Saturday, January 2, 2016

สนทนาประสาไฟนอลฯ 7 [39]

ทุกคนกลับขึ้นมาบนไฮวินด์อีกครั้ง เคทซิธก็บอกว่าชินระจบสิ้นลงแล้ว (พวกระดับสูง ๆ ตายกันยกแผง)
เรดเธอทีนบอกว่าอีก 7 วันเมเทโอจะตกลงมาตามที่ปู่บูเก้นคำนวณไว้

คลาวด์เดินมาถามเรดเธอทีนว่า นายอยากจะกลับไปหาทุกคนในคอสโม่แคนย่อนอีกสักครั้งมั้ย? เรดตอบว่าใช่

จากนั้นคลาวด์ก็หันไปถามแบร์เร็ตว่าอยากจะเจอหน้ามาร์ลีนใช่มั้ย? แบร์เร็ตตอบว่าอย่าถามแบบนั้น (คำตอบมันชัดเจน)

คลาวด์บอกว่าถ้าเราไม่สามารถปลดปล่อยโฮลี่ได้ภายใน 7 วันนี้ ก็จะไม่เหลือดวงดาวที่เราต้องปกป้อง หากเราไม่สามารถเอาชนะเซฟิรอธได้ เราก็ตาย แค่ตายก่อนคนอื่น ๆ ที่จะตายเพราะเมเทโทเพียงไม่กี่วัน

คลาวด์เดินไปที่หัวเรือ แล้วบอกว่าเขาอยากให้ทุกคนทบทวนว่าเราต่อสู้ไปเพื่ออะไร เพื่อปกป้องดวงดาว...? เพื่ออนาคตของดวงดาว...? มันเป็นอย่างงั้นจริง ๆ เหรอ?




"สำหรับฉันแล้ว นี่คือความแค้นส่วนตัว"

"ฉันอยากเอาชนะเซฟิรอธ และสะสางอดีตของตน"

"การช่วยเหลือดวงดาว มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น"

"ฉันครุ่นคิดมาตลอด"

"ฉันคิดว่าพวกเราต่างก็ต่อสู้เพื่อตนเอง"

"เพื่อตนเอง... เพื่อใครสักคน..."

"เพื่ออะไรบางอย่าง... อะไรก็ตามแต่ ที่สำคัญต่อเรา"

"นั่นคือเหตุผลที่เราต่อสู้"

"นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรายังคงต่อสู้เพื่อดาวดวงนี้"

แบร์เร็ตได้ยินก็ยอมรับ ที่ผ่านมาการพูดว่าสู้เพื่อปกป้องดวงดาว มันฟังดูเท่ระเบิด แต่ตัวเขาเองก็คือคนที่ระเบิดเตาปฏิกรณ์


"ตอนนี้พอย้อนกลับไปดูแล้ว ฉันถึงเห็นว่ามันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง"
"ฉันทำให้เพื่อนพ้องมากมาย คนบริสุทธิ์ คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องรับเคราะห์"

"... ตอนแรก มันคือการแก้แค้นชินระที่มาโจมตีหมู่บ้านของฉัน"
"แต่ตอนนี้..."
"ใช่แล้ว ฉันกำลังต่อสู้เพื่อมาร์ลีน"

"เพื่อมาร์ลีน..."

"เพื่ออนาคตของมาร์ลีน..."

"ใช่... ฉันว่าฉันต้องการจะช่วยดวงดาว ก็เพื่อมาร์ลีน"

คลาวด์จึงบอกให้แบร์เร็ตกลับไปหาเธอซะ ไว้สบายใจแล้ว ค่อยกลับมา

คลาวด์หันไปบอกทุกคนว่าขอให้ทุกคน ลงเรือลำนี้ไป แล้วตามหาเหตุผลของตัวเอง อยากให้แน่ใจกันก่อน แล้วค่อยกลับมา

ซิดได้ยินก็พูดหยอกขึ้นว่า อาจจะไม่มีใครกลับมาเลยก็ได้นะเฟ้ย ยังไงเมเทโอก็จะฆ่าเราอยู่แล้ว ไอ้เรื่องการดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์แบบนั้น ลืมมันไปซะเถอะ

คลาวด์บอกว่าเขารู้ว่าทำไมเขาถึงสู้ เขากำลังต่อสู้เพื่อช่วยเหลือดวงดาวนั่นแหละ แต่ในเหตุผลนั้น มันก็มีเหตุผลส่วนตัวอยู่ด้วยเช่นกัน เหตุผลจากความทรงจำส่วนตัวของเขาเอง ทุกคนเองก็ย่อมมีเหมือนกัน เขาจึงอยากให้ทุกคนไปตามหาเหตุผลนั้น แต่ถ้าไม่พบ ก็ไม่เป็นไร

"เราไม่อาจต่อสู้โดยไม่มีเหตุผลได้ จริงมั้ย?"
"ดังนั้น ถ้าพวกนายจะไม่กลับมา ฉันก็ไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว"

เมื่อคลาวด์พูดแบบนี้ ทุกคนจึงพากันลงจากไฮวินด์ไปกันหมด ยกเว้นเพียงทิฟา




"ลืมไปแล้วเหรอ?"

"ฉันมัน... ตัวคนเดียว ไม่มีที่ไป"


ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงจอดไฮวินด์ และพากันลงมาเดินบนยอดเขา

ทุกคนไปกันหมดแล้ว แต่สำหรับคลาวด์และทิฟา ไม่มีบ้านหรือใครให้กลับไปหา ทิฟามั่นใจว่าสักวัน ยังไงพวกเพื่อน ๆ ก็ต้องกลับมา

คลาวด์บอกว่าทุกคนต่างมีอะไรบางอย่างที่ไมมีสิ่งใดแทนที่ได้ และพวกเขายึดมั่นต่อสิ่งนั้น

ทิฟาบอกว่าถึงพวกเขาไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เราอยู่ด้วยกัน เคียงข้างกัน เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ ไม่ว่าสถานการณ์จะย่ำแย่แค่ไหน

"ไม่ว่าตอนนี้เราจะใกล้ชิดกันเพียงไร เราก็เคยห่างกันมาก่อน"

"แต่ตอนที่เราอยู่ในไลฟ์สตรีม ถูกโอบล้อมด้วยเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด"

"ฉันคิดว่าฉันได้ยินเสียงของเธอ..."



ทิฟาหลับตาลง มีเสียงสูดหายใจเหมือนกำลังร้องไห้เบา ๆ เธอทิ้งแขนลงข้างตัว แล้วก้มหน้าลง

"...เธออาจจะจำไม่ได้..."

"แต่ในก้นบึ้งของหัวใจ ฉันได้ยินเธอเรียกชื่อฉันออกมา..."

"หรืออย่างน้อย ฉันว่าฉันได้ยิน..."

คลาวด์บอกว่าเข้าใจละ

"ฉันว่าฉันก็ได้ยินเหมือนกัน"
"เสียงของทิฟา..."

***บทสนทนาตรงนี้จริง ๆ มี 2 แบบ แบบที่คลาวด์ดีต่อทิฟา กับแบบเฉย ๆ ซึ่งผมจะเขียนตามแบบที่ผมเจอตอนเล่นรอบ PS4

(แบบดี - คลาวด์บอกว่าเขาได้ยินเสียงทิฟาเรียกชื่อเขาในไลฟ์สตรีม ซึ่งเขาสัญญาไว้แล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะมาช่วย)

แล้วทิฟาก็ถามขึ้นว่า ดวงดาวจะได้ยินเสียงของพวกเรามั้ย? พวกเขาจะเห็นมั้ยว่าเราลำบากแค่ไหนในการต่อสู้เพื่อพวกเขาเหล่านั้น?

คลาวด์บอกว่าเขาไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าดวงดาวจะได้ยินได้เห็นหรือไม่ เราก็จะต้องทำในสิ่งที่ทำได้ และเชื่อมั่นในตัวเอง

สักวันหนึ่งเขาคงพบคำตอบ ตราบเท่าที่ยังพยายามอยู่

(แบบดี - คลาวด์จะพูดว่า "สักวันหนึ่ง 'เรา' คงพบคำตอบ ใช่มั้ยทิฟา? นั่นคือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากเธอ ตอนที่ฉันอยู่ในไลฟ์สตรีม")

แล้วคลาวด์จะบอกว่าเรามีการต่อสู้ครั้งใหญ่รออยู่ในวันพรุ่งนี้ ก็ควรจะเตรียมตัวให้พร้อม ตัดบทกันดื้อ ๆ งี้เลย... ซึ่งทิฟาก็ได้เพียงตอบว่าใช่แล้วล่ะ

(แบบดี - คลาวด์จะบอกว่าเขามีเรื่องอยากคุยกับทิฟามากมาย แต่พออยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ไม่รู้จะพูดยังไง เขาไม่เปลี่ยนไปเลย ทำให้ทิฟาขันอยู่เสมอ แต่ทิฟาจะบอกว่าคำพูดไม่ใช่หนทางเดียวในการสื่อให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองคิดอะไร จากนั้นทิฟาก็จะเสยผม แล้วกล้องก็ฉายขึ้นฟ้าไป)

ถัดมาในวันรุ่งขึ้นที่ทั้งสองนั่งซบกัน คลาวด์จะปลุกทิฟาขึ้นมา ทิฟาจะบอกว่าขออีกนิด แล้วก็พิงคลาวด์ต่อ

"วันนี้จะไม่หวนกลับมาอีกแล้ว... ฉะนั้นขอให้ฉันได้มีช่วงเวลานี้.."

คลาวด์ไม่ตอบอะไรกลับมา ได้แต่จุดจุดจุด ปล่อยให้ทิฟาซบ

(แบบดี - คลาวด์จะพยักหน้า ตอบตกลง และบอกว่านี่อาจจะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่เราจะมีร่วมกัน)



จากที่จะตื่นรุ่งเช้า ไป ๆ มา ๆ เลยปล่อยจนสาย พอกลับขึ้นมาบนไฮวินด์แล้ว ทิฟาก็บอกว่าเรือเหาะนี้มันใหญ่เกินไปสำหรับสองคน พอไม่มีทุกคนแล้วก็คงเหงาน่าดู แต่คลาวด์บอกว่าไม่เป็นไร เขาจะสร้างความอลหม่านแทนทุกคนเอง และเขาจะเป็นนักบินเอง จะไม่มีการบินลวก ๆ แบบที่เคยแล้ว เราไม่มีเวลามารู้สึกเหงา

แต่แล้วจู่ ๆ เครื่องยนต์บนยานก็สตาร์ท คลาวด์และทิฟาวิ่งไปดูสะพานเรือ พบเคทซิธ เรดเธอทีน แบร์เร็ตและซิด ที่รออยู่แล้ว

ทิฟาถามขึ้นว่าทำไมมาถึงแล้วไม่บอกเธอล่ะ? เรดเธอทีนจะอึกอัก ซิดเลยพูดขึ้นว่าขืนเข้าไปขัด ก็จะไม่รู้ว่าพวกเธอจะพูดอะไรกันน่ะสิ...

(เป็นการสื่อว่าพวกซิดและคนอื่น ๆ เห็นเหตุการณ์ที่ทิฟาอ้อนคลาวด์อยู่ตลอด) พอทิฟารู้ตัวก็วิ่งหนีไป เขินอาย ไขว้ขากับพื้น



จากนั้นวินเซนต์ก็เดินมาถึงพอดี ทุกคนมองด้วยความตกใจจนวินเซนต์ถามว่าไม่อยากให้เขามารึไง? คลาวด์บอกว่าไม่ใช่แบบนั้น วินเซนต์มันเย็นชาต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จนเขานึกว่าวินเซนต์ไม่แคร์ วินเซนต์ได้ยินจึงบอกว่าเขาคงเป็นคนเย็นชาแบบนั้นจริง ๆ ขอโทษที

ด้านเคทซิะก็เดินมาบอกว่าเขาอยากจะมาด้วยตัวเอง แต่คนในมิดการ์จับเขาไว้ ถึงร่างนี้จะเป็นเพียงของเล่น เขาก็จะพยายามเต็มที่

แบร์เร็ตจะคิดว่านี่คงมากันครบแล้ว ยุฟฟี่คงไม่มาแน่ คราวนี้แค่เธอไม่ขโมยมาเทเรียพวกเราไป ก็บุญโขแล้ว

พูดไม่ทันขาดคำ ยุฟฟี่ก็โดดลงมาจากฟ้า แล้วถามว่าพูดแบบนั้นได้ไง เธอร่วมหัวจมท้ายกับพวกเรามาถึงขั้นนี้ ทั้งที่ทนอาการเมาเรือมาตลอด

"ฉันไม่ได้ฟันฝ่าเรื่องทั้งหมดมา เพียงเพราะจะให้พวกนายได้ส่วนที่ดีที่สุดไปหรอกนะ" (เรียกการไปสู้บอสใหญ่ว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดเลยทีเดียว)

คลาวด์จะหันไปพูดยินดีต้อนรับอย่างอ่อนโยนจนยุฟฟี่แปลกใจ

"เหอ คลาวด์... วันนี้ดูพูดจาดีแปลก ๆ นะ ...นายป่วยรึเปล่า?"

ยังไม่ทันฟังคำตอบ ยุฟฟี่ก็บอกว่าช่างเถอะ เธอจะไปรอในที่ประจำของเธอ แล้วก็ตามด้วยเสียงอ๊วกเมาเรือออกมา

เรดเธอทีนพูดขึ้นบ้างว่าแม้เธอผู้นั้นจะไม่อยู่แล้ว แต่ก็ได้ทิ้งโอกาสไว้ให้พวกเรา ซิดเองก็บอกว่าเราจะปล่อยให้จบแบบนี้ไม่ได้

คลาวด์บอกว่าแอริธยิ้มสู้จนถึงวาระสุดท้าย แต่จะให้จบแค่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ เราต้องทำอะไรสักอย่าง

"ไปกันเถอะทุกคน"

"ความทรงจำของแอริธ..."

"ป่านนี้เธอควรกลับคืนสู่ดวงดาวไปแล้ว แต่กลับมีอะไรบางอย่างหยุดเธอ ขัดขวางเธอไว้..."

"เราจะต้องปลดปล่อยความทรงจำของแอริธ"

ซิดจะสับคันโยกของยาน ทำให้ไฮวินด์ทิ้งชิ้นส่วนพวกใบพัดออกไป แล้วเปลี่ยนมาใช้พลังงานไอพ่น ซึ่งบินได้เร็วกว่าเดิมมากจนควบคุมแทบไม่อยู่ ทันใดนั้นพวกผู้ช่วยนักบินที่ซิดไล่กลับบ้านไปหมดแล้วก็โผล่มาช่วย พวกเขาพากันบอกว่านี่ก็คือบ้านของพวกเขา

No comments:

Post a Comment