Thursday, September 20, 2018

อธิบายเนื้อเรื่อง KH3D ตอนที่ 11 หอคอยปริศนา + ทฤษฎีโซ่แห่งความทรงจำของนามิเนะ

(เขียนขึ้นเมื่อ 9/03/2013)

หอคอยปริศนา (ความจริง)

*อธิบายเพิ่ม : เมื่อมาถึงจะเห็นริคุกลับคืนร่างเดิมแล้ว แปลว่าแกริคุได้ตื่นจากการหลับใหล ออกจากสภาพร่างความฝัน (ดรีมอีทเตอร์: สปิริตของโซระ) คืนสู่ร่างจริงเรียบร้อยแล้ว แต่เราไม่ได้เห็นเหตุการณ์ช่วงนี้

- พวกมิคกี้ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเยนซิดฟัง และมาดูโซระด้วยความเป็นห่วง หัวใจของโซระยังคงหลับไม่ตื่น เยนซิดบอกว่าในระหว่างการทดสอบเป็นมาสเตอร์ริคุได้ปลดปล่อยรูกุญแจแห่งการหลับใหลทั้ง 7 ไปแล้ว ทำให้โลกเหล่านั้นได้ตื่นจากการหลับใหล และได้มาซึ่ง "พลังในการปลดปล่อยหัวใจให้พ้นจากการหลับใหล" (โซระที่ปลดรูกุญแจทั้ง 7 มาแล้วเหมือนกันก็ย่อมได้ความสามารถนี้มาด้วย) การที่ริคุได้ปลดรูกุญแจเหล่านั้นภายในฝันของโซระ เป็นเหตุที่ทำให้ริคุมีพลังในการปลุกหัวใจของโซระที่หลับใหลอยู่ (คิดในอีกแง่นึง หัวใจของร็อคซัสและซิออนที่หลับใหลอยู่ในตัวโซระ ก็น่าจะปลดให้ตื่นได้ด้วย แต่อาจจะต้องอาศัยปัจจัยมากกว่านั้น เช่นอาจจะต้องเตรียมร่างภาชนะให้พวกนั้นก่อน)

- มิคกี้ถามว่าเยนซิดอยากให้ริคุไดฟ์เข้าไปในความฝันของโซระอีกครั้งรึ(ให้ไปที่ Destati ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวในฝันของโซระ) แต่ตอนนี้หัวใจของโซระตกอยู่ในอเวจีแห่งความมืด ถ้าไม่ระวังให้ดี ริคุก็จะติดอยู่ในนั้นไปด้วย (หมายถึง Destati ตอนนี้โดนความมืดล้อมจนมิดไปหมด เดี๋ยวก็ได้ติดแหงกอยู่ในนั้นไปตลอด) มิคกี้จึงอาสาจะไปแทน เยนซิดจึงประชดว่าอย่างกับเอ็งจะออกมาได้แน่ๆ อย่างงั้นแหละมิคกี้เอย... ยังไงริคุก็น่าจะมีโอกาสรอดมากกว่า เพราะเขาก็เคยไดฟ์เข้าไปในหัวใจของโซระมาแล้ว

- ริคุบอกว่าเขาขอบใจมิคกี้ที่อาสาจะช่วยโซระ แต่เขาจะไปเอง โซระมันยังหลับสบายทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรต้องกังวล เป็นแบบนี้อยู่เสมอ แต่ก่อนตอนที่พวกเขาสามคน (รวมไคริ) กำลังช่วยกันสร้างแพ โซระมันก็แอบมางีบริมหาด ดังนั้นฉันจึงมีหน้าที่เตือนให้เขาอยู่กับร่องกับรอย มีคีย์เบลดมาสเตอร์ที่ไหนหลับระหว่างทดสอบกันบ้าง? โซระเคยช่วยเขามาก่อน และเขาก็ได้ยินเสียงของโซระ... (หมายถึงตอนก่อนที่โซระจะหลับยาวไป คำพูดสุดท้ายของโซระคือ..... "ริคุ") หมายความว่าโซระต้องการให้เขาช่วย

- มิคกี้สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นได้ผูกพันพวกเราไว้ด้วยกัน แม้ในความมืดมิด ริคุก็จะต้องหาโซระเจอแน่ ขอเพียงตามสายสัมพันธ์นั้นไป ด้านลีอาได้ยินก็เสริมว่าถ้าริคุติดอยู่ในความมืด เขารับปากว่าจะไปช่วยออกมาเอง

- จากนั้นริคุก็โค้งให้เยนซิด แล้วเรียกคีย์เบลดออกมา ริคุในตอนนี้ได้พลังในการปลดปล่อยหัวใจให้พ้นจากการหลับใหลมาแล้ว ก็สามารถเรียก Portral ที่ใช้ในการเข้าไปยัง Destati ของโซระให้ออกมาได้ จากนั้นเขาก็เริ่มต้นไดฟ์เข้าไปในนั้น

Destati (ความฝันของโซระ)

- ริคุไดฟ์เข้าไปในก้นบึ้งของความฝันของโซระ เขาไดฟ์ฝ่าความทรงจำมากมายที่โซระได้ประสบพบเจอมา จนกระทั่งได้มาถึง Destati ซึ่งตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดทุกทิศทุกทาง มองไปทางไหนก็มืดตื๊อไปหมด แล้วริคุก็นึกสงสัยว่าอเวจีนี้คือความฝันของโซระเหรอ?(เป็นอีกจุดนึงที่ช่วยยืนยันว่า Destati เป็นความฝันของแต่ละบุคคล) ทันใดนั้นชุดเกราะของเวนที่ถูกอาบด้วยความมืดมิดและมีสัญลักษณ์แห่งไนท์แมร์ประดับไว้กลางหน้าก็ปรากฏตัวขึ้นมา นั่นคือเกราะของเวนที่อารักขาโซระไว้ด้านใน ทว่าบัดนี้มันได้ถูกความมืดครอบงำจนกลายเป็นฝันร้าย มันได้เข้าห้ำหั่นกับริคุผู้มาเยือนทำให้ริคุจำเป็นต้องต่อสู้ ซึ่งท้ายที่สุดริคุก็สามารถทำลายเกราะของเวนให้แตกยับได้ โดยที่โซระที่อยู่ภายในเกราะยังคงปลอดภัยดี

- เมื่อเกราะของเวนแตกออกไปแล้ว ร่างของโซระที่อยู่ในเกราะก็ล้มลงกับพื้นอันมืดมิด โซระถูกดูดกลืนเข้าไปในความมืด แต่แล้วความมืดทั่วบริเวณนั้นก็เข้าร่วมตัวกันที่ใจกลางของ Destati ก่อนที่จะหายลับไป เมื่อไม่เหลือความมืดแล้วภาพทิวทัศน์ของ Destati ที่คุ้นเคยก็ปรากฏกลับมา และในจุดที่โซระถูกความมืดดูดกลืนเข้าไปนั้น ก็ยังคงหลงเหลือ Kingdom Key ของโซระตกไว้ ริคุหยิบ Kingdom Key ของโซระขึ้นมา ทำให้รูกุญแจบริเวณใจกลางของ Destati ปรากฏขึ้น ริคุใช้คีย์เบลดเล่มนั้นปลดล็อครูกุญแจตรงกลาง ทำให้แสงสว่างพวยพุ่งขึ้นจากรูกุญแจ แสงนั้นได้โอบล้อมทั่วบริเวณ แล้วเมื่อริคุลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองมาถึงความฝันของโซระในส่วนที่เป็นเกาะแห่งชะตากรรม (ไม่ใช่ความฝันของเกาะแห่งชะตากรรม ตอนนี้เกาะแห่งชะตากรรมไม่ได้หลับใหลอยู่ - สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเคลื่อนจาก Destati หรือพื้นที่ส่วนตัวในฝันของโซระ มาถึงส่วนที่โซระฝันถึงเกาะแห่งชะตากรรม)

เกาะแห่งชะตากรรม (ความฝันของโซระ)

- ริคุยืนอยู่ที่ปลายท่าเทียบเรือ จับจ้องมองไปยังท้องทะเล เมื่อเขาหันมามองด้านข้าง เขาก็เห็นร็อคซัสที่ถามเขาว่าอะไรคือสิ่งที่เขากลัว? ริคุตอบไปว่าเขากลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญไป เมื่อตอบไปแล้วร็อคซัสก็เลือนหายไป จากนั้นริคุก็เดินออกจากท่าเทียบเรือมาเจอกับเวน (ริคุรู้สึกว่าตาคนนี้ไม่ใช่ร็อคซัส แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะไม่เคยเจอมาก่อน) เวนถามริคุว่าสิ่งที่ริคุห่วงใยมากที่สุดคืออะไร? ซึ่งริคุก็ตอบว่าเพื่อนคนสำคัญ (แล้วเวนก็หายไป)

- จากนั้นริคุก็ไปเจอซิออนที่นั่งอยู่บนตนไม้ ซึ่งริคุก็ไม่รู้อีกว่าคนๆ นี้เป็นใคร ซิออนถามริคุว่าต้องการอะไร? ริคุหลับตาคิดแล้วก็ตอบไปว่าต้องการนำสิ่งสำคัญที่หายไปกลับคืนมา จากนั้นโลกทั้งใบก็สว่างวาบ เมื่อริคุลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองโดนย้ายมายืนอยู่ที่ริมชายหาด เขามองไปยังทะเลแล้วก็พบขวดแก้วที่กำลังลอยเข้าหาชายฝั่ง ริคุเก็บมันขึ้นมาแล้วก็งงว่ามันคืออะไร?

*อธิบายเพิ่ม : ขวดแก้วนั้นเป็นสัญลักษณ์แทนข้อมูลที่อันเซมตัวจริงใส่เข้ามาในตัวของโซระ ดังที่กล่าวไว้ในตอนจบของภาค BBS หลายคนอาจงงว่าจะเพิ่มข้อมูลเข้าไปในความทรงจำของคนอื่นได้ยังไง? ก็คงต้องบอกว่าเทคโนโลยีในโลกของ KH มันพิสดารอยู่แล้ว พิสดารมาตั้งแต่ที่อันเซมสามารถสร้างโลกที่จำลองขึ้นจากข้อมูล (Datascape) ของเมืองทไวไลท์ขึ้นมาได้แล้ว และยังส่งคนเป็นๆ เข้าไปอยู่ในโลกข้อมูลนั้นได้ (ในภาค Coded มิคกี้ก็สร้างโลกจำลองขึ้นมาและมีตัวละครหลายตัวเข้าไปผจญภัยในนั้นเช่นกัน) *ดูคำอธิบายเพิ่มต่อที่บทความด้านล่างสุดของ Entry

- เมื่อริคุเก็บขวดแก้วขึ้นมา ก็มีเสียงดังขึ้นบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะมาถึงที่นี่ได้ ริคุจึงหันไปยังต้นเสียงแล้วก็ได้พบจอมปราชฐ์อันเซม อันเซมบอกว่าบางทีเขาคงอยากจะไถ่บาปให้กับความผิดในอดีต แม้ว่าจะไม่มีการขอโทษใดที่จะไปแก้ไขความผิดของเขาได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ควรทำอะไรสักอย่าง ดังนั้นเขาจึงแปรสภาพตัวเขาและข้อมูลการวิจัยให้อยู่ในรูปดิจิตอล และซ่อนมันไว้ในตัวโซระ ริคุได้ยินก็เข้าใจว่าขวดแก้วนี้ก็คือข้อมูลการวิจัยนั้น

- อันเซมบอกว่า "ข้อมูลนั้น เป็นเงื่อนงำ เป็นความหวัง ในการค้นพบตนเองและค้นพบพวกพ้องที่สูญหายไปในยามที่จำเป็น หัวใจนั้นเป็นสิ่งที่สามารถเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว การเปิดรับแสงสว่าง สัมผัสธรรมชาติ และเชื่อมโยงกับผู้อื่น ได้สร้างรูปร่างให้กับหัวใจในตัวของพวกเรา ในเรื่องนี้โนบอดี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากพวกเรา โซระเป็นคนเพียงคนเดียวที่สามารถกลับเป็นมนุษย์ได้โดยที่โนบอดี้ของเขาไม่ได้ถูกทำลาย นั่นคือหลักฐานของความรักในหัวใจที่เขามีต่อผู้อื่น และคือสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงพวกเขาเอาไว้ บางที... เขาอาจมีพลังที่จะนำพาหัวใจและตัวตนของผู้ที่เชื่อมโยงกับเขาให้กลับมา เพื่อที่จะสร้างผู้คนที่เราคิดว่าจะต้องสูญเสียไปชั่วนิรันดร์แล้วให้กลับคืน"

"ไม่ว่าสมบัติที่ล้ำค่าที่สุด ไม่ว่าตุ๊กตาอันว่างเปล่า ไม่ว่าต้นไม้ในป่าใหญ่ กระทั่งกลับดอกไม้ในสายลม หัวใจต่างก็ปรากฏอยู่ในทุกแห่งหนที่เราเมียงมอง และเราสามารถเห็นมันได้โดยไม่จำเป็นต้องมีพลังพิเศษแต่อย่างใด เราทุกคนย่อมระลึกได้ถึงวัยเด็กที่หัวใจของเราทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูสดใสและสมบูรณ์แบบ โซระก็มีหัวใจที่ซื่อตรงแบบนั้น เขามีเจตจำนงค์ที่จะมองเห็นส่วนที่ดีก่อนส่วนที่แย่ เมื่อเขามองเห็นหัวใจในอะไรบางอย่าง สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นจริง เมื่อสายสัมพันธ์นั้นอาจพังลง เขาก็มีพลังที่จะฟื้นฟูมันให้กลับมา เขาได้สัมผัสกับหัวใจมากมาย ได้ยอมรับ และได้ช่วยหัวใจเหล่านั้นเอาไว้ และบางหัวใจนั้นก็ไม่เคยหนีจากเขาไป ไม่ว่าคนที่ตกสู่ความมืดมิด (เทอร์ร่า) หรือติดอยู่ในที่แห่งนั้น(อควอ) ไม่ว่าคนที่จะหลับใหลอยู่ในความมืดมิดภายในหัวใจของโซระ (เวน ร็อคซัส ซิออน) พวกเขาต่างได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เราสามารถช่วยพวกเขาได้ สิ่งที่โซระต้องทำมีเพียงการเป็นตัวของตัวเอง และเดินไปตามเส้นทางที่หัวใจของเขาเรียกร้อง นั่นคือเส้นทางที่ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียว ส่วนที่เหลือ ก็อยู่ในนั้น" (ในขวด)

- ริคุหยิบขวดขึ้นมาดูอีกครั้งแล้วขอบคุณอันเซม แล้วอันเซมก็ถามว่าทำไมริคุถึงมาที่นี่ ซึ่งริคุก็บอกว่าเขามาปลุกโซระ อันเซมจึงขำที่โซระตกสู่การหลับใหลอีกแล้ว ริคุเองก็ขำด้วย (ตอนที่อันเซมเจอโซระครั้งแรก ก็เป็นตอนที่โซระหลับใหลอยู่ในแคปซูลจัดเรียงความทรงจำ และโซระตื่นขึ้นมาไม่ได้เพราะบางสิ่งบางอย่างในตัวเขาขาดหายไป) แล้วอันเซมก็บอกว่าไม่ต้องห่วง โซระปลอดภัยดี เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ ทันทีที่ริคุได้กำจัดไนท์แมร์ที่จองจำโซระเอาไว้ โซระก็เป็นอิสระแล้ว เมื่อริคุมาถึงที่แห่งนี้ และถูกถามคำถามจากหนุ่มสาวทั้งสาม นั่นคือกุญแจสุดท้ายในการปลุกเขา โซระได้ตื่นขึ้นแล้ว เจ้าสามารถกลับบ้านได้แล้ว

- ริคุกล่าวคำขอบคุณและใช้ Kingdom Key เรียกรูกุญแจออกมาพร้อมกับปลดล็อค แต่ก่อนที่ริคุจะออกไปจากความฝันของโซระ อันเซมได้หันมาเรียก แล้วถามริคุว่าเจ้ายังไม่ได้บอกชื่อแก่ข้าเลย

- ริคุหันกลับมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจ เพราะอันเซมควรรู้จักเขาดีอยู่แล้ว แต่ทันใดนั้นริคุเองก็เข้าใจเหตุผลที่อันเซมถามแบบนั้น เขายิ้มและตอบกลับไปอย่างภาคภูมิว่า "ริคุไง" จากนั้นริคุก็บินลับหายไป

*อธิบายเพิ่ม : ก่อนหน้านี้ริคุเคยยอมใช้พลังความมืดในจิตใจ ทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งความชั่วร้ายหรือหัวใจของเซอานอร์ทที่อยู่ในร่างกายเขาเติบโตขึ้น จนแปรสภาพรูปร่างภายนอกของริคุให้กลายเป็นเซอานอร์ท ในตอนนั้นอันเซมตัวจริงได้แกล้งถามริคุว่าเขาเป็นใคร แล้วริคุก็ตอบประชดไปว่าเป็นอันเซม (ตัวปลอม) ในตอนนี้อันเซมตัวจริงจึงถามแบบเดิมกับริคุใหม่ เพื่อให้ริคุได้ตอบคำถามนั้นแก่ตัวเองอย่างภาคภูมิใจว่า เขาได้กลับเป็นริคุ ที่เป็นริคุจริงๆ แล้ว

หอคอยปริศนา (ความจริง)

- ริคุตื่นขึ้นมาโดยไม่มีขวดแก้วที่หิ้วมาด้วยอยู่ในมือ... (แล้วมันหายไปไหนล่ะฟะ!!) ท่ามกลางความยินดีของมิคกี้และเยนซิด ริคุตะโกนเรียกหาโซระ แล้วก็ได้ยินเสียงโซระคุยกับโดนัลด์ว่า

"เฮ้ย โดนัลด์! นายชักจะกินเยอะไปแล้วนะเฟ้ย!"

"โอ่ย เงียบ แล้วจิบชาของนายต่อไปดีกว่าน่าโซระ"

"กาวฟรสห์ รสเด็ดไปเลยจริงๆ สิ"

- ริคุเห็นดังนั้นก็ตะโกนเรียกโซระดัง "เฮ่ย" พวกโซระจึงหันมาเผยให้เห็นหน้าโซระที่ใส่แว่นปลอม จมูกปลอมและหนวดปลอม (แถมด้วยหมวกปาร์ตี้) โซระถอดแว่นนั้นทิ้งแล้วโผเข้ากอดริคุด้วยความยินดี ริคุยังนิ่งแล้วบอกว่าเอาไว้วันหลังไม่ได้เหรอ? ทำไมถึงมานั่งจิบปาร์ตี้น้ำชากันแบบนี้เนี่ย? แต่โซระไม่สนแล้วยังกระโดดกอดริคุอีกรอบ

- โซระบอกว่าเขาเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในฝัน และได้ยินเสียงของริคุมาโดยตลอด ขอบใจมากริคุ ขอบใจมากทุกคน ซึ่งทุกคนก็ยิ้มรับ แล้วโซระก็ถามเยนซิดว่าตกลงพวกเขาผ่านการทดสอบใช่มั้ย? เยนซิดพยักหน้าแล้วก็บอกว่าทั้งสองแสดงความสามารถได้อย่างน่าชื่นชม ทั้งสองจึงรีบลุกขึ้นชนเก้าอี้ตัวหนึ่งล้ม แล้ววิ่งไปยืนรายงานตัวหน้าโต๊ะของเยนซิด

- เยนซิดกระแอมก่อนเริ่มรายงานผลว่า ที่สำคัญที่สุด เขายินดีที่ทั้งสองสามารถเอาตัวรอดจากแผนตบตาของเซอานอร์ทได้อย่างปลอดภัย และขอบคุณลีอาที่ไปพลิกสถานการณ์ให้ และขอโทษด้วยที่ไม่อาจคาดเดาถึงภยันตราย จนทำให้ทั้งสองต้องผจญกับการทดสอบที่เสี่ยงตาย ประสบการณ์ครั้งนี้ได้เปิดเผยความจริงที่ซ่อนไว้มากมาย และเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการฟาดฟันกับความมืดครั้งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า เขามั่นใจว่าเราจำเป็นต้องมีคีย์เบลดมาสเตอร์คนใหม่ ผู้ทีพลังแบบใหม่ ทั้งโซระและริคุต่างก็สมควรได้รับเกียรตินั้น (ถึงตรงนี้ ภาพจะฉายให้เห็นรอบห้องอีกครั้ง ปรากฏว่าเก้าอี้ที่โดนชนล้มไป มันกลับขึ้นมาตั้งได้อย่างลึกลับ!! ทั้งที่ไม่มีใครไปยุ่งกับมันแท้ๆ !!) ทว่า มีเพียงหนึ่งเดียวที่อาจหาญบุกเข้าไปใน Realm of Sleep อีกครั้งเพื่อปลดล็อครูกุญแจสุดท้ายและช่วยเพื่อนเอาไว้ได้ ริคุ ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นคีย์เบลดมาสเตอร์ที่แท้จริงคนใหม่

*สังเกตว่า เยนซิดเรียก Realm of Sleep แต่เซอานอร์ทเรียก Realm of Dreams

- โซระเข้าโอบไหล่ริคุและบอกว่าเขากะแล้วว่าริคุต้องผ่านฉลุยอยู่แล้ว เจ๋งสุดๆ ไปเลย.... ส่วนกู๊ฟฟี่ก็กัดว่าทำไมโซระทำหยั่งกับตัวเองสอบผ่านยังไงยังงั้น ขณะที่โดนัลด์ก็แซวว่า "บอกแล้วว่าโซระต้องฝึกอีกเยอะ" แล้วริคุก็เข้ามาแสดงความยินดีด้วย ริคุก้มลงไปจับมือกับมิคกี้และขอบคุณทุกคน เขาบอกว่าที่ผ่านมาได้ก็เพราะเพื่อนทุกคนนั่นเอง

- ถึงตรงนี้ลีอาก็โม้บ้างว่า เดี๋ยวเขาก็ตามริคุทันแล้ว... โซระจึงหันไปถามว่าลีอาก็อยากเป็นคีย์เบลดมาสเตอร์ด้วยเหรอ? พอลีอาอธิบาย ทั้งริคุกับโซระก็ตกใจ ลีอาเลยประชดว่าขอบคุณที่ช่วยตกใจอย่างพร้อมเพรียงกันเชียว ก็กะว่าจะมาเรียนวิธีเสกคีย์เบลดออกจากมือ แต่ก็เสกขึ้นมาไม่ได้สักที มันต้องสะบัดข้อมือหรือยังไงนะ... ทันใดนั้นลีอาก็สะบัดมือออกมาด้านหน้า แล้วคีย์เบลดเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางเสียวโว้ววววว! ของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เยนซิดที่ตกใจตาถลนกับเขาด้วย

- หลังจากจบเรื่องแล้ว หลายคนก็แยกย้ายกันออกไป ลีอารีบกลับไปยังสวนประกายแสงด้วยจุดประสงค์ที่ไม่แน่ชัด โซระกลับไปยังโลกแห่งการหลับใหลเพื่อขอบคุณดรีมอีทเตอร์ที่ร่วมต่อสู้กันมา (ร่างของเวนตุสในปราสาทหลงลืม รู้สึกได้ถึงการกระทำของโซระ แล้วส่งยิ้มออกมา)ส่วนริคุไปพาตัวไคริมาหาเยนซิด ตามคำเชิญของเยนซิด

- เยนซิดกล่าวไว้ว่าภายหลังสงครามคีย์เบลด Kingdom Hearts ที่แท้จริงได้ตกสู่ความมืด (คาดว่าคงอยู่ใน Realm of Darkness) แล้ว X-Blade ก็แตกกระจายออกจากกัน แสงสว่างที่ยังคงเหลืออยู่ในจิตใจของเด็กๆ ได้สร้างโลกขึ้นมาใหม่กลายเป็นโลกที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ ส่วนแสงจาก X-blade ก็แบ่งออกเป็น 7 ส่วนเพื่อคุ้มครองหัวใจบริสุทธิ์ทั้ง 7 ในโลกของเรา (ส่วนความมืดใน X-blade ก็แบ่งออกเป็น 13 ส่วน) ด้านมิคกี้ได้ยินก็เข้าใจว่าแสงบริสุทธิ์ทั้ง 7 ก็คือแสงจากหัวใจของเจ้าหญิงทั้ง 7

- เยนซิดบอกว่าหัวใจบริสุทธิ์ทั้ง 7 ดวงนั้นเป็นแหล่งกำเนิดแสงทั้งหมดในโลกของพวกเรา (Realm of Light) หากสูญเสียไป โลกก็จะกลับสู่ความมืดมิด แต่หากพวกเขาไม่ตามหาแสงทั้ง (จาก X-blade) เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการปะทะอันนำไปสู่สงครามคีย์เบลด เซอานอร์ทก็จะใช้เจ้าหญิงทั้ง 7 ร่วมกับความมืดทั้ง 13 สร้าง X-blade ขึ้นมาอยู่ดี

- มิคกี้เข้าใจแล้วว่ายังไงๆ ก็ต้องเกิดการปะทะระหว่างแสงสว่างทั้ง 7 และความมืดทั้ง 13 ไม่มีทางที่จะเลี่ยงไม่ให้เกิดสงครามคีย์เบลดได้เลย (ฝ่ายเซอานอร์ทมีความมืดทั้ง 13 ที่แยกออกมาจาก X-balde แน่นอนแล้ว ต่อให้พวกมิคกี้ไม่ตามหาแสงสว่างทั้ง 7 ของ 7 ผู้พิทักษ์ ที่แยกออกมาจาก X-blade เซอานอร์ทก็จะใช้แสงบริสุทธิ์ทั้ง 7 ของพวกเจ้าหญิง สร้างเป็น X-blade ขึ้นมาอยู่ดี)

- เยนซิดบอกว่าและเพื่อจะปกป้องหัวใจบริสุทธิ์ทั้ง 7 พวกเราก็จำเป็นต้องมีแสงสว่างทั้ง 7 ที่แข็งแกร่งพอจะต่อกรกับความมืดทั้ง 13 นั้นได้
- ซึ่งมิคกี้ก็เห็นว่าตอนนี้ พวกเขายังขาดผู้พิทักษ์ไป 1 คน (ว่าแต่มิคกี้นับยังไงให้ได้ 6 เนี่ย...)

----------------------------------------------------------------

ทฤษฎีโซ่แห่งความทรงจำของนามิเนะ

ในเรื่องการเพิ่มความทรงจำเข้า ไปในตัวคนอื่นนี้ ก็อธิบายได้ด้วยทฤษฎีโซ่แห่งความทรงจำตามที่นามิเนะชี้แจงไว้ในภาค CoM โดยนามิเนะเคยบอกไว้ว่าความทรงจำแต่ละเรื่องนั้น ก็เปรียบเสมือนโซ่แต่ละข้อ โซ่ข้อไหนที่มีข้ออื่นเกี่ยวพันด้วยอยู่มากมาย ก็เปรียบได้กับความทรงจำเรื่องหนึ่งๆ (A) ที่เกี่ยวโยงกับความทรงจำเรื่องอื่นๆ (B,C,D,E, ...) อีกมากมาย เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้ความทรงจำเรื่องนั้น (A) กระจ่างชัดและถูกนึกถึงได้ง่าย เนื่องจากมีอีกหลายความทรงจำ (B,C,D,E, ...) ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังความทรงจำนั้น (A) ได้นั่นเอง

แต่เมื่อเวลาผ่านไป โซ่ข้อต่างๆ ที่เคยเกี่ยวพันกันไว้ก็จะค่อยๆ คลายตัวออกจากกัน ก็เปรียบได้กับการที่เราไม่สามารถหาจุดเชื่อมโยงระหว่างความทรงจำเรื่อง ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันได้ (A-B-C-D-E-...) ทำให้แม้เรานึกถึงความทรงจำเรื่องหนึ่ง (A) ก็ไม่อาจนึกถึงความทรงจำเรื่องอื่นได้ (B,C,D,E, ...) เพราะสภาพที่เกี่ยวพันกันอยู่นั้นได้หายไป  แต่ทั้งนี้โซ่เหล่านั้นหรือความทรงจำเหล่านั้นมันไม่ได้หายไปไหน มันยังคงอยู่ในความทรงจำของเรา เพียงแต่เราหาจุดเชื่อมโยงระหว่างกันไม่เจอ เมื่อเรานึกถึง A ก็จะนึกถึง B,C,D,E ... ไม่ได้


ผม อยากจะยกตัวอย่าง เช่น

A=ความทรงจำว่าเราเดินตกท่อจนกางเกงขายาวเปียกแฉะและเหม็นมาก
B=ความทรงจำที่เราโดนเพื่อนล้อว่าตกท่อ
C=ความทรงจำว่าเราต้องทนใส่กางเกงตัวนั้นด้วยความลำบากใจไปทั้งวัน
D=ความทรงจำตอนที่เราซักกางเกงตัวนั้น


จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่าความทรงจำทั้ง 4 เรื่องนั้นเกี่ยวข้องกันหมด ก็เปรียบได้กับโซ่ที่เชื่อมเกี่ยวกันโดยมีโซ่ข้อ A เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับโซ่ข้ออื่นๆ ในตอนแรกเมื่อเรานึกถึงความทรงจำเรื่องใดเรื่องหนึ่งใน 4 เรื่องนี้ เราก็จะพลอยนึกถึงอีก 3 เรื่องที่เหลือด้วย เพราะมันเชื่อมโยงถึงกันหมด แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า สภาพโซ่แห่งความทรงจำที่เชื่อมโยงกันอยู่นั้นแยกออกจากกัน ทำให้แม้เรานึกถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นเรื่อง D ขึ้นมา เราก็จะนึกเรื่อง A,B,C ไม่ออก เพราะโซ่ที่เคยเชื่อมต่อกันนั้นมันได้แยกออกจากกันแล้ว

(ลองนึกถึงเรื่องตอนเด็กๆ สักเรื่อง แล้วพยายามนึกเชื่อมโยงไปถึงเรื่องในวัยเด็กที่เกี่ยวข้องกันดู จะพบว่ามันยากกว่าการนึกถึงเรื่องในปัจจุบันแล้วนึกเชื่อมโยงไปยังเรื่องที่ เกี่ยวข้อง)

ส่วนที่ว่า แม้สภาพเกี่ยวพันนั้นจะแยกออกจากกันแล้วแต่ความทรงจำเรื่องต่างๆ ก็ยังไม่ได้หายไป ก็อธิบายได้ว่าเมื่อมีความทรงจำใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา มันก็เหมือนกับเราซื้อหนังสือเล่มใหม่แล้วเอามาวางซ้อนทับหนังสือเล่มเก่าไป เรื่อยๆ ผลคือหนังสือเล่มเก่ามันก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เราหามันเจอยาก นึกถึงมันยาก เพราะมันถูกทับอยู่หลายชั้นนั่นเอง

เรื่องที่ว่าแม้เราจะนึกถึงเรื่องเหล่านั้นไม่ออกแต่เราไม่ได้ลืมมันไปนี้ ก็ยังยืนยันได้ด้วยความฝัน บ่อยครั้งคนเราก็มักพบว่าเราได้นึกถึงเรื่องในวัยเด็กไม่ออก พยายามจะนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ได้ แต่พอเราหลับฝัน มันก็เหมือนว่าตัวเราร่างความฝันได้ไดฟ์เข้าไปสู่โลกความฝันในวัยเด็ก ทำให้เรานึกถึงเรื่องในวัยเด็กขึ้นมาได้....

...สาธยายมายืดยาวแล้ว กลับสู่ประเด็นการเพิ่มข้อมูลเข้าไปในความทรงจำของผู้อื่น ซึ่งนามิเนะได้บอกไว้ว่า

1. เธอสามารถเพิ่มข้อลงไปให้กับโซ่แห่งความทรงจำได้ (ก็คือสร้างความทรงจำปลอมๆ ขึ้นมาแล้วใส่ลงไปในตัวโซระได้)

2. สามารถทำให้โซ่ข้อต่างๆ แยกออกจากกันได้ (ทำให้หลงๆ ลืมๆ ราวกับว่าเรื่องนั้นผ่านมานานแล้วได้)
3. แต่เธอไม่สามารถทำลายโซ่ได้ (ทำให้ลืมความทรงจำไปโดยสมบูรณ์ไม่ได้)

ในเมื่อนามิเนะสามารถเพิ่มความทรงจำให้กับตัวโซระได้ แสดงว่าการที่อันเซมตัวจริงได้เพิ่มข้อมูลเข้าไปในตัวของโซระ ก็เป็นเรื่องที่ใช้หลักการเดียวกัน ถือว่าสอดคล้องกับความสามารถของนามิเนะ และเป็นไปในแนวทางที่เนื้อเรื่องได้ปูทางเอาไว้แล้ว

สุดท้าย ในโลกของ Kingdom Hearts นี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เชื่อมโยงถึงกันได้ทั้งที่ในโลกแห่งความจริงของพวก เรา สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เชื่อมโยงถึงกัน ตัวอย่างเช่น

1. หัวใจของตัวละครต่างๆ ที่เชื่อมโยงถึงกันด้วยสายสัมพันธ์ ทำให้สื่อถึงกันได้

2. หัวใจของดวงดาวต่างๆ ที่เชื่อมโยงถึงกันด้วย Corridor of Darkness และ Lane Between ทำให้เดินทางไปมาหาสู่กันได้

3. ความฝันของดวงดาวและผู้คนต่างๆ ที่เชื่อมโยงถึงกันจนกลายเป็น Realm of Sleep

4. ความทรงจำของผู้คนต่างๆ ที่เชื่อมโยงถึงกัน เพราะฉะนั้นเมื่อนามิเนะแก้ไขความทรงจำเรื่องของโซระในตัวของโซระ ความทรงจำเรื่องของโซระในตัวของคนอื่นๆ จึงพลอยถูกแก้ไขไปด้วย....

----------------------------------------------------------------

ก็เป็นอันจบกันสักที สำหรับเนื้อเรื่องของ Kingdom Hearts 3D และบันทึกความฝันทั้ง 11 Entry ตอนนี้มีเรื่องเกี่ยวกับเกมนี้ที่ผมอยากเขียนอีก 2 เรื่อง คือเก็บตกประเด็นต่างๆ เช่น สรุปความสามารถทางด้านกาลเวลาของตัวละครแต่ละตัว และ Timeline ของเซอานอร์ท เอาไว้จะรีบเขียนมาให้อ่าน ก่อนจะหมดไฟครับ

No comments:

Post a Comment