ฮามากุจิเปิดปากกับ IGN ถึง Weapon, Highwind, Compilation และ Chadley ใน FFVII Revelation

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี่กองบรรณาธิการของเราไหลไปทุกจักรวาลจริงค่ะ 😂 ก่อนหน้านี้เจนนี่เพิ่งโดนลากไปทำตั้งแต่สรุป Captain Tsubasa: Next Dream⚽, มหากาพย์ Kingdom Hearts: The Lost Master Saga ❤️‍🔥 ยันเกมโป๊ A Busty Cop's Corrupted Soul ส่วนเมื่อวานพี่ท่านก็เข้าโหมดซึบาสะเต็มระบบ ลงทั้งภาค Memories, ตำนาน เมวะมหาประลัย และเรื่องเฮียวงะจากไซตามะไปสอดแนมวากาบายาชิที่ชิซึโอกะ จนสุดท้ายเนื้อหายังไหลไปถึงพี่ บอ.บู๋ หยิบไปเล่าต่อใน คอบอลคาเฟ่ อีก คือเราเริ่มจากนั่งแกะเรื่องการ์ตูนกันเงียบ ๆ สองคน แล้วทำไมมันออกไปเดินเล่นในรายการฟุตบอลใหญ่ได้ก่อน 5555665446453

เมื่อคืนพี่บอนเลยบอกให้หนูมาเบรก "ทำยังไงก็ได้ให้คนเลิกคิดว่าเป็นเพจซึบาสะที" เราเลยจะแล้วกลับมาหา นาโอคิ “อาหวัง” ฮามากุจิ กันค่ะ ฉายานี้ท่านพี่ตั้งให้จากความหวังอันแรงกล้าของแกเมื่อปี 2024 ที่อยากพา FFVII ไปแตะ Game of the Year จนบ้านเราเรียกติดปากไปแล้วเรียบร้อย 😂 ในงาน Gamescom 2026 ฮามากุจิได้ให้สัมภาษณ์กับ IGN โดยมี Gavin Poffley 🐉ล่ามอาวุโสที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาใน Square Enix มานับสิบปีช่วยแปล และรอบนี้พอไล่ฟังทั้งคำถามกับคำตอบแล้ว มีหลายเรื่องที่น่าสนใจกว่าที่หนูคิด โดยเฉพาะวิธีที่ Final Fantasy VII Revelation กำลังเปลี่ยนจาก “สำรวจพื้นที่กว้าง” แบบ Rebirth ไปเป็น การเดินทางทั่วทั้ง Planet แบบมีมิติความสูงจริง ๆ



1. Weapon บางตัวอยู่ในเนื้อเรื่อง แต่บางตัวคือของขวัญสำหรับคนอยากทรมานตัวเองหลังจบเกม

IGN เริ่มจากถามเรื่องเหล่า Weapon และบทบาทของพวกมันใน Revelation ว่าจะถูกนำเสนอแบบไหนเมื่อเทียบกับ FFVII ต้นฉบับ
ฮามากุจิตอบว่า ทีมงานยังคงเคารพโครงสร้างของต้นฉบับ ดังนั้น Weapon บางตัวจะถูกผูกเป็นส่วนหนึ่งของ Main Story ขณะที่อีกบางตัวจะถูกแยกไปเป็น End Content สำหรับผู้เล่นที่ต้องการความท้าทายระดับสูง

“เพราะเรายังคงอ้างอิงและเคารพต้นฉบับอยู่พอสมควร Weapon บางตัวก็จะถูกผนวกเข้าไปในเนื้อเรื่องหลักครับ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เตรียม Weapon ที่น่าสนใจบางตัวเอาไว้เป็น End Content ซึ่งไม่ได้อยู่ใน Main Story และอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่าบอสสุดท้ายของเกมเสียอีก”

ค่ะ
เอ็มมี่กับรูบี้ เนี่ยแหละค่ะที่เหนือกว่าเซฟิรอธ 🥲

2. Emerald Weapon — IGN ถามต่อ แล้วอาหวังก็เข้าสู่โหมด “มี Hint ใน Trailer ไปคิดเอาเองนะครับ”

จากนั้นประเด็นขยับไปหา Emerald Weapon ซึ่งฮามากุจิไม่ยอมเปิดรายละเอียดตรง ๆ แต่เขาจงใจชี้ว่า เทรลเลอร์ล่าสุดมีเบาะแสอยู่แล้ว

“ตอนนี้เกมยังไม่วางจำหน่าย ผมคิดว่าคงไม่ควรพูดรายละเอียดมากเกินไปครับ แต่ในวิดีโอที่เราเปิดเผยครั้งนี้มี Hint หลายอย่างอยู่ ผมอยากให้ทุกคนลองเอาสิ่งเหล่านั้นไปวิเคราะห์กันดู”

“อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่คิดว่าน่าจะสังเกตได้จากวิดีโอคือ ในตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับ Emerald Weapon มีบางสิ่งซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากครับ”

และคำว่า “มีบทบาทสำคัญมากในการรับมือ Emerald Weapon” ก็ทำให้ดูเหมือนการเผชิญหน้าครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นแค่เดินเข้าไป เปิด Battle แล้วตีจน HP หมด แต่จะมี Mechanic หรือองค์ประกอบบางอย่างที่เราเห็นไปแล้วใน Trailer เชื่อมอยู่ด้วย เช่น อาจจะต้องยิงมิซไซล์เรือดำน้ำสู้กับมันก่อน แล้วลากมันขึ้นฝั่งไปสู้บนบกก็ได้นะ…. ?

3. Meteor ทำให้โลกเปลี่ยน แต่แค่เปลี่ยนภูมิประเทศยังไม่พอ — วิธี “สำรวจ” ต้องเปลี่ยนด้วย

ช่วงที่ข้อมูลแน่นที่สุดของบทสัมภาษณ์ เริ่มจาก IGN ถามถึง World Map และโจทย์ของทีมงานว่า ในเมื่อ Rebirth ก็สร้างโลกกว้างขนาดมหึมาไว้แล้ว Revelation จะทำอย่างไรให้พื้นที่เหล่านั้นยังรู้สึกใหม่ โดยเฉพาะเมื่อ Meteor และ Weapon กำลังทำให้โลกเดินหน้าเข้าสู่หายนะ

ฮามากุจิบอกว่านี่เป็นโจทย์ใหญ่ของทีมโดยตรง

“ประเด็นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับพวกเราครับ อย่างแรก อย่างที่คุณพูด เมื่อ Meteor ปรากฏขึ้นและโลกกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่จุดจบ พื้นที่ต่าง ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกและภูมิประเทศ ดังนั้น World Map ที่เคยมีอยู่ใน Rebirth เองก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงด้วย”

แต่พอทีมลองคิดต่อ ก็รู้ว่าแค่ทำเมืองพัง ภูเขาแยก หรือเปลี่ยน Landscape นิดหน่อย มันยังไม่พอ

“แต่ถ้ามีเพียงเท่านั้น ผมคิดว่าความสดใหม่ยังไม่เพียงพอ สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือ วิธีการสำรวจ ครับ”

นี่แหละ Key Point ของ Revelation รอบนี้เลยค่ะ

4. Highwind จะเปลี่ยนโลกจาก Open World แนวราบ ให้กลายเป็นพื้นที่สำรวจสามมิติ

ฮามากุจิอธิบายว่า ใน Revelation เราจะใช้ Highwind เดินทางข้าม World Map ในระดับทั้ง Planet และสามารถกระโดดลงจากเรือกลางอากาศ ใช้ร่มชูชีพลงไปยังสถานที่ต่าง ๆ แล้วเริ่มสำรวจจากตรงนั้นได้โดยตรง

“ในภาคนี้เราสามารถใช้ Highwind บินไปทั่ว World Map ในระดับของทั้งดาว จากนั้นก็กระโดดลงด้วยร่มชูชีพ แล้วเข้าสู่การสำรวจพื้นที่นั้นโดยตรง ซึ่งผมคิดว่าทุกคนน่าจะเห็นภาพจากวิดีโอไปบ้างแล้วครับ”

และความแตกต่างสำคัญจาก Rebirth คือคำว่า มิติด้านความสูง

“Rebirth ถูกออกแบบโดยมีแนวคิดเรื่องการสำรวจพื้นที่ Open World ขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่ในภาคนี้ เราเพิ่มข้อมูลเรื่อง ‘ความสูง’ เข้าไปด้วย”

“มันจึงไม่ได้กว้างเพียงบนพื้นราบอีกต่อไป แต่เราต้องการให้ผู้เล่นสามารถสำรวจและผจญภัยอยู่ภายในพื้นที่ในเชิงสามมิติจริง ๆ”

หนูชอบประโยคนี้มาก เพราะมันอธิบายความต่างระหว่างสองภาคได้ง่ายสุดเลยค่ะ

Rebirth = กว้างในแนวราบ
Revelation = กว้าง + สูง + เข้าพื้นที่จากอากาศ

ดังนั้นแม้เราจะกลับไปสถานที่เดิมจาก Rebirth มุมมองและเส้นทางก็จะเปลี่ยน เพราะคราวนี้เราอาจมองเมืองเดิมจากบนฟ้า ร่อนลงจากอีกด้าน หรือเข้าถึงบริเวณซึ่งเมื่อก่อนเดินเข้าไปไม่ได้

ฮามากุจิบอกว่า การเพิ่ม Verticality ทำให้แม้แต่ Map เดิมก็ให้ทิวทัศน์และวิธีสำรวจที่แตกต่างออกไปได้

พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่ Rebirth Map + Meteor Skin ค่ะคุณ 😭 ทีมพยายามเปลี่ยนวิธีที่เรา “อ่านพื้นที่” ไปเลย

5. แล้ว Chocobo ยังจะเคลื่อนที่เก่งขึ้นอีก…จากเดิมที่ทำได้แทบทุกอย่างอยู่แล้ว

อีกตัวที่ได้รับการอัปเกรดคือ Chocobo

“นอกจากร่มชูชีพที่เห็นในวิดีโอแล้ว แม้ตอนนี้เรายังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้มาก แต่ Chocobo เองก็จะมี Mobility สูงขึ้นกว่าภาคก่อนด้วยครับ”

ซึ่งเดิม Chocobo ทองใน FFVII มันก็สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ไปได้ทุกที่อยู่แล้ว ภาคนี้อย่างน้อย ๆ ก็ต้องทำได้เหมือนเดิม หรือถ้าจะให้ดี ก็ต้องบินได้แบบ Chocobo ใน FFIX ด้วยค่ะ

และฮามากุจิย้ำว่าไม่ได้มีเพียงพื้นที่เก่าที่ถูกปรับใหม่ เพราะ Revelation ยังเพิ่มพื้นที่ใหม่จำนวนมาก ได้แก่ Wutai, Mideel, Rocket Town และสถานที่อื่น ๆ ซึ่งจะถูกนำมารวมเข้ากับ World Map เดิม

ตรงนี้เองที่ Scale คำว่า “เดินทางทั่ว Planet” เริ่มเห็นภาพขึ้นมาจริง ๆ

6. จาก Weiss กับ Nero — IGN ถามตรง ๆ ว่า แล้ว Compilation จะพา “ใคร” มาอีก?

จากนั้น IGN หยิบประเด็นที่แฟน FFVII จำกันได้ดี คือการที่ Remake Intergrade เคยพา Weiss กับ Nero จาก Deepground / Dirge of Cerberus กลับมา ซึ่งตอนนั้นสร้างความตกใจไม่น้อย เพราะมันเปิดประตูชัดเจนว่า Remake Project ไม่ได้แตะเฉพาะ FFVII ปี 1997

คำถามจึงประมาณว่า หลังจากนี้เราจะได้เจอใครจาก Compilation อีกหรือเปล่า?

ฮามากุจิถึงกับหัวเราะก่อนตอบ

“ทุกคนก็อยากรู้กันใช่ไหมครับ(หัวเราะ)แต่ถ้าผมอยู่ดี ๆ พูดตรงนี้ว่า ‘ตัวละครนี้ก็ออกนะ ตัวนั้นก็ออกนะ’ ทุกคนคงตกใจกันมาก เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผมยังบอกไม่ได้ครับ”

“แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมบอกได้ เป้าหมายของ Final Fantasy VII Remake Series ไม่ว่าจะเป็น Revelation หรือผลงานก่อนหน้านี้ รวมถึง DLC ไม่ใช่เพียงการนำ Final Fantasy VII ต้นฉบับมาสร้างใหม่”

“เป้าหมายของเราคือการนำ Setting และองค์ประกอบต่าง ๆ จากผลงานทั้งหมดใน Compilation เข้ามารวมไว้ แล้ว สร้าง Final Fantasy VII ขึ้นมาใหม่อีกครั้งในฐานะ Final Fantasy VII รูปแบบใหม่ ครับ”

เพราะฮามากุจิไม่ได้พูดว่า “เราหยิบ Easter Egg จาก Compilation มาเล่น แต่พูดถึงการ รวม Setting ของ Compilation เข้าเป็น FFVII เวอร์ชันใหม่
นั่นหมายถึง Crisis Core, Before Crisis, Dirge of Cerberus และเนื้อหาต่าง ๆ ในจักรวาล FFVII ไม่ได้ถูกมองเป็นของแยกอีกต่อไป ทีมกำลังเลือกส่วนที่ต้องการแล้วประกอบมันเข้ากับ Remake Trilogy

และเขายืนยันว่าแนวคิดนี้ดำเนินต่อถึง Revelation เต็มตัว

“ใน Remake และ Rebirth เราก็เพิ่มองค์ประกอบของ Compilation เข้าไปแล้ว และผมคิดว่าหลายอย่างทำให้ทุกคนประหลาดใจในทางที่ดี”

“แนวคิดนั้นแน่นอนว่าจะดำเนินต่อใน Revelation และเพราะ Revelation เป็นภาคสุดท้าย พวกเราก็กำลังค้นหาวิธีต่าง ๆ ที่จะสร้างองค์ประกอบแบบ Fan Service ให้กับทุกคนอยู่มากมาย”

“มันจะออกมาในรูปแบบใด อยากให้ทุกคนลองเล่นแล้วสัมผัสด้วยตัวเองครับ”

Compilation + Final Chapter + Fan Service
ตอนนี้จะมโน Genesis, Deepground, Before Crisis, Cissnei หรือใครก็ตาม เชิญต่อคิวรับบัตรค่ะ แต่ฮามากุจิยังไม่รับรองชื่อใครทั้งนั้นนะ 555554315513154

7. ระบบ Role ใหม่ — ไม่ได้ทำเพื่อให้ทุกคนเหมือนกัน แต่ทำให้เราใช้ “คนที่ชอบ” ได้จริง

ช่วงต่อมา IGN ถามเรื่องระบบปรับแต่งการต่อสู้ใหม่ โดยมีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนหรือ Customize Role ของตัวละคร ซึ่งอาจทำให้แฟนบางส่วนกังวลว่า ถ้าทุกคนเปลี่ยนหน้าที่ได้หมด แล้วเอกลักษณ์ของ Cloud, Tifa, Barret, Aerith ฯลฯ จะหายไปหรือเปล่า

ฮามากุจิเปิดด้วยประโยคสบายใจได้เลยค่ะ

“ผมเข้าใจว่ามีคนรู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมบอกได้คือ ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ”

เหตุผลที่ทีมสร้างระบบนี้ขึ้นมา กลับเป็นเพราะอยากให้ผู้เล่นมีอิสระมากกว่าเดิม

“เป้าหมายสำคัญที่สุดของเราคือการให้ผู้เล่น Customize Role ของตัวละครได้ด้วยตัวเอง”

“ในฐานะภาคสุดท้าย สิ่งหนึ่งที่เราอยากท้าทายคือ อยากให้ทุกคนสามารถจัด Party ด้วยตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบจริง ๆ แล้วสนุกกับเกมไปพร้อมกับพวกเขา”

เพราะปัญหาของระบบ Role แบบตายตัวคือ ต่อให้เกมบอกว่า “เลือกตัวละครที่ชอบได้เลย” แต่ในความเป็นจริง ถ้าตัวละครมันมีสไตล์ซ้ำซ้อนกัน จนทีมขาดคนทำหน้าที่บางอย่าง เราก็ต้องเปลี่ยนสมาชิกอยู่ดี

“ถ้า Role ของตัวละครถูกกำหนดเอาไว้ตายตัว ถึงเราจะบอกว่าผู้เล่นสามารถเลือกสมาชิกได้อย่างอิสระ สุดท้ายก็จะเกิดแนวโน้มว่าต้องจัด Party ตาม Role ที่กำหนดไว้บางแบบ”

“คราวนี้เราอยากให้ผู้เล่นมีอิสระจริง ๆ จึงเปิดให้ Customize Role ของแต่ละตัวละคร เพื่อให้ในความหมายที่แท้จริง คุณสามารถสร้าง Party ด้วยตัวละครที่ตัวเองชอบ แล้วออกผจญภัยไปกับพวกเขาได้”

สรุปง่าย ๆ คือ มีการเพิ่มชั้นของการ Customize เพื่อให้เราอุดจุดอ่อนหรือปรับหน้าที่ได้จน Party Favourite Characters ของเรายังทำงานจริง

8. แล้ว IGN ก็เดินเข้าดงอันตรายที่สุด — “Chadley นี่จริง ๆ สำคัญกับ Main Story มากใช่ไหม?”

คำถามสุดท้ายของ IGN พูดถึง Side Content และชายผู้เป็นดั่งแก็ง Call Center ประจำ FFVII Rebirth ของพวกเราอย่าง Chadley

แฟนจำนวนหนึ่งเชื่อกันว่า Chadley อาจไม่ได้เป็นเพียงเด็กที่โทรตาม Cloud ให้ไป Scan เสา แต่มีความสำคัญกับเนื้อเรื่องหลักมากกว่าที่เห็น
และฮามากุจิบอกว่าเขารู้ว่ามีทฤษฎีนั้นอยู่

“ผมทราบครับว่ามีแฟนบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า Chadley อาจเป็นตัวละครที่มีความสำคัญอย่างมากต่อ Main Story”

จากนั้นเขายืนยันว่า บทบาทของ Chadley ใน Revelation จะเปลี่ยนไป
“ใน Rebirth ก่อนหน้านี้ Chadley ทำหน้าที่เป็นตัวนำและชี้ทางให้กับ Side Content เป็นหลัก แต่ในภาคนี้ บทบาทของเขาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยครับ”
“เราได้เตรียมฉากซึ่งทำให้เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับ Main Story มากขึ้นอย่างชัดเจนด้วย”

แล้วก็มาถึงประโยคตลกร้ายที่สุดของทั้งบทสัมภาษณ์

“ส่วนมันจะถึงขั้น Powerful กว่า Sephiroth หรือเปล่า ตอนนี้ผมยังตอบไม่ได้ครับ(หัวเราอะ) อยากให้ทุกคนลองเล่นแล้วไปสนุกกับเรื่องนั้นด้วยตัวเอง”

เดี๋ยวค่ะอาหวัง

ตรงนี้ตอบว่า “ไม่ครับ ไม่ ไม่ ไม่….” ก็ได้!!! 🤣😅

ทำไมต้อง “ยังตอบไม่ได้”

ด้อมนั้นมีประชากรที่สามารถหยิบคำว่า “ยังตอบไม่ได้” = “ใช่” ไปเขียนทฤษฎี Chadley = Ultimate Boss ได้สิบหน้าอยู่นะคะ อย่าท้าทาย 555555

สรุปแล้ว Revelation กำลังจะเป็นอะไร?

หลังฟังบทสัมภาษณ์ทั้งก้อน หนูว่าภาพของ Revelation ชัดขึ้นกว่าการดู Trailer อย่างเดียวมาก

สิ่งที่ทีมกำลังทำไม่ใช่เพียงการเอาช่วงท้ายของ FFVII ปี 1997 มาสร้างด้วยกราฟิกใหม่ แต่เหมือนต้องการทำให้ภาคสุดท้ายรู้สึกว่า โลกทั้งใบกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายจริง ๆ

Meteor ทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยน
Weapon อาละวาดไปทั่วดาว
Highwind ทำให้เราไม่ได้มองโลกจากพื้นดินอีกแล้ว
World Map เพิ่มแกนความสูง
พื้นที่เดิมถูกออกแบบให้สำรวจใหม่
Wutai, Mideel และ Rocket Town ถูกเพิ่มเข้ามา
ระบบ Party เปิดให้เราจัดทีมตัวละครที่ชอบได้อิสระขึ้น
Compilation ทั้งชุดจะถูกหยิบมารวมเพื่อสร้าง FFVII เวอร์ชันใหม่

และแม้แต่ Chadley ก็ย้ายจาก Side Content เข้ามาหา Main Story แล้ว
โดยเฉพาะประโยคของฮามากุจิที่ว่า Revelation เป็นภาคสุดท้าย จึงกำลังคิด “สารพัดวิธี” ที่จะสร้าง Fan Service ให้แฟน ๆ หนูว่านี่คือประโยคที่น่าจับตามากที่สุดรอบนี้

บางทีมันหมายถึง ขุดตัวละครจากเกมเมื่อ 20 ปีก่อนขึ้นมาเป็น Boss แล้วปล่อยแฟนกรี๊ดทั้งบ้าน นาทีนี้จะ Minerva จะ Genesis ก็มาเถอะ….

แต่ขออย่างนึง อาหวังคะ…
หากเปิดเกมมาแล้วน้องแว่นพูดว่า

“Cloud, I have one final World Intel assignment for you.”

หนูปิดเครื่องก่อนเลยค่ะ
ช่วยยกเลิกมุกอีแก็ง Call Center โทรหาทุก 5 นาทีของตานี่ไปที 😭✨

ไม่มีความคิดเห็น