โทริยามะเผยความรู้สึกตอนล้อมวงดู The Game Awards ปี FFVII Rebirth
จากคลิปสัมภาษณ์ เพื่อโปรโมตอัลบั้ม FINAL FANTASY VII REBIRTH Original Soundtrack Plus
สัมภาษณ์
คุณโมโตมุ โทริยามะ (Toriyama): Co-Director (Scenario Design)
คุณเคอิจิ คาวาโมริ (Kawamori): Music Supervisor
คุณมาโคโตะ อิเซะ (Ise): Sound Director
(โทริยามะ จะพูดเยอะที่สุดน่ะนะ)
- โทริยามะเล่าว่า เพราะได้สื่อสารและทำงานกับโนบุโอะ อุเอมัตสึสมัยก่อน ตอนทำ FFVII FFX ก็ได้สืบทอดเจตนารมรณ์ในการคิดไอเดียทำเพลงมาจากโนบุโอะ ในการตัดสินใจว่าจะใช้เพลงไหนกับฉากไหน
The Game Awards
- ตอนภาค Remake แล้วได้รางวัล Best Music ใน The Game Awards เนี่ยดีใจกันมาก ตอนภาค Rebirth ที่ได้รางวัลเดิมอีกก็ดีใจ เห็นฮามากุจิทำท่าสะใจได้วย เพราะคิดว่าภาคต่อเนี่ยมันมัก impact ลดลงจากภาคแรก
- โทริยามะบอกว่าปกติ โปรเจกต์ประเภท "Remake" มักจะได้รับการประเมินที่ค่อนข้างเข้มงวด และไม่ค่อยได้รับรางวัลในสาขาต่างๆ เท่าไหร่ และก็ตามคาด ตอนภาค Remake เราได้แค่รางวัลสาขาเพลงประกอบ แต่รางวัลสาขาอื่นนี่ชวดหมด เลยตั้งใจว่า "ในภาค Rebirth ต้องเอารางวัลอื่นมาให้ได้
- โทริยามะบอกว่าก็มั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ในฐานะเกมเกมหนึ่ง ภาค Rebirth สนุกแน่นอน
- พอถึง The Game Awards รอบ Rebirth ทีมงานก็มานั่งดูถ่ายทอดสดกันตอนเช้ามืด
- นั่งดูไปเรื่อยๆ รางวัลอื่นก็ประกาศไปเรื่อยๆ แต่เราไม่ได้เลย บรรยากาศเริ่มเงียบกริบเหมือนคืนสวดก่อนเผา (หัวเราะกันหมด) แต่พอประกาศว่าได้รางวัล BGM ปุ๊บ โอ้โห ตอนนั้นดีใจสุดๆ เลย เผลอทำท่าสะใจออกไปเหมือนกัน
- เพราะได้รางวัลนี้มา มันเลยกลายเป็นว่า "Part 3 ก็ต้องได้รางวัลสาขานี้ให้ได้" เหมือนกัน...
อัลบั้ม Plus
- อัลบั้ม OST แรกที่ออกขายพร้อมกัน จะรวมแต่เพลงที่ดังสุด ส่วนอัลบั้ม Plus คือรวมเพลงพวกตัวละครที่โดดเด่นที่เหลืออยู่ ก็จะเป็นเพลงที่เฉพาะตัวอีกแบบหนึ่ง
- เกมนี้มันเพลงเยอะมาก กระบวนการผลิตนี่ทำให้ BGM มหาศาล
- พูดถึงการตั้งชื่อเพลง มีธรรมเนียมว่าช่วงสิ้นปี กับช่วงที่เกมใกล้เสร็จ จะต้องมานั่งตั้งชื่อเพลงกัน มันก็มี 3 รูปแบบ
- เพลงที่ Arrange มาจากภาค Original ก็ใช้ชื่อตาม Original มันไปเลย
- เพลงสู้ Boss ก็ใช้ชื่อ Boss นั้นไปตรง ๆ
- เพลงเฉพาะของ Cutscene หรือดังขึ้นในเวลาที่เจาะจง ก็เอาคำพูดที่ทำให้นึกถึงฉากนั้น หรือสคริปต์ฉากนั้นมาตั้งเลย หรือไม่ก็ใช้ ชื่อชั่วคราวของคัตซีนนั้นมาตั้ง
- ในอัลบั้ม Plus มีเพลงสรรเสริญประธานคนใหม่ (รูฟัส) ใส่เข้าไปเยอะเลย คราวนี้มีเนื้อร้องด้วย โดยหยิบเอาเนื้อร้องสมัยก่อนมาใช้เกือบทั้งหมด โทริยามะบอกว่าคนเขียนเนื้อร้องในตอนนั้นก็กูเนี่ยแหละ (หัวเราะ)
Rebirth มีถึง 600 เพลง
- โทริยามะบอกว่าเกมนี้ เรามีเพลงดั้งเดิมของ FFVII เป็นฐาน แล้วยังเพลงจากภาคต่าง ๆ ใน Compilation ดังนั้นสิ่งที่อยากจะชาเลนจ์ตัวเองคือ อยากใส่เพลงเฉพาะตัวลงไปในเกมแยกเป็นฉาก ๆ ไม่ว่าจะคัตซีน เกมเพลย์ หรือการสู้บอส ถ้าบอสเปลี่ยนเฟส 3 รอบ ก็ต้องมีดนตรีที่แตกต่างกันทั้งหมด
- อ่ะ เลยต้องทำ excel list เพลงขึ้นมา ไล่ไป ไล่ไป แม่งพุ่งไปถึง 600 เพลง จนน่าจะมีเพลงไม่น้อยเลยที่คนเล่นไม่ทันสังเกต
- อย่างเช่น ถ้าเราปลดล็อคหอคอยสื่อสารในแมปไหนจนครบ เพลงในฉากนั้นจะเปลี่ยนไปด้วยนะ สังเกตกันมั้ย
- แล้วก็เพลงในบททดสอบของแอริธ ก็มีพื้นฐานมาจาก Aerith's Theme มันจะเป็นเพลงที่อ่อนโยนสดใส แต่ก็มีโทนหม่น ๆ สื่อถึงช่วงวัยเด็กของแอริธ ซึ่งเข้ากับฉากที่เราบังคับแอริธในวัยเด็ก
- ส่วนเพลงที่แนะนำอีกก็ Gus Party (ให้ตัวเสื้อเขียวที่โคเรลพริซึน ที่มีลานประลองใต้ดิน) พวกเพลงสู้ในนั้น ดูดีมากจริง ๆ เป็นเพลงแนว Funk ที่โทริยามะชอบ และหาโอกาสใช้มาตลอด
เพลงโจโคโบะเจ้าปัญหา
- ตอนเริ่มพัฒนา ใช้พื้นที่ตรงหนองน้ำจนเข้าสู่เหมืองมิสริล เป็นฉากทดลอง ลองผิดลองถูกระบบเสียงต่าง ๆ เลยฟังเพลงนั้นกันจนติดหู
- เรื่องเพลงโจโคโบะเนี่ย มีการลองผิดลองถูกกันเยอะว่ามันควรจะดังขึ้นตอนไหน? คือเพลง Field กำลังบรรเลงอยู่ พอผู้เล่นขึ้นขี่โจโคโบะ จะให้เพลงโจโคโบะกลบทับไปเลยดีมั้ย? หรือจะให้เพลงฟิลด์หยุดตอนไหน?
- ตอนขี่โจโคบะลุยหนองน้ำ (ที่มีงูยักษ์) ตอนแรกเพลงโจโคโบะมันก็กลบทับไปเลย แต่เราอยากให้บรรยากาศมันน่าขนลุกไง เลยตัดสินใจว่าตรงนี้ห้ามเพลงโจโคโบะดังทับ
- สรุปแล้วตอนเข้าช่วงหนองน้ำ เพลง Grasslands จะบรรเลงไปจนถึงท่อนจบก่อน แล้วเพลงของหนองน้ำจะค่อยบรรเลงขึ้นมา (ใช้แบบต่อคิวน่ะเอง)
- แต่ไอ้วิธีนี้ก็ใช้ไม่ได้เสมอไปหรอก ถ้าแบบเข้าพื้นที่ใหม่แล้วมีคัตซีนแทรก หรือพื้นที่ระหว่างจุดเดิมกับจุดที่เพลงใหม่จะขึ้นมามันสั้นเกินไป ไม่พอจะให้เพลงเก่าเล่นจนจบ ในทางเทคนิคมันก็ทำไม่ได้
- ดังนั้นการเอาเพลงไปใส่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของเกมทีละจุดนี่มันงาน handmade ชัด ๆ เลย


Post a Comment