Thursday, September 20, 2018

อธิบายเนื้อเรื่อง KH3D ตอนที่ 6 ประเทศแห่งสามทหารเสือ - ซิมโฟนีของผู้วิเศษ

(เขียนขึ้นเมื่อ 10/02/2013)

ประเทศแห่งสามทหารเสือ

โซระ

- ก่อนหน้าที่โซระจะมาถึง มิคกี้ โดนัลด์ และกู๊ฟฟี่พึ่งได้รับการแต่งตั้งจากกัปตันพีทให้เป็นทหารเสือแห่งราชวงศ์อย่างเป็นทางการ โดยพีทมอบหมายภารกิจแรกให้พวกเขาคุ้มครองจากคนชั่วที่ตามล่าตัวเจ้าหญิงมินนี่อยู่
- เมื่อโซระมาถึง เขาก็เห็นมิคกี้กำลังสู้กับไนท์แมร์อยู่ โซระจึงเข้าไปช่วยทันที แต่ปรากฏว่ามิคกี้คนนี้กลับไม่เคยรู้จักโซระมาก่อน โซระคิดว่าบางทีนี่อาจเป็นอาการแบบเดียวกันกับที่ทรอนและจิมินี่ไม่รู้จักเขา ส่วนมิคกี้เองเห็นโซระก็รู้ว่าโซระมาจากต่างโลก จึงเปิดเผยว่าเขาเองก็มาจากต่างโลกเช่นกัน โดยเขามีปัญหาบางอย่างทำให้ต้องมาเป็นทหารเสือในโลกนี้ โซระถึงพอจะเก็ตว่านี่คือโลกในอดีตที่มิคกี้เคยไปเยี่ยมมาก่อน
- หลังกำจัดพวกไนท์แมร์อีกชุดนึงได้ โดนัลด์กับกู๊ฟฟี่ที่หนีไปก่อนก็ตามมาสมทบ ทั้งสองจึงแนะนำตัวต่อโซระ แล้วบอกโซระว่าพวกเขาต้องตามไปคุ้มครองเจ้าหญิงแล้ว แต่โซระก็ขออาสาไปช่วยคุ้มครองเจ้าหญิงด้วย
- ทั้งสี่ขึ้นรถม้าคันเดียวกับเจ้าหญิงมินนี่เพื่อตามไปคุ้มครองด้วย แต่ระหว่างทางก็เจอไนท์แมร์กับพวกศัตรูไล่ล่า ทำให้พลัดตกจากรถม้ากันหมด จึงเติมเดินเท้าตามไป
- เมื่อตามไปจนระยะหนึ่งก็เจอรถม้าที่ว่างเปล่า ทำให้ทราบว่าเจ้าหญิงโดนจับตัวไปแล้ว
- พวกโซระไล่ตามไปจนเจอหอคอยแห่งหนึ่ง พอขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดก็สามารถไล่พวกศัตรูที่เป็นลูกน้องของพีทตกหอคอย แล้วช่วยมินนี่กลับมาได้สำเร็จ
- ในคืนนั้นโดนัลด์ได้นำข่าวมาบอกมิคกี้ว่ากัปตีนพีทพยายามลักพาตัวมินนี่ไป มิคกี้ตัดสินใจจะตามไปด้วยมินนี่ แต่โดนัลด์อยากจะหนีไปหางานใหม่มากกว่า แล้วโดนัลด์ก็หนีไป มิคกี้เสียใจแต่โซระบอกว่าเขาจะช่วยมิคกี้พาตัวมินนี่กลับมาเอง ทว่าระหว่างนั้นกัปตันพีทก็ปรากฏตัวขึ้นมาและสั่งพวกไนท์แมร์ให้ล้อมมิคกี้กับโซระไว้ มิคกี้หนีออกมาจากวงล้อมได้แล้วมาสู้กับพีท แต่เขาก็พ่ายแพ้ให้พีท ส่วนโซระก็โดนไนท์แมร์ลอบทำร้ายตอนเผลอทำให้หมดสติไป
- โซระฟื้นขึ้นมาโดยมีโดนัลด์และกู๊ฟฟี่อยู่ล้อมรอบ กู๊ฟฟี่บอกโซระว่ามิคกี้ถูกจับตัวไปที่วิหารเซนต์มิเชลซึ่งกำลังจะโดนน้ำท่วมเล่นงาน โซระจึงพูดกล่อมให้โดนัลด์และกู๊ฟฟี่ไปช่วยกันพามิคกี้กลับมาให้ได้
- พวกโซระไปช่วยชีวิตมิคกี้ที่จมน้ำท่วมไปแล้วไว้ได้ทัน แล้วทุกคนก็ตัดสินใจตามไปช่วยเจ้าหญิงมินนี่ที่โรงโอเปร่า ตามที่พีทได้บอกมิคกี้ไว้ก่อนจะเอามาถ่วงน้ำ
- ที่หน้าทางเข้าโรงโอเปร่า พวกโซระเห็นลูกน้องของพีทกำลังขนหีบที่มีเสียงของมินนี่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ด้านใน (จุดนี้ขัดกับเนื้อเรื่องของริคุ เพราะเราเห็นในเนื้อเรื่องของริคุว่ามินนี่พึ่งถูกยัดลงหีบก็ตอนเข้ามาด้านหลังเวทีของโรงโอเปร่าแล้ว ไม่ใช่โดนยัดใส่หีบมาตั้งแต่แรก)
- พอโซระไล่ตามไปถึงหน้าเวที ก็เห็นมิคกี้ โดนัลด์ กู๊ฟฟี่ ช่วยมินนี่ออกมาได้แล้ว (จุดนี้ขัดกับเนื้อเรื่องริคุ เพราะในเนื้อเรื่องริคุ ตอนที่พีทเผชิญหน้ากับพวกมิคกี้และใช้กับดักบนเวที ตอนนั้นมินนี่ยังอยู่กับริคุที่หลังเวทีอยู่เลย ดังนั้นเธอจะมาอยู่ข้างพวกมิคกี้ที่หน้าเวทีได้ไง) ทันใดนั้นพีทก็ใช้กลไกกับดักของเวที ทำให้มีหีบร่วงลงมาเหนือหัวพวกมิคกี้ แต่แล้วหีบกลับหายไปกลางอากาศ พีทตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่โซระเข้าใจว่าริคุต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยพวกเขาแน่ โซระบอกให้พวกมิคกี้พามินนี่ไปหลบในที่ปลอดภัย ส่วนเขาจะจัดการพีทเอง ด้านพีทก็เรียกลูกน้องทั้งสามคน ออกมาช่วยกันรุมโซระ (ส่วนนี้ก็ขัดกับเนื้อเรื่องของริคุ เพราะจริงๆ ตามเนื้อเรื่องริคุ ลูกน้องทั้งสามมันต้องโดนริคุอัดร่วงไปก่อนที่โซระจะมาถึงหน้าเวทีแล้ว)
- หลังปราบพีทได้แล้ว พวกเราก็กลับมายังหน้าลานฝึก เพื่อเป็นการขอบคุณ องค์หญิงมินนี่จึงแต่งตั้งทั้ง 4 ให้เป็นทหารเสือประจำราชวงศ์

ริคุ

- ริคุเข้ามาถึงหน้าโรงโอเปร่า เขาเห็นพีททำลับๆ ล่อๆ เหมือนกลัวใครเห็นอยู่ที่บริเวณปากทางเข้า จึงตามพีทเข้าไป
- ระหว่างที่ริคุกำลังวุ่นกับการหาหีบสมบัติ กัปตันพีทที่ให้ลูกน้องจับตัวมินนี่มาก็เผยเป้าหมายว่าเขาต้องการจะชิงบัลลังค์และปกครองประเทศนี้เอง โดยให้มินนี่ตัวปลอมเป็นคนแต่งตั้งเขา ส่วนตัวจริงก็อยู่หลังฉากไป ว่าแล้วพวกลูกน้องของพีทก็จับมินนี่ขังไว้ในหีบ
- บริเวณหน้าเวทีแสดงในโรงโอเปร่า ริคุเห็นลูกน้องของพีทเอาแผ่นไม้กระดานที่เป็นรูปมิคกี้ โดนัลด์ และกู๊ฟฟี่ออกมาตั้ง จากนั้นพีทก็ปล่อยลังลงมาทับแผ่นไม้เหล่านั้นทิ้ง ริคุเห็นแล้วสังหรณ์ใจไม่ดีก็ตามพวกลูกน้องของพีทไป
- มิคกี้เจอหีบใบหนึ่งที่กำลังสั่นๆ เขาเกรงว่าจะมีใครอยู่ข้างในจึงใช้คีย์เบลดเปิดออกมา ปรากฏว่าข้างในมีเจ้าหญิงมินนี่อยู่ พอปล่อยมินนี่ออกมาแล้วเจ้าเธอก็จะรีบออกไปหาพวกสามทหารเสือ มินนี่บอกว่าเวทีโอเปร่าถูกติดตั้งกลไกกับดักที่จะใช้จัดการพวกมิคกี้ไว้ ถ้ามีคันโยกอยู่ก็จะสามารถแก้กลไกได้ ปรากฏว่าบริเวณนั้นลูกน้องของพีทกลับมาเอาคันโยกที่เขาลืมไว้พอดี ริคุจึงรีบไล่ตามพวกลูกน้องที่ถือคันโยกอยู่ไป
- ริคุไล่ตื้บลูกน้องของพีททั้งสามคนจนแย่งคันโยกมาได้สำเร็จ แล้วใช้คันโยกนั้นไขกลไกหลังเวทีจนช่วยพวกมิคกี้ไม่ให้โดนกลไกลังตกลงมาทับได้ทันเวลา แล้วมินนี่ก็ชมเชยริคุว่ามีความกล้าหาญดุจดั่งทหารเสือประจำราชวงศ์

หอคอยปริศนา

- แอ็คเซลพูดอะไรบางอย่างกับเยนซิด ทำให้พวกมิคกี้ตกใจ โดนัลด์บอกว่าไม่มีทางเด็ดขาด เยนซิดว่าเขารู้สึกถึงความผิดปกติในตอนที่โซระและริคุออกเดินทางไป เซอานอร์ทคงรู้ว่าพวกเราพยายามจะทำอะไรก่อนที่พวกเราจะเริ่มทำกันด้วยซ้ำ การทดสอบนี้ไม่เหมือนการทดสอบความเป็นมาสเตอร์ตามปกติ หากโซระและริคุผ่านการทดสอบโดยการค้นพบประตูทั้ง 7 ที่เชื่อมโยงกับแสงสว่างบริสุทธิ์ทั้ง 7 พวกเขาจะกลับมาพร้อมกับพลังใหม่ ถึงตอนนั้นทั้งสองจะกลายเป็นมาสเตอร์ที่แท้จริง ทว่าอันตรายได้ทำให้การทดสอบนี้เป็นมากกว่าการทดสอบ ตอนนี้เยนซิดก็หวังว่าทั้งสองจะปลอดภัย แต่เขาก็ไม่สามารถหาตำแหน่งของทั้งสองได้ เซอานอร์ทเป็นจอมเทคนิคผู้เคี้ยวคด ไม่มีการกระทำใดๆ ของเราที่จะอยู่เหนือขอบเขตความคาดเดาของเขาได้ การที่สมาชิกจูซังคิคังกลับเป็นคนสมบูรณ์อีกครั้ง เซอานอร์ทเองก็ไม่ต่างกัน เราไม่อาจลังเลได้อีกแล้ว เราต้องพิจารณาหากลยุทธที่จะเอาชนะเซอานอร์ทให้ได้ ทำให้เขาพลาด ข้าขอเตือนอีกครั้ง เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าแอ็คเซลกลับตอบว่าเออ ก็โดดมันเข้าไปเลย

ซิมโฟนีของผู้วิเศษ

โซระ

- โซระมาถึงโลกนี้แล้วก็พบมิคกี้กำลังฝึกร่ายมนต์ควบคุมสายน้ำอยู่ ทันใดนั้นไนท์แมร์ตัวที่หนีมาจากเมืองเทรเวิร์สก็ปรากฏตัวขึ้นมา มันพุ่งเข้าชนโซระจนสลบไป
- โซระฟื้นขึ้นมาในหอคอยปริศนา เขางุนงงว่าเขากลับมายังหอคอยปริศนาแล้วรึ? แต่พอหันหลังไปกลับพบมิคกี้ในชุดจอมเวทย์นั่งอยู่ตรงกลาง กำลังหลับตาร่ายมนต์บางอย่าง และมีหนังสือโน๊ตเพลงที่ถูกความมืดปกคลุมวางอยู่ด้านหลังเขา โซระเข้าใจว่าโน๊ตเพลงนี้เป็นตัวทำให้มิคกี้ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เลยควักคีย์เบลดขึ้นมาฟาดเข้าให้ แต่กลายเป็นโซระกระเด็นออกไปซะเอง มิคกี้แปลกใจที่โซระมีคีย์เบลดในครอบครองด้วย แล้วจึงถามโซระว่าเป็นลูกศิษย์ของใคร จากนั้นมิคกี้ก็แนะนำตนเอง โซระจึงเข้าใจว่านี่เป็นโลกในสมัยที่มิคกี้ยังฝึกฝนตนเองอยู่ และโลกนี้ก็กำลังหลับใหลอยู่ มิคกี้บอกว่ามีมอนสเตอร์ (ไนท์แมร์ตัวนั้นแหละ) ครอบงำหนังสือโน๊ตเพลงเล่มนั้นและปลดปล่อยความมืดออกมา ทำให้ไม่มีใครเข้าไปสู้กับมันข้างในได้ การจะขับไล่ความมืดไปได้ต้องใช้ Sound Idea โซระอาสาที่จะช่วยมิคกี้ด้วยการไปเอา Sound Idea มาให้ มิคกี้จึงเรียกหนังสือโน๊ตเพลงอีกเล่มขึ้นมา และบอกว่าข้างในนั้นมีพลังที่จะขับไล่ความมืดใดๆ ได้
- โซระเข้าไปในโลกของหนังสือโน๊ตเพลงจนถึงด้านในสุดแล้วก็พบกับ Sound Idea แต่แล้วเขาก็พบกับเซอานอร์ทหนุ่มที่ตามเขามา โซระชักคีย์เบลดขึ้นมาเตรียมสู้ แต่เซอานอร์ทกับชูมือขึ้นขวางไว้แล้วบอกว่าโลกนี้งดงามราวกับความฝัน โซระถามเซอานอร์ทว่าตามเขามาทำไม เซอานอร์ทก็ถามกลับว่ายังไม่เข้าใจอีกรึ? ยังคิดว่านี่เป็นแค่การทดสอบอยู่รึไง? ฉันไม่ใช่ความฝัน และหากนายคิดว่าฉันเป็นแค่ความฝัน นายก็อ่อนหัดยิ่งกว่าที่พวกนั้นพูดกันแล้ว แต่เดี๋ยวมันก็จบแล้วล่ะ จากนั้นเซอานอร์ทก็บอกว่านอนต่อไปเถอะ เดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันอีกครั้ง แล้วเขาก็จากไป
- โซระออกจากโลกหนังสือโน๊ตเพลงพร้อมกับ Sound Idea จากนั้นเขาก็ปลดปล่อยพลังของ Sound Idea มาเพื่อขับไล่ความมืด แต่ดูเหมือนลำพัง Sound Idea เพียงชิ้นเดียวจะไม่เพียงพอ ทว่าริคุที่อยู่อีกฟากหนึ่งก็ช่วยใช้ Sound Idea ขับไล่ความมืดด้วยเช่นกัน เมื่อความมืดที่ปกคลุมหนังสือหายไปแล้ว โซระก็เข้าไปในหนังสือเล่มนั้น
- ด้านในหนังสือ โซระได้เจอเจ้าไนท์แมร์ Spellican อีกครั้ง คราวนี้เขาสามารถไล่ตามจนกำจัดมันได้สำเร็จ
- กลับมาที่โลกนอกหนังสือ มิคกี้ถูกปลดปล่อยให้สามารถลุกขึ้นมาขยับเขยื้อนได้อีกครั้ง เขาขอบคุณโซระ จากนั้นมิคกี้ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาต้องรีบไปไปตักน้ำต่อแล้ว

ริคุ

- ก่อนหน้าที่ริคุจะมาถึง มิคกี้กำลังฝึกใช้เวทย์ควบคุมไม้กวาดให้ช่วยหิ้วถังน้ำไปตักน้ำมาให้แทนตัวเขา แต่มิคกี้เผลอหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาไม้กวาดมันก็หิ้วน้ำมาเทใส่ห้องจนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ที่ด้านนอกนั้นเอง ไนท์แมร์ตัวที่หนีมาจากเมืองเทรเวิร์สก็มาถึงหอคอยปริศนาพอดี
- ริคุมาโผล่ที่ชั้นล่างของหอคอยปริศนาท่ามกลางความงุนงง เขาต้องแปลกใจที่พบว่ามีสายน้ำสะลักลงมาจากชั้นบนของหอคอยจนทำให้ที่แห่งนั้นนองไปด้วยน้ำ ริคุวิ่งขึ้นบันไดไปแล้วก็พบห้องที่เต็มไปด้วยน้ำ มีมิคกี้ในชุดจอมเวทย์นั่งอยู่ตรงกลาง กำลังหลับตาร่ายมนต์บางอย่าง และมีหนังสือโน๊ตเพลงที่ถูกความมืดปกคลุมวางอยู่ด้านหลังเขา ริคุเข้าใจว่าโน๊ตเพลงนี้เป็นตัวทำให้มิคกี้ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ แต่มิคกี้บอกว่าเราไม่สามารถทำลายความมืดนั้นได้ด้วยพละกำลัง จากนั้นมิคกี้ก็แนะนำตนเองว่าเขาเป็นผู้ฝึกฝนตนเป็นจอมเวทย์ ริคุอาสาที่จะช่วยมิคกี้ให้ได้ มิคกี้บอกว่าะเขารู้สึกว่าเขากับริคุจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ และเราจะได้พึ่งพากันอย่างมากในสักวันหนึ่ง มิคกี้บอกว่าข้างในโลกของหนังสือโน๊ตเพลงอีกเล่มหนึ่งที่ไม่ได้ถูกความมืดปกคลุมมี Sound Idea อยู่ ซึ่งมันมีพลังมากที่จะขับไล่ความมืดได้ จึงอยากให้ริคุช่วยเข้าไปตามหาให้
- ริคุไปถึงด้านในสุดของโลกในหนังสือโน๊ตเพลง เขาได้พบกับ Sound Idea และเก็บมันมา จากนั้นจู่ๆ ความมืดก็เข้าปกคลุมรอบตัวเขา เซอานอร์ทหนุ่มปรากฏตัวขึ้นมา เซอานอร์ทกล่าวยินดีต้อนรับริคุ เด็กหนุ่มผู้ถูกคีย์เบลดเลือกตั้งแต่แรก แต่เนื่องจากริคุจำนนต่อความมืด ไม่อาจควบคุมมันได้ คีย์เบลดจึงส่งต่อไปสู่โซระแทน ความผิดพลาดของริคุมักจะกลายเป็นปัญหาของคนอื่นอยู่ประจำ ริคุบอกว่ามันอาจเป็นเช่นนั้น แต่เขาจะแปรเปลี่ยนมันเอง เซอานอร์ทบอกว่าการกระทำของริคุดำเนินไปอย่างที่เขาคิด แม้ว่ามันจะยิ่งกว่ากว่าที่เขาคิดเอาไว้ ริคุที่รำคาญแล้วก็บอกว่าถ้าอยากคุยนัก ก็พูดมาเลยดีกว่าว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ เซอานอร์ทจึงบอกว่าเขาไม่รู้ว่าริคุพบวิธีระงับความมืดไว้ในจิตใจได้อย่างไร เด็กหนุ่มที่ต้านทานความมืดได้แล้วก็ไม่มีประโยชน์กับพวกเขา ความตายได้ร่ำร้องรอคอยริคุอยู่แล้ว จากนั้นเซอานอร์ทก็ปล่อยปิศาจยักษ์ออกมาสู้กับริคุ

- เมื่อกำจัดมันได้ริคุก็ออกมาจากโลกในหนังสือ เขาใช้พลังจาก Sound Idea แต่ดูเหมือนลำพัง Sound Idea อันเดียวจะไม่เพียงพอที่จะขับไล่ความมืดได้ ทันใดนั้น Sound Idea อีกอันที่โซระร่ายเอาไว้ก็ปรากฏขึ้นมาช่วยกันขับไล่ความมืดในหนังสืออกไป ทำให้น้ำที่ท่วมห้องอยู่หายไป ทุกอย่างกลับเป็นปกติ และมิคกี้ก็ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง
- มิคกี้สงสัยว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ริคุก็บอกว่าเป็นเพราะโซระช่วยเอาไว้ มิคกี้คนนี้ไม่เคยได้ยินชื่อโซระมาก่อน แต่เขาบอกว่าพอได้ยินชื่อนี้แล้วมันทำให้เขายิ้มได้ Sound Idea ที่โซระและริคุช่วยกันปลดปล่อยออกมาทำให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ ริคุบอกว่าโซระสามารถค้นหาส่วนที่เปล่งประกายที่สุดของสิ่งต่างๆ ได้ และสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา เมื่ออยู่ใกล้ๆ เขาแล้ว หากจะฝืนไม่ยิ้มก็คงจะยาก มิคกี้บอกว่าฟังแล้วเหมือนว่าทั้งสองต่างก็ช่วยกันค้ำจุนบางส่วนของกันและกันไว้ ทำให้หัวใจอยู่ในท่วงทำนองที่เหมาะสม สามารถขับร้องเพลงออกมาได้เสมอ เขาหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกริคุด้วย ริคุจึงก้มไปจับมือมิคกี้แล้วบอกว่าสักวันมิคกี้ต้องได้เป็นแน่ เชื่อเขาสิ

ข้อสังเกต

โลกแห่งความฝันที่โซระกับริคุไปนั้น มันมีอะไรที่ขัดกันเองอยู่
อย่างเช่นลำดับเหตุการณ์ในดาวสามทหารเสือ ตำแหน่งของมินนี่ตอนที่พีทใช้กลไกบนเวที ในโลกซิมโฟนีก็เช่นการที่มิคกี้ในเนื้อเรื่องฟากริคุไม่รู้จักโซระทั้งที่โซระแนะนำตัวในเนื้อเรื่องฟากเขาไปแล้ว
ทว่าการกระทำบางอย่างของโซระและริคุกลับส่งผลต่อกัน เช่นการหาคันโยกมาหยุดกลไกเวที หรือการใช้ Sound Idea สิ่งเหล่านี้ฟังดูประหลาด แต่ก็สอดคล้องกับที่โจชัวพูดไว้ว่า โลกทั้งสองฟากนั้น ไม่ใช่โลกคู่ขนาน (เพราะเวลามันไม่ได้ดำเนินไปพร้อมกัน) และไม่ใช่อดีตและอนาคตของกันและกัน (เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกทั้งสองฟากมันไม่เหมือนกันซะทีเดียว)
แต่มันคือโลกใบเดียวกัน ที่ถูกจินตนาการ/ฝัน ขึ้นโดยคนสองคน ทำให้มันมีเนื้อหาสาระโดยหลักเหมือนกัน แต่มีเนื้อหาปลีกย่อยแตกต่างกัน เพราะคนเราแต่ละคนก็มองสิ่งๆ เดียวกันจากคนละมุมมอง ทำให้เห็นสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน แตกต่างกัน โซระกับริคุเองก็เช่นกัน ไปหลงอยู่ในโลกในจินตนาการของใครก็ไม่รู้ 2 คน 2 โลก ถึงได้มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน

หอคอยปริศนา

- กลับมาที่หอคอยปริศนาของจริง แอ็คเซลไม่อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ กำลังทำหน้าหมอง มิคกี้ถามเยนซิดว่าแอ็คเซลจะทำได้มั้ย? เยนซิดก็ตอบว่าเราคงสอนแมวให้เห่าไม่ได้ แต่พ่อมดเมอร์ลินกับนางฟ้าทั้งสามต่างก็ช่วยกันอยู่ในที่ซึ่งกาลเวลาแตกต่างออกไป อย่างน้อยก็หวังว่าเขาจะสามารถใช้เวทมนต์ได้ อย่างน้อยเขาก็มีไฟ ก็ต้องคอยดูว่ามันจะลุกโชนได้แค่ไหน
- ส่วนเรื่องโซระกับริคุ เยนซิดสันนิษฐานว่าเซอานอร์ทรู้ว่าพวกเขาวางแผนอะไรกันไว้ แต่หากเขาคิดจะขัดขวาง เขาก็ยังจำเป็นต้องไปยังที่แห่งนั้น คือกลับไปยังช่วงเวลาและสถานที่ตอนที่เกาะแห่งชะตากรรมตกสู่ความมืด ไม่เช่นนั้นแล้วเขาก็จะไปขัดขวางโซระและริคุไม่ได้

- มิคกี้ได้ยินก็ถามว่าเป็นไปได้มั้ยที่เซอานอร์ทจะอ่านเกมทะลุไกลถึงจุดนี้ตั้งแต่แรกแล้ว? เยนซิดบอกว่าตามความเป็นจริงแล้วคงไม่ได้ กู๊ฟฟี่เลยถามว่าถ้าเซอานอร์ททำแบบเดียวกับที่โซระและริคุทำคือย้อนเวลากลับไปล่ะเยนซิดบอกว่าการข้ามกาลเวลาได้ ร่างของเซอานอร์ทต้องเคยอยู่ที่นั่นในเวลานั้นมาก่อนแล้ว หากไม่ผ่านเงื่อนไขนั้น กระทั่งเซอานอร์ทก็คงไม่สามารถส่งร่างทั้งร่างของเขาข้ามไปยังห้วงเวลาที่อยู่ห่างไกลกันขนาดนั้นดังใจนึกได้

*ภาคญี่ปุ่นใช้คำว่าต้องเคยอยู่ทั้งในสถานที่แห่งนั้นและในเวลานั้น (ลิงค์อ้างอิง) แต่ในภาคอังกฤษกลับพูดต่างออกไปนิดหน่อย โดยพูดว่าการจะท่องกาลเวลาได้ เซอานอร์ทต้องอยู่ทั้งที่ตั้ง (ปัจจุบัน) และจุดหมายปลายทาง (ยุคอันเป็นจุดหมาย)

- แล้วมิคกี้ก็ตกใจขึ้นมา มิคกี้บอกว่าเขาจำได้ว่าเซอานอร์ทได้สละร่างของเขาเอง กลายเป็นร่างของเขาเวอร์ชั่นที่ครอบงำริคุ ถึงตรงนี้เยนซิดต้องตกใจตาเหลือกว่าเป็นไปไม่ได้! นี่เขาจะปราดเปรื่องถึงขั้นทำนายอนาคตได้ล่วงหน้าขนาดนี้เลยรึ? มิคกี้บอกว่างั้นเขาจะช่วยไปโซระและริคุเอง แต่เยนซิดถามว่าจะช่วยยังไงล่ะ ในเมื่อมิคกี้ไม่สามารถเข้าไปในโลกแห่งการหลับใหลได้ (เพราะมิคกี้ไม่เคยไปอยู่ในดวงดาวช่วงก่อนที่จะตกสู่การหลับใหล) แล้วจะไปที่ไหนกัน? มิคกี้บอกว่าเซอานอร์ทคงไม่อยู่ในโลกแห่งความฝันไปตลอด ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องไปปรากฏตัวในที่ๆ พวกเราสามารถเข้าถึงได้ และเราก็สามารถเดาที่แห่งนั้นได้ มาสเตอร์อควอบอกไว้ว่าให้ทำตามเสียงเรียกของหัวใจ แล้วเราจะพบหนทาง

- โดนัลด์กับกู๊ฟฟี่จะขอไปกับมิคกี้ด้วย แต่มิคกี้บอกว่าคราวนี้มันอันตรายเกินกว่าที่แล้วๆ มา หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา ริคุ และโซระ จะเหลือเพียงโดนัลด์และกู๊ฟฟี่เท่านั้นที่จะช่วยคุ้มครองโลกนี้ได้
- เยนซิดบอกว่าเขาไม่สามารถระบุที่อยู่ของโซระได้ แต่เขารู้สึกถึงตัวตนของริคุได้ใน Realm Between ขอให้มิคกี้เชื่อใจตนเอง แล้วมิคกี้จะพบพวกเขาแน่ มิคกี้ก็สัญญาว่าจะพาทั้งสองกลับมาอย่างสวัสดิภาพให้ได้

อธิบาย

- การจะย้อนเวลากลับไปยังช่วงเวลาและสถานที่ใดนั้น ตัวเราต้องเคยดำรงอยู่ที่นั่นในช่วงเวลานั้น (ก็คือเดินทางไปในสถานที่และช่วงเวลาที่เคยไปมาแล้ว เราจึงไปยังอนาคตที่เราไม่เคยไป ไม่ได้) ริคุกับโซระเคยอยู่ในเกาะแห่งชะตากรรมช่วงก่อนที่จะตกสู่ความมืดมิดมาก่อน เยนซิดจึงสามารถส่งพวกเขากลับไปยังช่วงเวลานั้นในที่แห่งนั้นได้

แต่คำถามต่อมาคือ เยนซิดไปเอาพลังในการส่งคนข้ามกาลเวลานั้นมาจากไหน? มันไม่ใช่ความสามารถที่มาสเตอร์ทั่วไปจะทำได้ อควอก็ยังทำไม่ได้เลย...

- ตอนแรกเยนซิดคิดว่าเซอานอร์ทไม่น่าตามไปขัดขวางโซระและริคุได้ เพราะการจะตามไปขัดขวางพวกเขา แปลว่าเซอานอร์ทร่างใดร่างหนึ่งต้องเคยไปอยู่ที่เกาะแห่งชะตากรรมช่วงก่อนที่จะตกสู่ความมืดมิดแบบที่ริคุกับโซระเคยอยู่มาก่อน.... ซึ่งมิคกี้ก็ฉุกใจคิดได้พอดีว่าเซอานอร์ทเคยครอบงำร่างของริคุมาก่อน และน่าจะเข้าครอบงำตั้งแต่ตอนอยู่ที่เกาะแห่งชะตากรรมแล้ว ดังนั้นการที่ริคุอยู่ที่เกาะแห่งชะตากรรมช่วงก่อนตกสู่ความมืดมิด แปลว่าเซอานอร์ทเวอร์ชั่นหนึ่งก็เคยอยู่ที่นั่นเช่นเดียวกัน จึงหมายความว่าหากเซอานอร์ทในปัจจุบันจะย้อนอดีตกลับไปยังเกาะแห่งชะตากรรมในช่วงเวลานั้น เพื่อตามไปขัดขวางริคุและโซระ เขาก็สามารถทำได้

- คาดว่าการที่ฮาร์ทเลสของเซอานอร์ทไปอยู่ที่เกาะแห่งชะตากรรมในคืนก่อนที่เกาะแห่งนั้นจะตกสู่ความมืดมิด เป็นเพราะเจ้าตัวตามมายึดร่างริคุเป็นเหตุผลหลัก คงไม่ได้คิดถึงขั้นว่าในอนาคตตัวเองจะต้องการย้อนเวลากลับมาในช่วงเวลานั้นเพื่อไล่ตามโซระและริคุเข้าไปยังโลกแห่งความฝัน หากคิดแบบนี้ก็จะสอดคล้องกับที่เซอานอร์ทหนุ่มจะพูดตอบคำถามโซระที่ถามว่าเซอานอร์ทร่างฮาร์ทเลสมองการไกลมาถึงขนาดนี้เลยรึ? แล้วเซอานอร์ทหนุ่มบอกว่าร่างฮาร์ทเลสรู้ถึงแค่ตอนที่เข้าครอบงำร่างริคุ หลังจากนั้นก็สัมผัสประสบการณ์สดด้วยตนเองมาเรื่อยๆ โดยการยึดร่างนี้ก็คือหนึ่งในการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความชั่วร้ายของมาสเตอร์เซอานอร์ท อันจะนำไปสู่้การสร้างจูซังคิคังขึ้นมาใหม่ แต่ก็มีเหตุผลรองตามที่ไบรก์บอกไว้ (ตอนพึ่งมาถึง TWTNW ในเนื้อเรื่องโซระ) คือเผื่อในอนาคตที่พวกโซระและริคุจะท่องเวลากลับมายังช่วงเวลานั้นเพื่อเข้าไปปลดปล่อยโลกที่ตกสู่ความฝัน ตัวเขาจะได้ท่องเวลาตามมาชักนำโซระริคุให้ออกนอกเส้นทาง และยึดร่างของทั้งสองได้ การที่ตัวเองได้ไปอยู่ข้างพวกว่าที่ผู้ใช้คีย์เบลดอย่างริคุในวันแห่งชะตากรรมวันนั้น หากอนาคตเกิดความผิดพลาดอันใดขึ้นมา อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถท่องเวลากลับมาแก้ไขเหตุการณ์ในวันนั้นได้ และผลที่ตามมาคือพอริคุย้อนเวลากลับไปในวันนั้นเพื่อจะเข้าสู่โลกแห่งความฝัน ฮาร์ทเลสของเซอานอร์ทก็จะสามารถตามมาได้....

No comments:

Post a Comment