Saturday, August 8, 2015

สรุปบทสัมภาษณ์ระหว่าง Nova Crystallis กับคุณทาบาตะใน Gamescom 2015


สรุปบทสัมภาษณ์ ฮาจิเมะ ทาบาตะ เรื่อง Final Fantasy XV ในงาน Gamescom 2015 ซึ่งถามโดยการร่วมมือกันระหว่างเว็บไซต์ Nova Crystallis, JPGames.de และ Koneko มีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้

- ตัวละครที่จะแนะนำถัดไปจากนี้ ไม่ได้แต่งตัวด้วยชุดสีดำกันทั้งหมด ในภาคนี้เราพยายามจะนำเสนอดีไซน์ที่อยู่บนพื้นฐานความสมจริง เสื้อผ้าที่หลายตัวละครใส่ก็มาจากดีไซน์เสื้อผ้าที่เรา ๆ ใส่กันในชีวิตจริง

- สำหรับเทรลเลอร์ Dawn นั้น เป็นจุดเริ่มต้นของหลายสิ่ง อิมเมจของมันก็คือความมืดมิดก่อนรุ่งสาง ซึ่งก่อนที่จะเกิดเรื่องราวขึ้นทุกอย่างก็ดำมืด เราใช้สีดำก็เพื่อสื่อถึงสิ่งนั้น และเพื่อให้รู้สึกถึงช่วงเวลานั้นเสมอ

- สำหรับคำถามว่าชุดสูทที่ทางผู้ออกแบบเสื้อผ้า Roen ดีไซน์ให้ตั้งแต่สมัยเป็น FF Versus XIII จะยังเอามาใช้ใน FFXV ต่อหรือไม่? คุณทาบาตะบอกว่าสัญญาที่ทำกันไว้แต่เดิม Roen ได้ออกแบบเสื้อผ้าให้มากมายเลย ไอ้ที่สัญญากันไว้แล้วก็ยังเอามาใช้ต่อใน FFXV แต่ไม่ได้ขอให้ดีไซน์เพิ่มแล้ว

- ตอนรีบู๊ทเกมจาก Versus มาเป็น XV พวกเขาคิดว่าถ้าไม่เอาชุดที่ Roen ออกแบบให้มาใช้ ก็คงน่าละอาย พวกชุดเหล่านี้ก็จะยังเป็นหนึ่งในแฟชั่นบนโลกและเนื้อเรื่องที่ดีไซน์กันใหม่

- เกมนี้ ไม่มีเมืองไหนที่เอามาจากเมืองในเยอรมันในทุกวันนี้โดยตรง

- ดีไซน์ของจักรวรรดินิฟไฮม์เป็นแบบยุคกลาง ดีไซน์มันครอบคลุมตั้งแต่ยุคจักรวรรดิโรมัน ตามมาด้วย pre-German และ Germanic

- ส่วนตัวคุณทาบาตะชอบรถเยอรมัน และสนใจที่จะร่วมมือกับผู้ผลิตรถในเยอรมันเช่นกัน ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเล็งบริษัทไหนไว้อยู่ แต่ดีไซน์ของรถในเกมนี้ ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากรถของเยอรมัน และรถของอังกฤษ

- ซึ่งรถที่พวกน็อคติสขับกันนี้ ก็ตกทอดมาจากพ่อ และมีบทบาทสำคัญในเรื่อง ก็เป็นการเปรียบเปรยว่าพ่อเดินทางไปกับเราด้วยเสมอ สำหรับคนญี่ปุ่นหรืออาจรวมถึงชาติอื่นด้วยนั้น เรามีแนวคิดชัดเจนว่ารถที่พ่อขับก็เชื่อมโยงไปถึงพ่อ สำหรับคนหนุ่มสาวในญี่ปุ่นแล้ว การได้ขับรถของพ่อ มันเป็นเรื่องที่มีความหมายพิเศษมาก

- พอคนสัมภาษณ์บอกว่าใน Mario Kart เขามีรถ Mercedes เป็น DLC เลยนะ! คุณทาบาตะแกก็หัวเราะ แล้วบอกว่าถ้าติดต่อ Mercedes ไม่ได้ เดี๋ยวเอา BMW, Porsche หรือ Audi แทนก็ได้

- แกกล่าวย้ำอีกรอบ (และบ่นว่าพูดหลายครั้งแล้ว) ว่า FFXV และ FF Versus XIII เป็นคนละเกมกันแล้ว มันไม่ได้มีโทนเรื่องหรืออารมณ์เดียวกัน สำหรับ XV นั้นเป็นเกมสเกลใหญ่กว่า Versus XIII โดย XV จะยังคงมีองค์ประกอบสำคัญของ Versus XIII อยู่ และมีหลายอย่างมากกว่านั้น

- เทรลเลอร์ Dawn นั้นเป็น real-time render ล้วน ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ตอนนี้ จึงสามารถแสดงอารมณ์ของตัวละครออกมาได้มากขนาดนั้นซึ่งในเรื่องมันก็ไม่ได้มีแต่ความสุข มันก็มีความทุกข์เศร้าด้วยเช่นกัน

- การที่แกได้ออกเดมโม และเก็บฟีดแบ็คจากคนเล่นเดโม เป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนใน FF ภาคไหน ๆ ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ได้รู้ฟีดแบ็ค ความเห็นทั้งหมด เพื่อใช้ปรับปรุงเกมให้สมบูรณ์ต่อไป

- สำหรับการพรีเซนต์ที่ Gamescom งานนี้ ก้เป็นการเข้าสู่เฟสใหม่ ที่จะแนะนำเกมให้กับคนที่ไม่เคยติดตามมาก่อนได้รับรู้ ให้ทุกคนได้มาเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน

- มีข่าวลือ และมีผู้คนมากมายเชื่อกันว่าเราจะประกาศวันวางจำหน่ายในงานนี้ (hype กันไปเองทั้งนั้นแหละ) ซึ่งเขาก็เสียใจด้วยที่ทำให้ผิดหวัง เหตุผลก็เพราะพวกเขาได้เข้าสู่เฟสรีบู๊ทการโปรโมทใหม่ คือกลับไปแนะนำเรื่องพื้นฐานให้กับทุกคนตั้งแต่ต้นใหม่ ดังนั้น มันจึงยังไม่ใช่เวลาที่จะประกาศวันวางจำหน่ายเกม เขายังต้องร่ายเรียงนำเสนอข้อมูลอื่น ๆ ก่อนที่จะประกาศวันวางจำหน่าย

- สิ่งลี้ลับยักษ์ที่เห็นท้ายเทรลเลอร์ Dawn ไม่ใช่สัตว์อสูร

- สัตว์อสูรในภาคนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ไร้ที่มาที่ไป (แบบภาคก่อน ๆ บางภาค) ไม่ใช่แค่เรียกมาโจมตีแล้วหายไป พวกเขามีเหตุผลและเป้าหมายของตนเอง กระทั่งอสูรที่ทุกคนได้เห็นกันแล้วก็บทบาทต่อโลก อสูรที่จะเปิดตัวต่อไปในอนาคตก็จะเกี่ยวข้องกับโลกในเกมเป็นอย่างมาก ซึ่งอสูรในภาคก่อน ๆ ไม่ได้มีบทบาทต่อเนื้อเรื่องหลักมากขนาดนี้ (จำได้ว่าสมัย FFIX ก็พูดกันแบบนี้นะ...) และต่อการต่อสู้ด้วย

- โลกในภาคนี้ ผู้คนเรียกสัตว์อสูรว่าเป็นผู้พิทักษ์ (ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าเป็นผู้พิทักษ์ด้วยดาวเหมือนพวกเวพ่อนใน FFVII) พวกเขาเป็นเทพผู้พิทักษ์ ความสัมพันธ์ระหว่างน็อคติสกับพวกนั้น ก็คือขอร้องให้พวกเขา ยอมให้น็อคติสยืมพลังมาใช้ 

- ในเดโม ผู้เล่นได้อสูรรามูมาอย่างง่าย ๆ จนอาจเข้าใจผิดกัน ตัวเกมจริง ๆ จะมีวิธีเอาอสูรยุ่งยากกว่านั้น

- นักข่าวถามหยอกว่า สนใจใส่องค์ประกอบ ให้ตัวละครร้องเพลงและเต้นด้วยลงไปในเกมมั้ย? คุณทาบาตะ แกก็ขำ แล้วบอกว่าถ้าผู้คนต้องการกันเยอะ แกก็จะเอาไปพิจารณา

- พอนักข่าวถามว่า FF ภาคต่อไปจะใช้ Luminous Engine ต่อมั้ย? คุณทาบาตะบอกว่าไม่ Luminous Engine เวอร์ชั่นแรกสุด ออกแบบมาให้เป็นเอนจิ้นที่สร้างเกมได้หลากหลายเป็นการทั่วไปก็จริง (หลายแนว หลายเครื่อง) แต่กลายเป็นว่ามันไม่ทรงพลังพอจะสร้างเกมคุณภาพสูงได้ แต่เพื่อจะปรับปรุงให้เอนจิ้นสามารถสร้างเกมคุณภาพสูงได้ มันก็ต้องมีเกมสักเกมเป็นฐานให้ก่อน แล้วก็พัฒนาเอนจิ้นควบคู่ไปกับการสร้างเกมนั้น (คลับคล้ายว่าเหมือนกับที่ CTO คนก่อนเคยตอบไว้)

- ทีม Luminous Studio ชุดเดิมที่เป็นคนสร้างเอนจิ้น ก็ถูกรวมตัวเข้าสู่ทีมสร้าง FFXV (พี่หน่อย ซึ่งตอนแรกอยู่ใน Luminous Studio จึงได้ไปทำเอนจิ้นให้ FFXIV -ARR- พอเสร็จแล้วก็โยกมาทำเอนจิ้นให้ FFXV)

- ไว้สร้าง FFXV เสร็จแล้ว ค่ายก็อาจใช้เอนจิ้นนี้สร้างเกมอื่นต่อได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแผนเท่านั้นเอง และ FFVII Remake ก็ไม่ได้สร้างด้วยเอนจิ้นนี้

- จากที่ตัวเกมจะมีนักรบมังกรหญิงอยู่ด้วย นักข่าวเลยถามว่าจะมีจ็อบในภาคเก่า ๆ ปรากฏอีกมั้ย? คุณทาบาตะบอกว่าเขาไม่มีแผนเช่นว่านั้น ถ้าอยากเห็นกัน เขาก็อาจจะเอาไปพิจารณาและใส่มันลงไปในอนาคต

- นักรบมังกรหญิง ไม่ใช่คนเรียกลิเวียธานออกมา เธอคนนั้นเป็นตัวละครสำคัญที่จะปรากฏตัวมาในช่วงเวลาสำคัญของเรื่อง

- เกมนี้จะเป็นแบบ Player Driven (คำเดียวกับที่คุณโทริยามะใช้เรียก FFXIII-2) แต่กระนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเกมนี้ก็คือเนื้อเรื่อง เขามองว่ารากเหง้าของ FF ก็คือเกมที่มอบเนื้อเรื่องดีที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในแต่ละยุค ทั้งอาร์ท เกมเพลย์ ระบบพัฒนาตัวละคร ระบบต่อสู้ เทคโนโลยี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อซัพพอร์ทเนื้อเรื่องให้ดีที่สุด

- เทคโนโลยีตอนนี้ สามารถแสดงอารมณ์ของมนุษย์ ในแง่รายละเอียดและความสมจริงได้ดีมาก เทียบกันแล้วในยุคก่อนที่ฮาร์ดแวร์มีศักยภาพที่จำกัด พวกเขาก็ต้องให้ตัวละครแสดงอารมณ์ในแบบมีสไตล์ที่ไม่สมจริง แต่ตอนนี้ทำให้แสดงอารมณ์ได้สมจริงแล้ว ก็อยากให้พวกเขาให้ความรู้สึกเหมือนคนจริง ๆ

- นักข่าวถามว่า สนใจทำเสียงพากย์ภาษาอื่นด้วยมั้ย? เพราะบางคนฟังญี่ปุ่น/อังกฤษไม่ออก จะให้นั่งอ่านซัพฯ ตลอดก็เพลียจนไม่ไหว.... (-3- ผมนึกว่าฝรั่งไม่เป็นกันซะอีก ผมว่าคนไทยต่างหากที่เพลียกับการเพ่งสคริปต์ทั้งเกมกันมากกว่าฝรั่งเยอะ) มันไม่อินนะถ้าไม่ได้ฟังเสียงพากย์ด้วยภาษาแม่ของตัวเอง... คุณทาบาตะตอบว่าพวกผู้พัฒนาเกมเขาก็คิดกันถึงเรื่องนี้แหละ แต่มันใช้ทุนมากจนหลายคนต่างยอมแพ้ในทันที เขาก็อยากให้มีเสียงพากย์ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ แต่ตอนนี้ยังมีแค่อังกฤษและญี่ปุ่นไปก่อน เรื่องนี้มันต้องพิจารณาปัจจัยอื่นด้วยว่าหากลงมือทำแล้วจะยังทำให้งานราบรื่นทันตามแผนรึเปล่า ถ้าพยายามจะใส่ลงไป คงยากที่จะทำให้องค์ประกอบทั้งหมดเสร็จได้ทัน แต่ถ้าออกเป็น DLC หลังจากที่เกมวางจำหน่ายไปแล้วก็พอเป็นไปได้ ในอนาคตที่จะขายบนเครื่องอื่น ก็อาจจะเพิ่มภาษาลงไปอีก แต่ก่อนที่จะเพิ่มเสียงพากย์ เขาอยากเพิ่มซับไตเติลให้ได้หลากภาษากว่านี้ก่อน

http://www.novacrystallis.com/2015/08/gc-2015-final-fantasy-xv-interview-with-hajime-tabata

เก็บตกจากช่วง Q&A

ส่วนไหนในโลก FFXV ที่ประทับใจเป็นพิเศษ (ถามผู้กำกับศิลป์)
คุณคามิโคคุเรียวบอกว่า ความยากในการทำอาร์ทสไตล์สมจริงออกมา

ระบบกลางวันกลางคืน ก็ยังปรับอยู่ ยังไม่ตายตัวว่าจะยาวเท่าไหร่

เพลงสุดอลังการที่อยู่ในเทรลเลอร์เกมเพลย์ E3 2013 จะยังอยู่ในเกมตัวจริง
https://www.youtube.com/watch?v=pTQ2C978xVc

No comments:

Post a Comment