Reminiscence -tracer of memories- ย่อสั้นตอนที่ 2 - 4

ย่อเนื้อหา Reminiscence -tracer of memories- ตอนที่ 2 - 4 ซึ่งเป็นตอนของซัสซ์ กลุ่มโนระ และเซร่าห์

โฮปบอกให้เธอกลับมาหาเขาหลังจากรับรู้ความจริงของโลกใบนั้นแล้ว จากนั้นเขาก็บอกที่อยู่ของซัสซ์ไป ตอนนี้ซัสซ์เป็นทั้งนักบินและช่างยนต์ทำงานให้กับเครื่องบินต้นแบบในโครงการลับสุดยอด เมื่อแอเด้พบกับซัสซ์ ทีแรกซัสซ์เข้าใจผิดว่าเธอเป็นสปาย แต่พอเข้าใจถูก ซัสซ์ก็เล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง เราได้รู้ว่าในช่วง 500 ปี ช่วงแรกซัสซ์ก็ช่วยพวกโฮปปกป้องผู้คน แต่แล้ววันหนึ่งแดจซ์ก็หลับเป็นเจ้าชายนิทราไป จากนั้นทุกอย่างสำหรับซัสซ์ก็แย่ไปหมด คนอื่น ๆ ก็พยายามหาทางช่วย แต่กระทั่งด๊อกเตอร์ที่โฮปพามาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแดจซ์ ภายหลังซัสซ์จึงตีตัวออกห่างจากคนอื่น เพราะเขาไม่อาจทนซึมเศร้าในขณะที่คนรอบข้างก็พยายามให้กำลังใจเขาอยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ซัสซ์ยังพูดถึงข้อความที่โฮปทิ้งไว้ก่อนจะถูกลักพาตัวไป แต่ซัสซ์ไม่ได้เอ่ยถึงเนื้อหา

แอเด้สงสัยว่าทำไมซัสซ์และเพื่อนถึงยังมีความทรงจำจากโลกเดิมอยู่ทั้งหมด ในขณะที่คนอื่น ๆ จำได้อย่างเลือนลาง ซัสซ์เองก็ไม่รู้คำตอบ แต่เขาเชื่อว่าเดี๋ยวแอเด๋ก็คงได้ความทรงจำกลับมาเอง ตัวซัสซ์เองก็ไม่รู้ว่าไลท์นิ่งและสโนวอยู่ที่ไหน ทว่าแอเด้สงสัยว่าซัสซ์รู้แต่เลือกที่จะไม่บอก สุดท้ายก่อนจะแยกย้ายกันไป โจโคลิน่าที่เล่นกับซัสซ์มาตลอดการสัมภาษณ์ ก็ให้ที่ชื่อของเพื่อนพ้องคนถัดไป จากนั้นโจโคลิน่าก็หายไป เหลือไว้เพียงแต่ขนนกสีเหลือง

จากนั้นแอเด้ก็นั่งเครื่องบินไปทางใต้ ไปตามหาร้านอาหารโนระเฮาส์ แล้วก็สั่งเมนูโนระสเปเชียล พอได้ชิมแล้วความทรงจำมากมายก็ถูกกระตุ้นกลับมา ทำให้แอเด้ถึงกับสลบไป เธอจึงจำได้ว่าชาติก่อนเธอก็คือแอเด้ นักข่าวที่ถูก Purge ไปด้วย แต่รอดมาได้ และได้เปิดโปงความชั่วร้ายของรัฐบาลเก่าโดยออกอากาศคลิปความจริงของเหตุการณ์ Purge โดยตอนนั้นมาควีเป็นคนแฮ็คระบบการถ่ายทอดสดให้ เมื่อพวกโนระมาเจอแอเด้ พอถูกกระตุ้นนิดหน่อยพวกเขาก็จำแอเด้ได้ แล้วก็มีการพูดคุยเรื่องราวเก่า ๆ กัน จากนั้นเลโบรก็ให้ที่อยู่ของเซร่าห์มา

ต่อมาแอเด้ก็ได้ไปพบเซร่าห์ที่คาเฟ่ใกล้มหาวิทยาลัย โดยเป็นมหาวิทยาลัยที่เดิมเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เก็บรวบรวมตำราโบราณไว้มาก เดิมทีแล้วตำราพวกนี้รวบรวมมาโดยขุนนางคนหนึ่งที่ดวงแตกแล้วก็ตายแบบสิ้นเนื้อประดาตัว (คำบรรยายตรงนี้เสียดสีกับคำบรรยายแอเด้ที่พูดไว้ในบทแรกว่าไปสัมภาษณ์รวบรวมข้อมูลความทรงจำของคนมามากมาย) จากนั้นเซร่าห์ก็เล่าเรื่องอดีตของเธอให้ฟัง ตอนนั้นเองแอเด้เลยตั้งใจว่าจะเผยแพร่เรื่องราวของโลกใบนั้นออกไป เพื่อจะให้ผู้คนระลึกถึงชาติปางก่อนได้ แต่เซร่าห์บอกว่ามันไม่สมควรทำหรอก เพราะคนที่ระลึกถึงชาติปางก่อนได้ ก็จะยึดติดกับตัวตนเก่าที่เคยเป็น แทนที่จะยอมรับชีวิตใหม่ดั่งที่เป็นในปัจจุบัน (คงหมายความว่าตัวเซร่าห์เองก็ยึดติดกับตัวตนเก่า ทำให้ไม่สามารถมีชีวิตใหม่ได้) แอเด้ฟังแล้วก็สับสน ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่ตัวเองทำอยู่มันจะสูญเปล่ารึเปล่า แล้วเซร่าห์ก็บอกว่าแอเด้ที่สามารถมีชีวิตใหม่บนโลกใบใหม่ได้โดยที่ยังระลึกถึงชาติปางก่อนได้ด้วย  อาจเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะค้นหาความหมายเบื้องหลังความทรงจำเหล่านั้น และหวังว่าแอเด้จะค้นพบเรื่องราวทั้งหมด จากนั้นเซร่าห์ก็ให้ที่อยู่ของสโนวมา

บทพูดสำคัญจากเนื้อเรื่องของซัสซ์

ซัสซ์ : ตอนแรกฉันก็ไม่รู้ว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่ ฉันคุยกับโฮป สโนว และโนเอล แล้วจึงตัดสินใจที่จะยืนหยัดสู้กับเคออส ฉันพูดว่าถ้าร่วมมือกัน เราจะผ่านมันไปได้ ถ้าพยายามกันเต็มที่ ต้องเอาชนะมันได้แน่ ฉันมันไม้ใกล้ฝั่งแล้วก็เลยไม่ต้องพูดถึงตัวเองให้มาก แต่สำหรับพวกเด็กหนุ่มนั่น พวกเขาเป็นวีรบุรุษที่เจนจัดกันแล้ว ฉันก็คอยให้กำลังใจพวกเขา บอกให้พวกเขาผลักดันตัวเองให้ก้าวข้ามขีดจำกัด และสร้างปาฏิหาริย์ให้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าพวกเขาทุบหม้อข้าวสู้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้แน่นอน! แน่แน่ว่าฉันไม่ได้เอาแต่พูดอย่างเดียว ฉันก็ทำในสิ่งที่ตัวเองพอจะทำได้ด้วย ฉันสู้กับมอนสเตอร์ที่โผล่มาจากเคออส ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งด้วยนะ แต่แล้ว...

ซัสซ์ : ฉันก็ทรุดลง เมื่อแดจซ์หลับไป

ซัสซ์ : ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น คืนหนึ่งแดจซ์ก็หลับไปตามปกติ แต่เช้าถัดมาก็ไม่ตื่น ฉันเรียกเขาแล้ว เขย่าตัวก็แล้ว แต่ก็ไม่ตื่น

ซัสซ์ : ฉันตกใจมากแล้วก็ตามหมอมา ทว่าแดจซ์ก็สุขภาพแข็งแรงดี ร่างกายไม่ได้ผิดปกติ มันเหมือนว่าหัวใจของเขาถูกแช่แข็งเอาไว้ แล้วไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็ไม่ยอมตื่น อาการโคม่าโดยระบบสาเหตุไม่ได้ โฮปเองก็เป็นห่วงเหมือนกัน เลยไปหาหมอมาให้ เป็นหมอเฉพาะทางที่เก่งที่สุดในด้านนี้ ให้มาช่วยตรวจแดจซ์ แต่แล้วเราก็ไม่พบอะไร

ซัสซ์ : ไป ๆ มา ๆ ฉันก็ได้แต่คิดถึงเรื่องนี้ ไม่อาจคิดเรื่องอื่นนอกจากการช่วยแดจซ์ได้ ฉันจึงหยุดช่วยเหลืองานของพวกพ้องไป

ซัสซ์ : ผ่านไปหนึ่งปี สองปี แดจซ์ก็ยังคงหลับอยู่ ฉันต้อนตัวเองเข้าสู่มุมสิ้นหวัง ฉันไม่สามารถบังคับตัวเองให้มาสนใจเคออสได้ หนำซ้ำ ถ้าขายวิญญาณตัวเองให้เคออสแล้วช่วยแดจซ์ได้ ฉันก็คงทำ.... ฉันคิดไว้แบบนั้น

แอเด้ : ตอนนั้นเองที่เพื่อน ๆ ตีตัวออกห่างคุณ?

ซัสซ์ : ไม่เลย พวกเขาก็เป็นห่วงฉันเหมือนกัน ตอนนั้นโฮปเป็นผู้นำของมวลมนุษย์ พยายามดูแลความสงบเรียบร้อย ให้ผู้คนช่วยกันยืนหยัดต่อสู้กับเคออส ส่วนสโนวกับโนเอลก็เป็นนักสู้ที่เสี่ยงชีวิตต่อสู้เพื่อปกป้องผู้คน พวกเขาต่างก็วุ่นอยู่กับงานสำคัญของตน พวกเขายังมาเยี่ยมและให้กำลังใจฉันทุกครั้งที่มีโอกาส พวกเขาพูดว่า ‘ลุง ใจเย็น ๆ ไว้ แล้วอย่ายอมแพ้นะ!’ พวกเขาใจดี ดีจนเกินไป... จนฉันเริ่มรู้สึกผิด ในไม่ช้าฉันก็เลยไม่กล้าสู้หน้าพวกเขา 

ซัสซ์ : เธอคงคิดว่าคนอายุปูนนี้น่าจะคิดอะไรได้ดีกว่านี้ แต่หลังจากนั้น ฉันก็ไปใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ฉันร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ ตามหาหนทางในการทำให้แดจซ์ตื่น พอไม่พบอะไรก็สิ้นหวัง พอทนไม่ได้ก็กลับไปเรร่อนต่อ... วนเวียนไปมา หลังใช้ชีวิตแบบนี้ไปหลายต่อหลายปี ฉันก็ไม่รับรู้ว่ามันผ่านไปนานเท่าไหร่

ซัสซ์ : ช่วงใดช่วงหนึ่งในระหว่างนั้น โฮปก็ถูกพาตัวไป

แอเด้ : พาตัว? หมายความว่าโฮปหายตัวไปเหรอคะ?

ซัสซ์ : เขาทิ้งข้อความไว้ แล้วก็หายตัวไปอย่างกะทันหัน ฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันก็มัวแต่คิดเรื่องของแดจซ์ แล้วก็หันหลังให้กับความเป็นไปของโลก...

ซัสซ์ : แต่เรื่องนึงที่รู้คือ โฮปถูกพาตัวไป และนั่นเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลง คำสอนของทาง Order ก็ได้รับความสนใจในตอนนั้น วานิลล์กับแฟงก์ก็ตื่นขึ้น แล้วเด็กสาวที่ชื่อลูมิน่าก็ปรากฏตัวขึ้นมาเช่นกัน และท้ายที่สุดไลท์นิ่งก็กลับมา

ถึงตรงนี้แอเด้ก็ขัดจังหวะขึ้นโดยถามว่าการที่ซัสซ์กับพวกจดจำเรื่องราวทั้งหมดได้ เป็นเพราะพวกเขาได้ผ่านการต่อสู้ในโลกใบนั้นมารึเปล่า ซัสซ์ตอบว่าเขาคิดว่าไม่ใช่ เพราะทหารและพลเมืองที่อยู่ในเหตุการณ์ Purge เองก็ผ่านการต่อสู้เอาตัวรอดมาเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้จำเรื่องราวทั้งหมดได้เหมือนพวกซัสซ์

ไม่มีความคิดเห็น