Friday, January 1, 2016

สนทนาประสาไฟนอลฯ 7 [36]

เมื่อเราไปถึงคอสโม่แคนย่อน บูเก้นฮาเก้นจะรู้ทันทีว่าเราหวังจะมาพึ่งภูมิปัญญาของเขา ปู่แกจะบอกว่าเวลาที่หลงทาง ให้เราย้อนกลับมาดูใจตัวเอง นึกไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ ว่ามีสิ่งใดที่ฝังใจไว้ สิ่งใดที่ลืมเลือน... นั่นแหละคือทางออก

คลาวด์บอกว่าพูดง่ายจังนิ แต่เขาไม่เห็นจะนึกอะไรออกเลย ปู่แกก็จะบอกให้นึกดี ๆ ....ส่วนซิดก็บอกให้คลาวด์โทรตามทุกคน มาหารือกันเถอะ

ทุกคนมาชุมนุมกันในห้องท้องฟ้าจำลอง ต่างคนต่างช่วยกันนึกถึงสิ่งที่ลืมเลือนไปและอาจเป็นทางออกได้ แต่ก็ไร้เงื่อนงำ

จนกระทั่งจู่ ๆ คลาวด์ก็พูดขึ้นว่า "ฉันนึกถึงเรื่องของแอริธขึ้นมามากมาย"



"ไม่... ไม่ใช่สิ"

"ไม่ใช่นึกขึ้นมาได้"

"แต่ไม่เคยลืม"

"ไม่สิ... อาจต้องพูดว่า... แอริธอยู่เคียงข้างพวกเรามาโดยตลอด"

"เธออยู่ใกล้ ๆ เราแค่มองไม่เห็น"

"สิ่งที่เธอทำ..."

"ถ้อยคำที่เธอทิ้งเอาไว้..."

ทุกคนในกลุ่ม ทิฟา เรดเธอทีน แบร์เร็ตเอง ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

"เธอบอกว่าเธอเป็นคน ๆ เดียวที่สามารถหยุดยั้งเมเทโอของเซฟิรอธลงได้"

ทิฟาที่ก้มหน้าอยู่ ก็กล่าวขึ้นว่า "แต่แอริธก็จากไปแล้ว"

เรดเธอทีนถามขึ้นด้วยความสงสัยว่าเราไม่สามารถสานต่อสิ่งที่แอริธพยายามทำอยู่ให้สำเร็จได้เลยหรือ?
แบร์เร็ตแย้งว่าพวกเราไม่ใช่ชนเผ่ายุคโบราณนะ แต่แล้วซิดที่ยืนพิงกำแพงอยู่ก็หันมาถามบ้างว่า "แม่สาวน้อยไปที่แห่งนั่นทำอะไรนะ?"

"ใช่แล้ว!!" คลาวด์ที่ได้ยินคำถามของซิด ตอบกลับไปทันที

ซิดผงะแล้วถามกลับ "ใช่อะไรฟะ?"

คลาวด์บอกว่าเรายังไม่รู้เลยว่าแอริธรู้อะไร ทำไมแอริธถึงกล้าเผชิญหน้ากับเซฟิรอธโดยไม่ถอยหนี

บูเก้นฮาเก้นที่ฟังอยู่ตลอด จึงเอ่ยปากขึ้นบ้างว่า เขาอยากให้พวกคลาวด์พาเขาไปหน่อย ไปยังสถานที่ ๆ แอริธพยายามจะทำอะไรบางอย่าง ก่อนจะเสียชีวิตลง

เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทุกคนจึงเดินออกจากห้อง เหลือเพียงคลาวด์ที่ร้องทักบูเก้นฮาเก้นว่าเขาอยากถามอะไรบางอย่าง เขาบอกว่าอยากจะเก็บฮิวจ์มาเทเรียไว้ในที่ ๆ ปลอดภัย บูเก้นจึงเสนอให้เก็บไว้ในชั้นบนของห้องนี้แหละ

ว่าแล้วบูเก้นฮาเก้นจึงพาคลาวด์ขึ้นไปชั้นบน คลาวด์เอาฮิวจ์มาเทเรียออกมาแสดง บูเก้นก็บอกว่ามันเป็นมาเทเรียหายากที่มีจิตวิญญาณพิเศษอยู่ข้างใน



เมื่อคลาวด์สำรวจฮิวจ์มาเทเรียสีม่วง (ในเกมเรียกสี Cold) คลาวด์สงสัยว่ามันมีจิตวิญญาณของบาฮามุทอยู่ข้างในรึเปล่า ว่าแล้วก็จะเกิดปฏิกิริยากับมาเทเรียบาฮามุท และบาฮามุทไค เกิดแสงสว่างวาบขึ้น แล้วก็จะได้รับมาเทเรียบาฮามุทเรย์ชิกิมา

พอกลับขึ้นมาบนไฮวินด์แล้ว บูเก้นจะบอกว่านี่มันกลิ่นของเครื่องจักร เชาชอบกลิ่นนี้ แต่ก็ชอบกลิ่นของธรรมชาติด้วยเช่นกัน กลิ่นของสายลมทำให้เขารู้สึกถึงการทำงานของดวงดาว กลิ่นของเครื่องจักรก็ทำให้รู้สึกถึงภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่และความรู้ของมนุษย์

เราจะกลับมาที่สะพานเรือ เคทซิธบอกว่าเขาแจ้งแม่ของแอริธ (ในที่นี้หมายถึงเอลมีร่า) เรื่องการตายของแอริธแล้ว ทั้งเอลมีร่าและมาร์ลีนพากันร้องไห้ใหญ่ (จริง ๆ รีฟเป็นคนบอก)

แบร์เร็ตจะคิดว่าแอริธกลายเป็นจิตวิญญาณและกลับสู่ดวงดาว คงไม่มีโอกาสได้พบกันอีกแล้ว

ทิฟาจะสงสัยว่าตอนอยู่ที่แท่นบูชา แอริธรู้สึกยังไง? คลาวด์ตอบว่าเขามั่นใจว่าแอริธต้องการสละชีวิตให้แก่ดาวดวงนี้... ทว่าทิฟาไม่เห็นด้วย

"จริงเหรอ? ฉันข้องใจอยู่ ฉันไม่คิดว่ามันเป็นแบบนั้น"

"ฉันว่าเธอไม่คิดว่าตัวเองจะต้องตายเลยสักนิด แต่เธอวางแผนที่จะกลับมาให้ได้"

"เธอมักพูดว่า 'คราวหน้า' อยู่เสมอ"

"เธอพูดถึงเรื่องอนาคตมากกว่าพวกเราทุกคน"

"แม้ว่าเธอจะไม่เคยเล่าให้พวกเราฟังมาก่อน แต่เธอคงผ่านชีวิตที่ยากลำบากมา"



"ฉันคิดว่าแอริธมองไปยังวันข้างหน้า และอนาคต มากกว่าใคร ๆ..."

"...เธอคงจะมีความฝันอยู่มากมาย..."

วินเซนต์จะบอกว่า คำว่าชนเผ่ายุโบราณ ในอนาคตคนรุ่นหลังก็คงจะเรียกพวกเราแบบนั้น

เรดเธอทีนก็บอกว่าแอริธชอบมาลูบจมูกของเขา เขาไม่ชอบให้ใครมาทำเหมือนเขาเป็นเด็ก แต่ก็ชอบที่มีคนสนใจเขา เขาอยากขอโทษในสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนเจอหน้ากันครั้งแรก (ที่โผเข้าใส่)

ด้านซิดเองก็บอกว่าอยากให้เธอได้มาลองนั่งไฮวินด์ดูสักครั้ง

บูเก้นที่แยกไปอยู่ท้ายเรือคนเดียว ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะพาไปไหน...

No comments:

Post a Comment