Thursday, March 2, 2017

สรุปพรีเซนต์ Final Fantasy: A Challenger Once Again จาก GDC2017


สรุปประเด็นที่น่าสนใจ จากการพรีเซนต์ในงานสัมมนาผู้พัฒนาเกม (Game Developers Conference 2017) ซึ่งจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก โดยช่วง 00.30 - 01.30 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย คุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับ Final Fantasy XV ได้ขึ้นพรีเซนต์ในหัวข้อ 'Final Fantasy': A Challenger Once Again

เนื้อหาน่าสนใจที่คุณทาบาตะพูดถึงมีดังนี้

- ระหว่างการพัฒนา FFXV มีคนบอกคุณทาบาตะว่าปัจจุบันซีรีส์ FF กำลังเสื่อมถอยและอยู่ในอันตราย คุณทาบาตะได้ยินแล้วก็รู้สึกนึกไปถึงจุดกำเนิดของ FF ภาคแรก ที่ตอนนั้นคุณซากากุจิก็บอกตัวเองว่าถ้าคราวนี้ไม่สำเร็จ มันจบสิ้นแน่

- ก่อนวางจำหน่ายเกม ฝ่ายการตลาดประเมินยอดขายของแต่ละโซนเอาไว้ ซึ่งจากการประเมินพบว่ายอดขายรวมทั้งโลกน่าจะไม่ถึง 5 ล้านชุด ซึ่งทีมงานคิดว่าหาก FFXV ขายทั่วโลกได้ต่ำกว่า 5 ล้านชุด ถือว่าซีรีส์เดินมาถึงทางตัน และจะพิจารณากันอย่างจริงจังว่าจะยุติซีรีส์นี้แล้วหรือไม่ ตัวคุณทาบาตะเองก็ตั้งเป้าให้ขายภาคนี้ให้ได้อย่างต่ำ 6 ล้านชุด จึงจะเป็นจุดต่ำสุดที่ยอมรับได้ โดยที่ตั้งเป้าหมายให้สูงกว่าที่ประเมินไว้ 1 ล้านชุด ก็เพราะอยากให้ทุกคนร่วมใจกันผลักดันเกมไปให้ได้


- คุณทาบาตะเปรียบเทียบเป้าหมายของ FFXV กับเป้าหมายของเกมในความรับผิดชอบของเขาที่ผ่านมา อย่าง Crisis Core -FFVII- เทียบได้กับภูเขาคิตาดาเคะ ซึ่งสูง 3,193 เมตร , FF Type-0 เทียบได้กับภูเขาฟูจิซึ่งสูง 3,776 เมตร ขณะที่เป้าหมายของ FFXV เทียบได้กับภูเขาเดนาลี (แมคคินลีย์) ซึ่งสูง 6,190 เมตร


- เมื่อตั้งเป้าหมายไว้สูงแล้ว ก็รวบรวมลูกทีม เรียนรู้จุดแข็งของแต่ละคน เชื่อมโยงจุดแข็งกับบุคลิก เพื่อให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลูกทีมแต่ละคนก็จะได้ออกมาบอกจุดแข็งของแต่ละคน และบอกว่าอยากจะทำอะไร

- ช่วงฤดูใบไม้ร่วง คุณทาบาตะรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ตกลงอย่างชัดเจน ก็เหนื่อยกันไป ช่วงนั้นลูกสาวก็เป็นห่วงตัวเขา เรื่องลูกสาวนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เขากลับมาสู้งานต่อ

- เรื่องลูกสาวที่ว่าคือ วันหนึ่งก่อนจะออกไปทำงาน ลูกสาววัย 6 ขวบของคุณทาบาตะก็เข้ามากอดโดยไม่ยอมปล่อย ลูกสาวถามว่า "ป๊ะป๋าจะยุ่งไปจนถึงเมื่อไหร่?" คุณทาบาตะก็ไม่รู้จะตอบยังไง เลยบอกไปว่าก็อีกสักพัก ลูกสาวได้ยินแบบนั้นก็พยายามกลั้นน้ำตาไว้ แล้วบอกเขาด้วยรอยยิ้มว่าให้ตั้งใจทำงานให้ดี แล้วลูกสาวก็วิ่งกลับไปหยิบภาพที่ลูกสาววาดเองมาให้ดู เป็นรูปตัวเขาตอนกำลังทำงาน

- คุณทาบาตะบอกว่าภาพที่ลูกสาววาดมา มันไม่ได้สวยหรอก แต่ที่มันจี๊ดคือ ลูกสาวเป็นห่วงตัวเขา มากกว่าจะคำนึงถึงความเหงาของตัวเอง เขายิ่งไม่มีเวลาให้ลูกอยู่ พอเห็นลูกพยายามเข้าใจ และกลั้นน้ำตาไว้ บอกให้พ่อตั้งใจทำงาน แทนที่จะกระจองอแง คนเป็นพ่อแบบเขาเห็นแบบนั้นก็ย่อมสะเทือนใจมาก



- หลังจากนั้นไม่นาน คุณทาบาตะเห็นว่ากำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงานมาก จึงจัดวันครอบครัวขึ้นภายใน Business Division 2 ให้ทีมงานแต่ละคนพาครอบครัวและลูก ๆ มาดูว่างานของพวกเขาเป็นยังไง ให้เด็ก ๆ ได้ลองเล่นตัวอย่าง FFXV เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และขวัญกำลังใจในการทำงาน สร้าง work-life balance ที่ดีขึ้นให้กับทุกคน

- แต่แล้วช่วงก่อนเกมจะออก มีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นคือแผ่นก่อนถึงวันวางจำหน่ายประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งเนื่องจากนี่เป็นเกมที่ตั้งใจจะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก ก็เลยเกิดเป็นปัญหาใหญ่ ในเบื้องต้นก็พยายามจะแก้ปัญหาโดยการลงโทษปรับเงินและสร้างมาตรการบังคับ แต่ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์

- คุณทาบาตะบอกว่าถ้ากลับไปตอนนั้นได้ จะหาทางบูรณาการ ปรับสปอยล์ที่หลุดออกมา ให้กลายเป็นการโปรโมตให้ได้ เรียกว่าเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส นี่เป็นบทเรียนที่ได้จากปัญหาครั้งนี้

- หลังจากพยายามกันอย่างหนัก สุดท้ายก็ไปถึง 6 ล้านชุดแล้ว ถึงเป้าหมายขั้นต่ำที่ตั้งไว้ หมายความว่าซีรีส์นี้ ก็จะยังคงอยู่ต่อไป


http://kotaku.com/and-now-a-cute-story-from-the-development-of-final-fan-1792860655
https://twitter.com/AlfheimWanderer
http://schedule.gdconf.com/session/final-fantasy-a-challenger-once-again
http://www.dualshockers.com/2017/03/01/final-fantasy-xv-director-talks-challenger-family-day-saved-team/
http://www.finalfantasy.net/xv/director-hajime-tabata-talks-final-fantasy-xv-gdc-2017/

No comments:

Post a Comment