Tuesday, November 10, 2020

Kingdom Hearts - Dark Road : Episode 3 The Purpose of the Journey


Kingdom Hearts - Dark Road : Episode 3 The Purpose of the Journey

- ต่อจากตอนที่แล้วที่พวกเซอานอร์ท 6 คน กำลังตามหาผู้ใช้คีย์เบลดคลาสชั้นสูงที่หายตัวไป 7 คน โดยแยก 3 คนไปค้นหาที่ดาวอื่น ส่วนเซอานอร์ท เอราคุส กับเพื่อนอีกคน (แล้วแต่เราเลือก) จะค้นหาในวันเดอร์แลนด์ต่อ

- เซอานอร์ทย้อนอดีต นึกถึงตอนออกเดินทางจาก Destiny's Islands ครั้งแรก เขาได้เดินผ่าน CoD (Corridor of Darkness) ที่ผีกระสอบ (ร่างฮาร์ทเลสของตัวเองในอนาคต) เปิดให้

- เซอานอร์ทรู้สึกถึงความมืดที่โถมเข้าหาตัวเขาเป็นระยะ และได้ยินเสียงกระซิบประหลาดดังระงมไปทั่ว เสียงเหล่านั้นไปกระตุ้นอารมณ์ในจิตใจ ก่อเกิดเป็นคำพูด เขาก็ไม่รู้ว่านี่เป็นความมืดของคนอื่น.. อารมณ์ของคนอื่นรึเปล่า? ไอ้ความรู้สึกชิงชัง ริษยา กังขา ต่าง ๆ ที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน.... ตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่ภายหลังก็รู้ว่า มันคือความมืดจากคนที่เขายังไม่ได้พบเจอ แถมบางส่วนก็มุ่งมาที่เขาโดยตรง... เซอานอร์ทเองก็ไม่รู้ว่าการที่ตัวเองตกเป็นเป้าหมายของความมืดจากหัวใจใครสักคย เขาจะรับมือไหวมั้ยวะ?

- เซอานอร์ทเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง ก่อตัวขึ้นในใจ แล้วก็คิดว่าถ้าเดินใน CoD แบบนี้ต่อไป ไม่ว่าหัวใจของใคร ก็คงโชกไปด้วยความมืดแน่นอน แต่เอาเถอะ ไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์ชั่วร้ายของใคร อย่างน้อยมันก็ทำให้เซอานอร์ทสบายใจได้ว่า หัวใจของเขายังมีความรู้สึก...

- แต่ตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่าอะไรที่รออยู่ในภายภาคหน้า มันมีสิ่งที่น่าหวาดเกรงยิ่งกว่าความมืดอยู่... นั่นก็คือ ความว่างเปล่า

--------------------------------------------------
วิพากษ์
--------------------------------------------------

- เราไม่เคยได้เห็นการบรรยายความรู้สึกของคนที่เดินผ่าน CoD อย่างละเอียดมาก่อนเลย เต็มที่ก็แค่ใน Secret Ansem's Report ซึ่งไม่ละเอียดเท่าไหร่ แต่อันนี้ละเอียดกว่ามาก

- เซอานอร์ทรู้สึกว่ามีความมืดของใครก็ไม่รู้ โถมซัดเข้าใส่ตัว และกระตุ้นอารมณ์ในจิตใจ หากปล่อยไว้แบบนี้ ต้องโดนความมืดแดกแน่นอน -> สอดคล้องกับที่ Secret Ansem's Report 7 ที่อันเซมก็บรรยายคล้ายกัน และเป็นเหตุผลให้เขาต้องสร้างชุดคลุมดำ ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันความมืดขึ้นมา ทำให้สามารถเดินทางผ่าน CoD ได้อย่างปลอดภัย (https://kingdomhearts.fandom.com/wiki/Ansem%27s_Reports)

- และก็สอดคล้องกับ Xehanort's Report 2 ที่เซอานอร์ทบอกว่ามาสเตอร์เลยสั่งให้ใส่เกราะเพื่อป้องกันความมืดไว้ แต่เขาคิดว่า ถ้าสามารถควบคุมความมืดได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่เกราะแต่อย่างใด (https://kingdomhearts.fandom.com/wiki/Xehanort%27s_Report)



กลับมาปัจจุบัน

- เจอ NPC เตือนเรื่องความขี้สงสัยจะนำไปสู่อันตราย ซึ่งเพื่อนก็จะบอกว่าทั้งเอราคุสและเซอานอร์ท เป็นคนขี้สงสัยด้วยกันทั้งคู่

- เจอพวก NPC เพี้ยน ๆ

- เซอานอร์ทบอกราชินีทรงอำนาจในโลกนี้ ทุกคนหวาดกลัวเธอ ความหวาดกลัวนั้นเป็นรากฐานกฎระเบียบของโลกนี้

- เพื่อนบอกว่าพวก Tweedles ไม่เกรงกลัว ไม่มีความมืดปรากฏขึ้นในใจ และรู้แล้วว่าเซอานอร์ทอยู่โลกนี้ต่อเพื่อจะหาข้อมูลราชินีเพิ่ม เซอานอร์ทก็สงสัยว่าเราอาจจะได้ข้อมูลของเพื่อนที่หายตัวไปจากที่แห่งนี้ ซึ่งจากปฏิกิริยาของราชินี้ แปลว่านานมาแล้วที่ไม่ได้มีคนนอกอย่างเรา ๆ หลงเข้ามา ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าความมืดเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้รึเปล่า แต่การที่ผู้ใช้คีย์เบลดหายตัวไปพร้อมกัน 7 คน หากเราไล่ตามความมืดไปก็อาจได้พบกับความจริง 

- พวกเซอานอร์ทให้แมวเชสเชอร์ ช่วยนำทางไปหาราชินี


- พอไปหาราชินี ราชินีเข้าใจว่าเซอานอร์ทจะมารับโทษ เลยบอกว่าให้รอพรุ่งนี้ก่อน เพราะที่นี่จะมีคำพิพากษาวันละครั้ง

- เซอานอร์ทบอกว่าเขาแค่อยากเจรจาด้วย เอราคุสเสริมว่าเขาเข้าใจและเคารพสถานะของราชินีซึ่งเป็นผู้ปกครองดินแดนนี้ เพียงแต่อยากสอบถามอะไรหน่อย

- ราชินีไม่คุยกับเซอานอร์ทที่มาดนิ่ง แต่ยอมคุยกับเอราคุส ที่พูดจาให้ความเคารพกว่า

- เอราคุสบอกว่าราชินี้เป็นคนกำหนดแนวทางทุกอย่างของดินแดนนี้และทุกคนต้องเชื่อฟังเธอ เป็นความจริงหรือ? เขาสงสัยว่าหัวใจที่อยู่กับราชินีนั้น เป็นของราชินีจริง ๆ รึเปล่า? ราชินีก็ตอบว่าใช่สิ เธอเป็น Queen of Hearts นะ

- เซอานอร์ทกระทุ้งว่าแล้วความเย่อยิ่งนั้นล่ะ? เป็นของราชินีเอง หรือเป็นของปิศาจในตัวราชินี ควบคุมให้ทำแบบนั้น / เอราคุสเสริมว่าเขาไม่เชื่อว่าหัวใจของราชินีจะหยั่งรากลึกลงความมืด เขาเชื่อว่าหัวใจของทุกคนยึดถือแสงสว่าง

- ถึงตรงนี้ เงามืด ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังราชินีอีกครา

- เอราคุสถามว่าราชินีรู้สึกยังไงอยู่ ราชินีบอกโกรธพวกเด็กเหลือขอสอดรู้สอดเห็นอย่างพวกเข้า โกรธพวกงี่เง่าไร้ประโยชน์รอบตัว / เซอานอร์ทเลยสรุปว่าความมืดของราชินีเกิดมาจากความโกรธ


เซอานอร์ทนึกย้อนถึงตอนนั่งเรียนในคลาสกับโวเดน

- เฮอร์ม็อด ยกมือถามว่าความมืดเกิดจากตัวคนเราเองใช่มั้ย? มาสเตอร์ตอบว่า บางส่วนน่ะใช่ (แปลว่าบางกรณี เราก็อาจได้รับความมืดภายนอกตัวเข้าไป) เมื่อครั้งโบราณ ความมืดได้หลบซ่อนในตัวผู้คน และเข้าครอบงำควบคุมอารมณ์ของพวกเขา ผู้คนกลายเป็นเพียงภาชนะ แล้วความมืดก็แพร่กระจายออกไปกว้างไกล ติดกันอย่างโรคระบาด

- โวเดนกล่าวต่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไป หัวใจของผู้คนก็ให้กำเนิดความมืดขึ้นเองได้ นั่นก็คือฮาร์ทเลส กายสภาพของความมืดในหัวใจของผู้คน ความมืดกับหัวใจก็พัวพันกันมานาน

- เอราคุสบอกว่าไม่เห็นต้องไปตั้งชื่อแยกเลย (ระหว่างฮาร์ทเลส กับความมืด) ยังไงก็เหมือน ๆ กันหมด

- อูลถามว่าแล้วความมืดเกิดขึ้นได้มาจากผู้คนได้ยังไง? โวเดนตอบว่ามันเป็นการสำแดงของอารมณ์ด้านลบในตัวคนเรา (manifest of negative emotion - นิยามเดียวกับพวกอันเวิร์สเลย) กับที่ เช่นความโลก โกรธ ริษยา ส่วนใหญ่ก็สามารถควบคุมอารมณ์ส่วนลึกของเราได้ แถมบางส่วนยังเปลี่ยนมนุษย์อย่างเรา ๆ เปลี่ยนตัวตนและสิ่งที่เราเป็นไป


กลับมาปัจจุบัน

- ราชินีโวยวาย บอกให้เอาพวกมัน (เซอานอร์ท เอราคุส เพื่อน) ไปตัดหัววว แล้วความมืดด้านหลังราชินี ก็พุ่งออกมากลายเป็นฮาร์ทเลสสีแดงตัวยักษ์ (Furious Reaper) รูปร่างคล้ายตัวที่สู้ตอนก่อน (Fairy Reaper) แต่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น

- ทั้งสามไม่รู้ว่านี่คือความมืดในใจของราชินีเองรึเปล่า เป็นเจตจำนงค์ของเธอเองหรือไม่? แต่ราชินีก็ย้ำว่าเธอบอกแล้วว่าหัวใจของเธอ ก็คือของเธอเอง แล้วราชินีก็ทหารก็หนีไป ปล่อยให้ทั้งสามรับมือกับฮาร์ทเลสเอง

- หลังชนะได้ เซอานอร์ทแนะนำว่าเราควรกลับไปรวมตัวและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อน ๆ ที่เหลือ


- ทั้ง 6 รวมตัวกันที่ Scala ad Caelum อีกครั้ง เพื่อน ๆ ก็สรุปกันว่าความมืดคือเบาะแสที่เราต้องไล่ตาม เซอานอร์ทบอกว่าแสงสว่างเพียงจุดเดียว ก็สามารถทอดเงามืดออกไปได้มากมาย แล้วทุกคนก็มองขึ้นไปดูแสงสว่างหนึ่งเดียวจากฟากฟ้า แล้วก้มลงมองเงามากมายที่เท้าของทุกคน

- เซอานอร์ทบอกว่าในฐานะผู้พิทักษ์แสงสว่าง พวกเราเองก็คงเหมือนกัน ยิ่งเราท่องไปยังโลกต่าง ๆ ความมืดก็ยิ่งทอดตามมา

- เวียร์ถามแทรกว่างี้หมายความว่า พวกเราเป็นเหตุผลที่ความมืดเกิดขึ้นมารึเปล่าเนี่ย? เซอานอร์ทตอบว่ามันก็เป็นแค่ทฤษฎี

- บรากิคิดว่างี้สงสัยพวกเพื่อนจากคลาสชั้นสูงที่หายตัวไป ก็คงเพราะไปดึงดูดความมืดเข้าหา / เวียร์สงสัยว่าความมืดมันซ่อนในตัวคนได้ งี้คงไม่ง่ายเลยที่จะตามรอยได้ มันไม่เหมือนการไล่ตามฮาร์ทเลส

- บรากิทวนคำสอนของโวเดนให้ฟังว่า เมื่ออารมณ์ด้านลบในส่วนลึกของหัวใจคนเรางอกเงยขึ้นจนทนไม่ไหว ความมืดก็จะถือกำเนิดขึ้น แต่นี่เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ากรณีของราชินี ความมืดนั้นเป็นของเธอเอง หรือเธอรับเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

- เซอานอร์ทบอกว่าบอกตามตรงเขาคิดว่านั่นไม่ใช่ประเด็นแล้ว เพราะยังไงความมืดก็คือความมืด (ไม่ต้องไปสนว่ามาจากไหนหรือของใคร) ในโลกนั้นราชินีขี้เหวี่ยงเป็นผู้คุมกฎ ดังนั้นหลักที่ว่าแสงสว่างคือความถูกต้อง ความมืดคือสิ่งที่ผิด ก็ไม่จริงเสมอไป มันก็แล้วแต่ใครจะมองยังไง

- เอราคุสของขึ้น แย้งว่าไม่จริง ความมืดก็คือสิ่งที่ชั่วร้ายตลอดมา อย่าลืมว่าเราคือผู้พิทักษ์แสงสว่าง และเรามีหน้าที่ต้องปกป้องมัน

- เซอานอร์ทบอกว่าเขาเกรงว่าหากพวกคนที่หายตัวไป ไปเผชิญหน้ากับความมืด แล้วความมืดก็เป็นกฎของโลกใบนั้น (เหมือนที่พวกเซอานอร์ทไปเจอกับราชินี) พวกคนที่หายตัวไปก็อาจจะโดนกำจัดไปแล้ว

- เฮอร์ม็อดเข้ามาปลอบเอราคุสให้ใจเย็น เรามีหน้าที่ต้องตามหาพวกเขาให้เจอตามที่โวเดนขอมา แต่ถ้าการตามหาพวกเขาจะทำให้เราต้องเจาะลึกลงไปในปริศนาของความมืด เราก็ต้องทำ ตามนั้นเครนะ (ทุกคนพนักหน้า)


1 สัปดาห์ต่อมา

- บัลด์ที่ตอน 1 และ 2 ไม่อยู่ เพราะโวเดนส่งไปทำภารกิจอื่น ได้กลับมายัง Scala ad Caelum แล้ว (โวเดนให้ปิดบังเรื่องที่พี่สาวของบัลด์ ซึ่งเป็นนักเรียนในคลาสชั้นสูง หายตัวไป)

- บัลด์บอกว่าพี่สาวเขาออกไปทดสอบเป็นมาสเตอร์ฯ แต่เขารู้สึกใจคอไม่ดีเลย 

- เอราคุสแทรกว่าควรจะตื่นเต้นกับพี่สาวไม่ใช่เหรอ ตัวเอราคุสเองยังอดใจรอที่จะได้อออกไปข้างนอก Scala บ้างแทบไม่ไหวแล้ว... >>> ซึ่งนี่เป็นการเนียนโกหก เพราะพวกเอราคุสได้เรียนรู้วิธีเดินทางข้ามดาวจากโวเดน และได้ออกไปนอก Scala แล้ว แต่โวเดนสั่งให้ปิดบังไม่ให้บัลด์รู้เรื่องที่พี่สาวหายไป และปิดบังบัลด์เรื่องที่ให้เด็ก 6 คนออกไปตามหา เอราคุสเลยต้องโกหกแบบนั้น

- บัลด์บอกว่าก่อนพี่สาวจะออกเดินทาง พี่บอกว่าคนที่กลับมาได้ จะได้แต่งตั้งเป็นมาสเตอร์ฯ 

- เอราคุสบอกว่า ฟังดูเหมือนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้กลับมายังไงยังงั้น... บัลด์ก็ว่าฟังดูไม่เหมือนการเดินทางเพื่อขยายวิสัยทัศน์ (อย่างที่โวเดนพูดในตอนแรกเลย) บางทีไอ้การเดินทางนี่แหละคือการสอบ? แต่มันก็ฟังดูไม่เหมือนการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ทั่ว ๆ ไปที่เราเคยรู้กันมาก่อน

**แปลว่าการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ คราวนี้ ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ และไม่ได้ให้เดินทางเพื่อขยายวิสัยทัศน์ แต่ให้ไปทำภารกิจบางอย่าง และเป็นการสอบไปในตัวด้วย

- เอราคุสฟังแล้วก็ยิ่งสงสัย อยากจะไปถามโวเดน แต่ก็ไม่รู้ว่าอาจารย์จะยอมตอบมั้ย

- บัลด์ก็กลัวว่าพี่สาวจะแพ้พ่ายให้กับความมืด กลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าพี่สาวอีกครั้ง... แล้วบัลด์ก็ทักว่าปู่ของเอราคุสก็เคยต่อสู้กับความมืดใช่มั้ย เขาก็เลย...

- เอราคุสขัดขึ้นว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าที่จริงเกิดอะไรขึ้นกับปู่กันแน่ แต่พอได้ยินคำว่าความมืด ก็รู้สึกร้อนใจ บางทีไอ้การเกลียดความมืดนี่คงฝังลึกอยู่ในสายเลือดของเขา

- บัลด์ก็ขอโทษนะ ไม่ได้อยากจะชวนพูดเรื่องที่น่าเจ็บปวด... เอราคุสก็รีบปัดว่าไม่ต้องห่วง โอเค

- เอราคุสจบท้ายว่า ไม่ต้องห่วงนะ พี่สาวนาย ต้องปลอดภัยแน่...

--------------------------------------------------
วิพากษ์
--------------------------------------------------

- หลับ... เนื้อหาออกมาตั้งแต่พฤหัสฯ แล้ว แต่ทำให้ผมไม่รู้สึกอยากจะอ่านหรือติดตามได้เลย...

- เล่าเรื่องเอื่อย สับสน ไม่รู้เรื่อง.... จังหวะคัตซีนก็ช้า ยืดยาดไปหมด

- ใจความมีกระจึ๋งเดียว คือการปูที่มาของความมืด ที่จะเป็นเผ่าพันธุ์ศัตรูใหม่ และขยายเรื่องที่ MoM เคยเกริ่นไปแล้วว่าความมืดสามารถซ่อนในตัวคนได้ โดยคราวนี้ขยายว่า... ถึงเจอความมืดที่ซ่อนในตัวใครคนหนึ่ง มันอาจจะเป็นความมืดที่เกิดมาจาก negative emotion ของคนนั้นเอง (สังเกตว่าใช้ term - negative emotion แบบพวกอันเวิร์ส) หรือเป็นความมืดจากภายนอก ที่มาซ่อนในตัวคนนั้นก็ได้

- ออกจากวันเดอร์แลนด์ ย้อนกลับไปตกลงกับเพื่อนที่เหลือว่าพวกเราจะตามหาเบาะแสของผู้ใช้คีย์เบลดที่หายไป จากความมืดต่อ

- จากที่บัลด์บอกว่า พี่สาวออกเดินทางไปโดยบอกว่าคนที่กลับมาได้ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นมาสเตอร์ฯ... ซึ่งมันฟังดูไม่เหมือนการให้ผู้ใช้คีย์เบลดออกเดินทางข้ามดาว "เพื่อขยายวิสัยทัศน์" ตามหลักสูตรเลย และมันไม่เหมือนการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ตามหลักสูตรอีกด้วย >>> ผมตีความว่ามันเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้น โวเดนเลยใช้ให้พวกผู้ใช้คีย์เบลดจากคลาสชั้นสูง 7 คน ซึ่งยังไม่เคยออกเดินทางข้ามดาวมาก่อน รวบรัดกระบวนการ... โดยทั้งให้ออกเดินทางข้ามดาว ไปทำภารกิจ และเป็นการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ไปในตัวด้วย

- หากจำกันได้ใน Re: Mind เซอานอร์ทก็เคยบอกไว้ว่า ปกติมันต้องได้ออกเดินทางทั่วจักรวาล เพื่อเปิดหูเปิดตาขยายวิสัยทัศน์ก่อน แล้วค่อยสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ทีหลัง

- เอราคุสเองก็ยังช่วยปิดบังเรื่องที่พี่สาวของบัลด์หายตัวไป และก็เนียนตามที่โวเดนสั่ง (ให้ศิษย 6 คนออกตามหา ปิดบังโวเดนไม่ให้รู้ว่าพี่สาวหาย ป้องกันความวุ่นวาย เอราคุสก็เนียนทำเป็นเหมือนยังไม่ได้เรียนรู้วิธีเดินทางข้ามดาวที่โวเดนพึ่งสอนมา)

- ผมเคยย้ำหลายรอบ และอยากตอกอีกรอบว่า ใน KH III Ultimania โนะ ก็บอกว่าเอราคุสสืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในแกนนำยูเรียนรุ่นที่ 2 >> ซึ่งดูจากสีและทรงผมแล้ว มันก็น่าจะเป็นเบรนที่สุดเนี่ยแหละ >> ซึ่งฟังจากบทสนทนาแล้ว เหมือนว่าเบรน/ปู่ของเอราคุส อาจจะโดนความมืดเล่นงานเข้าให้ เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แล้วก็ทำให้เอราคุสเกลียดความมืดฝังเข้าเส้นเลยทีเดียว

No comments:

Post a Comment