Tuesday, May 31, 2016

สรุป ATR รอบตอบ 80 คำถามประชาชน และเผยอายุวันเกิดส่วนสูงตัวละครหลัก



ช่วงเย็นที่ผ่านมาทางทีมงาน Final Fantasy XV ได้ปล่อยคลิปรัฐบาลทาบาตะพบประชาชนรอบพิเศษ (ATR Community Special) ซึ่งคราวนี้เป็นการตอบคำถามที่แฟน ๆ ฝั่งญี่ปุ่นส่งกันเข้ามาโดยเฉพาะ คำถามที่ถูกส่งเข้ามามีด้วยกัน 700 คำถาม ทีมงานได้คัดเหลือ 80 คำถาม

**สำหรับคลิปนี้นี้ ได้บันทึกไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ช่วง 0.18 น. ของฝั่งญี่ปุ่น

ข้อมูลน่าสนใจจากการตอบคำถามในคราวนี้มีดังนี้

- คุณทาบาตะบอกว่าตัวเกมไม่ใช่ Open World 100% ซะทีเดียว มันก็ยังมีเนื้อเรื่องหลักที่ต้องทำ พอทำแล้วถึงจะไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ได้

- คำถามว่าอาวุธในเกมมีด้วยกันกี่ประเภท คุณทาบาตะบอกว่าเขาระบุจำนวนที่แน่นอนไม่ได้ แต่สำหรับอาวุธปกติก็มี 7 ประเภท แต่ถ้ารวมพวกดาบมายาด้วย ก็จะมากกว่านั้น

- ตัวเกมไม่มีระบบปีนป่าย

- มีคนถามว่าระหว่างรถกับโจโคโบะในเกม อะไรวิ่งเร็วกว่ากัน คุณทาบาตะตอบว่ารถ

- จากที่ก่อนหน้านี้คุณทาบาตะเคยบอกว่าสาเหตุหลักที่ผลิตชุด Ultimate Collector's Edition ได้น้อยเนื่องจากการผลิตและขนส่งฟิกเกอร์ไปยุโรป ซึ่งขนส่งทางเรือและใช้เวลาขนส่งร่วม 3 เดือน ทำให้ผลิตทันวันจัดส่งได้แค่ไม่กี่หมื่นชุดเท่านั้น (10,000 ชุดที่เพิ่มเข้ามาทีหลังก็ไม่ยืนยันว่าจะจัดส่งได้ทันวันวางจำหน่ายเกม) ทำให้มีแฟน ๆ ถามว่าช่วยออกชุด UCE แบบไม่มีฟิกเกอร์น็อคติสเพื่อเป็นการตัดปัญหาได้มั้ย? คุณโอฟุจิบอกว่าคงไม่ได้เพราะตัวฟิกเกอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของชุดพิเศษนี้

- คุณทาบาตะบอกว่าเวลาที่เรียกรามูออกมา เราเห็นรามูอุ้มน็อคติสขึ้นไปบนฟ้าคนเดียวก่อนจะปล่อยสายฟ้าฟาดออกมา แต่จริง ๆ แล้วรามูก็อุ้มทั้งทีมขึ้นไปนั่นแหละ เพียงแต่เกมทำให้เห็นเฉพาะตอนที่รามูอุ้มน็อคติสขึ้นไปคนเดียว

- มีคอมเมนต์บอกว่ากราฟฟิกของ Platinum Demo ดูแย่กว่า Episode Duscae ที่แพทซ์แล้ว คุณทาบาตะบอกว่าตัวเกมจริง ๆ จะมีกราฟฟิกที่ดีกว่านั้น รอดูตัวอย่างใหม่ใน E3 นี้ละกัน

- มีคนถามว่าระบบวิทยุในรถ จะสามารถเปิดเพลงที่ชอบเเองได้มั้ย คุณทาบาตะตอบว่าระบบวิทยุในรถ ก็มีเพลง FF ให้ฟังกันเยอะแยะมากมายอยู่แล้ว (จริง ๆ ก็คือเลือกเปิดเพลงของตัวเองไม่ได้นั่นแหละ)

- ทีมงานยืนยันว่าตัวละครที่ใส่ชุดคลุมสีขาวในเทรลเลอร์ E3 2013 ยังคงอยู่ในเนื้อเรื่องที่รีบู๊ทขึ้นใหม่

- ยืนยันตามเดิมว่าไม่สามารถขับเรือในเกมเองได้ (ตามที่เคยให้ข้อมูลไว้ก่อนแล้วว่าเป็นเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่องครั้งเดียวในเกม) แต่ระหว่างนั่งเรือก็สามารถหมุนกล้องได้นะ

- ในเกมสามารถเซฟที่ไหนก็ได้ ไม่ได้เซฟได้เฉพาะภายในแคมป์เท่านั้น

- ตัวเกมมีระบบ Fast Travel กลับไปยังสถานที่ล่าสุดที่ค้างแรม (เหมือนใน Episode Duscae)

- ก่อนจะไปสู้บอสใหญ่ของเกม จะสามารถกลับไปสำรวจสถานที่รอบโลกได้

- ตัวละครที่คุณทาบาตะชอบคือน็อคติส ส่วนของคุณโอฟุจิคือพรอมพ์ เจ้าตัวบอกว่าให้รอดูอนิเมตอนต่อไป แล้วจะรู้ว่าทำไมเขาถึงชอบหมอนี่ที่สุด อนิเมตอนต่อไปจะปล่อยช่วง E3 นี้

- ก่อนหน้านี้เคยมีคนถามว่าจะใส่ Photo Mode ลงไปในเกมมั้ย? แล้วคุณทาบาตะตอบเลี่ยง ๆ ว่ามีเจ้าพรอมพ์ถ่ายให้ระหว่างทางแล้วไง วันนี้มีคนถามเข้ามาอีก แล้วทีมงานตอบว่าเรื่อง Photo Mode ไม่มีแผน แต่เรื่อง Gallery Mode ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ถ้าเห็นชอบ ก็จะแพทซ์เข้าไปภายหลังการวางจำหน่าย (แพลนงานที่ต้องทำจนถึงช่วงส่งเข้าสายการผลิตเต็มแล้ว)

- คุณทาบาตะบอกว่าตัวเกมในตอนนี้ยังไม่มี Gallery Mode แต่พวกเขามีแผนจะแพทซ์ใส่เข้าไปทีหลังแล้ว

- คุณทาบาตะบอกว่าพยายามจะใส่ประสบการณ์ของทีมงานเข้าไปในเกม รวมถึงประสบการณ์ที่เขาเคยไปยุโรปตอนหนุ่ม ๆ ด้วย ตอนนั้นเขาไปแบบไม่ค่อยมีเงิน ในเกมมันเลยมีช่วงที่ตัวละครยาจกแบบนี้เช่นกัน นอกจากนี้ก็พยายามทำให้มันได้อารมณ์เหมือนกับสารคดี Discovery Channel ดังที่ทำมาให้ดูกันในเทรลเลอร์ World of Wonder

- เวลาใช้รถเหาะ ถ้าลงจอดผิดพลาด จะทำให้ Game Over ได้

- มีแฟน ๆ ถามเข้ามาว่าทำไมเกมนี้ถึงใช้เวลาพัฒนาตั้ง 10 ปี คำถามนี้ทำเอาทีมงานหัวเราะกันหมด คุณทาบาตะเองซึ่งพึ่งเข้าร่วมโปรเจคท์นี้ได้ไม่กี่ปี ก็ไม่ได้อธิบายอะไรมาก แต่บอกว่าขอโทษที่ทำให้ต้องรอคอยกันนาน

- ช่วงวันที่ 29 กันยายน คืนก่อนวันวางจำหน่ายเกม อาจจะมีการจัดอีเวนต์เคาท์ดาวน์ขึ้น โดยน่าจะเริ่มช่วง 1 ทุ่มของญี่ปุ่น ตอนนี้ยังพิจารณากันอยู่

- คุณทาบาตะบอกว่าแกเคยเล่น FFII แต่เลิกเล่นไปกลางทางเพราะระบบการพัฒนาตัวละคร (แกเคยเปรียบเทียบว่าตอนเริ่ม FFXV ก็เหมือน FFII ที่มาถึงก็ต้องสู้เลย) จากนั้นก็หยอกว่าไว้ทำ FFXV เสร็จแล้วแกอาจไปเล่น FFII ให้จบ

- อย่างที่น่าจะรู้กันว่าสีธีมของ FFXIII คือสีขาว ชื่อเอนจิ้นที่ใช้สร้างเกมนี้ในตอนแรกคือ White Engine ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Crystal Tools ในภายหลัง ซึ่งเดิมที FF Versus XIII ก็เคยพัฒนาด้วย Crystal Tools ในช่วงแรกเช่นกัน แต่ในเวลาต่อมาก็มีการเปลี่ยนเอนจิ้น ซึ่งด้วยสีธีมของโปรเจคท์นี้คือสีดำ ก็เลยเรียกชื่อเอนจิ้นใหม่นั้นว่า Ebony ซึ่งหมายถึงดำมืด ซึ่งในเวลาต่อมาก็เปลี่ยนมาใช้ Luminous Engine แทนอีก

- มินิเกม Justice Monsters Five ที่เลื่อนมา กำหนดการใหม่คิดว่าจะเปิดให้เล่นหลังงาน E3 ปัจจุบันมีคนลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วกว่าแสนคน หลังเกมเปิดให้บริการจะมีแจกไอเทมเป็นการขอโทษในความล่าช้าด้วย ที่เลื่อนมาเรื่อย ๆ ก็เพราะเกิดปัญหาด้านเทคนิคขึ้น

- ATR ครั้งต่อไป จะจัดคืนวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2016 (ไม่ได้ระบุว่าเป็นเวลาของที่ไหน) ก่อนงาน E3 ในนั้นจะเปิดเผยรายการสิ่งที่จะนำเสนอใน E3

ปิดท้ายด้วยการนำเสนอเทรลเลอร์ใหม่และข้อมูลของตัวละครหลัก



น็อคติส
อายุ 20 ปี
เกิดวันที่ 30 สิงหาคม
สูง 176 ซม.
ชอบ เล่นเกมได้คะแนนสูง ๆ

*วันนี้ผู้พากย์เสียงญี่ปุ่นในเกมให้กับลูน่า พึ่งบอกว่าลูน่าอายุ 24 ปี

อิกนิส
อายุ 22 ปี
เกิดวันที่ 7 กุมภาพันธ์
สูง 183 ซม.
ชอบ ทำอาหารใหม่ ๆ

กลาดิโอ
อายุ 23 ปี
เกิดวันที่ 2 เมษายน
สูง 198 ซม.
ชอบ สะสมอุปกรณ์แคมปิ้งของ Coleman

พรอมพ์
อายุ 20 ปี
เกิดวันที่ 25 ตุลาคม
สูง 173 ซม.
ชอบ การถ่ายภาพ

http://mypage.member.jp.square-enix.com/18/blog/detail/326133/

----------------------------------------------------------------

สรุปแบบยาว

โอฟุจิ : วันนี้ เข้าวันที่ 26 พฤษภาคม
ทาบาตะ : เข้า 26 ละ
โอฟุจิ : เวลา เที่ยงคืน สิบแปดนาที... (พูดเสียงเจื่อน ๆ)
(เสียงทีมงานหัวเราะ)
ทาบาตะ : รถไฟเที่ยวสุดท้ายก็ไปแล้ว หึ หึ หึ
(หัวเราะกันใหญ่)

มีคำถามส่งเข้ามาด้วยกัน 700 ข้อ ทีมงานคัดเหลือ 80 ข้อมาให้สุ่มตอบ โดยตัดคำถามที่
- ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัว
- เรื่องที่ประชาสัมพันธ์ไปแล้ว
- สิ่งที่ขัดต่อศีลธรรม

ทาบาตะ : เดี๋ยวนะ เราอาจเผลอตอบคำถามที่ไม่ควรตอบไปด้วยใช่มั้ย?
โอฟุจิ : ถ้าจำเป็น เดี๋ยวผมจะทุ่มสุดกำลัง เพื่อหยุดคุณเอง

ทาจิ : เดี๋ยวผมจะอ่านหมายเลขคำถามนะครับ พวกคุณก็เปิดหาคำถามข้อนั้นแล้วตอบมา
ทาบาตะ : นี่เราต้องเปิดหาคำถามกันเองเหรอ? (หัวเราะ)
โอฟุจิ : ทำไมไม่ใช้ PC เล่า? PC มีคำสั่งค้นหา ก็รู้ ๆ กันอยู่

ทาจิ : คำถามแรก ข้อ 65
ทาบาตะ : นี่เราต้องเปิดจริง ๆ เหรอ?????

- ตัวเกมไม่มีระบบปีนป่าย

- มีระบบพัฒนาตัวละครคล้าย Skill Tree ใช้เอาอบิลิตี้ใหม่

- ไม่ต้องกลัวหลงทางหรือไม่รู้จะทำอะไรใน Open World ยังไงเกมมันก็มีเนื้อเรื่องหลัก เล่นตามเนื้อเรื่องไป ก็จะไปถึงที่ใหม่ ไม่หลงหรอก

- ถึงจะมีระบบที่เป็น Action แต่ก็ไม่ได้เน้นเทคนิคด้าน Action อะไรมากนัก ยังไงก็เป็นเกมที่สร้างมาให้คนหมู่มากเล่นกันได้สนุก ง่าย ๆ น่ะ แถมยังปรับความยากง่ายได้ รอดูใน E3 นะ

- อนิเมตอนที่ 2 จะออกช่วง E3

- บอกไม่ได้ว่ามีอาวุธทั้งหมดกี่ชนิด เพราะอาวุธประเภทหนึ่งที่เรียกดาบมายา มันเกี่ยวข้องกับพล็อต อาวุธทั่วไปนั้นมี 7 ประเภท แต่ถ้ารวมพวกดาบมายาไปด้วย มันจะเยอะกว่านั้น (น่าจะหมายความว่าพวกอาวุธมายา ก็มีอีกหลายแบบ)

- มีแฟน ๆ บอกว่าอยากขอเวลา สำรวจศพเบฮีมอธและสวดภาวนาส่งวิญญาณให้สักหน่อย แต่ศพมันหายไปไวเหลือเกิน มีแผนจะใส่ Gallery Mode หรือ Photo Mode ที่ช่วยหยุดเวลาในเกมลงไปให้มั้ย? คุณทาบาตะบอกว่าเรื่อง Galley Mode มีแผนอัพเดทลงไปหลังเกมออก แต่ Photo Mode ไม่มีแผนน่ะ เอาเป็นว่าถ้าจะสวดภาวนา ก็ภาวนาให้ขณะที่มันกำลังหายไปละกัน (หัวเราะ) พนมมือ ขอให้ความรู้สึกจะส่งไปถึงมัน

- รถเร็วกว่าโจโคโบะแน่นอน

- ชายปริศนาในชุดขาวยังอยู่ในเกม

- เวลาเรียกอสูรออกมา อสูรก็ปกป้องทุกคนให้ปลอดภัยนั่นแหละ แต่ที่ทำให้เห็นภาพว่ามันปกป้องน็อคติสคนเดียว เพราะขืนให้อสูรมานั่งหาและคุ้มครองเพื่อนทีละคน จังหวะเกมมันจะเสียหมด

- กราฟฟิกของตัวเกมเวอร์ชั่นจริง ให้รอดูใน E3

- มีคนขอให้คลอดหนังสือตำราทำกับข้าวของอิกนิสออกมาขาย คุณทาบาตะบอกว่าสำนักพิมพ์ไหนสนใจ ก็ให้ติดต่อมาละกัน

- คุณโอฟุจิบอกว่าในตอนนี้ไม่มีแผนจะออกชุด Ultimate Collector's Edition ที่ไร้ฟิกเกอร์

- ฉากนั่งเรือในเกมนั้น ผู้เล่นควบคุมเรือไม่ได้ ได้แต่หมุนกล้องไปมา (เคยบอกไว้ว่าเป็นเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่องครั้งเดียวในเกม)

- ระบบวิทยุในเกม ทำมาให้เล่นได้แต่เพลง FF จากภาคเก่า ๆ ที่มีอยู่แล้วในเกม มันไม่ได้มีแค่สิบเพลงหรอก แต่มีเยอะ และมาจากหลายเจเนอเรชั่น หลายคนน่าจะได้ยินเพลงจากภาคเก่า ๆ ครั้งแรกก็ใน FFXV นี่แหละ ส่วนการใส่ระบบที่ทำให้ผู้เล่นเปิดเพลงของตัวเองได้นั้น ทีมงานไม่ได้ใส่ระบบนี้ลงไปในเกม เหตุผลก็เพราะการเปิดเพลงบนเครื่องนั้น ในแต่ละโซนมันมีกฎที่แตกต่างกันออกไป และยังมีข้อจำกัดอีกมากมาย เรื่องลิขสิทธิ์ก็อย่างนึง ไม่ใช่ว่าเครื่องทุกโซนจะสามารถเปิดเพลงได้เองตามใจชอบ แต่ละประเทศกฎมันก็ไม่เหมือนกัน ถ้าจะให้ใส่ลงไป คงต้องคิดวางแผนหาทางออกกันอีกนาน (สรุปว่าไม่ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง แต่โอกาสก็น้อยมากจนแทบไม่มี)

- ในเดโมดัสก้านั้น เวลาจะเซฟเกมต้องตั้งแคมป์ ทำให้ไม่สามารถคงสภาพเลเวลต่ำ ๆ เพื่อการชาเลนจ์ไว้ได้ แต่ตัวเกมจริง จะสามารถเซฟเมื่อไหร่ก็ได้

- มีคนขอให้ใส่ DLC ชุดคลาวด์เข้าไปในเกม แต่คุณทาบาตะบอกว่าไม่มีแผนแบบนั้น ส่วนเรื่องการกลับไปยังสถานที่ที่ผ่านมาแล้ว กลับได้แน่นอนตราบใดที่ยังไม่ได้ไปสู้บอสใหญ่

- เกมมีระบบ Fast Travel ใช้วาร์ปกลับไปยังสถานที่ที่เคยไปนอนพักมาแล้วได้

- สำหรับคำถามว่าทำไมถึงตัดสินใจสร้างเกมตั้ง 10 ปี คุณทาบาตะบอกว่าไม่ได้ตัดสินใจว่า เอ้า จะสร้างเกมนี้ 10 ปี แต่มันดันกลายมาเป็นแบบนั้นเองต่างหาก ยังไงก็ขออภัยด้วยละกัน

- มีคนตั้งข้อสังเกตว่าในภาคนี้ ตัวละคร 1 ตัวเหมือนจะใช้ Motion Actor ด้วยกันหลายคน ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะ? (สมัยก่อนตัวละครแต่ละตัว จะใช้ Actor แค่คนเดียว) คุณทาบาตะบอกว่าเพราะ Actor แต่ละคนไม่สามารถแสดงท่าทางทั้งหมดได้ ในฉากอีเวนต์ก็จะใช้ Actor คนนึง ส่วนในฉากต่อสู้ก็ใช้ทั้ง Actor เอย ทั้งสตาฟฟ์เอย ทั้งสตั๊นท์แมนมืออาชีพช่วยแสดง แล้วแอ็คชั่นมันก็เยอะมหาศาล เลยใช้ Actor หลายคนช่วยกันจะดีกว่า

- สำหรับคำถามว่าทำไมหน้าตาและทรงผมตัวละครหลายตัว โดยเฉพาะพรอมพ์ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดูเป็นมิตรมากขึ้น? คุณทาบาตะบอกว่าเหตุผลมีด้วยกันหลายข้อ (แล้วแต่ตัวละครด้วย) แต่เหตุผลพื้นฐานอย่างนึงเลยคือ ฮาร์ดแวร์ในตอนนี้มันเปลี่ยนไปจากยุค Versus เราก็ใช้ฮาร์ดแวร์ของยุคนี้ปรับตัวละครให้สามารถ่ายทอดอารมณ์ได้สมจริงมากขึ้น กรณีพรอมพ์นั้นแต่ก่อนก็โดนวิจารณ์ตำหนิมา บ้างก็บอกว่าดูเข้มไป ทั้งที่จริง ๆ คงเป็นผลมาจากแสงเงาบนหน้า ทีมงานเองก็เห็นว่าต้องเปลี่ยนแปลง อีกทั้งก็อยากทำให้กราฟฟิกมันดีขึ้น มันจึงเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย ๆ

- มีคนถามว่าตัวละครที่ทีมงานชอบที่สุด 3 อันดับแรกคือใคร? คุณทาบาตะบอกว่าไม่รู้หรอก ก็ไม่เคยทำสำรวจกันจริงจัง งั้นจะให้สำรวจแล้วโพสต์ลงบล็อกของเกมละกัน ส่วนตัวคุณทาบาตะเองชอบน็อคท์ คุณโอฟุจิชอบพรอมพ์

- เวลาขับรถเหาะถ้าลงจอดไม่ดี จะ Game Over ได้ สำหรับเกมนี้การเทคออฟและการลงจอด จะเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของเกม การเทคออฟไม่ยากเท่าไหร่ แต่การลงจอด ต้องบาลานซ์ให้ดี จริง ๆ ก็คงไม่ได้ยากอะไรมาก แต่คงได้ระทึกกันว่าถ้าพลาดก็ตาย

- มีคนถามว่า FFXV เทียบได้กับนิยาย เกม หรือหนังเรื่องไหน? คุณทาบาตะบอกว่าเกมนี้มันก็สร้างมาจากประสบการณ์ด้านต่าง ๆ ของทีมงาน อย่างในด้านการเดินทาง มันก็มาจากประสบการณ์ตอนไปเดินทางไกลที่ยุโรปช่วงที่เขาอายุ 20 ต้น ๆ ตอนนั้นเขายังหนุ่มและตังค์ไม่เยอะ พวกน็อคก็เลยได้รับอิทธิพลจนต้องเดินทางแบบไม่ค่อยมีอันจะกินไปด้วย ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับอะไรสักอย่าง มันก็น่าจะเป็นสารคดี (คุณทาบาตะใช้คำว่า Documentary) พวกเขาได้เปลี่ยนประสบการณ์ให้กลายเป็นสิ่งที่เติมเต็มประสบการณ์ลงไปในเกม เราไม่อยากให้มันเป็นแค่เรื่องบันเทิง แต่อยากให้มันเป็นเชิงสารคดีไปด้วย ประหนึ่ง Discovery Channel (ก่อนหน้านี้แกเคยพูดมาก่อนแล้วว่าฉากนั่งเรือไปจนถึงอัลทิสเซีย ผู้เล่นจะได้เห็นหน้าผาขนาดยักษ์ก่อน ซึ่งจะให้ความรู้สึกแบบเดียวกับตอนนั่งเรือจากอังกฤษไปเจอผาโดเวอร์ของฝรั่งเศส)

- มีคนถามว่าพารามิเตอร์ของโจโคโบะ เช่น ความเร็วในการวิ่ง ระยะทางที่บินถลาได้ ความสูงในการกระโดด มันสามารถพัฒนาได้มั้ย? คุณทาบาตะบอกว่าความสามารถของโจโคโบะนั้นขึ้นอยู่กับอาหารที่กิน เรียกว่าเป็นการบัฟให้มันจะเข้าใจง่ายกว่า เหมือนกับการให้แคแรคเตอร์กินอาหารดี ๆ วันต่อไปก็จะได้บัฟ ทำให้ความสามารถสูงขึ้น เช่น วิ่งเร็วขึ้น อึดยิ่งขึ้น อิกนิสเองก็เป็นคนจัดอาหารให้โจโคโบะกินเหมือนกัน

- การปกครองของอาณาจักรลูซิส เป็นมิตรกับประชาชนมาก

- มีคนทวงว่า เขาถามเรื่องประวัติตัวละครไปเมื่อ TGS 2015 แล้วทีมงานสัญญาว่าจะเปิดเผยให้หลัง TGS จนบัดนี้ทีมงานยังไม่ได้ทำให้เลย คุณทาบาตะเลยขอโทษแทนทีมงานทุกคน ที่ผัดวันประกันพรุ่งมาเรื่อย ๆ นี่จริง ๆ ก็คืองานมันชุลมุนจนลืม เดี๋ยวจะสั่งให้ทีมงานลงข้อมูลเดี๋ยวนี้เลย (ซึ่งก็ลงให้หลังจบ ATR ทันที)

- ส่วนเรื่องชุดบันเดิล พวกเขาไม่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะมีหรือไม่ SIE จะเป็นฝ่ายตัดสินใจ ถ้าจะให้ทำ พวกเขาจะร้องขอมาเองว

- มีคนถามว่าหลังทำ FFXV เสร็จ คุณทาบาตะจะทำอะไรต่อ อยากให้ออกหนังสือเกี่ยวกับการคุมทีม และทำโปรเจคท์ ทฤษฎีการบริหารองค์กร ประมาณนั้น ซึ่งคุณทาบาตะก็ขำและขอปฏิเสธ และที่คุณซากากุจิแนะนำให้ไปเป็นดารา คุณทาบาตะก็ขอปฏิเสธเช่นกัน คุณทาบาตะบอกว่าเขาสัญญากับคุณคาวาซึ (อาคิโตชิ คนร่วมออกแบบ FFII) ว่าจะจบ FFII ไว้ เลยจะไปจบเกมก่อน แล้วจะทำ Live Walkthrough ทาง Youtuber ด้วย.... ซะที่ไหนกันเล่า

มิตซึ : คำถามต่อไปจากคุณ โมริโนะคุมะนาโรว โควชิคิซัง ถามว่า "หลังสร้าง FFXV เสร็จแล้ว คุณทาบาตะจะทำอะไรต่อ?"

/ทาบาตะ เกาหัว

มิตซึ : "อยากให้ออกหนังสือเกี่ยวกับการปกครองทีมสร้างเกม การทำโปรเจคท์น่ะค่ะ"

/ทีมงานทั้งห้องส่งหัวเราะ

โอฟุจิ : ทฤษฎีองค์กรเลยเหรอ!

ทาบาตะ : เข้าใจละ ขอปฏิเสธนะ (ยิ้ม)

มิตซึ : แต่ซากากุจิซังเคยบอกไว้ว่า ทาบาตะซังน่าจะไปเป็นดารานะคะ

ทาบาตะ : เรื่องนั้นก็ไม่เอาว้อยยย! (หัวเราะ)

ทาบาตะ : คือผมสัญญากับคาวาซึซัง (อาคิโตชิ คาวาซึ คนร่วมออกแบบ FFII) ไว้แล้วว่าจะเคลียร์ FFII ให้ได้

โอฟุจิ : เฮียเคยบอกว่าตอนเล่นจะ Live ให้ดูด้วย

ทาบาตะ : ช่าย

มึตซิ : ทำ ทาบาตะ-D Live Walkthrough เหรอคะ

โอฟุจิ : เฮียบอกว่าจะเป็น Youtuber ด้วยใช่มั้ย?

ทาบาตะ : เป็น Youtuber แน่นอน ใช่แล้ว.... ซะที่ไหนกันละว้อยยย!!!

(หัวเราะยาวทั้งห้องส่ง)

ทาบาตะ : ก็จะไปเคลียร์ FFII ละกัน

- มีคนถามว่างานวางจำหน่ายเกม จะจัดช่วงดึกคืนก่อนการวางจำหน่าย หรือจัดแบบเต็มวัน จะได้ลางานได้ถูก... ทีม Community ตอบให้ว่ากำลังวางแผนกันอยู่ คิดว่าจะทำถ่ายทอดสดในคืนก่อนการวางจำหน่ายเกม ยังไม่ได้ฟันธงกัน แต่คิดว่าน่าจะเริ่มช่วง 1 ทุ่ม (เวลาไทยคือ 5 โมงเย็น)

(ทาบาตะบอกว่าได้ยืนทีมงานลือกันว่า ถ้าจะจัดงานวางจำหน่าย ต้องใช้งบ 100 ล้านเยน แต่ทีมงานบอกว่าเป็นเรื่องตลกเฉย ๆ คือเรื่องมาจากมีคนพูดขึ้นมาก่อนว่า ถ้าได้งบสัก 100 ล้านมาเพื่อจัดงานก็ดี)

- คำถามสุดท้าย แฟน ๆ อยากรู้ที่มาของชื่อเอนจิ้น Ebony และเหตุผลที่มันกลายมาเป็นชื่อกาแฟที่อิกนิสชอบดื่ม? และทำไมใน Brotherhood น็อคติสถึงดื่มกาแฟ Ebony ทั้งที่ใร Episode Duscae เขาบอกว่าเขาไม่ชอบมัน? คุณทาบาตะบอกว่าที่เห็นน็อคติสดื่มนั่นคือ เขาฝืนใจกิน อารมณ์ประมาณว่าเราตอนเด็ก ๆ พยายามกินกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลและนม แบบนั้นแล อย่างน้อยคุณทาบาตะก็เคยทำแบบนั้นเพราะคิดว่ามันเท่ ส่วน Ebony หมายถึงสี Jet Blck ซึ่งเป็นสีธีมของ FFXV ตั้งแต่สมัย Versus เอนจิ้นเดิมเลยถูกตั้งชือ่ว่า Ebony นอกจากนี้ สมัยก่อน Versus ยังกำหนดมาให้เป็นฝั่งตรงข้ามกับ FFXIII เมื่อ FFXIII เป็นสีขาวและใช้ White Engine (ชื่อแรกของ Crystal Tools) ทาง Versus เลยสร้าง Black Engine และเรียกว่า Ebony น่ะเอง

นอกจากนี้ ทันทีที่เขาเข้าร่วมทีมนี้ หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงจาก Versus เป็น FFXV คือฮาร์ดแวร์ได้เปลี่ยนจากลง PS3 เป็น PS4/XB1 ซึ่งก็มีการปรับปรุงเอนจิ้นให้มันรันด้วย Direct X 11 แต่หลังจากนั้นไปประมาณ 1 ปีครึ่ง ก็มีการสร้าง Luminous Studio ขึ้นมาแทน แล้ว Ebony ก็เลยหายไป ทว่าทีมงานก็ชอบชื่อ Ebony มันเป็นชื่อที่ดี จำง่าย ก็เลยเอาไปตั้งเป็นชื่อกาแฟในเรื่อง แล้วในนิวซีแลนด์ ก็มีเมล็ดกาแฟยี่ห้อ Ebony อยู่แล้วด้วย... ในญี่ปุ่นนั้นเราเอาชื่อ Ebony Coffe มาใช้ได้ แต่ในญี่ปุ่นคงใช้ไม่ได้ เพราะจะไปติดปัญหาเรื่องเครื่องหมายการค้า ตอนนี้ทีมงานก็ยังคุยเรื่องปัญหานี้อยู่ ดังนั้นในตัวเกมจริงเวอร์ชั่นต่างประเทศ อาจจะเป็นกาแฟธรรมดา ไม่มีชื่อ Ebony ปะไว้

- เรื่อง Justive Monsters Five เดิมกำหนดจะปล่อยลง Android เดือนเมษายน แต่ทีมงานประสบปัญหาทางเทคนิคจนต้องประกาศเลื่อนไป และไม่มีอัพเดทนับแต่นั้นมา เพราะว่าพวกเขายังแก้ปัญหาไม่ได้ ทว่าล่าสุดทีมงานพบทางแก้ปัญหา และมั่นใจว่าสามารถกำหนดเวลาปล่อยเกมที่แน่นอนได้แล้ว ซึ่งคุณโมโตฮาชิ ผู้อำนวยการสร้างเกมจะประกาศหลังงาน E3 ทันที
ในญี่ปุ่นมีคนลงทะเบียนรอเล่นแล้วกว่าแสนคน เพื่อเป็นการขอโทษที่ให้คอยนาน ก็จะมีการให้ของขวัญเป็นการขอโทษ แต่จะให้เป็นไอเทมใน App ก็ไม่ได้ เพราะผิดกฎของ Apple ในเรื่องปฏิบัติต่อยูสเซอร์อย่างไม่เท่าเทียมกัน เลยอาจจะให้เป็นอย่างอื่น เช่น Wallpaper ไรแบบนั้น

สุดท้ายคุณทาจิบอกว่าเขาทำคลิป A Day with Chocobo มาให้ทุกคนดูเป็นการขอบคุณ คุณมิตซึเสริมว่าในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ทาจิกลับรถไฟเที่ยวสุดท้ายตลอด คุณทาบาตะบอกว่าเห็นทาจิไปใช้ Motion Capture บ่อย คงแคปอะไรมาทำคลิปสินะ คุณทาจิก็บอกว่าเขาอัดและตัดต่อคลิปเองเลยนะ และนี่เป็นการตัดต่อครั้งแรกของเขา จนรู้ซึ้งถึงความลำบากของคนทำคลิป

https://www.youtube.com/watch?v=AliwfutGi8g

No comments:

Post a Comment