Saturday, April 11, 2020

บันทึกการเล่น FFVII Remake วันที่ 11


<<ส่วนนี้ยังไม่ Spoiler>>

- ตั้งแต่เล่นมา รู้สึกว่ายิ่งเล่นก็ยิ่งไม่สนุกอ่ะ เมื่อวานผมติเรื่องมุมกล้องไปแล้ว (ซึ่งผมปรับระยะห่างกล้องเป็นแบบ 3 ตลอดตั้งแต่ตอนเล่นเดโมแล้ว แต่ก็เมาอยู่ดี)

- ตอนนี้รู้สึกระบบ Map ของเกมมันแย่, Mini Map มันมีรัศมีแคบไป ทำให้เห็นพื้นที่รอบตัวคลาวด์ห่างไปไม่เท่าไหร่ มันเลยไม่ค่อยช่วยอะไร ทำให้ผมต้องเสียเวลากด Touch pad เข้าไปดู Map ใหญ่อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งมันเสียเวลาและน่ารำคาญ ถ้ารัศมีของ Mini Map มันกว้างกว่านี้ก็คงจะดี หรือทำให้ปรับ Mini Map ซูมเข้าออกแบบ FFXIV ได้ก็น่าจะดีขึ้น

- เกมเพลย์เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้อเมซซิ่งเท่านั้น

- ระหว่างแฟนเก่าที่เล่นภาคออริจินอลมา กับผู้เล่นใหม่ จะได้ประสบการณ์คนละเรื่องกันเลย อย่างผู้เล่นใหม่ พอเจอ NPC พูดถึงเรื่องนอกมิดการ์ อย่างเช่นพูดถึงคอสโม่แคนย่อน หรือหนังสือที่บูเกนฮาเกนแต่ง (NPC จะพูดว่าคนแต่งชื่ออะไรน้าาา... Bugel....) หรือพูดว่าจะเลี้ยงโจโคโบะไปแข่งที่โกลด์ซอเซอร์ ซึ่งถ้าไม่ใช่คนเล่นออริจินอลมาไม่มีทางเก็ตหรอก

- ด้วยความที่เกมมันมี Reference ถึงเหตุการณ์, บุคคล, สถานที่, องค์ประกอบ, ทฤษฎี ในภาคออริจินอลเยอะมาก ทำให้หนักแรมสมองสุด ๆ ผมเล่นแล้วต้องหยุด Pause, คิดตาม, เปิด Ref นั่งทบทวนและคิดอะไรไปเยอะมาก อย่างเมื่อวานพอเจอพวกร่างย้อนรวม ก็ถึงกับต้องหยุดเล่นแล้วมารื้อฟื้น Fact เก่าว่าจริง ๆ แล้วมันยังไงกันแน่ พูดจริงว่าเล่นแล้ว เหนื่อย

- ตรงนี้มันต่างกับพวกการเชื่อมโยงระหว่าง Kingdom Hearts III ไปยัง KH ภาคอื่นหรือองค์ประกอบอื่น ๆ นะ กรณีของ KH นั่นจะเป็นเรื่องประเภทที่ ถ้าเห็นแล้วเก็ตทันทีก็ว๊าววววววววววไปเลย (อย่างมุก Zetta Flare, เยนซิดลุก, ท่า Union X, เทอร์ร่าคือการ์เดียนมาตลอด ฯลฯ) หรือถ้าไม่เก็ต ก็อีหยังวะะะงงไปเลย (แบบสารพัดสิ่งชวนงงใน Re: Mind) แต่ของ FFVII Remake มันเหมือนความรู้สึกตอนขี้ไม่ออก หรือกระสับกระส่ายไม่สบายใจ มีเรื่องคาในหัว นึกออกไม่หมด มันเบลอ ๆ เหมือนจะมั่นใจแต่ก็ไม่มั่นใจ ต้องมานั่งเปิดเช็ค Ref อีกที

- สิ่งที่ดีงามที่สุดของเกมนี้ คือการกำกับคัตซีน.... ซึ่งมันเป็นจุดเด่นของพวกคุณโนมุระ คิตาเสะ โทริยามะอยู่แล้ว....

- ความรู้สึกตอนนี้ที่เล่นมาถึง Chapter 9, ให้คะแนนแบบเกรงใจ (กลัวทัวร์ลง) ก็ให้ 8 คะแนน.... แต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่าหลังจากนี้เกมเพลย์จะสนุกขึ้นรึเปล่า (?)

ส่วนด้านล่างนี้เป็น Minor Spoiler เรี่ยร่ายรายทาง ที่เกมแต่งเพิ่ม /เปลี่ยน /retcon ไปจากของเดิม




============================
<<<Minor Spoiler Alert !!!>>>
<<<ATTENTION>>>
<<<ส่วนด้านล่างนี้ Spoil แล้ว>>>
============================

เพื่ออรรถรสสูงสุดในการเล่น ขอให้คนที่ sensitive เรื่องการสปอยล์ข้ามไปนะครับ

1. ฉากตอนคลาวด์ตกลงมายังโบสถ์ และเจอแอริธอีกครั้ง กำกับมุมกล้องล้อเหตุการณ์ภาค Advent Children หลังสู้กับเซฟิรอธจบและตกลงมายังโบสถ์ โดยใช้แบ็คกราวด์เป็นมิติลี้ลับสีขาว และมุมกล้องหมุนรอบตัวคลาวด์แบบมุมเดียวกันเป๊ะ

2. คลาวด์ปะทะกับเรโน่ในโบสถ์เลย ซึ่งเวอร์ชั่นเดิมทั้งสองยังไม่ได้บู๊กันตอนนี้ ซึ่งคลาวด์ที่ชนะเรโน่แล้วก็จะฟาดให้ยับ แอริธพยายามห้ามไว้ แล้วพวกผู้คุมชะตาก็พัดคลาวด์กับแอริธไปยังด้านหลังโบสถ์ ราวกับว่าพวกมันป้องกันไม่ให้ทำอะไรนอกกรอบไปจาก Timeline เดิมมากนัก แล้วยังพยายามชี้นำให้ทำอะไรตาม Timeline เดิมอีก

3. แอริธบอกว่าเธอเคยคิดจะออกไปใช้ชีวิตนอกกำแพงเมืองมิดการ์ แต่ก็ยังไม่กล้า เธอกลัวว่าชีวิตข้างนอกจะมีอะไรมากเกินกว่าจะรับไหว, ผู้คนมักจะรังเกียจท้องฟ้าที่โดนเพลทเหล็กปกคลุมไว้ เกลียดสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในสลัม แต่ส่วนตัวเธอไม่ได้รังเกียจนะ เลยยังอยู่ในสลัมได้

4. โลกตอนนี้มีแอนิเมเรื่อง Stamp's Adventure ฉายด้วย เด็ก ๆ รอดูแอนิเมเรื่องนี้ทางทีวีกัน

5. แชดลีย์บอกว่านักวิทยาศาสตร์สรุปกันไว้ว่ามาเทเรียเรียกอสูรสีแดง ต้องเกิดตามธรรมชาติเท่านั้น (ซึ่งในภาคออริจินอลมันก็เป็นแบบนั้น) แต่เขาอยากพิสูจน์หักล้างว่าเขาสามารถสร้างมาเทเรียเรียกอสูรได้ แล้วเขาก็ดันทำได้สำเร็จด้วย

6. ใน Crisis Core ชินระมีสร้างห้องต่อสู้แบบ VR ไว้, แต่ภาคนี้ชินระสร้างแว่น VR ให้เราใส่และเข้าสู้การต่อสู้จำลองได้เลย

7. ตอนคลาวด์เผลอพูดชื่อทิฟาออกมา แอริธถามว่าทิฟานั่นชื่อแฟนเหรอ? คลาวด์บอกว่าไม่ใช่ แอริธเลยบอกว่าเป็นคนพิเศษสิท่า คลาวด์ตอบว่าพูดไม่ถูกเหมือนกัน

8. ตอนรู๊ดเห็นแอริธมากับคลาวด์ รู๊ดแซวว่านั่น "หนุ่มของเล่นชิ้นใหม่ของเธอเหรออ?" (5555) แอริธพยายามบอกคลาวด์ว่ารู๊ดไม่ใช่คนไม่ดี อย่าไปยุ่งกับเขาเลย แต่รู๊ดก็ดึงดันจะบอกว่าบางทีเขาก็ทำเรื่องไม่ดีเหมือนกัน ส่วนคลาวด์ย้อนว่าพวกเทิร์คก็ดีแต่เห่า กัดจริงไม่เป็น (ปากร้ายยยย)

9. รู๊ดใช้ริงโทนเป็นเพลง Victory Fanfare เหมือนลอซ ใน Advent Children

10. ในสลัมเขต 5 มีคนที่ถูกเรียกว่านางฟ้าแห่งสลัม คอยปล้นคนรวยช่วยคนจน ไม่เคยฆ่าใคร นักข่าวชื่อ Damon จากสำนักข่าว Daily Buzz ของชินระพยายามเปิดโปงว่าเธอเป็นใคร แต่กลับโดนเธอส่งการ์ดเตือนว่าคราวนี้จะให้โอกาสก่อน แต่อย่าพยามอีก แล้วนางฟ้ายังส่งการ์ดเตือนว่าจะไปปล้นบ้านดอนคอร์เนโอ

11. มีชาวบ้านพูดถึงเด็กคนนึงที่เคยเป็นเด็กดีมาก แต่หลังเสียพ่อแม่ ก็เปลี่ยนไป แล้วตอนนี้ก็ไปทำงานอยู่กับดอน (หมายถึงเจ้าเลสลีย์ไคล์ จากนิยาย)

12. ในออริจินอล เอลมัยร่า จะขอให้คลาวด์แอบออกจากบ้านไปตอนกลางคืนโดยไม่บอกแอริธ โดยเธอให้เหตุผลว่าไม่อยากให้แอริธต้องเจ็บหัวใจจาก SOLDIER อีก... ส่วนในภาคนี้เอลมัยร่าเปลี่ยนคำพูดเป็นว่า SOLDIER เป็นพวกเลือกที่จะทิ้งชีวิตธรรมดาแลกให้ได้มาวึ่งพลัง คนเราจะมี 2 อย่าง (ชีวิตปกติธรรมดา-พลัง) พร้อมกันไม่ได้ ดังนั้นก็เลยไม่อยากให้คลาวด์ที่ทิ้งชีวิตธรรมดาไปแล้ว มาอยู่ใกล้แอริธ

13. ในออริจินอลไม่มีการเปิดเผยชื่อแม่ของคลาวด์ แต่คุณโนมุระตอนวาดออกแบบแม่คลาวด์มีเขียนชื่อและอายุเธอไว้แต่แรกแล้ว (เปิดเผยในหนังสือ Ultimania) มาในภาค Remake นี้มีการระบุชื่อแม่คลาวด์ไว้ชัดเจนแล้วว่า Claudia ตามใน Ultimania เป๊ะ

14. แอริธเล่าความเป็นมาของเขต 6 ให้ฟังว่า ตอนก่อสร้างเมืองมิดการ์ มีคนอาศัยอยู่บนเพลทยังไม่มาก แล้วเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เพลทเขต 6 ถล่มลงมาเละเทะและไม่ได้แก้ไขจนถึงทุกวันนี้ - ต่อมาบนซากเพลทที่ถล่มลงมาของเขต 6 นั้นก็มีการสร้างสถานบันเทิง โรงแรม ร้านค้า ขึ้นมาให้พวกคนงานก่อสร้างของเมืองใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พวกที่รักความบันเทิง พวกไม่เคารพกฎหมาย ก็เข้ามาอาศัยอยู่ รัฐ (ชินระ) ก็ไม่เข้ามาจัดการดูแล แต่ไปสร้างกำแพงล้อมรอบย่านนั้นไว้ เลยกลายเป็นชื่อ "Wall Market" นับแต่นั้นมา โดยชินระก็ทำเป็นปิดหูปิดตาไม่รู้เรื่องที่อยู่ในนั้น

15. ฉากแอริธคุยกับคลาวด์ในสนามเด็กเล่น เดิมตอนแอริธพูดถึงรักแรกของเธอ คลาวด์จะถามว่า "คบกันจริงจังงั้นเหรอ?" แล้วแอริธจะตอบว่า "เปล่า แต่ก็ชอบอยู่พักหนึ่ง" ทว่าฉบับ Remake ตัดเฉพาะ 2 ประโยคนี้ทิ้งไป

16. แอริธจ้องตาคลาวด์แล้วบอกว่าดวงตาเธอสวยจัง (ประโยคเดียวกับที่เคยพูดกับแซ็ค) แต่คลาวด์ตอบไม่ใยดีเท่าไหร่ ว่าดวงตาแบบนี้ SOLDIER เป็นกันทุกคน มันเป็นสีนี้ก็เพราะผ่านการอาบมาโคมา แอริธก็ทำหน้าเศร้า แล้วตอบว่าอืมมม เข้าใจ... ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา แล้วเธอก็พูดว่า "ต้องมองไปข้างหน้า ไม่ย้อนกลับไปสินะ" ซึ่งที่จริงแล้วเธอกำลังสะกดจิตตัวเองว่าต้องมุ้ฟอร... ไม่ได้ไปยึดติดกับเรื่องแซ็ค

17. ตอนคลาวด์เห็นทิฟานั่งเกวียนโจโคโบะไปทางคฤหาสน์ดอน คลาวด์ไว้ใจว่าทิฟาน่าจะเอาดอนอยู่ แต่แอริธตีโพยตีพายใหญ่ว่ามันไม่เกี่ยวว่าทิฟาแกร่งแค่ไหน ดอนหาทางแก้ทางได้อยู่แล้ว และที่คฤหาสน์ดอนก็มีลูกสมุนดอนเต็มไปหมด คลาวด์ต้องไปช่วยทิฟาเสะโว้ยยย

No comments:

Post a Comment