ 4 ระบุว่าร่างกายและวิญญาณต้องอยู่ด้วยกันเสมอ หากร่างกายแยกจากวิญญาณ ชีวิตนั้นก็จะถึงแก่ความตาย)

32. อันเวิร์ส


เกิดขึ้นจากความรู้สึกโกรธและเกลียด มอนสเตอร์แห่งความมืดได้รับชื่อมาจากการที่มันจดจำตัวตนเดิมของมันไม่ค่อยได้ ใน KH BBS พวกมันปรากฏตัวขึ้นในโลกแห่งแสงสว่าง สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนไปทั่ว พวกมันกลายร่างมาจากอารมณ์ทางลบที่วานิทัศสั่งสมเอาไว้ และเมื่อวานิทัศถูกเวนตุสกำจัด พวกมันทั้งหมดก็หายไป

ตัวอย่างเช่น : ฟลัด

33. ดรีมอีทเตอร์


สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในดวงดาวที่ติดอยู่ในการหลับใหล และกินความฝันเป็นอาหาร พวกมันแบ่งออกเป็นพวกที่สร้างฝันร้าย เรียกว่าไนท์แมร์ และพวกที่กินฝันร้าย เรียกว่าสปิริต ซึ่งพวกสปิริตนั้นได้ให้โซระและริคุยืมพลังไปใช้

ตัวอย่างเช่น : วันดาเนียน

34. กลุ่มจูซังคิคัง


กลุ่มโนบอดี้ทรงพลังที่สามารถคงรูปลักษณ์ครั้งยังเป็นมนุษย์เอาไว้ได้ กลุ่มดังกล่าวประกอบด้วยสมาชิก 13 คน และชื่อของพวกเขาทั้งหมดเป็นการนำเอาชื่อตอนเป็นมนุษย์มาเรียงตัวอักษรใหม่ โดยรวมเครื่องหมายของความขัดแย้ง เครื่องหมาย X ลงไป

โนบอดี้เหล่านี้ตระหนักว่าพวกเขาเป็นตัวตนที่ไม่สมบูรณ์ และเชื่อว่าหากพวกเขาสามารถสร้าง Kingdom Hearts จากหัวใจของบุคคลได้สำเร็จ พวกเขาก็จะกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ทว่าพวกเขาก็ถูกทำลายโดยโซระและผองเพื่อน แต่ถึงกระนั้น กลุ่มยังมีเป้าหมายลับคือการจัดหาความมืดทั้ง 13 และเมื่อใกล้สมบูรณ์ พวกเขาจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งในฐานะกลุ่มจูซังคิคังที่แท้จริง

สมาชิกกลุ่มประกอบด้วย : เซมุนัส, ซิกบาร์, ซัลดิน, วิกเซน, เล็กเซอุส, เซ็กชิออน, ไซค์, แอ็คเซล, เดมิกซ์, ลุคซอร์ด, มาร์ลูเซีย, ลักซีน, ร็อคซัส และ ชิออน

สมาชิกหมายเลข 1 – 6 ต่างเป็นลูกศิษย์ของจอมปราชญ์อันเซม ส่วนสมาชิกคนสุดท้าย ชิออน ไม่ถูกนับเป็นสมาชิกกลุ่มอย่างเป็นทางการ ดังนั้น เธอจึงได้รับหมายเลข i ซึ่งเป็นจำนวนจินตภาพ

35. จูซังคิคังที่แท้จริง (ชินโนะจูซังคิคัง)


เซอานอร์ทและร่างแยกของเขาได้สร้างผู้แสวงหาความมืดทั้ง 13 ขึ้นมา ด้วยความตั้งใจที่จะให้ความมืดทั้ง 13 ปะทะกับแสงสว่างทั้ง 7 เพื่อหลอม χ เบลดให้เกิดขึ้น ใน KH3D นั้น กลุ่มได้มีสมาชิก 12 คนแล้ว และจาก 12 คนนั้น มี 6 คนที่เปิดเผยต่อโซระและผองเพื่อนแล้ว ได้แก่ มาสเตอร์เซอานอร์ท, อันเซม (ตัวปลอม), เซมุนัส, ซิกบาร์, ไซค์ และเซอานอร์ทหนุ่ม

36. เหล่าวายร้าย


มาเลฟิเซนต์และพีท พร้อมกับคนอื่น ๆ ที่เป็นตัวร้ายในภาพยนตร์ Disney สร้างกลุ่มนี้ขึ้นมา พวกเขาใช้ฮาร์ทเลสและพลังแห่งความมืดเพื่อขัดขวางการเดินทางของโซระ

ใน KH1 มาเลฟิเซนต์และตัวร้ายคนอื่น ๆ ได้สมคบคิดกันเพื่อให้ได้มาซึ่ง Kingdom Hearts (แห่งดวงดาว)