Sunday, January 31, 2016

อัพเดท FFXV จากงาน Taipei Game Show 2016 และ ATR 7.0

วันนี้มีการพรีเซนต์อัพเดทใหม่ของ Final Fantasy XV จาก Taipei Game Show 2016 และรัฐบาลทาบาตะพบประชาชนรอบที่ 7 (ATR) เนื้อหาอัพเดทสรุปได้ดังนี้

Taipei Game Show 2016 (ถ่ายทอดสดตอน 10 โมงบ้านเรา)



- คุณทาบาตะเผยว่าตอนปล่อยเดโม Episode Duscae ออกมาเมื่อปีก่อน ทีมงานยังไม่ได้วางแผนจะจัดทำตัวเกมเวอร์ชั่นจีน แต่หลังจากคุณทาบาตะมาดูฟีดแบ็คจากแฟน ๆ ในงาน Taipei Game Show เมื่อปีก่อนแล้วก็เปลี่ยนใจ ตอนนี้เลยว่าจะทำเวอร์ชั่นจีนเหมือนตอน FFXIII ด้วยแล้ว

- คุณทาบาตะยืนยันอีกรอบว่า FFXV จะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก

- ปัจจุบันมีบริษัท 9 แห่งทั่วเอเชีย ช่วยพัฒนา FFXV อยู่ รวมถึง XPEC

- เดี๋ยวจะมีการฉายคลิปวีดีโอใหม่ 2 คลิปในวันนี้ โดยเป็นคลิปเดียวกับที่กำลังจะฉายใน ATR ช่วง 11 โมงด้วย คลิปนึงคือรายงานความคืบหน้าในการพัฒนา อีกตัวคือคลิปโชว์การต่อสู้

- โชว์คลิปรายงานความคืบหน้าในระดับต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคลิปที่ถ่ายความคืบหน้าของงานช่วงเดือน 8-9 ของปี 2015


- โชว์คลิปเกมเพลย์ในฐานทัพของนิฟไฮม์ (https://www.youtube.com/watch?v=GO7nyrNBFXA) ซึ่งช่วงแรกเป็นการ Stealth และใช้วาร์ปเพื่อเปลี่ยนตำแหน่ง หรือวาร์ปไปแทงศัตรูจากด้านหลัง แต่เมื่อไหร่ที่โดนศัตรูเห็น มันก็จะแห่กันมากระทืบเรา จบท้ายด้วยนักรบมังกรหญิงที่พุ่งมาโจมตีน็อคท์





- คุณทาบาตะบอกว่าเราไม่สามารถขโมยมาโดวอาเมอร์มาขับได้ แต่สามารถขโมยอาวุธในฐานมาใช้ได้ ดังตัวอย่างในคลิปที่ไปขโมยแท่นยิงปืนกลของศัตรูมาใช้

- รถที่ใช้ต้องเติมแก็ส หากแก็สหมด ต้องเข็นรถแบบที่เห็นในวีดีโอ

- ตัวเอกของ Tech Demo จะเป็นน็อคติสตอนเด็ก

รัฐบาลทาบาตะพบประชาชน (อัดไว้ล่วงหน้า ฉายตอน 11 โมงบ้านเรา)


- คุณทาบาตะเผยว่าคลิป ATR รอบนี้อัดเมื่อวันที่ 23 มกราคม ก่อนวันฉาย 8 วัน

- เผยว่าวันนี้จะนำเสนอเรื่อง รายงานความคืบหน้าของเกม, เรื่องศัตรูฝั่งนิฟไฮม์, ระบบต่อสู้ และรายละเอียดอีเวนต์ในเดือนมีนาคม

- ก่อนหน้านี้ทีมงานได้รับฟีดแบ็คมาว่ารายการพบประชาชนแต่ละครั้งมันยาวเกินไป (ช่วงต้นปีก่อนนี่ รอบละชั่วโมงกว่า ๆ) หลังจากนี้เลยจะรวบรัดให้เร็วขึ้น

- โชว์คลิปรายงานความคืบหน้า ตัวเดียวกับที่ฉายใน Taipei Game Show 2016

- มีการอธิบายว่าถ้าร่ายเวทย์ไฟใส่สิ่งที่มันติดไฟได้ อย่างเช่น หญ้า ไฟก็จะลาม ขยายวงกว้างกว่าปกติ (แต่เมื่อผ่านไปพักนึง หญ้าจะกลับเป็นปกติดังเดิม เพราะนี่เป็นเกม)

- แต่ถ้าใช้ไฟตอนฝนตก มันก็จะไม่ขยายวงกว้าง แถมจะดับเร็วกว่าปกติ และเวทมนต์ในภาคนี้จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศด้วย

- การใช้เวทมนต์ในภาคนี้เป็นการใช้พลังจากพลังงานของดวงดาว (คล้ายกับ FFVII ที่เซฟิรอธอธิบายว่ามาเทเรียหรือไลฟ์สตรีมตกผลึก อัดแน่นด้วยภูมิปัญญาที่สั่งสมในจิตวิญญาณของมวลมนุษย์ พอเราถือมาเทเรีย ก็สามารถใช้พลังจากภูมิปัญญานั้นเพื่อดึงพลังจากดวงดาวมาใช้ร่ายเป็นเวทมนต์ได้)

- เวทย์ในเกมมี 2 ประเภท คือเวทย์ธาตุทั่วไป (ไฟ สายฟ้า น้ำแข็ง) กับเวทย์ที่ใช้ได้เมื่อสวมแหวนเฉพาะ

- ตัวเกมมีเวทย์ Frog ที่จะเปลี่ยนให้กลายเป็นกบ (คิดว่ากบในคลิป น่าจะเป็นพวกตัวเอกที่โดนเวทย์นี้เข้าไป)

- เวทย์ธาตุในภาคนี้ มีลักษณะเหมือนไอเทมใน FFVIII การจะใช้ก็ต้องไปตามหา สะสมไว้ เวลาจะใช้ก็ต้องติดตั้งลงช่อง D-pad ร่วมกับพวกอาวุธ

- กองทัพของอาณาจักรลูซิส ใช้เวทมนต์เป็นหลัก ต่างจากนิฟไฮม์ที่ใช้เครื่องจักร

- อาร์ดีน - Ardyn (ผมแดง คนพากย์เดียวกับเรโน่) เป็นผู้นำฝ่ายบริหารและวิจัยของนิฟไฮม์ (เป็นหัวหน้าพวกใช้สมองน่ะเอง)


- กลอวก้า Glauca คนใส่เกราะ เป็นผู้นำกองทัพทหารนิฟไฮม์ มีลูกน้องเป็นพวกทหารชั้นล่าง (เป็นหุ่นยนต์ทั้งหมด) กับพวกทหารระดับกัปตัน (เป็นคนทั้งหมด)


- อราเนีย Aranea Hightwind เป็นหัวหน้าของทหารทัพนึงในนิฟไฮม์


- โชว์คลิปต่อสู้ ตัวเดียวกับ Taipei Game Show 2016 - https://www.youtube.com/watch?v=GO7nyrNBFXA

- เผยว่ามีการปรับปรุงการเคลื่อนไหวของมุมกล้องไปมาก ทำให้มันสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของผู้เล่นให้มากขึ้น จะได้ไม่ต้องลำบากหมุนเอง

- แต่เรื่อง UI ยังปรับแต่งกันอยู่ ยังไม่นิ่ง

- เรื่องปุ่มบังคับ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากตอนเดโมเช่นกัน อย่างที่เราทราบกันแล้วว่า D-pad ใช้เลือกอาวุธ ปุ่มฝั่งขวาก็ใช้โจมตี ป้องกัน กระโดด และวาร์ป

- ในการต่อสู้อิกนิสสามารชี้/สร้างจุดวาร์ปให้น็อคติสวาร์ปไปได้ (ใช้ชี้เป้าศัตรู แล้วเราวาร์ปไปฆ่า) ส่วนพรอมพท์สามารถยิงพลุทำให้ศัตรูตาพร่า และกลาดิโอก็... ช่วยโจมตีไปนั่นแหละ

- น็อคติสสามารถใช้จุดวาร์ปที่อิกนิสสร้างขึ้น วาร์ปไปมากลางอากาศโจมตีต่อเนื่องโดยไม่ตกพื้นได้ เป็นคอมโบอย่างนึง

- มีการทำลายถังน้ำมัน แล้วร่ายไฟใส่น้ำมันที่รั่วไหลออกมา ให้มันบะคู้ม

- เวลาสู้กับพวกมาโดวอาเมอร์ บนตัวมันจะมีจุดวาร์ปขึ้นมาหลายจุด เอาไว้ให้เราใช้ประโยชน์ในการโจมตีกลางอากาศ

- คุณทาบาตะบอกว่าระบบแสงของ Luminous นั้นไม่ต่างจาก Unreal Engine 4 มาก

- การพัฒนาเนื้อเกมในคอมพิวเตอร์นั้นเสร็จสิ้นแล้ว แต่ตอนนี้กำลังมีปัญหากับกับการปรับแต่งเกมให้เข้ากับคอนโซลเครื่องต่าง ๆ ให้ได้มีประสิทธิภาพ

- ทาบาตะดีใจที่ในที่สุด ก็สามารถสร้างเกมเพลย์ได้อย่างที่คิดไว้

- ประกาศรายละเอียดของอีเวนต์เดือนมีนาคม ชื่ออีเวนต์ Uncovered : Final Fantasy XV โดยจัดที่ Los Angeles วันที่ 30 มีนาคม 2016 เวลา 7PM PST แปลงเป็นเวลาไทยคือ 31 มีนาคม 2016 เวลา 9 โมงเช้า และจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง Youtube และ twitch ด้วย - http://finalfantasyxv.com/uncovered/us/


- จะมีการประกาศวันวางจำหน่ายเกมในงานนี้ พร้อมเผยชื่อของ Tech Demo ที่เล่นได้ตัวใหม่

*** เดี๋ยวกลางคืนผมจะดู ATR และเขียนรายละเอียดที่ตกหล่นมาอีกรอบนะครับ

----------------------------------------------

ภาพอื่น ๆ





---------------------------------------------------------------------------------------------------

เพิ่มเติม

- Iedolas Aldercapt - จักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมของนิฟไฮม์ ผู้มีอุดมการณ์ในการขยายอาณาเขตของประเทศออกไปให้ไกลที่สุด ประชาชนของชาติอื่นต่างไม่ชอบหมอนี่กัน ทว่าคุณทาบาตะได้ให้ข้อมูลสำคัญกว่าอิโดล่า ไม่ได้เป็นผู้นำจักรวรรดิอย่างเต็มตัวตั้งแต่เริ่มเกม เขาอยู่ในสภาพกึ่งเกษียณจากฉากหน้าของการเมือง (ประหนึ่งผู้มีบารมีนอกระบบนั่นเอง)

- Ardyn Izunia - ผู้นำฝ่ายบริหาร/นายกฯ ของนิฟไฮม์ เป็นคนตลกแต่ฉลาดหลักแหลม เป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิ กุมอำนาจในการบริหารอาณาจักร

- Glauca - ผู้นำเหล่าทัพ/นายพล ของนิฟไฮม์ กองทัพทหารของนิฟไฮม์แบ่งเป็น 2 ชั้นใหญ่ ๆ ชั้นล่างคือทหารหุ่นยนต์ ส่วนชั้นบนขึ้นมาก็คือทหารที่เป็นมนุษย์

- Aranea Highwind - กัปตันของทหารอากาศหน่วยที่ 86 สังกัดกองทัพภาคที่ 3 มีทักษะการต่อสู้สูงส่ง ในกองทัพก็เรียกเธอว่านักรบมังกรนั่นแล

- ATR Snapshot – January 2016 - https://www.youtube.com/watch?v=6ZcvojlKoLA

- Progress Report #2 - https://www.youtube.com/watch?v=irrnb3Xf_d8

---------------------------------------------------------------------------------------------------

เก็บตกหลังดูอีกรอบ

- ช่วงปลายตุลาคม 2015 มีการประกาศในทวีตภพของเกมว่าตัวเกมได้มาถึงขั้น Pre-beta คือขั้นที่เอาเนื้อหาทั้งหมดของเกมตั้งแต่ต้นจนจบมาต่อกัน พอเข้าเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมาก็เป็นช่วงสร้างตัวเกม Beta หมายถึงเกลาเนื้อหาทั้งหมดให้เป็นระดับที่จะไปโผล่ในตัวเกมจริง ๆ หากผ่านขั้นนี้ไปแล้วก็จะเหลือแค่การ Debug, ปรับแต่งนิด ๆ หน่อย ๆ และการ Localize เท่านั้น ตอนนี้ก็ใกล้จะเสร็จขั้น Beta แล้ว

- ทางค่ายมีกฎอยู่ว่าจะให้ประกาศวันวางจำหน่ายเกมได้ ก็ต่อเมื่อพัฒนาเกมมาจนถึงขั้น Beta

- ก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับฟีดแบ็คจากทีมงานฝั่งอเมริกามาว่า พวกเอ็งจะฆ่าตัวตายด้วยการโชว์ Power Point ภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวทำไม.... ดังนั้น ตั้งแต่รายการรอบนี้ไป Power Point ที่เอามาโชว์จะเป็น 2 ภาษาแล้ว

- มีการบ่นว่าพอใส่ภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นอยู่ใน Slide หน้าเดียวกันแล้ว เลยทำให้ต้องบีบตัวอักษรให้เล็กลงด้วย 555+

- คลิป Progress Report Vol.2 ที่โชว์ในวันนี้ เป็นคลิปโชว์สิ่งที่ทำงานทำกันในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งทีมงานคาดว่าคลิปรีพอร์ทตัวที่ 2 นี้จะเป็นตัวสุดท้ายแล้ว รีพอร์ทนี้มันมีไว้เพื่อโชว์ความคืบหน้าในระหว่างการพัฒนา โชว์สิ่งที่กำลังทดสอบหรือทำไปครึ่งหนึ่ง ทว่าเนื่องจากปัจจุบันเกมมันใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงไม่น่าจะต้องเอาพวกคลิประหว่างการสร้างมาให้ดูอีก ต่อไปก็คงจะได้เอาคลิปที่เป็นตัวเกมจริง ๆ Final Quality มาให้ดูกันแทน

- ทีมงานฝั่งอเมริกาคอมเมนต์มาด้วยว่า ATR แต่ละครั้งพูดกันยืดยาวมากไป เลยจะเร่งเข้าประเด็นมากกว่าที่ผ่านมา

เวทมนต์

- ในเกมจะมีศัตรูที่ร่ายเวทย์ Toad ใส่พวกตัวเอกได้

- เวทย์ไฟ ถ้าร่ายใส่สิ่งที่ติดไฟได้ ไฟก็จะลามมากขึ้น ถ้าร่ายใส่กระท่อมไม้ กระท่อมก็จะไหม้ไปด้วย และสังเกตได้ว่าพื้นที่ ๆ ติดไฟ ตัวละครก็จะโดดหนีออกมา

- ทั้งฝ่ายเราและศัตรู ก็จะได้รับดาเมจจากไฟนั้น

- เวทย์ไฟใน FF ปกตินั้น จะเป็นเวทย์โจมตีศัตรูตัวเดียวในช่วงต้นเกม แต่เมื่อเล่นไปแล้วพัฒนาไปเรื่อย ๆ ก็จะได้เวทย์ไฟที่โจมตีหมู่มา ทว่าสำหรับ FFXV แล้วเวทย์ไฟจะโจมตีเป็นแอเรียตั้งแต่ต้นเกม

- แต่เวลาใช้เวทย์ไฟในสภาพที่ฝนตก ไฟก็จะไม่ลุกลาม แถมยังดับไวกว่าปกติ

- ตัวเวทย์ในภาคนี้ก็จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ซึ่งที่จริงนี่ไม่ใช่ภาคแรกที่มีระบบแบบนี้ (เป็นมาตั้งกะภาค XI XII แล้ว) แต่การที่ไฟลุกลามไปทั่วได้ เป็นระบบใหม่ที่พึ่งมีในภาคนี้

- ถึงแม้ไฟจะเผาหญ้าเหี้ยม แต่ผ่านไปสักพัก พื้นที่ ๆ ไหม้ก็จะกลับมาเป็นปกติด้วยพลังลึกลับ กรณีพื้นที่ ๆ โดนรามูยิงสายฟ้าฟาดก็เช่นกัน

- เวทย์มนต์ในภาคนี้มีความเกี่ยวข้องกับตำนาน เรื่องราวของพวกอสูร และดวงดาว

- พลังเวทย์ในภาคนี้คือพลังจากธาตุของดวงดาว พลังเวทย์เหล่านี้เมื่อใช้แล้ว ก็จะกลับคืนสู่ดวงดาว

- ขณะที่เวทย์ไฟ จะมีการคำนวณว่าวัตถุที่โดนนั้นติดไฟหรือไม่ เวทย์ไฟฟ้า ก็จะมีการคำนวณว่าวัตถุที่โดนนั้น นำไฟฟ้าหรือไม่เช่นกัน เวลาฝนตก พลังของเวทย์ไฟฟ้าก็จะเพิ่มขึ้น ก็เป็นคอนเซปต์ที่อยากสร้างธรรมชาติของโลกในเกมให้เหมือนโลกของเรา ทำให้ผู้เล่นสนุกกับการทดลองร่ายเวทย์ใส่อะไรหลาย ๆ อย่างในสภาวะที่แตกต่างกันออกไป

- ส่วนเวทย์น้ำแข็ง ถ้าร่ายใส่ที่ ๆ มีน้ำอยู่ก็จะทำให้น้ำนั้นแข็งตัว ถ้าศัตรูเข้ามาอยู่ในแอเรียตรงนั้น ก็จะทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวช้าลง อืดอาด หรืออาจถึงขั้นแข็งตายได้

- เวทย์ธาตุในภาคนี้ มีสภาพเป็นเหมือนไอเทมด้วย แต่เราไม่สามารถหาซื้อตามที่ต่าง ๆ ได้ มันเป็นธาตุซึ่งผุดขึ้นมาในสถานที่หลาย ๆ แห่งในโลก (เหมือน Draw Point ใน FFVIII) เป็นเสมือนพลังงานให้เราไปเก็บ เราต้องรวบรวมพลังงานธาตุหลาย ๆ แบบแล้วเอาไปสร้างเป็นเวทมนต์ เวทย์ที่สร้างขึ้นได้ก็จะกลายเป็นสัมภาระอย่างหนึ่งของเรา และเราก็ติดตั้งเพื่อใช้ในการต่อสู้

- นอกจากเวทย์ธาตุแล้ว เวทย์อีกกลุ่มก็คือเวทย์แหวน เวทย์ที่สามารถใช้ได้เฉพาะผู้ถือครองแหวนแห่งราชวงศ์ลูซิส ซึ่งสืบทอดมาในเชื้อพระวงศ์

- เราใช้เวทย์ธาตุได้ตั้งแต่ต้นเกม แต่เวทย์จากแหวนนั้น จะใช้ได้เมื่อดำเนินเนื้อเรื่องถึงจุดหนึ่ง

- ในอนาคตจะเอาเวทย์น้ำแข็งมาโชว์ต่อไป (ไฟฟ้าทีหลัง)

จักรวรรดินิฟไฮม์

- ในระหว่างเนื้อเรื่อง สถานการณ์ของนิฟไฮม์จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่วันนี้เขาจะพูดถึงสถานการณ์ของนิฟไฮม์ก่อนเริ่มเกม

- ตอนเริ่มเกมนั้น จักรวรรดินิฟไฮม์จะยึดครองประเทศต่าง ๆ บนโลกได้เกือบหมด อาณาจักรลูซิสนั้นยังเป็นอิสระ ยังมีเอกราชอยู่ แต่ก็ถูกกดดันอย่างหนัก เป็นเหมือนปราการสุดท้ายที่กำลังจะย่อยยับ

- กองทัพของลูซิสนั้นพึ่งพาพลังเวทย์ในการต่อสู้ พวกเขาเป็นผู้ดูแลคริสตัล และสามารถดึงพลังของคริสตัลมาใช้เวทย์ได้ พวกเขาจึงใช้เวทมนต์สร้างบาร์เรียร์ป้องกันการรุกรานขึ้นมา

- ทว่าสำหรับนิฟไฮม์แล้ว อารยธรรมของพวกเขาเน้นไปที่เครื่องจักร กองทัพของพวกเขาจึงไม่ได้มีแต่มนุษย์ แต่ยังมีทหารกล มาโดวอาเมอร์ สิ่งประดิษฐ์มหาศาลที่ช่วยรุกรานชาติอื่น

- เดิมทีรถที่ใช้ในเกม ก็มีการนำเข้าจากนิฟไฮม์ไปยังลูซิส วัฒนธรรมการใช้รถจึงแพร่เข้าสู่ลูซิส ต่อมาชาวลูซิสก็รู้จักใช้เทคโนโลยีสร้างรถกันขึ้นมาเอง ปัจจุบันชาวลูซิสจึงใช้รถที่สร้างกันเอง แต่ก็มีเบื้องหลังอารยธรรมมาจากทางนิฟไฮม์

- อิโดล่า (Iedolas Aldercapt) จักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมของนิฟไฮม์ ผู้มีอุดมการณ์ในการขยายอาณาเขตของประเทศออกไปให้ไกลที่สุด ประชาชนของชาติอื่นต่างไม่ชอบหมอนี่กัน ทว่าช่วงต้นเกมเขาไม่ได้ทำหน้าที่นำจักรวรรดิด้วยตนเอง แต่อยู่ในสภาพกึ่งเกษียณจากฉากหน้าของการเมือง (ไม่ยื่นมือเข้ามาโดยตรง แต่ก็มีอิทธิพล) โดยคนที่ทำหน้าที่ผู้นำประเทศในฉากหน้าก็คืออาร์เดีน

- อาร์ดีน (Ardyn Izunia) ผู้นำฝ่ายบริหาร/นายกฯ ของนิฟไฮม์ เป็นคนตลกแต่ฉลาดหลักแหลม เป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิ กุมอำนาจในการบริหารอาณาจักร

- วาร์สไตล (Verstael) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีทหารกล

- กลอวก้า (Glauca) - ผู้นำเหล่าทัพ/นายพล ของนิฟไฮม์ กองทัพทหารของนิฟไฮม์แบ่งเป็น 2 ชั้นใหญ่ ๆ ชั้นล่างคือทหารกล (มี 2 แบบคือแบบโมเดลสำหรับต่อสู้ และโมเดลสำหรับทำการทั่วไป) ส่วนชั้นบนเป็นระดับกัปตันขึ้นมาก็คือทหารที่เป็นมนุษย์

- อราเนีย (Aranea Highwind) - กัปตันของทหารอากาศหน่วยที่ 86 สังกัดกองทัพภาคที่ 3 มีทักษะการต่อสู้กลางอากาศสูงส่ง ในกองทัพก็เรียกเธอว่านักรบมังกรนั่นแล คุณทาบาตะบอกว่าทีมงานชอบเธอกันมาก แต่แทบไม่มีใครจำตำแหน่งเธอได้เลย

การต่อสู้

- คลิปต่อสู้คราวนี้จะโชว์การลอบเร้นเข้าฐานของนิฟไฮม์ ซึ่งนี่ไม่ใช่เกมลอบเร้นตามแบบฉบับซะทีเดียว ตัวเกมมีระบบวาร์ปด้วยดาบมายา ซึ่งเป็นกลไกใหม่ของการลอบเร้น

- มีการปรับปรุงการเคลื่อนไหวของมุมกล้อง ให้เข้าใจสถานการณ์ในการต่อสู้ง่ายขึ้น ดีกว่าตอน Episode Duscae เยอะ นอกจากระบบจะปรับมุมกล้องตามระยะห่างของศัตรูแล้ว ยังคำนวณถึงการเคลื่อนไหวของผู้เล่น เพื่อขยับมุมกล้องให้ดีที่สุดด้วย ดังนั้น กล้องมันก็จะมุมไปทางที่ผู้เล่นเคลื่อนไหวไป และหันไปในทางจะเห็นศัตรูง่ายขึ้น ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องลำบากหมุนเอง

- เอฟเฟคท์อาวุธธรรมดาหมุนรอบตัวกลับมาในคลิปนี้ คุณทาบาตะบอกว่าจริง ๆ ก็คิดที่จะให้มีเอฟเฟคท์นี้ตลอดแหละ เพราะมันดูเท่ แต่ในทางเทคนิคแล้ว ดาบที่หมุนอยู่รอบตัวนั้นมันเป็นวิชวลเอฟคเฟคท์ การจะเปลี่ยนวิชวลเอฟเฟคท์ให้กลายเป็นวัตถุนั้นค่อนข้างยากมาก ก่อนหน้านี้ก็เลยยังไม่ได้ทำ แต่ตอนนี้ทำได้แล้ว

- ตอนนี้ UI ก็ยังอยู่ระหว่างการปรับแต่งขั้นสุดท้าย ดังนั้นมันอาจเปลี่ยนแปลงอีกหน่อย

- ตอนนี้อาวุธต่าง ๆ ก็ถูกแมพลงปุ่ม D-pad ทำให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนอาวุธไปมาตามใจชอบด้วยการกดปุ่มทิศทางได้ทันที ความเปลี่ยนแปลงนี้ก็เกิดขึ้นจากฟีดแบ็คของ Episode Duscae ที่ผู้เล่นอยากให้มีความเป็น Real-time action มากขึ้น

- การบังคับต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปจากเดโมมาก ในตัวเกมจริง ๆ ช่วงแรกก็จะยังใช้ได้ไม่กี่ปุ่ม แต่เมื่อปลดล็อคฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มมาก็จะค่อย ๆ ใช้เพิ่มได้ทีละปุ่ม

- ปุ่ม Cover แมพไว้กับปุ่มสี่เหลี่ยม เราจึงใช้ปุ่มนี้ทั้งในการ Cover และ Defend

- ในปุ่มฝั่งขวาก็จะแมพด้วยคำสั่งโจมตี ป้องกัน วาร์ป และกระโดด

-  ในคลิปล่าสุดนี้มีการโชว์คอมโบแบบที่ 4 คุณทาบาตะอธิบายว่าก่อนหน้านี้มี Automatic Combo (โจมตีเป็นคอมโบตามอาวุธที่เลือกไว้), คอมโบที่ใช้อัตโนมัติหลังปัดป้องการโจมตีได้, คอมโบที่ใช้ร่วมกับเพื่อนที่เพิ่มเข้าไปใน Episode Duscae 2.0 (ใช้อัตโนมัติกับเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ เมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด)

- คอมโบแบบที่ 4 นี้เป็นแบบกดใช้เอง เมื่อเพื่อนในกลุ่มพัฒนาอบิลิตี้ไปไกลก็จะใช้ได้ เวลาใช้คอมโบนี้ กล้องจะสลับไปยังเพื่อน เพื่อทำอะไรบางอย่าง แล้วค่อยสลับกลับมายังน็อค

- การพัฒนาความสามารถของเพื่อนนั้น มีลักษณะคล้าย Skill Tree พอพัฒนาแล้วก็จะมีคอมมานด์ใหม่ ๆ ออกมาให้ใช้ พวกสกิลและคอมมานด์เหล่านี้ก็จะส่งผลต่อ A.I. ในการต่อสู้เช่นกัน

- ในคลิปนี้อิกนิสใช้คอมโบด้วยการสร้างจุดวาร์ปที่ตัวศัตรู พรอมพท์ยิงพลุไฟก่อกวนพวกแพ้แสง (โดยเฉพาะศัตรูที่ออกมาตอนกลางคืน) กลาดิโอโจมตีเป็นวงกว้าง

- บนตัวมาโดวอาเมอร์นั้นจะมีจุดวาร์ปอยู่เยอะ ถ้าเราใช้จุดวาร์ปนั้นวาร์ปตีไปมาให้ดี ก็จะสามารถโจมตีกลางอากาศได้เรื่อย ๆ ไม่มีตก การควบคุมกลางอากาศนั้นทำค่อนข้างยาก แต่ตอนนี้ก็ทำเสร็จแล้ว

- การต่อสู้ในฉากนั้น จะเห็นมีการทำลายถังน้ำมันให้รั่วไหล แล้วค่อยจุดไฟเผาให้ระเบิด ในฉากนี้ผู้เล่นสามารถต่อสู้ได้หลายวิธี ไม่จำเป็นต้องจุดไฟเผาก้ได้ จะสู้ตามปกติก็ได้

- คุณทาบาตะบอกว่าถ้าจะพูดให้ชัด Luminous ไม่ได้เป็นหนึ่งในด้านระบบแสง ในแง่ฟังค์ชั่นแสงแล้ว Luminous ก็ไม่ต่างจากเอนจิ้นอื่นอย่าง Unreal Engine 4 มากนัก ดังนั้นจุดเด่นของ FFXV คงไม่ใช่เรื่องแสง แต่จุดเด่นอยู่ที่ Post Process ตัวอย่างเช่น การกำหนดว่าจะให้เงาแสดงออกมายังไงเมื่อมีแสงสาดส่อง เงาของสิ่งที่อยู่ไกลก็จะถูกแสดงแบบง่าย ๆ แต่พอเข้าไปใกล้ก็ให้แสดงแบบเต็ม กล่าวคือเอาเรื่อง L.O.D. (Level of Detail) มาใช้กับเงาด้วยเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมงานก็มีช่วงที่ไม่ได้เอา L.O.D. มาใช้กับเงา เลยไม่สามารถแสดงเงาของสิ่งที่อยู่ไกลได้ แต่พอเอามาใช้ พวกของที่อยู่ไกลก็จะมีเงา และในสภาพที่มีแหล่งกำเนิดแสงหลายแหล่ง วัตถุก็จะมีเงาเกิดขึ้นมากมาย มันก็ต้องมีเงาขนาดใหญ่จากแสงหลัก และเงาย่อยที่ซ้อนทับไปมา เงามากมายที่มีอิทธิพลต่อกันอย่างซับซ้อนนั้นจะช่วยสร้างความสมจริงขึ้นมา มันเลยดูเป็นธรรมชาติ

- นอกจากนี้ตัวเกมยังมีหมอก ซึ่งจะแตกต่างไปตามแสงสว่าง บรรยากาศ สภาพแวดล้อม ช่วงเวลาของวัน

- ตัวเกมใกล้จะเป็น Final Version แล้ว ตอนนี้ทีมงานก็กำลัง Export พวก Asset ที่สร้างบน PC ไปยังคอนโซลและปรับแต่งให้เหมาะกับสเปคเครื่อง พูดให้ชัดคือการพัฒนา Asset บน PC นั้นเสร็จแล้ว กำลังขนย้ายไปยังคอนโซลนั่นเอง ซึ่งก็ขนกันมาตั้งกะช่วง Pre-beta (ช่วงที่เอาข้อมูลทั้งเกมมาต่อกันได้แล้ว)

- เกมนี้เป้าหมายมันไม่ใช่การฆ่าศัตรูโดยไม่ให้จับได้ แต่เป็นการทำลายฐาน ซึ่งก็จะมีฐานแบบนี้หลายแห่งทั่วเกม ดังนั้นในฐานก็มีป้อมปืนให้เราขโมยใช้ พอยิงแล้ววัตถุต่าง ๆ ก็ระเบิดไปหมด ทีมงานก็สร้างของหลายอย่างในเกมมันระเบิดได้

- เท่ากับว่าเกมนี้ วัตถุต่าง ๆ จะถูกกำหนดคุณสมบัติมามากมายว่า ติดไฟได้มั้ย? นำไฟฟ้าได้มั้ย? แข็งได้มั้ย? ระเบิดได้มั้ย? อย่างตึกในเมืองนี่ทำลายไม่ได้ ทว่าฐานของนิฟไฮม์นี่ออกแบบมาให้ถล่มได้เมื่อโดนดาเมจเยอะ ๆ

- ฐานของนิฟไฮม์นั้น มีทั้งที่ทำลายได้ และแบบที่เรายึดครองได้

- คุณทาบาตะบอกว่าในที่สุดเขาก็สร้างเกมเพลย์อย่างที่นึกภาพไว้ได้ มันง่ายที่เราจะนึกภาพขนาดใหญ่ขึ้นมา แต่การเอาองค์ประกอบทั้งหมดมาทำให้เป็นจริงนั้นมันยาก

- ส่วน Tech Demo ที่เคยพูดไว้นั้น ไม่ได้ตั้งใจเอาไว้โชว์การต่อสู้ แต่จะเอาไว้โชว์ให้คนจำนวนมากรู้จักโลกของ FFXV ซึ่งแผนเรื่อง Tech Demo นี้ยังคงอยู่ ซึ่งเขาพูดไว้ตั้งแต่งาน Jump Festa ในปลายปี 2014 ก็กะว่าจะประกาศรายละเอียดของ Tech Demo ในงานเดือนมีนาคมเช่นกัน

อีเวนต์เดือนมีนาคม

- ตอนแรกทีมงานคุยกันว่าจะจัดงานใหญ่งานเดียวที่เดียว หรือจะจัดเป็นงานย่อยตามประเทศต่าง ๆ 3 ที่ (เดาว่าเป็นอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่นน่ะแหละ) ซึ่งทีมงานคิดว่าถ้าจัด 3 ที่ ทันทีที่ข้อมูลข่าวสารสำคัญจากที่แรกเปิดเผยมา มันก็จะกระจายไปทั่วโลกทันที (จึงไม่มีประโยชน์ที่จะจัดงานย่อย 3 งานในเวลาไม่ตรงกัน หรือต่อให้จัดเวลาตรงกัน มันก็จะได้เวลาที่ไม่เหมาะสม เช่นช่วงค่ำของอเมริกา ก็เป็นช่วงเที่ยงของญี่ปุ่น แต่สำหรับทางยุโรปมันเป็นกลางดึกแล้ว) เลยว่าจัดมันงานเดียวใหญ่ ๆ เนี่ยแหละ

- ในงานก็จะมีการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ผู้ชมจากทั่วโลกเข้าใจด้วย

- ในงานจะมีการประกาศวันวางจำหน่าย ราคา สิ่งที่จะมากับเกม เรื่องสำคัญบางอย่าง และชื่อของ Tech Demo

- ใน Tech Demo นั้น แม้จะเน้นไปที่การโชว์โลก แต่ก็สามารถต่อสู้ได้ แต่มันก็จะต่างไปจาก Episode Duscae ที่เป็นการตัดเนื้อหาส่วนนึงของเกมมาให้เล่น

- ก่อนหน้านี้ทีมงานมุ่งเน้นไปที่การแสดงข้อมูลให้กับกลุ่มแฟนที่รอมาตั้งแต่ยุค Versus แต่หลังจากงานในเดือนมีนาคม จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มแฟนให้กว้างขึ้น

No comments:

Post a Comment