Sunday, April 12, 2020

บันทึกการเล่น FFVII Remake วันที่ 12


<<ส่วนนี้ยังไม่ Spoiler>>

- วันนี้เล่นตั้งแต่ช่วงตอนเดินเข้า Wall Market ไปจนถึงโหนตัวกันลงมาจากเพลท 7 น่าจะเป็นการผ่านช่วงกลางเกม และกำลังจะเข้าช่วงท้ายแล้ว

- เนื้อเรื่องช่วงนี้สอดแทรกเนื้อหาใหม่ ๆ เยอะ (กว่า Chapter ก่อน) เช่น เรื่องที่เราได้ไปเจอมาดาม M, แซม, อังเดรีย, อีเวนต์และเรื่องผีที่สุสานรถไฟที่แต่งขึ้นมาใหม่, และตอนกลับไปเขต 7 อย่างที่เราทราบจากเทรลเลอร์แล้วว่า จะได้เล่นแอริธเข้าไปช่วยมาร์ลีน

- ตอนวิ่งวุ่นหาทางเข้าคฤหาสน์ดอน และต้องไปลุยกับโคลอสเซียม หวือหวาและตลกมาก โดยเฉพาะไอ้พิธีกรที่ถือไมค์นี่ บิ้วด์ได้โคตรเร้าใจ โคตรฮาาาา แถมแมตช์สุดท้ายก็เซอร์ไพรส์สุด เป็นหนึ่งในมุกเด็ดที่ผู้เล่นเดิมต้องอีหยังวะกันหมดแน่

- ซีนที่คลาวด์ต้องไปแดนซ์กระจายให้อังเดรียยอมรับ (มีบอกตั้งแต่ในเทรลเลอร์) ทั้งตลก ทั้งอึ้ง นี่ไม่ใช่คลาวด์ที่ชั้นรู้จักกกกก
.
- เนื้อหาช่วงครอสเดรสไปหาดอน กำกับออกมาได้ดี, พอผ่านเข้าตอนสุสานรถไฟ ก็เปลี่ยนอารมณ์อารมณ์ไปอีกแนว มีอีเวนต์ใหม่เต็มไปหมด, ส่วนเนื้อเรื่องช่วงไต่ขึ้นไปเซฟเสาค้ำเพลท 7 ก็ทำได้ดีดราม่าโอเคดีแล้ว ดีใจที่เขาเพิ่มรายละเอียดฝั่งแอริธลงไปด้วย ซึ่งแม้ไม่มีอะไรต่างจากที่คาดไว้ แต่ก็รู้สึกเติมเต็มช่องว่างเดิม

- รวม ๆ แล้วผมว่า ผม Enjoy กับพวกเนื้อหาใหม่ที่แต่งเพิ่มขึ้นมา ซึ่งผมดูได้อย่างบันเทิง ไม่ต้องคิดวิเคราะห์อะไรมาก แค่ดู-จำ-คิดนิดหน่อย, แต่พอเป็นพวกฉากเดิมที่รีเมคใหม่ (เช่นตอนคลาวด์ครอสเดรสไปเจอทิฟา ตอนขู่ตัดปิกาจู้ดอน) ซีนแบบนี้ผมจะกลับมาเหนื่อยละ เพราะสมองจะคิดเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นเดิม แล้วประมวลผลว่าประโยคไหนหายไป ประโยคไหนเพิ่มมา ประโยคไหนคงเดิม

- เท่ากับว่า Chapter 9-12 เป็นช่วงที่เนื้อหาเข้มข้นกว่า Chapter ก่อน ๆ หน้านั้นเยอะเลย






ส่วนด้านล่างนี้เป็น Spoiler เรี่ยร่ายรายทาง ที่เกมแต่งเพิ่ม /เปลี่ยน /retcon ไปจากของเดิม ใน Chapter 9-12

อันนี้ไม่ใช่ Minor Spoiler แล้วนะ... บางจุดผมรู้สึกว่ามัน Impact มาก จนอยากให้คนที่ยังเล่นไม่จบ Chapter 12 ไปเล่นกันเองให้จบก่อนดีกว่า จะได้ไม่เสียอรรถรสครับ

============================
<<<Spoiler Alert !!!>>>
<<<ATTENTION>>>
<<<ส่วนด้านล่างนี้ Spoil แล้ว>>>
============================

เพื่ออรรถรสสูงสุดในการเล่น ขอให้คนที่ sensitive เรื่องการสปอยล์ข้ามไปนะครับ

1. เรื่องตอนคลาวด์ไปหามาดาม M แล้วมาดาม M รู้สึกว่านี่เป็นมือของคนที่ผ่านการโกงความตายมาหลายครั้ง มาดามจึงเสนอให้คลาวด์ไปลงแข่งในโคลอสเซียม เพื่อล่าเงินรางวัล 1 ล้านกิลมาให้เธอ แล้วเธอจะเอาไปจัดชุดให้แอริธ ช่วงนี้สนุกมากเลย กำกับได้บันเทิงสุด ๆ

2. และที่ต้องปรบมือให้เลย คือการที่ทีมงานเอาบ้านผีไปยัดใส่ในเนื้อเรื่องหลักด้วย จริง ๆ เราเห็นกันมาก่อนในเทรลเลอร์แล้วว่าบ้านผีก็อยู่ในโคลอสเซียม แต่ตอนที่ได้ไปเห็นซีนเปิดตัวบ้านผีเองกับตา ก็ยังอู้ววว อ้าาา โอวววว อยู่ดี เรียกว่าวางบทได้ลงตัวมาก

3. ส่วนเรื่องเควสต์ย่อยใน Wall Market ซึ่งเป็นเควสต์ต่อเนื่อง ที่ต้องคุยกับทั้งคนขายมาเทเรีย ช่างเย็บผ้า คนขายยา ฯลฯ ไม่น่าเชื่อว่าจากเดิมที่ดูไม่มีความเกี่ยวอะไรกัน ทีมงานแต่งเนื้อเรื่องใหม่ให้อีเวนต์พวกนั้นโยงต่อเนื่องกันทั้งหมดได้ แถมยังมีอีจอห์นนี่ มาวิ่งเล่นตลกตามเรามาด้วย ช่วยเพิ่มสีสันดี จนผมว่าอีจอห์นนี่เพิ่มสีสันให้เรื่องเยอะ

4. เจ้าของร้านตัดผ้า บอกว่าแรงบันดาลใจเขาหายไป... แรงบันดาลใจบ้าบอของแก สุดท้ายคือบัตร VIP Honey Bee 555

5. คลาวด์เองตั้งแต่แรกก็ไม่อยากเข้า Honey Bee แต่เจอแอริธคะยั้นคะยอ แล้วเหมือนแกไม่อยากผิดใจกับแอริธ.... พอเข้าไปในนั้น ระหว่างอังเดรียชวนเต้น คลาวด์จะเดินออกแล้ว ทุกคนช่วยกันรั้งไว้คลาวด์ก็ไม่สนใจ แต่พอแอริธยกนิ้วให้ว่าเอาเลยสู้ ๆ นะ คลาวด์ก็เริ่มลังเล สุดท้ายก็บ้าบอออ ยอมไปเต้นสุดชีวิตด้วย (ตลก)

6. ในฉากคลาวด์แต่งหญิงสลบไป แล้วตื่นมาเจอทิฟา... ของเดิมจะมีจุดที่แอริธหลอกว่าเธอจะอุดหูไว้ แล้วให้คลาวด์กับทิฟาคุยกันส่วนตัวได้ (ซึ่งแอริธไม่ได้อุดจริง เธอจะพูดว่าได้ยินทั้งหมด) แต่ภาครีเมค ไม่มีมุกแกล้งหลอกว่าจะอุดหูแล้วววว

7. เลสลีย์เอง ตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นคนร้ายกว่านี้ แต่ตั้งแต่ได้ยินคนในเขต 5 บอกว่าเลสลีย์เป็นเด็กดี แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปหลังพ่อแม่ตาย ตอนนี้เข้าใจแล้วว่ามันเป็นคนดีจริง ๆ ดีจนในภาคนิยาย ไปวางเพลิงเผาบ้านดอนได้ 555

8. ฉากตอนช่วยกันข่มขู่ดอน มีทิฟาเอาขาเหยีบบเตียงคนเดียว (จากเดิมเหยียบกัน 3 คน) ส่วนแอริธยังพูดประโยคเดิม "...I'll rip them off." (เดี๋ยวแม่เจื๋อนทิ้งเลยย) แต่คราวนี้กำมือแล้วซูมมุมงัดขึ้นหน้า โคตรตลกกก

9. รีฟพยายามขอร้องประธานว่า ใต้เพลท 7 มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 50,000 คน อย่าได้พังทิ้งเลย อย่างน้อยถ้าจะทำจริง ก็ออกประกาศเตือนก่อนก็ยังดี แต่ประธานบอกว่าเพื่อความก้าวหน้ามันต้องมีการสังเวยกันบ้าง

10. ทิฟาคิดวน เรื่องที่ชินระจะถล่มเพลทลงมา เธอกับคลาวด์ไม่อยากเชื่อว่าจริง และบอกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยที่จะถล่มเพลทเพียงเพื่อกำจัดพวกเขา การสร้างเพลทใหม่ต้องใช้เงินมหาศาล แต่แอริธกลับไม่เถียง... เธอเหมือนงึมงำไว้จนทิฟาถามว่าแอริธปิดบังอะไรไว้ แต่สุดท้ายแอริธก็ไม่ได้พูดออกมา

11. ซีนนี้ผมรู้สึกว่ามันลิงก์กับที่ตอนแอริธไปช่วยมาร์ลีน พอมาร์ลีนจับแอริธแล้วมันวิ้งงง เธอรู้สึกแปลก ๆ แล้วแอริธก็จุ๊ปากไว้ว่าอย่าพูดออกมา.... ผมก็ไม่รู้ว่ามาร์ลีนรู้สึกอะไร จะรู้สึกแปลกเพราะได้ความสามารถในการมองเห็นผู้คุมชะตามา? (แต่ผมกลับคิดขึ้นมาว่าแอริธคนนี้ ไม่ใช่แอริธจากไทม์ไลน์ปัจจุบัน แอริธคนนี้ราวกับรู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว ราวกับว่าเธอมาจาก Timeline ในอนาคตที่ผ่านไปแล้ว)

12. เรโน่เองก็ไม่เห็นด้วยกับการถล่มเพลท 7 แต่เขากับรู๊ดก็ขัดคำสั่งไม่ได้ ก็ต้องพยายามคิดว่าพวกอวาแลนซ์เป็นภัยต่อความมั่นคงจริง ๆ

13. เรื่องที่แอริธตอนเด็ก ๆ เล่นซ่อนแอบกับเพื่อน แล้วเพื่อนไม่มาหา จนเธอร้องไห้ ร้องคิดถึงแม่ที่จากไปแล้ว ทำให้อารมณ์ดิ่งมาก.... โคตรโชคดีที่คลาวด์รีบย้อนกลับมาตามหาและช่วยทันที ตรงนี้มันต่อเนื่องกันประทับใจ

14. มาร์ลีนนั่งร้องไห้อยู่หลังเคาเตอร์ เราลองนึกสภาพเด็กตัวเล็ก ๆ กำลังกลัว เธอพูดว่าพวกเขาจะทำลายบาร์... ทำลายบ้านของพวกเราเหรอ? ผมนึกอินไปถึงสภาพจิตใจของเด็กที่ไม่มีที่พึ่ง แบร์เร็ตก็ไม่ค่อยว่างแถมเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายอยู่บ่อย แล้วบ้านที่ควรจะเป็น Comfort Zone ที่เธอควรจะได้หนุนหนอนอย่างสบายใจในทุกคืน กำลังจะถูกทำลายอีก มันเศร้าและน่าหน่วยมากเลย ลำพังแค่ 2 ประโยคนั้น มัน impact ...ซึ่งแอริธก็เลือกคำพูดปลอบได้ดีแล้วว่าเธอยังมีพ่ออยู่นะ (แม้จะไม่ใช่พ่อแท้) ยังไงก็ยังสามารถสร้างบ้านใหม่ ที่ไหนเมื่อไหร่ขึ้นมาก็ได้เสมอ แอพูดได้เต็มที่แล้วจริง ๆ

15. ซีนของบิ๊กส์ เวจด์ เจสซี ทำใหม่ได้ดีเลย เสียดายของบิ๊กดราม่าน้อยสุด ส่วนของเวจด์นี่...... ช็อตสุดท้ายนี่ทำเอาปากค้าง

16 ตอนสู้กับเรโนบทเพลท คราวนี้มีรู๊ดที่คอปเตอร์ร่วงมาร่วมแจมด้วย (แต่กลับพูดว่ากะจะมาช่วยอยู่แล้ว) ซึ่งเดิมรู๊ดไม่ได้ลงมาสู้, อ่อ ดีใจที่ท่าพีระมิดของเรโน่ยังอยู่, ผมตีเรโน่คว่ำลงไปก่อน แล้วกลายเป็นรู๊ดไปกดระเบิด.... ไม่รู้ว่าถ้าตีรู๊ดคว่ำลงไปก่อนแทน ซีนมันจะสลับกันรึเปล่านะ?

17. ฉากเส็งตบแอริธ ที่ทุกคนเคยงงกันว่าจะตบทำไมในเมื่อเอ็งก็รักเขา (ข้างเดียว) รอเขาใจอ่อน รอเขาให้ความร่วมมือมาตลอด ทำเหมือนไล่ตามแต่ก็ดูแลเขาห่าง ๆ ไม่ใช่เหรออออ.... บัดนาว ฉากนี้หายไปแล้ววว

No comments:

Post a Comment