KHUχ มาสเตอร์เอเฟเมร่า

EN Everglow : https://www.youtube.com/watch?v=WWvg8R2ruWg

EN goldpanner : https://www.khinsider.com/news/KINGDOM-HEARTS-Union-X-Finale-18484

En Official : https://youtu.be/pisQbvv4EFQ

ขยายความ Kingdom Hearts Union χ ตอนล่าสุด

..................................................

[ย้อนอดีต - มาสเตอร์ฯ คุยกับลูซู]

มาสเตอร์ฯ บอกว่าตอนนี้เราไม่สามารถเอาชนะพวกยามิได้หรอก เราต้องทำให้ผู้ใช้คีย์เบลดสืบทอดกันต่อไป จนกว่าจะถึงวันที่มีคนสามารถเอาชนะมันได้ในอนาคต ดังนั้นถึงต้องฝีกฝนผู้ใช้คีย์เบลดมากมาย จนกว่าจะถึงวันที่รุ่งอรุณที่ไม่มีอาทิตย์อัสดง จะได้ตะวันลับแสง และเมื่อถึงตอนนั้นแผนของเราก็จะบริบูรณ์

มาสเตอร์ฯ บอกว่าเขาต่อสู้กับยามิมาอย่างยาวนาน เมื่อพวกยามิสละกายเนื้อไป มันจะเปลี่ยนจากการโจมตีกายภาพ มาโจมตีหัวใจของผู้คนได้ เขาได้สูญเสียพวกพ้องไปเพราะเหตุนั้น ทว่าเมื่อมันทิ้งกายเนื้อไป มันก็จะสูญเสียจิตของตนเอง

ยามินั้นเดิมทีมีอยู่ด้วยกัน 13 ตน พวกมันพยายามเพิ่มจำนวนตัวเองขึ้น ความมืดที่งอกเงยออกมาแล้วกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตก็คือฮาร์ตเลส (Heartless) ส่วนพวกที่ไม่มีรูปร่าง ก็กลายเป็นตัวตนที่รอคอยโอกาสที่จะได้สิงสู่เข้าไปในผู้ที่มีหัวใจแข็งแกร่ง

เราไม่สามารถเอาชนะยามิที่ไร้กายเนื้อได้ เพื่อจะทำให้พวกมันอ่อนแอ เราถึงต้องมีภาชนะที่หัวใจแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงมีพวกนาย... มันอาจฟังดูเลวร้าย แต่ฉันไม่ได้ฝึกฝนพวกนายให้มาเป็นภาชนะธรรมดา ๆ ฉันอยากให้พวกนายมีหัวใจแข็งแกร่ง จนกระทั่งเมื่อยามิเข้าไปฝังราก พวกนายก็จะไม่สูญเสียตัวตน

นี่คือการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ อย่าให้ความรู้สึกมาบดบังเป้าหมายได้ ฉันฝากชะตากรรมของมนุษยชาติไว้กับพวกนายแล้ว เพราะฉันเชื่อมั่นในตัวพวกนาย

ในหมู่ความมืดทั้ง 13 นั้น มี 7 ตนที่อันตรายที่สุด เราจะต้องผนึกมันไว้ในหัวใจของพวกเรา และเมื่อมันฝังรากในหัวใจพวกเราแล้ว มันจะถูกกำจัด

สงครามคีย์เบลดมีขึ้นก็เพื่อการนี้


ส่วนคำว่าผู้ทรยศในตำราพยากณ์ก็เป็นเครื่องมือ ความรู้สึกลบอย่างความคลางแคลงบาดหมาง จะเป็นรังอาศัยให้กับพวกยามิ ฉันอยากให้พวกนายมีความรู้สึกนั้นในหัวใจ เพื่อที่ยามิที่แข็งแกร่งที่สุด 7 จาก 13 ตน จะได้เข้ามาอาศัยในหัวใจของพวกเรา

ส่วนยามิอีก 5 ตัวก็ให้มันผนึกอยู่ในตัวของแกนนำยูเนียนรุ่นใหม่หลังจากที่พวกเราไปแล้ว ส่วนอีกตัวก็ให้มันถูกขังไว้ในโลกนี้

ลูซูเปิดปากแย้งว่าเขายอมให้มีการเสียสละ มากขนาดนั้นไม่ได้

มาสเตอร์ฯ ก็แย้งว่าจะให้ความรู้สึกบดบังเป้าหมายไม่ได้ เขาเห็นคนที่เขารักสูญเสียหัวใจให้ยามิ เจ็บปวดทรมาน มีชะตากรรมที่น่าสังเวช กับตา มามากแล้ว แต่การต่อสู้ระหว่างแสงสว่างกับความมืด ไม่ใช่เรื่องตำนานผู้กล้า มันเป็นเรื่องที่มีหัวใจของทุกคนเป็นเดิมพัน ซึ่งเขาไม่ได้กะจะให้เสียสละใคร เขาเตรียมทางรอดของทุกคนเอาไว้แล้ว

พอลูซูได้ยินว่ามีการเตรียมทางรอดให้ทุกคนไว้แล้ว ก็เลยยอมสงบ แล้วลากกล่องออกจากห้องไป

มาสเตอร์ฯ ก็อวยพร ไม่ว่าจะคิดจะรู้สึกยังไง นายก็คือกุญแจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันหวังกับนายไว้มาก ลูซูผู้ทรยศ

..................................................

[ปัจจุบัน - โลกแห่งความจริง]

เบรนบอกว่าเขาพยายามเช็คว่าระบบขนย้ายระหว่าง Data World กับโลกจริง จะสามารถส่งทุกคนกลับมาพร้อมกันได้มั้ย แต่ดูท่าจะเช็คไม่ทัน แต่ก็ยังเหลืออีกทาง คือถึงจะช่วยแดนดิไลออนทุกคนไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะช่วย 3 คนนั้นได้

แล้วเบรนก็กดเปิด Ark 2 ลำ แล้วบอกให้เอลเรน่ากับลอวเรียวขึ้นไปก่อน เขาจะหาทางช่วย 3 คนนั้นกลับมา ด้วยการส่งอีก 2 ลำกลับไปยัง Data World

เบรนยังบอกว่าอย่างน้อยให้ลอวเรียมเป็นแกนนำยูเนียนที่ได้ออกไปจากโลกนี้แน่นอน เพื่อให้มั่นใจว่าอนาคตที่ถูกกรุยทางไว้จะมาถึง ถึงไม่รู้ว่าลอวเรียมจะไปถึงยุคใดที่ไหน แต่หัวใจจะเป็นกุญแจนำทาง

ลอวเรียมคิดว่าการที่เราหา Data ของสเตรลิตเซียไม่เจอ บางทีเราอาจจะเก็บคนไว้ในรูปแบบ Data ไม่ได้ แต่เขาเข้าใจผิด คราวนี้แหละจะต้องหาน้องให้พบให้ได้

เบรนก็อวยพรว่าความรู้สึกนั้นแหละจะนำทางไปหาเธอ ขอให้ได้พบกันอีกครั้ง

เบรนส่งลอวเรียม เอลเรน่า และเวนตุส ออกเดินทาง แต่ขณะนั้นเอง ก็รู้สึกได้ว่ามีใครอีกคนหนึ่งอยู่ในห้อง

พอหันไป ก็เจอลูซูที่รออยู่ ถามขึ้นว่า "เหลือแค่เธอคนเดียวเหรอ?"

..................................................

[ปัจจุบัน - Data World]

ตัวเอกกำลังแซวว่าเพื่อน ๆ ที่โลกจริงต้องปลอดภัยแน่นอน เพราะมีเบรนที่ฉลาดกว่าเอเฟเมร่าอยู่นี่นา

ไม่ทันไร ตัวเอก สคูลด์ เอเฟเมร่าก็รู้สึกถึงความผิดปกติในห้อง เมื่อจู่ ๆ ก็ยามิ 4 ตัวปรากฏขึ้นมาล้อมพวกเขา

ยามิแต่ละตัวบอกว่าพวกมันไม่ได้มาสู้ มันแต่อยากให้พวกเราเปิดเกทวาร์ปให้ ก่อนที่พวกเราจะกลับไปยังโลกจริง เป้าหมายของพวกมันคือการแผ่ขยายออกไป มันอยากจะเข้าไปในช่องวาร์ป (ทางเชื่อมระหว่าง Data World ต่าง ๆ) แล้วแพร่กระขยายความมืดออกไปยังโลกทั้งหมด

เอเฟเมร่าพยายามตะเถียง แต่ยามิพากันบอกว่าขัดขืนไปก็ไร้ประโยชน์ พวกเราน่าจะรู้จักถึงความแข็งแกร่งของพวกยามิดีแล้ว หรืออยากจะให้ครอบงำร่างกายรึไง หรืออยากจะให้ครอบงำเพื่อนแกต่อหน้าแก จนแกต้องจำนนเปิดเกทให้ต่อพวกเราด้วยความพ่ายแพ้


เอเฟเมร่ายังคงยืนกราน "ฉันขอปฏิเสธ"

เอเฟเมร่าเรียกคีย์เบลดออกมาฟาดใส่ยามิ แต่พวกมันหลบหายไปต่อหน้า ทั้งสามเลยรีบเรียกคีย์เบลดขึ้นมากำไว้ในมือ

ยามิตัวหนึ่งก็สมเพช แล้วบอกว่าโง่เง่าเสียจริง

ทันใดนั้นเอเฟเมร่าก็พูดซุบซิบบอกตัวเอกว่า "พอเริ่มรู้แล้ว รีบหนีเข้าอาร์คไปเลยนะ ถ้าพวกเราพอจะเอาตัวรอดไปได้สักคน ฉันก็อยากให้คน ๆ นั้นเป็นนาย"

แต่แล้ว ตัวเอกกลับชะงัก แล้วลดคีย์เบลดลง

"โง่เง่าเสียจริง เพราะแบบนี้ไง มนุษย์ถึงไม่มีวันเอาชนะยามิได้"

แล้วตัวเอกก็ฟาดโจมตีเอเฟเมร่าเต็มกำลัง เอเฟเมร่ารับไว้ได้ ทุกคนตกตะลึง

เราตีศอกใส่สคูลด์ แล้วพูดต่อไป "หัวใจของ (ตัวเอก) ได้ตกสู่ก้นบึ้งแห่งความมืดมิดแล้ว เสียงของแก ไม่อาจส่งถึงเขาได้ ก็บอกแล้วนี่ พวกเราที่ปราศจากร่างกาย แกก็ไม่มีทางทำลายเราได้"

แล้วสคูลด์จะเข้าใจว่า เราคือยามิตัวก่อนหน้านี้ที่ทุกคนช่วยกันรุมสู้ไป (แล้วมันเข้าไปสิงเวนตุส)

ตัวเอกเข้าโจมตีเอเฟเมร่าอีกครั้ง ทำให้เอเฟเมร่าปลิวกระเด็นไปอีกมุมของห้อง

"ถ้าแกยอมเปิดเกท เราก็อาจจะคืนหมอนั่นให้"

สคูลด์รีบวิ่งเข้าไปประคองเอเฟเมร่า ทั้งสองพากันยกคีย์เบลดขึ้นเตรียมตั้งรับ ส่วนตัวเอกบอกพวกยามิว่า "ไม่ต้องยุ่ง คอยดูก็พอ"

..................................................

ตัวเอกเอาชนะเอเฟเมร่าและสคูลด์ลงได้ แต่แล้วก่อนที่ตัวเอกจะเงื้อฟันสคูลด์ เอเฟเมร่าก็ยิงลำแสงออกจากคีย์เบลด ทะลุตัวเอก ทำให้เกิดช่องวาร์ปขึ้นด้านหลัง ซึ่งช่องวาร์ปนั้นก็ดูดทั้งตัวเอกและพวกยามิเข้าไป


เอเฟเมร่าได้แต่รำพันว่าเขาขอโทษ แล้วก็ปิดช่องวาร์ปไป

..................................................

[ปัจจุบัน - โลกแห่งความจริง]

ลูซูเข้ามาแนะนำตัวกับเบรนว่าเขาคือลูซู ศิษย์อีกคนของมาสเตอร์ฯ

เบรนฟังแล้วก็สงสัย เพราะเขาได้ยินมาว่าลูซูหายตัวไปนานแล้วก่อนจะมีการตั้งยูเนียนต่าง ๆ ขึ้นมา

ลูซูเลี่ยงที่จะตอบ แล้วถามกลับว่านายคือแกนนำยูเนียนรึเปล่า

เบรนบอกว่าใช่ เขาคือเบรน

ลูซูบอกว่านายตัวคนเดียวนี่ ก็หมายความว่า... แล้วก็หันไปนับอาร์ค ก่อนจะหันกลับมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับแกนนำคนที่เหลือ

เบรนบอกว่าคนหนึ่งออกไปได้แล้ว ส่วนอีกสองคนยังอยู่ใน Data World

ลูซูบอกว่านับได้แค่สี่ งั้นอีกคนก็เสียท่าไปแล้วเหรอ?

เบรนบอกว่าใช่... แต่เขาจะยังไม่ใช้อาร์คนี้ ยังมีพวกแดนดิไลออนติดอยู่ใน Data World เขาจะส่งอาร์คสองลำกลับเข้าไปช่วย นอกจากนี้ทางฝั่งนั้นก็มีอาร์คอยู่อีกลำ ก็จะทำให้ 3 คนกลับออกมาได้ ส่วนเขาจะขอมีชีวิตอยู่ต่อไปในยุคนี้ ยังมีแดนดิไลออนมากมายติดอยู่ใน Data World เขาจะหาทางปลุกพวกนั้นให้ได้

ลูซูก็งงกับคำว่า "ปลุก"

เบรนบอกว่าอวาบอกไว้ว่าเมื่อโลกถูกความมืดกลืนกิน ก็จะเข้าสู่การหลับใหล

ลูซูบอกว่าปกติ (โลกจริง) มันก็เป็นแบบนั้น แต่กรณีของ Data World มันจะต่างออกไป มันคือกรงที่สร้างขึ้นมากักขังยามิ เมื่อมันถูกกลืนกิน ก็จะไม่มีทางออกมาได้

เบรนตะลึงกับคำอธิบายของลูซู

ลูซูบอกอีกว่านอกจากนี้ อาร์คที่ไม่สมบูรณ์ที่กำลังใช้อยู่ ต้องมีสื่อกลางสำหรับสร้างร่างใหม่รออยู่ที่จุดหมายปลายทาง และยังต้องมีคนที่จดจำผู้โดยสารได้ รอออยู่ด้วย ก่อนจะใช้เนี่ยทราบใช่มั้ย?

เบรนก็บอกว่าก็รู้คร่าว ๆ 

ลูซูก็ถามอีกว่ามีแผนอะไรบ้างรึเปล่า? เบรนก็ได้แต่อ้ำอึ้งบอกว่าก็ได้แค่อุทิศชีวิตที่เหลือให้

ลูซูก็เดินเข้ามาบอกว่านายเป็นคนฉลาดมากเลยนะ ถ้าชีวิตต้องมาจบลงตรงนี้ คงน่าเสียดายแย่

..................................................

[ปัจจุบัน - Data World]


เอเฟเมร่าอุ้มสคูลด์ขึ้นมาแล้ววางลงไปในอาร์ค แล้วมองไปยังอาร์คที่วางเปล่าลำหนึ่งด้วยความเสียดาย ก่อนจะเดินเข้าอาร์คของตัวเองแล้วปิดฝาลง

..................................................

[ปัจจุบัน - Data World Portal]

ยามิสี่ตัว ชมตัวเอกว่าทำได้ดีมากที่อาศัยความโกรธของหมอนั่นทำให้ต้องยอมเปิดช่องวาร์ปออกมา เท่านี้เราก็จะสามารถกระจายไปยัง Data World ทั้งหมดได้ แล้วก็บอกให้ยามิที่สิงเราอยู่ ออกจากร่างเนื้อนี้ซะ ก่อนที่จะตายไปกับร่างเนื้อด้วย

แต่แล้วตัวเอกกลับหัวเราะ แล้วบอกว่าแปลกใจที่จะหลอกยามิได้ง่ายดายขนาดนี้ หรือว่าแค่เฉพาะพวกแก (4 ตัว) กันนะ ทั้งที่พวกแกไม่มีร่างแท้ ๆ แต่กลับไปไหนไม่ได้ถ้าไม่มีใครไขกุญแจให้

ตัวเอกลุกขึ้นแล้วยิงลำแสงจากคีย์เบลดออกไปปิดทางออก Portal

"เอเฟเมร่าล็อกทางเข้าไว้แล้ว ฉันเองก็ทำแบบเดียวกันกับทางออกไว้ เท่านี้พวกแกก็ไม่มีทางออกจาก Portal Cable ได้แล้ว"

ยามิตกใจว่านี่ตัวเอก แกล้งทำเป็นโดนครอบงำ เพื่อจะทำแบบนี้งั้นเหรอ?

ตัวเอกก็บอกว่า พึ่งรู้เหรออ พวกเราชนะแล้วโว้ยยยยยยยย!!!

แล้วยามิ 4 ตัวก็ได้แต่พากันกรีดร้องงงงงง!!

เราล้มลงอย่างอิดโรย แต่แล้วิจิริธีก็เข้ามาปลอบเรา เราขอโทษที่ทำให้จิริธีต้องมาติดอยู่ใน Data World ที่กำลังจะล่มสลายแบบนี้ด้วย

..................................................

[ปัจจุบัน - โลกแห่งความจริง]

เอเฟเมร่ากับสคูลด์มาถึงโลกแห่งความจริง แล้วพบห้องที่ว่างเปล่า ไม่เห็นทั้งเบรนและลูซู แต่แล้วแผ่นดินก็สั่นไหว

เอเฟเมร่ากับสคูลด์ออกไปเช็คด้านนอก แล้วก็พบก้อนพลังงานความมืดสีแดงขนาดใหญ่กำลังจะตกสู่เมืองแห่งรุ่งอรุณ ที่ตอนนี้ถูกกระหน่ำไปด้วยพายุ

สคูลด์บอกว่าการสร้างนั้นใช้เวลานาน แต่กลับทำลายลงได้ในชั่วพริบตา


แล้วเอเฟเมร่าก็ชวนให้กลับเข้าห้องกันเถอะ

..................................................

[ย้อนอดีต - มาสเตอร์ฯ คุยกับยามิ]

ยามิคุยกับมาสเตอร์ฯ บนเนินเขา ช่วงเวลาใดไม่ทราบ ยามิกำลังบอกว่าสิ่งที่มนุษย์ทำนั้นเกินกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจได้

ยามิ : เรื่องที่พวกมนุษย์ทำกันนี่ก็เหนือความเข้าใจจริงน้า

มาสเตอร์ฯ : พวกมนุษย์?

ยามิ : เอ่อ อาจจะแค่แกคนเดียวเท่านั้นแหละ

มาสเตอร์ฯ : อยากจะเข้าใจฉันงั้นเหรอ?

ยามิ : การทำความเข้าใจศัตรู ก็เป็นสิ่งสำคัญ

มาสเตอร์ฯ : สำคัญต่อพวกแกทั้งหมด? หรือแค่แกคนเดียวล่ะ?

ยามิ : ทั้งหมดนั่นแหละ

มาสเตอร์ฯ : หมากกระดานแรกของเราเป็นโลกใบเล็ก ยิ่งโลกใบเล็กเท่าไหร่ ก็ยิ่งควบคุมได้ง่ายเท่านั้น ดังนั้น ก็ค่อย ๆ คลี่มันออกทีละเล็กละน้อย ราวกับว่าเรากำลังเรียงหนังสือนิทานต่อกันไปทีละเล่ม เมื่อเราวางเพิ่มเล่มแล้วเล่มเล่า โลกก็จะขยายออกไปไม่สิ้นสุด ปัญหาคือ แม้จะมีสถานที่บนโลกที่แสงส่องไปไม่ถึง แต่กลับไม่มีที่ใดที่ความมืดร่างกรายไปไม่ถึง มันอาจต้องเสียเลือดเนื้อไปมากมาย และกินเวลาหลายชั่วชีวิตคน แต่โลกก็จะขยายกว้างออกไปเรื่อย ๆ ทว่ายิ่งก้าวไปเท่าไหร่ ความมืดก็ตามไปเสมอ ความมืดนั้นได้เปรียบว่าเห็น ๆ ถึงแม้เราพยายามหลบหนีไปยังโลกที่ปราศจากความมืดสักกี่หน ความมืดก็จะตามไปด้วย

ยามิ : เพราะเราเป็นเพื่อนกันไงล่ะ

มาสเตอร์ฯ : บางทีคนเราก็ต้องการสเปซซซ

ยามิ : อยากจะหายไปอยู่ในโลกแบบไหนล่ะ?

มาสเตอร์ฯ : โลกที่มองไม่เห็น อยู่เหนือความเข้าใจ ที่ซึ่งไม่มีทั้งแสงสว่างและความมืดควบคุมอยู่

ยามิ : ที่ไหนกันล่ะ?

มาสเตอร์ฯ : รู้มั้ยว่าอะไรคือจุดแบ่งระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่น? มนุษย์อยากจะเชื่อว่าเมื่อตัวเองจากไปแล้ว จะมีภพภูมิอื่นรอคอยพวกเขาอยู่ ฉันเองก็อยากจะเชื่อแบบนั้น เชื่อในโลกของชีวิตที่เหนือจินตนาการ โลกนิยาย (Fictional World)

ยามิ : นิยาย? หมายถึง Data World อ่ะนะ?

มาสเตอร์ฯ : ถ้าสิ่งที่จินตนาการแล้วทำให้เป็นจริงได้ มันก็เป็นความจริงน่ะสิ ก็บอกไปแล้วไงว่า นี่กำลังพูดถึงโลกที่อยู่เหนือความเข้าใจ

ยามิ : อิหยังวะ?

มาสเตอร์ : โลกที่มองไม่เห็นและเสียงส่งไปไม่ถึง โลกแห่ง ※

..................................................

[ปัจจุบัน - โลกแห่งความจริง]

เอเฟเมร่าส่งสคูลด์เข้าไปในอาร์ค เพื่อเตรียมมุ่งหน้าสู่อนาคต สคูลด์ขอบคุณเอเฟเมร่าที่อย่างน้อยเธออก็ไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียว

เอเฟเมร่าปลอบเธอว่าอย่าพึ่งยอมแพ้ จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย

ทั้งสองต่างหลับตาร่ำไห้ออกมา ซึ่งในใจของเอเฟเมร่านั้น กำลังนึกถึงตัวเอกที่ติดอยู่ใน Data World

..................................................

[ปัจจุบัน - Data World Portal]


จิริธีและตัวเอก ล่องลอยอยู่ในมิติสีขาวที่ล้อมรอบด้วยเหล่าแดนดิไลออนมากมาย พวกแดนดิไลออนกลายเป็นหัวใจ จิริธีของพวกเขาต่างโอบอุ้มหัวใจพวกนั้นเอาไว้ แล้วก็กลายเป็นดรีมอีทเตอร์ที่แตกต่างกัน

จิริธีของเราอธิบายว่า พวกเขาแต่ละตัวเชื่อมโยงกับหัวใจของผู้ใช้คีย์เบลด เมื่อหัวใจของเจ้านายหายไป เขาก็จะหายไปด้วย แต่เมื่อหัวใจของเจ้านายหลับใหล เขาจะกลายเป็นผู้ปกป้อง

ตัวเอกถามว่าเขาจะหลับใหลไปด้วยเหรอ? มีทางเลือกอื่นอีกมั้ย?

จิริธีบอกว่า ก็ปฏิเสธการหลับใหล ก็จะหลอมละลายกลายเป็นหัวใจดวงใหม่


ชั่วพริบตานั้น ตัวเอกก็เห็นนิมิตของผู้หญิงผมดำ กำลังส่งมอบทารกให้กับชายในผ้าคลุมสีกรมท่า แล้วชายคนนั้นก็นำทารกมาเลี้ยงดูที่เกาะแห่งชะตากรรม เด็กทารกดังกล่าวเติบโตมาเป็นเซอานอร์ท ขณะที่ชายในผ้าคลุมก็ล้มหายตายจากไป แล้วเซอานอร์ทก็เดินทางมาถึงเมืองสกาลาแอดไคลัม แล้วได้พบกับเอราคุส


กลับมาที่ตัวเอก เขาได้หลับตาลงด้วยความสงบ แล้วบอกกับจิริธีว่าการเดินทางของเขา ยังคงดำเนินต่อไป....

ทั้งสองกอดกัน แล้วหัวใจของตัวเอก็ล่องลอยออกไป....


..................................................

[หลากช่วงเวลา]

อาร์คของเอเฟเมรา เปิดออกที่กลางทะเล


นกกาของมาเลฟิเซนต์ นำผ้าคลุมของเธอมายังหอคอยปริศนาของเยนซิด (ฉากที่มาเลฟิเซนต์คืนชีพใน KH II)

ลอวเรียมมาโผล่ที่ป่าคนแคระ เอลเรน่ามาถึงอาณาจักรต้องสาป



เวนตุสมาถึงสุสานคีย์เบลด แล้วก็มีคนเดินเข้ามาหาพอดี (น่าจะเป็นเซอานอร์ท ตามที่คุณโนมุระเคยบอกไว้ใน KH III Ultimania ว่าจะแสดงฉากที่เซอานอร์ทพบเวนตุสครั้งแรกให้ดู)


แล้วก็ตัดไปที่ชายชุดดำกำลังลากกล่องดำอยู่กลางสุสานคีย์เบลด ในมือถือคีย์เบลดโนเนมไว้ แต่พอเปิดผ้าคลุมออกมา กลับเป็นหน้าของเบรน



..................................................

[ปัจจุบัน - สกาลา แอด ไคลัม]


เบรนเหมือนตกมาที่เมืองสกาลาแอดไคลัม แล้วก็พูดแบบงง ๆ ขึ้นว่าฉันอยู่ที่ไหน? (เหมือนความทรงจำแว้บไป)

แล้วก็มีคนในชุดประหลาดเดินเข้ามาหาเบรน คน ๆ นั้นแนะนำตัวว่าชื่อซิกเกิร์ด เขาขอติดต่อรายงานให้ทุกคนทราบแป๊ป

ซิกเกิร์ดบอกว่าเรื่องที่เบรนซึ่งหลบหนีออกจากเดย์เบรกทาวน์ที่ล่มสลาย จะมาปรากฏตัวที่นี่ เป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว และเลยรอต้อนรับอยู่ เขาจะพาเบรนไปยังสำนักงานใหญ่ เพื่ออธิบายรายละเอียด

เบรนจะถามว่าแล้วเพื่อน ๆ เขาอยู่ไหนล่ะ? แต่ซิกเกิร์ดบอกว่ามีแค่เบรนคนเดียวที่มาถึงยุคสมัยเวลานี้

แล้วซิกเกิร์ดก็นำทางเบรน ผ่านมาถึงลานน้ำพุ แล้วก็พบรูปปั้นยักษ์ของเอเฟเมร่าถือคีย์เบลด Master Keeper

ซิกเกิร์ดบอกว่านั่นคือรูปปั้นของชายที่สร้างเมืองนี้ขึ้นมา คีย์เบลดมากเตอร์คนแรก มาสเตอร์เอเฟเมร่า

เบรนก็บอกว่าเขารู้จักดี นั่นคือเพื่อนรักที่เขาภาคภูมิใจที่สุด



ไม่มีความคิดเห็น