Friday, March 21, 2014

นาโอระเผยเข้าร่วมทีม FFXV ส่วนคิตาเสะกำลังเริ่มโปรเจคท์ใหม่!!


เว็บไซต์ Denkiphile ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ โยชิโนริ คิตาเสะ ผู้อำนวยการสร้าง Final Fantasy X l X-2 HD Remaster และคุณ ยูสึเกะ นาโอระ ผู้กำกับศิลป์ของเกมเดียวกัน ภายในงานนิทรรศการแสดงอาร์ทเวิร์คที่ Gallery Nucleus ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทีมงานทั้งสองคนก็ได้ตอบคำถามสื่อไว้ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

เดิมทีแล้ว คุณคิตาเสะไม่ได้วางแผนจะให้รีมาสเตอร์ดนตรีประกอบเกมด้วย แต่เป็นความต้องการของทีมงานด้านเสียงดนตรีเองที่ร้องขอให้พวกเขาได้รีมาสเตอร์ดนตรีประกอบเกม

ในการพัฒนา FFX นั้น ทั้งทีมงานฝ่ายศิลป์และฝ่ายอื่นๆ จำนวนมากก็ได้ไปตระเวนแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นที่บาหลีและไทย แล้วก็ได้นำอิทธิพลที่ได้รับจากสถานที่เหล่านั้นมาใส่ในสปิร่า ในการรีมาสเตอร์ครั้งนี้ ด้วยเฉดสีที่แสดงได้มากมายขึ้น ทีมงานก็เลยสามารถถ่ายทอดภาพทัศน์อย่างที่เคยอยากจะถ่ายทอดไว้ได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะฉากที่ทีดัสมองไปยังดวงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้า

ปัจจุบันคุณนาโอระ ซึ่งมีผลงานล่าสุดคือ FF Type-0 ได้ตามคุณทาบาตะไปเข้าร่วมโปรเจคท์ Final Fantasy XV อีกคนแล้ว ส่วนคุณคิตาเสะกำลังพยายามเริ่มโปรเจคท์ใหม่ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ (จากประโยคที่ว่ากำลังเริ่มโปรเจคท์ใหม่ ทำให้สื่อคาดกันว่าคุณคิตาเสะคงได้ถอนตัวออกจากการเป็นผู้อำนวยการสร้าง FFXV ร่วมกับคุณชินจิ ฮาชิโมโตะแล้ว หลังจากที่เฮียแกเคยมีชื่อเป็นผู้อำนวยการสร้างเกมนี้ด้วยมาตั้งแต่ปี 2008 ทว่าจากการติดตามข่าว ก็เชื่อได้ว่าเฮียแกมีชื่อติดอยู่ด้วยเพียงแต่ในนาม แต่แทบไม่ได้มีบทบาทในการพัฒนาเกมดังกล่าว ดังนั้นการที่เฮียแกจะหายไปจากรายชื่อทีมงาน FFXV แล้วไปเริ่มพัฒนาเกมใหม่แทน ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ)

ส่วนฉากโปรดของทีมงานทั้งสองคน เมื่อเลือกมาจากทั้ง 2 ภาค ก็คือฉากจบเกมที่ยูน่าพยายามวิ่งเข้าไปในอ้อมแขนของทีดัส

ทั้งนี้ทางสื่อก็ได้เสนอแนะให้ทางค่ายใส่เสียงพากย์ญี่ปุ่นลงไปในตัวเกมเวอร์ชั่นอเมริกาด้วย คุณคิตาเสะได้ยินก็แปลกใจว่าทำไมก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ค่อยได้รับฟีดแบ็คแบบนี้ ส่วนคุณนาโอระก็ถามสื่อว่าทางฝั่งอเมริกาเค้าสนใจเรื่องเสียงพากย์ญี่ปุ่นกันอย่างจริงจังรึเปล่า? ทางสื่อก็ช่วยยืนยันให้ว่าใช่

ภายหลังการสัมภาษณ์ทีมงานทั้งสองยังได้พูดถึงความรู้สึกต่อเกมนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด 10 ปีที่ผ่านมา หลังจากได้เลี้ยงลูก พวกเขาก็รู้สึกเห็นใจเจคท์มากขึ้นกว่าแต่ก่อนที่สนใจกันแต่ทีดัส สอดคล้องกับที่คุณโมโตมุ โทริยามะ เคยให้สัมภาษณ์ในงาน E3 ปี 2013 ไว้เช่นกันว่าแต่ก่อน พวกเขามองเกมนี้จากมุมมองของลูกอย่างทีดัส แต่ด้วยเวลาที่ผ่านไป ทำให้ทุกวันนี้พวกเขาได้เปลี่ยนไปมองเนื้อเรื่องจากมุมของพ่ออย่างเจคท์แทน

ที่มา : Denkiphile

No comments:

Post a Comment