Tuesday, September 18, 2018

อธิบายเนื้อเรื่อง KH3D ตอนที่ 1 เกาะแห่งชะตากรรม - เมืองเทรเวิร์ส

(เขียนขึ้นเมื่อ 16/02/2012)

บทความนี้จะเป็นการรวมเนื้อหาส่วนสำคัญแบบย่อๆ ของ KH3D เพื่อเก็บไว้ใช้อ้างอิงในอนาคตครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------
เกาะแห่งชะตากรรม
- ตอนเริ่มเกม โซระและริคุจะโผล่มาที่เกาะแห่งชะตากรรม หลังจากแพแตกแล้วจมน้ำไปครั้งแรก อันเซมก็ปรากฏตัวขึ้นมาบอกว่าโลกนี้ถูกเชื่อมต่อแล้ว (ตอนแรกที่ดูอาจจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เยนซิดจะเฉลยให้ฟังในเหตุการณ์หลังจบเมืองเทรเวิร์ส ว่าเขาได้ส่งพวกโซระกลับไปยังเกาะแห่งชะตากรรม ช่วงก่อนที่จะโดนความมืดกลืนกินหน่อยเดียว)
ระลึกอดีต
- เยนซิดบอกว่าในฐานะคีย์เบลดมาสเตอร์ เซอานอร์ทเป็นส่วนน้อยที่มีพรสวรรค์ แต่จิตใจของเขานั้นมักถูกรบกวนด้วยคำถามหนึ่ง "อะไรคือแก่นแท้ของหัวใจที่ทำให้มนุษย์เราอ่อนแอและเข้มแข็ง?" สำหรับคำตอบนั้น เซอานอร์ทเชื่อว่าจะได้พบในสงครามคีย์เบลด เซอานอร์ทอยากรู้ จึงสละหน้าที่ในฐานะมาสเตอร์ แล้วเลือกชีวิตในฐานะผู้แสวงหาความรู้แทน หลังจากนั้นเซอานอร์ทในหลากรูปแบบก็ได้ปะทะกับเหล่าผู้พิทักษ์แห่งแสง (ผู้ใช้คีย์เบลดแบบพวกโซระ) และเขาจะสร้างปัญหาให้พวกเราอีกครั้ง เราต้องเตรียมพร้อมไว้ ดังนั้นพวกโซระจึงต้องเข้ารับการทดสอบเป็นมาสเตอร์ที่แท้จริง
- เยนซิดเชื่อว่าพวกโซระคงนึกว่าตัวเองเก่งกล้าเป็นดุจดั่งมาสเตอร์ไปแล้ว ทว่ามีเพียงมาสเตอร์ที่แท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถสอนหนทางที่ถูกต้องให้ได้ โซระและริคุต่างก็เป็นผู้ใช้คีย์เบลดที่เรียนรู้ด้วยตนเอง จนใช้ได้ชำนาญน่าประทับใจ แต่ก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องละทิ้งสิ่งที่นึกคิดไปเอง ลืมสิ่งที่รู้เกี่ยวกับคีย์เบลดไปซะ แล้วเริ่มต้นฝึกฝนใหม่จากศูนย์
- โซระได้ยินก็เถียงว่านั่นมันก็แค่แบบพิธีไม่ใช่เหรอ เขาน่ะพิสูจน์ตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขา ริคุ และมิคกี้สามารถรับมือกับทุกอย่างได้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องไปทดสอบอะไรอีก  ทว่าริคุกลับบอกว่าเขาไม่รู้เหมือนกัน เขาคิดว่าในหัวใจของเขายังคงมีความมืดอยู่ เพราะงั้นเขาจึงไม่รู้ว่าเขาคู่ควรจะใช้คีย์เบลดรึเปล่า เขาจึงควรทดสอบ เมื่อริคุพูดแบบนี้จึงต้องกลับคำ โซระบอกงั้นเขาเอาด้วย แล้วดูให้ดี เขากับริคุจะผ่านแบบนอนมาให้ดู
เมืองเทรเวิร์ส
- ตอนเข้ามาในเมืองเทรเวิร์ส เห็นเนกุโดดไปมาบนหลังคา (Flowmotion) ตามหาโซระ เนกุรู้จักโซระมาก่อน แต่กลับไม่รู้ว่าโซระไม่ใช่เพลเยอร์ (เนกุเหลือเวลานับถอยหลังบนฝ่ามือ 43 นาทีกว่าๆ) เนกุบอกว่าโซระเชื่อใจคนง่ายเกินไป จะมาเชื่อใจคนแปลกหน้าได้ไง
- Realtiy Shift เป็นการ bend บิดงอความเป็นจริงรอบตัว
- พอโซระถามชื่อเนกุ ก็มีดรีมอีทเตอร์ปรากฏตัวขึ้นมา เนกุเลยบอกว่าดรีมอีทเตอร์ โซระเลยบอกว่าชื่ออะไรแปลกจัง? แต่เนกุบอกว่าไม่ใช่ชื่อฉัน ชื่อพวกมันต่างหาก จากนั้นเนกุก็เรียกดรีมอีทเตอร์ออกมา แล้วบอกว่าให้แยกกัน อย่าให้พวกมันล้อมเราได้ แต่ก่อนจะวิ่งแยกตัวออกไป เนกุก็บอกชื่อตนเองออกมา (ดูไม่หยิ่ง เหมือนเป็นนิสัยเนกุตอนจบเกม Subaseka แล้ว)
ระลึกอดีต
เยนซิดบอกว่าในการจะโค่นเซอานอร์ทได้ เราต้องการพวกคนที่มิคกี้บอกไว้ในจดหมาย เราต้องนำพวกเขาออกมาจากความเศร้าและการหลับใหล กลับสู่โลกของพวกเรา เพื่อการนั้นก็ต้องพบและปลดรูกุญแจแห่งการหลับใหลทั้ง 7 แล้วพลังที่ยิ่งใหญ่ก็จะกลับมา โลกทั้งหลายมีกำแพงกั้นระหว่างกัน สมัยก่อนสามารถเดินทางไปมาได้เพราะกำแพงนั้นพังทลาย หรืออาจใช้คีย์เบลดเปิดเลนพิเศษเข้าไปได้ (แบบที่เคยเห็นเวนทำในภาค BBS บนเกาะชะตากรรม ใช้คีย์เบลดสร้างช่องว่างมิติในอากาศ) แต่เป้าหมายตอนนี้ รูกุญแจแห่งการหลับใหล มันเข้าถึงยากไำปกว่านั้น
- เยนซิดบอกว่าโซระน่าจะจำได้ว่าในการเดินทางครั้งแรก โซระได้ทำให้ดวงดาวต่างๆ กลับมาจากความมืด แต่ดาวบางดวงก็ไม่ได้กลับมาอย่างสมบูรณ์ มันยังคงหลับใหล ตัดขาดจากช่องทางทั้งหมด ฮาร์ทเลสก็เข้าไม่ถึง
แต่มันก็มีร่างแห่งความมืดของมันที่เรียกว่าดรีมอีทเตอร์ ซึ่งมีด้วยกันสองชนิด คือไนท์แมร์ที่กินฝันดี และสปิริตที่กลืนฝันร้าย ดรีมอีทเตอร์จะนำทางเจ้าไปสู่รูกุญแจของหัวใจแต่ละโลก อย่างที่ฮาร์ทเลสเคยนำทางเจ้า
เมืองเทรเวิร์ส
- ได้ recipe ผสมวันเดอร์เนียนมาจากเนกุ ก่อนหน้านี้เนกุถามว่าคิดว่าควบคุมดรีมอีทเตอร์ได้มั้ย? แล้วก็เอาให้โซระ
- ตามเนกุมาถึงเขต 3 เนกุตะโกนบอกคนชุดดำว่าพาโซระมาให้ตามที่ตกลงกันแล้ว โซระได้ยินก็ยังงงๆ คนชุดดำทำท่าจะเข้ามาโจมตีโซระ เนกุบอกว่าไม่ได้ตกลงกันไว้แบบนั้นนี่! ไหนว่าจะไม่ทำร้ายเขาไงเล่า! แล้วเนกุก็เข้าไปสกัดไว้ ส่วนโซระก็หลับไป
- สลับมาทางฝั่งริคุ ริคุจำได้ว่าหลังปราบเออร์ซูล่า พวกเขาตกน้ำ แล้วก็ได้เปิดรูกุญแจแห่งการหลับใหลอันแรก นี่คงเป็นหนึ่งในโลกที่หลับใหล
โจชัวถามริคุว่า Portal ของริคุอยู่ไหนเนี่ย? การจะข้ามไปมาระหว่าง Ground ถ้าไม่มี Portral ก็ต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ จากนั้นโจชัวก็แนะนำตัวก่อน ริคุเลยจะถามเรื่อง Portal แต่โจชัวแซวริคุว่านายข้ามขั้นตอนการแนะนำตัวไปรึ้ปล่า?
โจชัวบอกว่า Portal ก็เหมือนประตูที่เชื่อมระหว่างโลกของเรา โลกที่ฉันกับนายอยู่ตอนนี้ มันก็มี 2 โลกที่เหมือนกัน ประมาณว่าถูกแบ่งครึ่งนั่นแหละ Portal คือสิ่งที่ทำให้คนอย่างเราๆ ข้ามไปมาระหว่างมันได้ ริคุงงว่าโลกมี 2 ใบงั้นเหรอ? โจชัวบอกว่าโลกมันก็มีมากมายตามที่ผู้คนต้องการให้เป็น ความคิดที่ว่าทุกคนอาศัยอยู่ในโลกใบเดียวกัน มันก็เป็นความคิดที่อยู่ในหัวของพวกเราเท่านั้นแหละ (หมายถึงเป็นสิ่งที่แต่ละคนเชื่อมั่นจนฝังในหัว ทั้งที่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น) แล้วโจชัวก็บอกว่ามีธุระจะให้ช่วยทำ แต่ริคุปฏิเสธแล้วบอกว่าเขาไม่เชื่อใจโจชัว โจชัวบอกว่าเขากำลังตามหาไรม์ เธอเป็นกุญแจไปสู่ Portal แล้วอีกด้านหนึ่งนั้น เราอาจได้เจอโซระก็ได้ ริคุตกใจที่โจชัวรู้จักโซระ โจชัวบอกว่าเขาไม่รู้หรอกว่าโซระอยู่ที่ไหน แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในโลกฟากนี้ ก็น่าจะอยู่อีกฟากหนึ่ง ตรรกะง่ายๆ
ริคุถามโจชัวว่าทำไมดรีมอีทเตอร์ไม่โจมตีโจชัวเลย? โจชัวบอกว่าตัวกินฝัน มันก็จะไม่ไล่ตามใครนอกจากคนช่างฝัน ซึ่งก็น่าขำเนอะ ทั้งที่ฉันมีความฝันอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดแท้ๆ (จริงๆ โจชัวมันยึดถือความเป็นจริงมากกว่าใครๆ มองเห็นความจริงมากกว่าใครๆ จนไม่เชื่อในอนาคตของผู้อื่น)
ริคุบอกว่าแต่พวกมันโจมตีเขา แปลว่าเขาเป็นคนช่างฝันงั้นเหรอ? โจชัวบอกว่ามนุษย์ทุกคน ก็เป็นคนช่างฝันด้วยกันทั้งนั้น (บอกกลายๆ ว่าตัวเขาไม่ใช่มนุษย์) ครั้งหนึ่งเขามีเพื่อนที่พูดว่าไม่เคยมีความฝันใดๆ แต่กลับกลายเป็นว่าความฝันของเขานั่นแหละ คือความฝันที่ทรงพลังที่สุด ริคุทำให้โจชัวนึกถึงเพื่อนคนนั้น โจชัวบอกว่าทำให้ความฝันของริคุเป็นรูปร่างสิ ในโลกใบนี้ ความฝันนั้นจะก่อรูปร่างเป็นดรีมอีทเตอร์ได้ ซึ่งจะกลายเป็นพวกที่ดีเลย
- บีทบอกว่าเจอโจชัวจนได้ ถ้ากำจัดนายได้ ฉันกับไรม์ก็จะได้กลับไปยังที่ๆ เคยอยู่ แต่โจชัวแย้งว่าจะให้พูดกี่ครั้งว่านายโดนพวกชุดดำหลอก จะบอกให้นะว่านายไปเป็นเพื่อนกับศัตรูของพวกเราซะแล้ว บีทบอกว่าแผนจิตวิทยาย้อนกลับของโจชัว ใช้ไม่ได้ผลกับเขาหรอก แล้วก็เรียกคุมะแพนด้าให้อัดโจชัว แต่คุมะแพนด้นดันเข้าไปหาริคุแทน
ระลึกอดีต
- นานมาแล้วในยุคของนิทานปรัมปราม โลก (พิภพ) นั้นเต็มไปด้วยแสงสว่าง ผู้คนเชื่อว่านั่นเป็นของขวัญจากพลังที่มองไม่เห็นซึ่งเรียกว่า Kingdom Hearts
- KH นั้นได้รับการปกป้องโดย X-blade ที่เป็นของคู่กัน ทำให้ไม่มีใครเคยเข้าถึงปริศนาของมัน แต่แล้วโลก (พิภพ) ก็ถูกรุกล้ำโดยหมู่คนที่ต้องการยึดครองแสงสว่างไว้เอง ความมืดแรกจึงได้กำเนิดขึ้นบนผืนปฐพี นักรบเหล่านั้นได้สร้างคีย์เบลดขึ้นเลียนแบบรูปร่างของ X-blade เดิม และต่อสู้กันเพื่อ KH เราเรียกมันว่าสงครามคีย์เบลด
แม้ว่าสงครามนั้นได้ดับสิ้นซึ่งแสงสว่างไปจากโลก (พิภพ) ทั้งหมด แต่ความมืดก็ไม่อาจเข้าถึงแสงสว่างที่อยู่ในหัวใจของเด็กๆ ทุกคน ด้วยแสงนั้น โลก (พิภพ) จึงถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างที่เรารู้กันในวันนี้ โดยมีดวงดาวเล็กๆ น้อยๆ เปล่งประกายดุจดาวอยู่บนฟากฟ้า
ส่วน X-blade ของจริงนั้นก็ไม่รอดจากการต่อสู้ องค์ประกอบสองอย่างที่สร้างมันขึ้นมาคือความมืดและแสงสว่าง แตกกระจายเป็น 20 ชิ้น 7 แสงสว่างและ 13 ความมืด และสำหรับแหล่งกำเนิดแสงทั้งหมด KH ที่แท้จริง ก็ถูกความมืดกลืนกิน ไม่เคยถูกพบเห็นอีก ตราบใดที่มันยังอยู่ในที่แห่งนั้น กระทั่งโลกที่สว่างที่สุด ก็ยังมีมุมมืดเสมอ (แสดงว่าสมัยก่อนตอนที่มี KH อยู่ โลกก็สว่างจ้าหมด ไม่มีมุมมืดเลย) แล้วแสงสว่างก็ให้กำเนิดความมืด ความมืดก็ดึงดูดซึ่งแสงสว่าง ด้วยเหตุนี้ บางคนจึงตัดสินใจใช้คีย์เบลดอาวุธที่ถูกออกแบบมาเพื่อพิชิตแสงสว่าง ในการที่จะปกป้องแสงสว่างแทน นั่นคือเรื่องราวของผู้ใช้คีย์เบลดกลุ่มแรก
เมืองเทรเวิร์ส
- โซระสงสัยว่าเนกุกับชายชุดดำตกลงอะไรกัน ทั้งสองไม่น่าจะเป็นพวกเดียวกัน ตอนนี้ยังหาคู่หูของเนกุไม่เจอเลย ไปหาหน่อยดีกว่า
- โซระเจอไรม์ โซระถามว่าไรม์เป็นคู่หูของเนกุใช่มั้ย แต่ไรม์ไม่รู้เหมือนกัน เธอสูญเสียความทรงจำ ไรม์คิดว่าถ้ามีอะไรมากระตุ้นเดี๋ยวก็คงจำได้เอง เลยไม่กังวลอะไร โซระคิดว่าเนกุคงช่วยกระตุ้นความทรงจำให้ไรม์ได้
- ด้านริคุเจอก็ชิกิโดนดรีมอีทเตอร์ไล่ตาม ก็เลยเข้าไปช่วย พอช่วยเสร็จแล้วชิกิก็ขอบคุณ พร้อมถามชื่อ
ริคุก็บอกชื่อแล้วก็เดินจากไปแบบไม่สนใจ ชิกิเลยแซวว่าคุยกับผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง ริคุบอกว่าเขาก็วางตัวไม่ถูกเหมือนกัน ขอโทษที ชิกิรีบกลับบ้านดีกว่านะ ที่นี่อันตราย ชิกิบอกว่าก็ถ้ามันอันตรายแล้วริคุจะทิ้งเธอไว้ที่นี่ได้ยังไง ริคุต้องเป็นอัศวินปกป้องเธอสิ ริคุเลยยิ่งตาเหลือ ทำตัวไม่ถูก ชิกิเลยทำหน้าเบื่อๆ แล้วบอกว่าเธอล้อเล่น ริคุท่าจะเป็นเอามากนะเนี่ยถึงจริงจังขนาดนี้ ทำให้ชิกินึกถึงใครบางคน (เนกุตอนที่เดินหนีชิกิไปแบบไม่สนใจ)
- พอไปถึงด้านในสุด ชิกิก็บอกให้ตามมาทางนี้ แล้วก็วิ่งนำไป แต่พอริคุไล่ตามไปกลับได้ยินเสียงชิกิร้อง
แล้วก็เจอชายชุดดำที่เหยียบตุ๊กตาเหมียวอยู่ ไม่เจอชิกิ ชายชุดดำถามริคุว่านายมาที่นี่ได้ยังไง ตั้งใจหรือบังเอิญมา? นายไม่สามารถควบคุมสิ่งที่นายไม่รู้ได้หรอกนะ ความฝันที่ไม่มีวันตื่นขึ้นได้นี้จะเป็นคุกให้แก่ร่อนเร่ไปชั่วนิรันดร์
- บีทบอกว่าอย่าไปฟังมัน ชิกิปลอดภัยดี ชิกิเล่าให้ฟังแล้วว่าคนชุดดำสัญญาว่าจะส่งชิกิกลับโลก แต่ต้องพาริคุมาที่นี่ก่อน บีทบอกว่านี่มันไม่เหมือนเป็นภารกิจเลย มันคงไม่ใช่ยมทูตแน่ แล้วคนชุดดำก็เรียกดรีมอีทเตอร์ออกมา ริคุเลยตามไปกำจัด แต่ก่อนนั้นก็ฝากให้บีทดูแลชิกิด้วย
- พอกำจัดได้แล้ว มันก็แตกเป็นเสี่ยงๆ กระจายเป็นชิ้นส่วนความฝัน เผยให้เห็นเนกุ ไรม์ โจชัว ที่จับต้องไม่ได้
- ด้านโซระก็เจอเนกุอีกครั้ง เนกุถามว่าโซระยังเชื่อใจเขาอีกหรอ ทั้งที่เขาหลอกโซระ ชายชุดดำได้บอกเนกุไว้ว่าถ้าพาโซระมาให้ เขาจะส่งเนกุกับคู่หูกลับบ้านให้ได้
- เนกุขอโทษโซระ แต่โซระบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก พอถึงเวลาคับขันเนกุก็ยังช่วยโซระเอาไว้เลย แล้วอีกอย่างคือพวกเราเป็นเพื่อนกันนะ เนกุได้ยินก็อึ้งแต่ก็ยิ้มดีใจออกมา
- โซระถามว่าไรม์เป็นคู่หูของเนกุรึเปล่า แต่เนกุบอกว่าไม่ใช่ แล้วไรม์ก็แว้บหายไปทันที ชายชุดดำโผล่มา เนกุจะเข้าไปโจมตีมัน แต่เจอมันซัดกระเด็น ชายชุดดำเรียกดรีมอีทเตอร์ตัวใหญ่ออกมา
- พอกำจัดได้แล้ว มันก็แตกเป็นเสี่ยงๆ กระจายเป็นชิ้นส่วนความฝัน เผยให้เห็นชิกิกับริคุ แล้วช่องวาร์ปก็โผล่มาพร้อมโจชัว โซระถามเนกุว่ารู้จักคนๆ นี้มั้ย เนกุก็ตอบว่ารู้จัก โจชัวเป็น...... เพื่อน (อึกอักที่จะพูด)
- โซระถามว่าโจชัวเป็นคนพาไรม์ไปหลบเหรอ แล้วรู้จักโซระได้ยังไง? โจชัวตอบว่าความฝันของไรม์เป็น Portral สำหรับเขา พูดอีกนัยหนึ่งคือความฝันของไรม์เป็นประตูเชื่อมระหว่างโลก แล้วเมืองนี้ก็มีความลับอยู่ว่ามันจะปรากฏขึ้นเมื่อมีคนต้องการที่พักพิงเท่านั้น เขาคงไม่พูดถึงรายละเอียด ทว่าตอนนี้เมืองนี้มันสร้างขึ้นจากความฝันของเขา เขาย่อมรู้จักโซระ เพราะเขาเป็นคนนึกฝันโซระขึ้นมา (dream you up) แล้วก็รู้จักริคุด้วย
- โจชัวบอกว่าริคุอยู่ในตำแหน่งภาพที่เห็น ในอีกหนึ่งมโนภาพของโลกใบนี้ โซระถามว่าเขาใช้ Portral ของโจชัวไปยังโลกอีกฟากได้มั้ย? โจชัวบอกว่าไม่ได้ เพราะ Portral ของเขาเปิดให้แก่คนที่มีความฝันร่วมกับไรม์เท่านั้น ส่วนที่ว่าทำไมโลกถึงแบ่งเป็น 2 ฟากได้นั้น โซระต้องไปถามคนชุดดำเอาเอง
โจชัวบอกว่า ในโลกของพวกเนกุนั้น เกิดอะไรบางอย่างขึ้นทำให้พวกเนกุหายไป เพื่อไม่ให้พวกเนกุหายไปอย่างถาวร โจชัวจึงรวบรวมเศษเสี้ยวความฝันสุดท้ายของพวกเนกุ แล้วหาที่ลี้ภัยให้ แล้วโลกนี้ก็ปรากฏขึ้นตอบรับคำขอของเขา จากนั้นความฝันของไรม์ก็พาพวกเขามาถึงโลกนี้
- ณ โลกแห่งนี้ โจชัวคิดว่าคงมีโอกาสที่ความฝันเหล่านั้นจะทำให้พวกเขากลับมาเต็มสมบูรณ์อีกครั้ง แต่เขาก็ต้องแปลกใจที่ความฝันเหล่านั้นก่อตัวเป็นรูปร่างได้ในโลกใบนี้ ด้วยการเชื่อมโยงชิ้นส่วนความฝันเข้าด้วยกัน บางทีเขาคงทำให้พวกเนกุคืนชีพได้อีกครั้ง บางทีเขาคงให้ชีวิตใหม่กับพวกเขาได้ ริคุบอกว่ามันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก แต่โจชัวบอกว่าทำไมจะไม่ได้ล่ะ สำหรับตัวเราเพียงคนเดียวแล้ว เราอาจจะไม่มีตัวตน แต่เมื่อคนอื่นมองเห็นเรา นั่นต่างหากที่เป็นวินาทีที่เราเริ่มมีตัวตนขึ้นมา สิ่งที่พวกเขาต้องการ จึงเป็นใครสักคนที่จะมองเห็นพวกเขา เชื่อมโยงกับพวกเขา แล้วโซระกับริคุก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้
- โซระกับริคุถามขึ้นพร้อมกันว่า โจชัว นายเป็นใครกันแน่ โจชัวหัวเราะ แล้วบอกว่า... ก็เป็นเพื่อนไง ก่อนจะสยายปีกออกแล้วบินหายลับฟ้าไป
ระลึกอดีต
- เยนซิดบอกว่าความฝันแต่ละอันนั้นเชื่อมโยงถึงกัน นั่นแปลว่าเราต้องเลือกว่าเราจะเริ่มเข้าไปในโลกที่หลับใหลใบไหน
- เยนซิดบอกว่าจะส่งพวกโซระกลับไปยังเกาะแห่งชะตากรรมช่วงก่อนที่จะถูกความมืดกลืนกินและตกสู่การหลับใหล (ส่งแบบย้อนเวลา? time travel?) เมื่อเข้าสู่ความฝันแล้ว ก็ปล่อยให้มันพาไปสู่โลกแห่งการหลับใหล ในเมื่อมีแสงสว่างบริสุทธิ์ทั้ง 7 แล้ว ก็มีรูกุญแจแห่งการหลับใหลทั้ง 7 อยู่เช่นกัน เมื่อปลดล็อคมันได้ พวกเจ้าก็จะได้รับพลังใหม่ พร้อมทั้งปลดปล่อยโลกจากการหลับใหล ทำหน้าที่นี้ให้สำเร็จแล้วกลับมาอย่างปลอดภัย แล้วเยนซิดจะแต่งตั้งให้พวกเจ้าเป็นมาสเตอร์ที่แท้จริง
(ต่อตอนหน้า)
-----------------------------------------------------------------------------------------
อธิบายศัพท์ในเกม

คีย์เบลด
  • อาวุธทรงกุญแจที่เล่าขานกันว่าสร้างโดนมนุษย์มาตั้งแต่ยุคแห่งนิทานปรัมปรา ไม่มีทฤษฎีที่กล่าวถึงต้นกำเนิดของมันในแบบอื่นๆ
  • คีย์เบลดทั้งหมดมีด้วยกัน 3 ประเภท คือแสงสว่าง ความมืด และหัวใจ สองประเภทหลังนั้นเป็นแบบพิเศษ คีย์เบลดส่วนใหญ่รวมทั้งของโซระและริคุเป็นคีย์เบลดแห่งแสง
  • หัวใจนั้นต้องผ่านการพิสูจน์ทดสอบคุณสมบัติมาก่อน คีย์เบลดถึงจะปรากฏขึ้นในกำมือ
  • ไม่มีกลอนใดๆ ที่คีย์เบลดปลดไม่ได้ พวกที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายแสงสว่างก็ต่อกรไม่ได้เช่นกัน
  • พวงกุญแจแบบพิเศษ จะทำให้รูปร่างของคีย์เบลดและประสิทธิภาพของมันเปลี่ยนไป
คีย์เบลดมาสเตอร์
  • ผู้พิทักษ์สมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืด
  • พวกเขาจะทำพิธีสืบทอดเลือกผู้สืบทอดคีย์เบลดรุ่นต่อไป แต่ก่อนหน้านั้นก้จะฝึกฝนร่างกายและหล่อหลวมหัวใจของผู้ที่มีคุณสมบัติให้พร้อมเพื่อที่สักวันพวกเขาจะกลายเป็นคีย์เบลดมาสเตอร์
  • เฉพาะคีย์เบลดมาสเตอร์เท่านั้นที่จะสามารถให้แต่งตั้งความเป็นมาสเตอร์และพลังให้แก่คนรุ่นต่อไปได้ พวกเขามักจะเลือกด้วยการทดสอบความเป็นมาสเตอร์
  • ในหมู่คีย์เบลดมาสเตอร์อันมากมายนั้น จะมีผู้สืบทอดที่แท้จริงเพียงคนเดียวที่ได้รับมอบหมายให้พิทักษ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า Land of Departure
มาสเตอร์เซอานอร์ท
  • ว่ากันว่าเป็นคีย์เบลดมาสเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ และสนับสนุนให้มีโลกที่แสงสว่างและความมืดดำรงอยู่อย่างเท่าเทียมกัน
  • ด้วยความกระหายรู้ เขายอมให้หัวใจของเขาจำนนต่อความมืด (ตั้งแต่ยังไม่ย้ายหัวใจ)
  • ขณะที่เขาพยายามก่อสงครามคีย์เบลดขึ้นอีกครั้ง ก็ถูกขัดขวางไว้โดยผู้ใช้คีย์เบลดรุ่นเยาว์ 3 คน หลังจากนั้นดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะพินาศไป
  • ทว่าคีย์เบลดมาสเตอร์นั้น มีพลังในการถอดหัวใจแล้วย้ายมันไปสู่ภาชนะอื่น มาสเตอร์เซอานอร์ทได้ใช้พลังนี้สร้างตัวตนขึ้นมามากมายปะทะกับโซระ
สงครามคีย์เบลด
  • สงครามโบราณที่อยู่ในนิทานปรัมปรา เกิดขึ้น ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า KH ต้นกำเนิดแสงทั้งมวล
  • ผู้ใช้คีย์เบลดทั้งฝั่งแสงสว่างและความมืด ต่างแข่งขันกันเพื่อแย่งชิง KH ส่งผลให้แสงของโลกทั้งหมดหายไป
  • ว่ากันว่าโลกที่กระจัดกระจายที่พวกเรารู้จักกันทุกวันนี้ เหลือรอดมาจากสงครามนั้นได้ก็เพราะประกายแสงวาบสุดท้ายในหัวใจของเด็กๆ
ฮาร์ทเลส
  • ร่างชีวิตของความมืดในหัวใจและความมืดของโลกที่มีอยู่มาตั้งแต่แรก ถึงแม้มันจะมีจุดกำเนิดมาจากหัวใจ แต่มันไม่มีหัวใจของมันเอง
  • มันจะตามล่าหัวใจโดยสัญชาตญาณ แล้วแย่งชิงมันมา
  • พวกแบบ Pureblood จะไม่มีผู้นำ และไม่มีการปกครองกัน
  • ส่วนพวกแบบ Emeblem นั้นถูกสร้างขึ้นโดยเซอานอร์ท (อันเซม) และมีพฤติกรรมแบบเดียวกับ Pureblood
Kingdom Hearts
  • ตามตำนาน ว่ากันว่าแหล่งกำเนิดแสงสว่างทั้งหมดที่แท้จริงคือ KH
  • เซอานอร์ทได้รวบรวมหัวใจจำนานมากสร้าง KH ขึ้นมา 2 อัน หนึ่งนั้นสร้างมาจากหัวใจของโลกต่างๆ และอีกหนึ่งนั้นสร้างจากหัวใจของผู้คน
  • KH ที่สร้างจากหัวใจของโลกต่างๆ นั้นมีประตูที่เชื่อมไปสู่ Realm of Darkness ซึ่งไม่อาจหยั่งลึกถึงก้นบึ้งแห่งความมืดได้
  • KH ที่สร้างจากหัวใจของผู้คน เชื่อกันว่ามีพลังในการเติมเต็มคนที่สูญเสียหัวใจไป
X-blade
  • หาก KH คือกลอน ดาบเล่มนี้ก็คือกุญแจปลดล็อค
  • ว่ากันว่าถ้าไม่มี X-blade สงครามคีย์เบลดก็อาจไม่เกิดขึ้น เพราะคนเราไม่สามารถครอบครอบสิ่งที่หาไม่เจอหรือปลดล็อคไม่ได้
  • ดาบเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างคีย์เบลดของมนุษย์
  • ตัว X นั้นสามารถอ่านว่า "คี" และ "ไค" เป็นสัญลักษณ์แทนการขัดกันระหว่างแสงสว่างและความมืด
  • X-blade สามารถสร้างได้จากการปะทะกันระหว่างพลังที่ยิ่งใหญ่สองขั้ว (แบบเทียมที่เซอานอร์ทสร้างในภาค BBS)
  • เชื่อกันว่าตราสัญลักษณ์แห่งความขัดขืน ไม่ยอมรับ ก็มาจาก X

No comments:

Post a Comment