Sunday, December 29, 2013

เก็บตกรายละเอียดจาก Final Fantasy XIII-2 [25]

อเคเดเมีย AF400
  • พอเอาข้อมูลแผนที่มาให้ครบ ผู้หญิงที่ให้เควสต์จะบอกว่าต้นเหตุเกิดเพราะมีข้อมูลที่ตรรกะผิดเพี้ยน (illogical) ทะลักเข้ามาในระบบเพราะพาราด็อกซ์ แต่การที่เราเอาเข้ามูลมาให้ครบก็ช่วยหยุดการแพร่กระจายของข้อมูลดังกล่าวได้ เซร่าห์ถามว่าแล้วจะกู้ข้อมูลที่เสียไปได้มั้ย? เจ้าตัวไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อยก็หยุดการแพร่กระจายได้
หอคอยออกัสเทีย -AF???-
  • ภายหลังการต่อสู้กับโปรโตฟัลซิ เซร่าห์และโนเอลหลงคิดว่าทั้งสองสามารถกำจัดอดัมได้แล้ว แต่ทั้งคู่กลับถูกอดัมจับตัวไว้ การต่อสู้ที่ผ่านมาเป็นแค่การทดลองทั้งสองเท่านั้น
  • ระบบ AI เรียกเซร่าห์และโนเอลว่าร่างทดลองอัลฟ่าและเบต้า การต่อสู้ที่ผ่านมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร่างทดลองทั้งสองขึ้น ทาง AI ประเมินว่าทั้งสองได้แสดงศักยภาพในการต่อสู้ที่สูงส่งออกมาในการต่อสู้กับอดัม เลยจับร่างต้นของทั้งสองเก็บไว้ใน Virtual Space ที่สู้กับอดัม ลบความทรงจำของทั้งสอง แล้วส่งข้อมูลทางชีวภาพไปให้กับร่างจำลองเพื่อจะได้ทดสอบการต่อสู้ในโลกแห่งความจริง
Paradox Ending : Test Subjects
  • โปรโตปัลซิอดัมได้ออกคำสั่งให้ทั้งสองค้นหาและกำจัดมอนสเตอร์ประเภทไวรัสที่รบกวนระบบเน็ตเวิร์คอยู่ ซึ่งทั้งเซร่าห์ โนเอล และม็อค (ร่างจำลอง) ก็เชื่อฟังแต่โดยดี หลังภารกิจเสร็จสิ้น เซร่าห์จะพูดขึ้นมาอย่างไม่สบายใจว่าเธอต้องตามหาใครสักคน แต่เธอนึกไม่ออก ส่วนโนเอลเองก็บอกว่าเขามีสัญญาที่ให้ไว้ ว่าจะต้องปกป้องพวกพ้อง แต่ก็นึกไม่ออกว่าใคร
  • ด้านโปรโตฟัลซิ ก็จะเรียกให้ทั้งสองกลับมาปฏิบัติงานต่อ มันประเมินว่าผลการต่อสู้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ แล้วเผยว่าโครงการฟื้นฟูเอเดนดำเนินไปตามที่คำนวณไว้ ถ้ากองกำลังต่อต้านปรากฏตัวขึ้นมาก็จะส่งร่างทดลองทั้งสองไปต่อสู้
  • นอกจากนั้นมันยังรายงานเพิ่มเติมว่าร่างทดลองได้แสดงอาการทะลักของความทรงจำออกมา เกิดการบิดผันขึ้นกับโครงสร้างภายในจิตใจของพวกเขา เป็นการบิดผันที่คล้ายกับพาราด็อกซ์ ซึ่งมันคล้ายกับองค์ประกอบของเคออสในโลกที่มองไม่เห็น ภายในจิตใจของมนุษย์ มนุษย์ได้เรียกต้นเหตุความผิดปกตินี้ว่า "จิตวิญญาณ" หรือ "หัวใจ"
  • คำถามสำหรับการวิจัยต่อไป : วิญญาณของมนุษย์มีอยู่จริงหรือไม่? ในหัวใจของมนุษย์ทุกคนต่างก็มีพาราด็อกซ์อยู่หรือไม่?
*ตามเนื้อเรื่องแล้ว หัวใจ หรือจิตวิญญาณของมนุษย์ ก็คือมวลเคออสจากโลกที่มองไม่เห็น มวลเคออสในมิติเวลาสร้างความผิดปกติให้กับกาลเวลาโดยทำให้สายเวลาบิดผันจนบางส่วนทับซ้อนกัน (ที่เรียกกันว่าพาราด็อกซ์) และสร้างความผิดปกติให้กับมนุษย์โดยทำให้จิตใจบิดผันได้เช่นกัน

Fragment - ร่างทดลอง ตัดตอนจากประวัติศาสตร์อีกทางหนึ่ง

"โจมตี" พลันที่เจ้าหน้าที่แผดเสียง ทหารจำนวนมากก็บุกเข้าไปในลิฟต์ ที่นี่คือหอคอยออกัสเทีย อาคารประมวลผลข้อมูลกลาง ผู้คนเหล่านี้คือสมาชิกของกลุ่มต่อต้าน
 
ในยุค AF400 หลังอุบัติการณ์ซีธ โปรโตฟัลซิดอดัมก็กลานเป็นผู้ปกครองอเคเดเมีย อดัมได้สร้างกองทัพฟัลซิมาเพื่อใช้ควบคุมมวลมนุษย์

ทว่ามนุษย์ก็ตอบโต้ เหล่าทหารได้ลอบเข้าไปในหอคอย พยายามจะขโมยคริสตัลที่ป้อนให้แก่เครื่องจักรกล และหยุดยั้งการผลิตฟัลซิ ในขณะเดียวกันก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในตัวเซร่าห์และโนเอลที่ถูกจับตัวมา (โดนลบความทรงจำ และเอาข้อมูลชีวภาพไปทำร่างจำลอง)

นิวโบดัม –AF???-
  • หลังเซร่าห์ปราบไคอัสในเงาของวาลฮัลล่าได้ ร่างของไคอัสก็หายไปในเคออส แล้วประวัติศาสตร์ก็ยิ่งบิดผัน เพราะเหตุการณ์นี้ดูเหมือนไคอัสจะมีบทบาทในการแก้ไขสายเวลาให้ถูกต้องด้วย (ดังนั้นพอปราบไคอัสไปในตอนนี้ ประวัติศาสตร์เลยยิ่งพัง) ที่เหลืออยู่จึงเป็นโลกที่ไม่ได้ผูกมัดกับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และค่อยๆ ถอยเข้าสู่ความหลงลืม เซร่าห์ต้องครุ่นคิดถึงอนาคตของเธอภายในนิวโบดัมที่อยู่ ณ จุดสิ้นสุดของความคงอยู่
  • เซร่าห์มาถึงโลกที่เมืองนิวโบดัมล่มสลาย เธอตกตะลึง เสียงไคอัสบอกว่าถ้าเซร่าห์ยอมแพ้ง่ายๆ ก็จะได้จมอย๔ในความฝันอันแสนสุขนิรันดร์แล้ว เซร่าห์ทรุดลง ระหว่างนั้นโนเอลกับม็อคก็โผล่มาจากเสาแสง
Paradox Ending : Beneath a Timeless Sky
  • โนเอลบอกว่าเรายังไม่ควรกำจัดไคอัส แต่เราก็ทำไปเพราะความไม่รู้ แล้วผลของมัน ตอนนี้พวกเราติดอยู่ในจุดสิ้นสุดของกาลเวลา เซร่าห์บอกว่าอย่าพึ่งยอมแพ้สิ โนเอลเป็นคนพูดเองว่าตราบใดที่ยังมีหวัง เทพธิดาจะยิ้มให้เรา โนเอลก็เห็นด้วย ระหว่างนั้นทั้ง 2 ก็สังเกตเห็นยูลที่เดินผ่านมา
  • ว่าแล้วม็อคก็เริ่มบรรยาย “เราได้เดินทางร่วมกับยูลและโนเอลมานับไม่ถ้วน กุญแจในการคลายพาราด็อกซ์ได้หายไปพร้อมกับไคอัส เราติดอยู่ในโลกที่เหลือกันแค่ 4 คน”
  • จากนั้นโนเอลก็บรรยายบ้าง “ณ ที่แห่งนี้ยูลไม่เห็นนิมิตใด ยูลบอกว่าเพราะเวลาได้หยุดลง ไม่มีอนาคตอีกแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะมีหนทางเปลี่ยนแปลงอดีตได้หรือไม่ แต่เราก็ยังคงตามหาเกท ที่จะพาพวกเราท่องกาลเวลาได้เหมือนก่อนหน้านี้ เซร่าห์ยังไม่ยอมแพ้ และให้กำลังใจพวกเรา เธอเชื่อว่าพวกเราจะได้กลับไปพบไลท์นิ่งและสโนว”
  • ต่อมาก็คิวเซร่าห์บรรยาย “ฟากฟ้าที่ไร้โคคูน ท้องฟ้าที่มืดมืดดั่งลางร้ายไร้ความหวัง แต่เรายังคงตามหาหนทาง ฉันรู้ว่าสักวันพระอาทิตย์จะต้องลอยขึ้นมา แล้วเราะจได้เห็นท้องฟ้าสีทอง เราจะได้หัวเราะอีกครั้ง และได้อยู่กับคนสำคัญของเรา”
  • มีอุกกาบาตตกลงมาพอดี โนเอลและเซร่าห์ดีใจและต่างบอกว่าให้รีบไปกันเถอะ แล้วทั้ง 4 ก็รีบไปที่อุกกาบาต
Fragment : Beneath Timeless Sky - ใต้ท้องฟ้าที่ไร้ซึ่งกาลเวลา ตัดตอนจากประวัติศาสตร์อีกทางหนึ่ง

ยูลรู้ว่านี่คือโลกที่เธอต้องกาล "โนเอลอยู่ที่นี่ ฉันอยู่ที่นี่ เท่านี้ก็พอแล้ว ไม่มีไคอัส มีแต่สองเรา เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ และคราวนี้เราจะทำให้มันดีกว่าเดิม"

ทว่าโนเอลต้องการมากกว่านั้น เขาต้องการอนาคต เขาต้องการทุกสิ่ง ทั้งผู้คน ชีวิต ทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่เลวร้าย

ยูลเงยหน้าขึ้นกล่าว "ถ้านั่นคือสิ่งที่โนเอลต้องการ งั้นฉันก็ต้องการเช่นกัน ดูสิโนเอล ดาวดวงหนึ่งกำลังตกลงมา ประตูใหม่ได้เปิดออกแล้ว บางทีที่อีกฟากหนึ่งนั้น อนาคตที่แท้จริงอาจกำลังรออยู่"

*ยูลหมายถึงว่าอุกกาบาตที่ตกลงมาอาจจะมีโอพารทซ์ติดมาด้วย และนั่นก็จะทำให้ไปสู่อนาคตใหม่ได้

**ใจกลางของอุกกาบาตจะมีคริสตัลเป็นแก่นกลาง โอพารทซ์ก็คือคริสตัลประเภทหนึ่ง อ่านเพิ่มได้ใน Schwertleite's Flower - Message of the Orbs

No comments:

Post a Comment