Wednesday, February 27, 2019

บทสัมภาษณ์ล่าสุด Kingdom Hearts III จาก Dengeki PS


สรุปบทสัมภาษณ์ Kingdom Hearts III ล่าสุดจากเว็บไซต์ Dengeki PS หลังจากเกมวางจำหน่ายมาได้ครบ 1 เดือน และทำยอดจัดจำหน่ายไปแล้วกว่า 5 ล้านชุด

<ในบทสัมภาษณ์ มีเนื้อหาที่เป็น Spoiler ของเกม>

-- เกือบ 17 ปีมาแล้วตั้งแต่ที่ Kingdom Hearts วางจำหน่ายวันที่ 28 มีนาคม 2002 KH3 ก็ได้นำบทสรุปมาสู่ตำนานผู้แสวงหาความมืดที่ดำเนินนานมาถึง 17 ปี KH3 ประสบความสำเร็จในการขายทั่วโลก และทำยอดไปแล้วกว่า 5 ล้านชุด ช่วยบอกเล่าความประทับใจที่ได้จากเสียงตอบรับมากมายที่ได้รับจากทั่วโลกหน่อยสิครับ

โนมุระ : เมื่อได้เห็นยอดข้อมูลที่เป๊ะ ๆ รวมกับยอด Download ก็พบว่ามันเป็นผลลัพธ์ที่ดีเกินกว่าที่ผมคาดไว้มาก ตอนนี้ผมกำลังทำ DLC อยู่ก็รู้สึกว่างานมันยังไม่จบ หลังเกมวางจำหน่ายมาแล้ว เวลานอนก็สั้นลงยิ่งกว่าเดิมอีก

-- Rage Form ทำให้นึกถึง Anti Form ของ KH2 เลย ทว่ามันมีความเป็นมายังไง?

โนมุระ : ฟอร์มคราวนี้มันต่างจากใน KH2 เราจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนชื่อทั้งหมด และแม้ว่า Rage จะมีลักษณะที่ทำให้นึกถึง Anti แต่ก็เป็นคนละอย่างกัน Anti คืออิมเมจของโซระที่เข้าสู่ความมืดโดยสมบูรณ์ แต่ Rage ไม่ใช่แบบนั้น มันคืออิมเมจของสภาพที่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์แห่งความโกรธ

-- ดูเหมือนคราวนี้จะไม่มีความยากระดับ Critical Mode ในเกม ช่วยอธิบายหน่อยครับว่าทำไมถึงไม่ใส่ลงไปด้วย

โนมุระ : ที่ผ่านมา Critical ก็ไม่ได้มีอยู่ในตัวเกมออริจินอล แต่เป็นโหมดที่เพิ่มเข้ามาพร้อมกับองค์ประกอบมากมายใน Final Mix ทีหลัง คราวนี้เราก็จะทำออกมาทีหลังเช่นกัน มันไม่ใช่แค่การปรับค่าตัวเลขต่าง ๆ ให้ยากขึ้น แต่ยังต้องปรับแต่งและ Debug ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกด้วย มันจึงไม่ใช่โหมดที่ยากขึ้นอย่างเดียว แต่เราปรับแต่งเพื่อให้ถึงจุดที่จะสนุกเพลินไปกับเอกลักษณ์ของ Critical ด้วย

-- ในบรรดาดาวทั้งหมด ผมว่า Scenario ของดาว Baymax ก็พัฒนาไปไกลมาก ใน KH3 ก็มีดาวใหม่ ๆ เยอะแยะ ช่วยเล่าถึง Scenario ในความทรงจำ หรือ Episode ในการพัฒนาหน่อยสิครับ

โนมุระ : Toy Story นี่ทำพล็อตขึ้นมาก่อนเป็นอย่างแรกเลย และใช้เวลากว่า 2 ปีกว่าจะสร้าง Scenario เสร็จ ซึ่งผมก็ต้องเจรจาโดยตรงกับทาง Pixar มันเป็น Symbolic ของจุด Start ในการพัฒนา Kingdom Hearts III ผมจึงมีความทรงจำกับมันมากที่สุด

-- มีสมาชิกองค์กรบางคนที่ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อร่างต้นเลย ไหนจะเรื่องรอยแผลบนหน้าผากของไอซะ ในอนาคตจะมีโอกาสได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้มั้ยครับ?

โนมุระ : เมื่อมีภาคต่อก็ย่อมมีโอกาส แต่ตอนนี้ในใจผมยังเป็นกระดาษเปล่า (白紙) อยู่เลย

-- กระบวนการคืนชีพเวนตุสและร็อคซัสนั้นเล่าเข้าใจง่าย แต่ซิออนคืนชีพแล้วไปเข้าร่วมชินจูซังคิคังได้ยังไง?

โนมุระ : ผมว่ามันก็อยู่ในขอบเขตที่เข้าใจได้เอง แล้วจะอธิบายใน DLC

--  คนที่จบ KH3 แล้วต่างกังวลถึง "เด็กคนนั้น" ที่ลีอาและไอซะตามหาอยู่ และ "Nameless Star" ที่อยู่ใน Final World (終わりの世界) ช่วยบอกใบ้ถึงตัวตนของพวกเขาหน่อยสิครับ? พวกเขาเป็นตัวละครที่เคยปรากฏตัวแล้วในภาคใดภาคหนึ่งของซีรีส์ใช่รึเปล่า?

โนมุระ : ถ้าดูตรงนี้และดู Secret Report ให้ดี ก็น่าจะเดากันได้ เขาเป็นตัวละครที่ปรากฏตัวในซีรีส์มาก่อนแล้ว ในอนาคตก็จะได้รู้กันว่าตัวตนของ Nameless Star เป็นใคร

-- Scala ad Caelum ที่อยู่ใน Final Trailer เป็นสถานที่ยังไงกันแน่ มันคล้ายคลึงกับ Daybreak Town ใน Kingdom Heart Union χ เลย มันเกี่ยวข้องกันยังไง แล้วพวกคนชุดดำที่ปรากฏตัวขึ้นที่นั่นเป็นใครกัน?

โนมุระ : ถ้าดูดี ๆ ก็จะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Scala ad Caelum และ Daybreak Town ได้ ส่วนพวกคนในชุดดำนั้นเป็น Replica

-- ช่วยคอมเมนต์ถึงเรื่อง Epilogue, Secret Ending และสิ่งที่จะตามมา เท่าที่จะพูดได้หน่อยสิครับ ผมยังสงสัยถึงตัวตนของโยโซระ (ヨゾラ) จาก Verum Rex ที่โผล่ใน Toy Box เลย

โนมุระ : ทั้งคู่ (Epilogue และ Secret Ending) ก็เหมือนที่ผ่านมา คือเป็นบทนำของเรื่องราวที่อาจได้เล่าในอนาคต สำหรับ Secret นั้นดูเหมือนตอนนี้จะมีทฤษเดาต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถเข้าใจได้โดยง่ายในตอนนี้

-- หลัง KH3 จบแล้ว Scenario ของ KH Union χ ก็กำลังแจ่มจ้นขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยพูดถึงการพัฒนา KHU χ ต่อไปในอนาคตหน่อยสิครับ

โนมุระ : ใกล้คลอดดาวใหม่แล้วครับ เนื้อเรื่องหลักก็จะก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และปริศนาที่มีมาจนถึงตอนนี้จะเริ่มประกอบกันเป็นรูปร่างแล้ว (กำลังจะคลี่คลาย)

-- ช่วยพูดถึงแผนการออก DLC หรือ Update หลังกการวางจำหน่ายหน่อยครับ ไหนจะโอกาสออก Final Mix และภาคต่อไปในซีรีส์ Kingdom Hearts อีก?

โนมุระ : ที่ผ่านมาเราทำ Final Mix เป็นเกมอีก Package นึง แต่คราวนี้ ผมจะทำเนื้อหาเสริมทั้งหมดเป็น DLC สำหรับ Free DLC อันไหนเสร็จก่อนก็ออกมาเป็น Update ก่อน ส่วน DLC แบบจ่ายเงิน วางแผนว่าจะใส่หลายสิ่งหลายอย่างลงไปในครั้งเดียว ดังนั้น DLC แบบจ่ายเงิน ก็ต้องใช้เวลาทำสักหน่อย แต่การพัฒนาก็จะทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดภายในปีนี้ แล้วทีมงานจะได้ไปทำงานต่อไป

เรื่องอนาคตของซีรีส์ KH ก็มีคุยกันบ้าง แต่พูดจริง ๆ เลยนะว่าจะมีรึเปล่า? จะทำหรือไม่? ตอนนี้ยังเป็นกระดาษเปล่า (白紙) อยู่เลย แถมตารางงานของผมทั้งปีนี้ เต็มแล้ว

-- ทั้ง Sky Tree, Ambassador Hotel อีกทั้ง Square Enix Cafe และ Walkman ไหนจะคอนเสิร์ต World Tour ในอนาคต เรียกว่าเอา KH3 ไปใช้หลากหลายมาก มีอันไหนที่เป็นที่จดจำของคุณโนมุระเป็นพิเศษรึเปล่า? ในอนาคตมีแผนจะทำอะไรแบบนี้อีกรึเปล่า?

โนมุระ : ผมเองก็เซอร์ไพรส์กับ Ambassador Hotel ก็ต้องขอบคุณสำหรับความร่วมมือทั้งหมด ผมว่านั่นคือทั้งหมดเท่าที่สามารถประกาศได้ในตอนนี้แล้วครับ

Tuesday, February 26, 2019

FFX l X-2 และ FFXII The Zodiac Age เตรียมวางจำหน่ายบน Xbox One และ Switch


Final Fantasy X l X-2 HD Remaster และ Final Fantasy XII : The Zodiac Age เตรียมขยายมาวางจำหน่ายบนเครื่อง Nintendo Switch และ Xbox One บ้าง

โดย Final Fantasy X l X-2 HD Remaster จะวางจำหน่ายให้ทั้งสองเครื่องดังกล่าวในวันที่ 16 เมษายน 2019 และ Final Fantasy XII : The Zodiac Age วางจำหน่าย 30 เมษายน 2019

ในโอกาสนี้ทาง Square Enix ได้เผยแพร่อาร์ทเวิร์กประชาสัมพันธ์ Final Fantasy XII : The Zodiac Age ภาพใหม่ ที่วาดโดยคุณอิซามุ คามิโคคุเรียวออกมา 

สามารถสูบไฟล์ภาพดังกล่าว ความละเอียด 4,721 x 6,677 ได้ที่ Press Center ของ Square Enix ตามลิงก์ด้านล่างนี้ครับ

Sunday, February 24, 2019

Famitsu เปิดเผยอันดับ Top 50 ยอดขายเกม PlayStation 4 แบบแผ่นในญี่ปุ่น

เว็บไซต์แฟมิซือ จัดอันดับ Top 50 ยอดขายเกม PlayStation 4 แบบแผ่น (ไม่รวมยอดขายดิจิตอล) ที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ข้อมูลสำรวจยอดขายของทางแฟมิซือระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2014 จนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2019

(หลัง Biohazard 2 Remake และ Kingdom Hearts III วางจำหน่ายได้เพียง 1 สัปดาห์)

ใน Top 50 นั้นมีที่ผมอยากจะแปลจากคาตาคานะเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้

49. Winning Eleven 2018 - 171,449 ชุด

48. New Minna no Golf - 174,759 ชุด

39. Grand Theft Auto V - 196,795 ชุด

35. Horizon Zero Dawn - 210,666 ชุด

34. Bloodborne - 211,026 ชุด

33. Red Dead Redeption 2 - 212,556 ชุด

32. Dragon Quest Builders - 213,581 ชุด

31. Dragon Quest Builders 2 - 214,026 ชุด

30. Kingdom Hearts -HD II.8 Final Chapter Prologue- 215,842 ชุด

29. Fallout 4 - 220,008 ชุด

28. Tales of Berseria - 220,719 ชุด

23. Kingdom Hearts -HD I.5 + II.5 ReMix- - 260,988 ชุด

20. Dragon Quest Heroes II - 280,542 ชุด

19. Marvel’s Spider-Man- 307,511 ชุด

18. Biohazard Re:2 - 324,079 ชุด

17. Dragon Quest Heroes - 329,934 ชุด

16. Dark Soul III - 332,703 ชุด

15. Biohazard 7 - 343,382 ชุด

13. Minecraft - 370,038 ชุด

12. Call of Duty: Black Ops III - 385,147 ชุด

11.Grand Theft Auto V (เวอร์ชั่นปรับราคาขายใหม่ 2015)  - 386,044 ชุด

10. Call of Duty: WWII - 387,498 ชุด

9. Persona 5 - 399,213 ชุด

8. Knack - 400,888 ชุด

7. NieR : Automata - 407,637 ชุด

6. Metal Gear Solid V: The Phantom Pain - 442,032 ชุด

5. Call of Duty: Black Ops 4 - 499,765 ชุด

4. Kingdom Hearts III - 722,201 ชุด



3. Final Fantasy XV - 1,036,879 ชุด



2. Dragon Quest XI - 1,368,698 ชุด



1. Monster Hunter: World - 1,963,522 ชุด



https://www.famitsu.com/news/201902/22172356.html

SQEX ลงบทความ 5 เหตุผลที่ทุกคนควรเล่น Final Fantasy IX


Square Enix ชงเอง กินเอง... ลงบทความ

"5 เหตุผลที่ทุกคนควรเล่น Final Fantasy IX"

เหตุผลที่ทางค่ายร่ายมานั้นประกอบไปด้วย

1. ตัวละครทุกตัวมีเอกลักษณ์น่าจดจำ

2. มีทั้งเรื่องราวที่จรรโลงใจ และสะเทือนใจ ในคราเดียวกัน

3. ระบบอบิลิตี้ที่ยืดหยุ่น และสนุก

4. มีกิจกรรมยิบย่อยสนุก ๆ ให้ทำเยอะ ทั้งตีไพ่ จับกบ โดดเชือก ขุดหาสมบัติ หาของ หาภูติ ฯลฯ

5. เป็นภาคที่ทำมาเพื่อแฟน ๆ ทั้งการออกแบบวีวี่ตามต้นฉบับ Black Mage, การออกแบบเรือเหาะ, และยังรวบรวมชื่อ สถานที่ ไอเทม ตัวละคร อบิลิตี้ จากภาคก่อน ๆ ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน ฯลฯ

ตอนนี้ Final Fantasy IX มีให้เล่นทั้งบน PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC, Windows 10, iOS และ Android...

ใครที่อยากเห็นหน้าวีวี่อีกครั้ง คงต้องกลับไปเปิด Final Fantasy IX มาเล่นครับ เนื่องจากใน Kingdom Hearts III นั้นมีทไวไลท์ทาวน์ที่วีวี่อาศัยอยู่ แต่วี่วี่และพวกแก็งไซเฟอร์กลับสาบสูญไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ โดยที่ชาวเมืองก็ไม่มีการพูดถึงแต่อย่างใด ทำราวกับว่าพวกนั้นไม่เคยมีตัวตนมาก่อน อะฮื้อออออ

https://square-enix-games.com/en_GB/news/whats-good-about-final-fantasy-ix

Friday, February 22, 2019

Dissidia -Final Fantasy- NT อัปเดตเนื้อเรื่องใหม่สคอลล์ไลท์นิ่งพบสโนว


คัตซีนอัปเดตล่าสุดของ Dissidia -Final Fantasy- NT เรื่องราวระหว่างที่คู่เครียด "ไลท์นิ่งและสคอลล์" เดินทางด้วยกันตามลำพัง เพื่อตามหาเบาะแสจากอสูรมายาอีกตนหนึ่ง

ทั้งสองมาถึงพื้นที่ซึ่งผันแปรเป็นรูปร่างของเส้นทางภายในเมืองเอเด็น ซึ่งจำลองมาจากความทรงจำของไลท์นิ่ง

ร้ายนิ่งมาถึงก็เห็นสโนวเดินหงอยอยู่ เจ๊เลยรีบปรี่เข้าไปหาด้วยความห่วงใย

สโนว : พี่สาว... อยากบอกผมหน่อยมั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น? เราจะกลับบ้านกันได้ยังไงเนี่ย?

ไลท์นิ่งเห็นสโนวทำหน้าซึม แล้วก็พลอยสงสารไปด้วย

ไลท์นิ่ง : มีทางเดียวคือ เราต้องสู้กัน

สโนว : อ่าว พี่มาที่นี่เพื่อล้มผมงั้นเหรอ?

ไลท์นิ่ง : คนตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงต้องเป็นนายด้วยเนี่ย?

สโนว : เอาที่พี่สบายใจละกัน

ไลท์นิ่ง : ไม่ใช่นะ... ก็แค่...

ว่าแล้วสคอลล์ที่เงียบอยู่นานก็เดินเข้ามาเผือก ชักกันเบลดขึ้นมาชี้หน้าสโนว

สคอลล์ : งี่เง่า... ฉันมาที่นี่เพื่อตามหาอสูรมายา ถ้าแกรู้ว่ามันอยู่ไหน ก็คายออกมา

สโนว : ต้องบอกด้วยเหรอ? (ทำหน้ายียวน เพราะสโนวยอมให้แต่ไลท์นิ่ง แต่ไม่ยอมคนแปลกหน้าอย่างสคอลล์เหมือนกัน)

ว่าแล้วสคอลล์กันเหล่ตาไปมองไลท์นิ่ง

สคอลล์ : เอาอยู่มั้ย?

ไลท์นิ่ง : ยิ่งมีนายด้วย ก็แหงแซะ

ว่าแล้วอสูรโอดิน ก็ปรากฎตัวขึ้นมาขวางหน้าสคอลล์และไลท์นิ่ง 

โอดิน : เกียรติภูมิรอคอยแก่ผู้ชนะ มรณะจะเกิดแก่ผู้อ่อนแอ

สโนว : ได้ยินเนอะ

สคอลล์ : หวังว่าเธอจะไหว
ไลท์นิ่ง : นั่นมันคำพูดของฉัน

--------------------------------------

หลังไลท์นิ่ง & สคอลล์ โค่นโอดิน & สโนวลงได้

ไลท์นิ่งง้างดาบปรี่เข้าไปหาสโนว แต่แล้วเปลี่ยนใจไปทุบอกสโนวแทนซะอย่างงั้น

ไลท์นิ่ง : เราจะ... เราจะหาทางพาทุกคนกลับบ้าน! ฉันหมายถึงทุกคนจริง ๆ! รวมถึงนายด้วย สโนว ฉันสัญญานะ...

สโนว : อ่ะ อ่ะ... ผมเข้าใจแล้ว

ว่าแล้วสโนวก็เรียกคริสตัลของโอดินให้กับสคอลล์

ไลท์นิ่ง : แน่ใจนะ?
สโนว : ถ้าพี่เชื่อใจเขา ผมก็เอาด้วย

ว่าแล้วคลื่นมิติสีดำก็ปรากฏขึ้นมากลืนกินพื้นที่โดยรอบ สโนวก็รีบเอาตัวรอด เดินหายเข้าไปในช่องวาร์ป

สโนว : ไว้เจอกันใหม่
ไลท์นิ่ง : อื้อ

สคอลล์ยังยืนบื้อมองคริสตัลของโอดินอยู่อย่าง งง ๆ

ไลท์นิ่ง : ดีนะที่มีนายอยู่ด้วย ทำให้ฉันเย็นใจได้ ไม่งั้นก็คงทำไม่สำเร็จ

สคอลล์ : Whatever... ก็แค่ทำไปตามหน้าที่

Thursday, February 21, 2019

กำเนิดสมญา "เด็กเส้น" ของจักรวาล Kingdom Hearts


Did You know? คำว่าเด็กเส้นนี้ ไม่ได้เป็นฉายาที่ Fandom - Kingdom Hearts ในไทยเรียกกันมาตั้งแต่ภาคแรก แต่พึ่งมาเริ่มเรียกกันตอนโฆษณา Kingdom Hearts : Re:coded ของเครื่อง NDS ในปี 2010

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงงาน TGS 2010 หลังจากที่เกมภาค Birth by Sleep พึ่งออกมาได้กว่าครึ่งปี พวกเราได้เห็นกันว่ากว่าที่เทอร์ร่า อควอ เวน จะใช้คีย์เบลดต่อสู้กับศัตรูได้ ตามเนื้อเรื่องแล้วต้องฝึกฝนกันมาเป็นเวลานาน อุทิศตัวให้กับวิถีของคีย์เบลด

แต่เทรลเลอร์เกมภาค Re:coded ที่ออกมาในช่วง TGS 2010 ซึ่งมี Data-Sora เป็นตัวละครหลักนั้น ทั้งที่ Data-Sora ไม่น่าจะเก่งกว่าโซระตัวจริงในภาคแรกได้ แต่ภาพที่เราเห็นคือ Data-Sora ทั้งปล่อย Blasting Zone ทั้งยิงบอลเก็งกิตู๊มต๊าม... ทั้งปล่อยสารพัดท่าสุดอลังการ ที่เหนือกว่าตัวละครทั้งหมดในซีรีส์ ไปไกล ๆ แล้ว....

เมื่อลองไตร่ตรองดู การที่โซระตัวจริงเริ่มจับคีย์เบลดในภาคแกแล้ว ก็โดนความเทพเข้าสิงเลย สามารถกอบกู้จักรวาลได้ ปราบเซอานอร์ทร่างฮาร์ทเลสได้ มันโคตรไม่สมเหตุสมผลแล้ว...

แต่การที่ Data-Sora มันเก่งกว่าโซระ และเก่งกว่าทุกคนไปอีกขั้นหนึ่ง... มันยิ่งไม่สมเหตุสมผลยิ่งกว่าาาา

วันที่เทรลเลอร์ KH Re:coded ออกฉายในงาน TGS 2010... ผมดูเทรลเลอร์แล้วจึงเอามาเขียน entry ล้อ... และบอกว่าเหตุผลทั้งหมดของความไม่สมเหตุสมผลในเรื่องนี้มีเพียงหนึ่งเดียว...

นั่นคือมันเป็น... เด็กเส้น..

หลังจาก entry นี้เผยแพร่ออกมา แฟน ๆ ก็เริ่มกลับมาไตร่ตรองถึงวีรกรรมความเส้นของโซระ 

และแล้วตำนานคำว่าเด็กเส้น ก็เริ่มขึ้นจากวันนั้น สืบมา...

ใครที่เคยผ่านประสบการณ์ใน entry นั้น สามารถไปย้อนระลึกความหลังได้ที่... 

ลุงสกรู๊จ กับวิถีเป็ดทุนนิยม


หากจำกันได้... ผมเคยบอกไว้ว่า น่าเสียดายที่จอมปราชญ์อันเซม ผู้คิดค้นและครอบครองเทคโนโลยีสุดล้ำใน Kingdom Hearts ดันคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพียงเพื่อสนองความกระหายใคร่รู้ของจิตวิญญาณนักวิทยาศาสตร์ และเพื่อพัฒนาชีวิตของผู้คน... แต่ดันไม่ยอมเอาเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้หาเงินสร้างความมั่งคั่งงงง

ซึ่งถ้ากรู เอ้ย... ผม เป็นอันเซม หลังจักรวาลสงบสุขแล้ว ผมจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้นมาหาเงินแน่นอนนน

โชคดีที่ใน Kingdom Hearts III ....ไม่ต้องถึงมืออันเซมแล้วครับ มีอีลุงสกรู๊จ ออกมาสนองจิตวิญญาณความชั่วร้ายของผมไปเรียบร้อยแล้ว...

บัดนี้ลุงสกรู๊จกำลังดำเนินธุรกิจฉายหนัง และภัตตาคารบนดาวทไวไลท์ทาวน์ ด้วยคอนเซปต์ ดูหนังให้มีความสุข สนุกแล้วก็หิว ว่าแล้วก็มาต่อคิวกินข้าวร้านตรูซะดี ๆ

เกม ๆ นี้นี่ สอนให้รู้ว่าพวกตระกูลเป็ดนี่น่ากลัวจริง ๆ

นอกจากจะมีเป็ดเจ้ายุโรป (6 สมัย) ที่เก่งกว่าบาฮามุททั้งหมดในซีรีส์ Final Fantasy ไปแล้ว ยังมีเป็ดทุนนิยม ที่ไม่สนใจว่าจะเกิดความฉิบหายอะไรขึ้นกับจักรวาล

เป็ดรู้เพียงอย่างเดียวว่า... เป็ดจะรวยยยย....

Tuesday, February 19, 2019

แฟนเกมค้นพบ Critical Mode ที่ถูกซ่อนไว้ใน Kingdom Hearts III


มีการค้นพบผ่านการใช้ PS4 Save Editing ว่า ในเกม Kingdom Hearts III นั้นมี "Critical Mode" ที่เป็นโหมดความยากสูงสุดของเกม ที่ศัตรูจะทำดาเมจได้รุนแรงกว่าในโหมด Proud และมี HP/MP ที่น้อยกว่าปกติ "ซ่อน" ไว้ในเกมอยู่แล้ว...

ปัจจุบัน Kingdom Hearts III มีโหมดความยากให้เลือกได้ 3 ระดับคือ Beginner / Standard / Proud ซึ่งน่าแปลกเพราะในภาคหลัง ๆ ของเกมนั้นจะมีโหมด Criticial ที่เป็นความสุงสุดอยู่ด้วย ทว่าใน Kingdom Hearts III กลับไม่มีโหมดดังกล่าว ทว่าก็มีผู้เล่นที่ค้นพบผ่านการใช้ Save Editing ว่ามันมีโหมดดังกล่าวซ่อนอยู่

ด้วยการใช้ Save Editing นี้ ทำให้ผู้เล่นสามารถทดลองอะไรแปลก ๆ ได้อีกมากมาย อย่างการนำเวทมนต์ที่ใช้ได้เฉพาะเมื่ออยู่ใต้ทะเล มาใช้บนบก, การให้โซระใช้ฟอร์ม Spellweaver ของอควอ, การเล่นเป็นอควอ แต่ก็เล่นได้แค่ในฉาก ๆ หนึ่งเท่านั้น ฯลฯ


ทั้งนี้หากพอจำกันได้ ในบทสัมภาษณ์คุณเท็ตสึยะ โนมุระที่เผยแพร่ในเว็บไซต์แฟมิซือก่อนวันวางจำหน่ายเกม 1 วัน ตอนแรกแฟมิซือลงว่าคุณโนมุระพูดว่าในเกมมี Criticial Mode เป็นโหมดความยากสูงสุดของเกม แต่ไม่กี่วันต่อมาแฟมิซือก็ขอแก้ไขข้อมูล โดยเปลี่ยนจากคำว่า Critical เป็น Proud แล้วบอกว่าขณะนี้ตัวเกมมีโหมดความยากสูงสุดแค่ Proud เท่านั้น... ตั้งแต่วันนั้นมาผมก็ว่ามันแหม่ง ๆ แล้วไง

Monday, February 18, 2019

FFXV Episode Ardyn เปิดเผยราคาและข้อมูลใหม่ของเกม

Final Fantasy XV : Episode Ardyn (DLC) กำหนดวางจำหน่ายวันที่ 26 มีนาคม 2019 ราคา 926 เยน (ยังไม่รวมภาษี)



เช้านี้มีข้อมูลใหม่จากเว็บไซต์ 4Gamer ว่า - 35 ปีก่อนที่ Final Fantasy XV ภาคหลักจะเริ่มต้นขึ้น (เทียบปฏิทินในเกมได้เท่ากับ M.E.756 - 35 หรือ M.E. 721 นั่นเอง) ได้ถูกปลดปล่อยจากการจองจำโดยความช่วยเหลือของเวอร์สไตล์ นักวิทยาศาสตร์ของจักรวรรดินิฟไฮม์ อาร์ดีนได้ถูกพาตัวไปยังห้องวิจัยของจักรวรรดิ เขาค้นพบความจริง และตัดสินใจที่จะล้างแค้นราชอาณาจักรลูซิส



หลังจากนั้นอาร์ดีนก็ลอบเข้าไปในลูซิส ทำลายความสงบสุขของเมืองที่มีกำแพงเวทมนต์ปกคลุมไว้ (สังเกตว่าป้ายในเกมบอกว่าเป็นวันเทศกาลฉลองการก่อตั้งราชอาณาจักรลูซิส)



แล้วก็มีบอกว่าเวอร์สไตล์นั้นสนใจใน アダギウム (Adagium) ของลูซิส (แปลว่าไรฟะ)



ส่วนชื่อเต็มของเอร่า คนรักของอาร์ดีนคือ エイラ・ミルス・フルーレ เธอเป็นคันนากิ/โหร/Oracle คนแรก ซึ่งทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเทพกับมนุษย์


ส่วนซอมนุสก็เป็นน้องชายที่จัดการอาร์ดีสที่กลายเป็น Daemon (จิไก) นำไปคุมขัง และขึ้นครองบัลลังก์



ในด้านระบบเกมมีบอกว่าอาร์ดีนสามารถใช้ Shadow Move เป็นพลังของจิไก บินข้ามไปยังจุดต่าง ๆ ได้อิสระ (มีคำว่าจุด ก็ไม่อิสระแล้วโว้ย)

และในการต่อสู้ถ้าสามารถโจมตีต่อเนื่อง 5 Hit และปิดด้วย Combo Finish ได้สำเร็จ ก็จะใช้ท่า シガイ化 เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นจิไก และทำให้ตายทันทีได้ ทั้งนี้หากเข้าโจมตีจากด้านหลัง ก็มีโอกาสใช้ท่า シガイ化 ออกมาเช่นกัน

https://www.4gamer.net/games/391/G039177/20190215096/

อันนี้ไว้เทียบปีปฏิทิน

Timeline จาก Ultimania
http://re-ffplanet.blogspot.com/2017/01/timeline-final-fantasy-xv-scenario.html

สรุปเรื่องตอน Episode Prompto
http://re-ffplanet.blogspot.com/2017/06/ffxv-episode-prompto.html

จะเห็นว่าเวอร์สไตล์ไปปล่อยอาร์ดีนปี 721 หลังจากนั้นเหตุการณ์ไป 722 723 ...เป็นต้นมา ก็มีเขียนไว้ใน timeline บ้างแล้ว

Sunday, February 17, 2019

มาแล้วแอนิเม FFXV : Episode Ardyn - Prologue พร้อมประกาศวันขาย DLC และนิยายเสริม


Square Enix เตรียมวางจำหน่ายหนังสือนิยาย Final Fantasy XV -The Dawn of the Future- ในวันที่ 25 เมษายน 2019 สนนราคา 1,620 เยน

นิยายเล่มนี้ประกอบไปด้วยเรื่องราวของ Episode Ardyn และอีก 3 Episode ที่เคยเปิดตัวเมื่อเมษายน 2018 แต่ถูกประกาศว่ายกเลิกการพัฒนาแล้วในเดือนพฤศจิกายน แต่ในเดือนธันวาคมทีมงานได้บอกว่าอยากนำเสนอ DLC ที่ยกเลิกไปในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งสุดท้ายก็ออกมาเป็นนิยาย

ในคำบรรยายรายละเอียดนิยายก็บอกว่า "ต่อต้านเทพเจ้าหรือจำนนต่อชะตากรรม อีกหนึ่งบทสรุปของ Final Fantasy XV" แล้วก็บรรยายว่าเป็นเรื่อง

- อาร์ดีนที่ช่วยเหลือผู้คนจากโรคแห่งดวงดาว ชายผู้ควรจะได้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งลูซิสแต่พลาดหวังไป

- เรื่องราวของอราเนีย ในวันล่มสลายของจักรวรรดินิฟไฮม์ 

- เรื่องราวของลูน่าที่ฟื้นขึ้นจากความตาย และพบว่าร่างกายของตนนั้นเปลี่ยนแปลงไป

- น็อคติส ราชาที่แท้จริง ผู้เฝ้ามองไปยังชะตากรรมที่ตัวเองจะเขียนขึ้นใหม่

ประวัติศาสตร์ใหม่ของ Final Fantasy XV เรื่องราวแห่งรุ่งอรุณ

หมายเหตุ : คำบรรยายทั้งหมดนี้สอดคล้องกับเนื้อหาตอนเปิดตัว DLC 4 Episode ในเดือนเมษายน 2018 อยู่แล้ว

นิยายเล่มนี้เขียนโดยคุณเอมิ นากาชิมะ (永嶋 恵美/Emi Nagashima) ซึ่งเป็นเจ้าของนามปากกาจุน เออิชิมะ (映島巡/Jun Eishima) คนเขียนนิยาย NieR : Automata และเคยเขียนนิยาย Final Fantasy XIII และ Final Fantasy XIII-2 มาก่อน ซึ่งเธอไม่ใช่คนเดียวกับคุณซาโอริ อิทามุโระ ที่เขียนสคริปต์ Final Fantasy XV แต่ก็มีระบุไว้ว่าเนื้อหาของ Final Fantasy XV -The Dawn of the Future- เป็นไปตามที่ทีมงาน FFXV วางไว้อยู่แล้ว

ลิงก์สั่งซื้อนิยาย

ลิงก์ข่าวตอนประกาศ DLC 4 Episode

ลิงก์ข่าวตอนประกาศยกเลิก DLC 3 Episode

ลิงก์ข่าวตอนทีมงานบอกว่าหวังนำเสนอ DLC ที่ถูกยกเลิกไปในรูปแบบอื่น ๆ

------------------------------

ทั้งนี้ทางค่ายจะวางจำหน่าย Final Fantasy XV -The Dawn of the Future- Celebration Box ในวันเดียวกัน สนนราคา 4,860 เยน ข้างในชุดประกอบไปด้วย

1. หนังสือนิยาย Final Fantasy XV -The Dawn of the Future-

2. แผ่น Blu-ray Final Fantasy XV : Episode Ardyn

3. Artbook 48 หน้า

4. เซ็ตโปสการ์ด

5. เซ็ตแผ่นรองแก้ว

ลิงก์สั่งจองชุด Celebration Box

------------------------------

หลังจากฉายรอบพรีเมียร์ไปครั้งแรกในงาน Katsucon 2019 เมื่อวานนี้... ช่วงเช้าที่ผ่านมา Square Enix ก็ได้อัปโหลดแอนิเม Final Fantasy XV : Episode Ardyn - Prologue ลง Youtube ให้ได้ดูกันฟรี ๆ เรียบร้อย

ลิงก์ : https://youtu.be/8yOOF8AKQbw

Prologue นี้เดิมทีแล้วก็ประกาศว่าจะทำมาปล่อยให้ดูกันช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อสร้างบรรยากาศก่อนออกขาย DLC Episode Ardyn ที่ทางค่ายประกาศพึ่งประกาศว่าจะวางจำหน่ายในวันที่ 26 มีนาคม 2019 นั่นเอง

ทั้งนี้ทางค่ายยังได้อัปโหลดคลิป Q&A ตอบคำถามถึงเรื่องราว Episode Ardyn เพื่อไขข้อข้องมากมายให้แฟน ๆ ได้ชมกันด้วย

https://youtu.be/OaApHnC8gOU



- ในปี 2017 ช่วงที่คลอด DLC EP Gladiolus ออกมา ทีมงานได้ปล่อย Poll สำรวจด้วยว่าอยากเห็น DLC ตัวละครใดในอนาคต ซึ่งผลออกมาว่าอาร์ดีนเป็นอันดับที่ 1 ทว่าในตอนนั้นทีมงานมีแผนสร้าง DLC ให้จบลงที่ EP Ignis ในปลายปี 2017 เลยเป็นจุดเริ่มต้นว่าจะสร้างเรื่องราวของอาร์ดีนในรูปแบบแอนิเม (ส่วนเรื่องทำเป็น DLC EP Ardyn ค่อยมาคิดเพิ่มหลังจากนั้นไปอีก)

- แอนิเมนี้เป็นเรื่องราวของอาร์ดีน 2,000 ปีก่อนเนื้อเรื่องหลักของเกม ทีมงานก็หวังว่าจะใช้เป็นตัว PR เกมหลัก และแทนคำขอบคุณต่อแฟน ๆ ที่เล่นเกมนี้ด้วย

- ส่วนการยกเลิก DLC 3 Episode (ของลูน่า อราเนีย น็อคติส) ไม่ได้ส่งผลกระทบให้เนื้อหาแอนิเมอาร์ดีนเปลี่ยนไปแต่อย่างใด มันไม่เกี่ยวกัน

- ประเด็นของแอนิเม คือการแสดงเหตุผล-ความเป็นมาของอาร์ดีน ว่าทำไมถึงอยากล้างแค้นอาณาจักรลูซิส ซึ่งในตัวเกมหลักเราไม่รู้ว่าอาร์ดีนคิดอะไร

- แอนิเมสร้างโดย Satellite Inc. ซึ่งทีมงานก็ได้แชร์ Lore ของเรื่องให้พวกเขาสร้างออกมาได้อย่างถูกต้อง

- ทีมงานอยากแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอาร์ดีน ซอมนุส และเอร่า มากกว่านี้ แต่แอนิเมมันสั้น ก็แสดงเนื้อหาได้ค่อนข้างจำกัด / อยากจะโชว์สภาพ Eos เมื่อ 2,000 ปีก่อนให้มากกว่านี้ด้วย แต่ก็ติดข้อจำกัดนั่นแหละ เลยไปเน้นโชว์แคแรคเตอร์ของอาร์ดีน

- จากแอนิเมนี้ ก็อยากโชว์เรื่องราวด้านตรงข้ามของอาร์ดีน เดิมเขาเป็นผู้กอบกู้ผู้คน แต่ก็ค่อย ๆ กลายเป็นคนแบบที่เราเห็นกันอย่างช้า

- ดีไซน์ของซอมนุส เอาต้นแบบมาจากน็อคติส และก็อยากนำเสนอให้เป็นราชาที่ อยู่กับความเป็นจริง และหัวรุนแรง (Realist and Severe) ซึ่งนิสัยของซอมนุสต่างจากน็อคติส

- ดีไซน์ของเอร่า ก็ทำให้ใกล้เคียงกับลูน่า เอร่าเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เคยรักอาร์ดีน ในตัวเกมหลักนั้น ตอนปะทะกับลิเวียธาน มีฉากที่อาร์ดีนแสดงความโกรธจัดต่อลูน่าออกมา จากจุดนั้นทีมงานเลยคิดว่าถ้าทำให้เอร่าคล้ายกับลูน่า ก็จะทำให้แคแรคเตอร์ของอาร์ดีนชัดขึ้น

- เอร่าเป็นโหร (คันนากิ/Oracle) คนแรก เธอเป็นบรรพบุรุษของลูน่า ทีมงานยอมรับว่าไม่ได้แต่งรายละเอียดเบื้องหลังว่าโหรคนแรก มีความเป็นมาอย่างไร แต่ก็เอาเป็นว่าสามารถสื่อสารกับเทพเจ้าที่ดูแลมนุษย์ได้

- ซอมนุสไม่ได้เกลียดหรือชิงชังอาร์ดีน แต่อาร์ดีนเป็นตัวละครที่ช่วยเหลือผู้คน มีลักษณะของ นักอุดมคติ หรือพวกคนช่างฝัน (Idealist and Dreamer) ส่วนซอมนุสเป็นพวกอยู่กับความเป็นจริง และอยากช่วยโลกในทางที่มันเป็นจริงได้ ทั้งสองคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการช่วยโลก แค้วิธีคิดของทั้งสองคนเลยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้วิธีการขัดกัน และนำไปสู่ความขัดแย้ง

- เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ระหว่างอาร์ดีนกับบาฮามุทเป็นอย่างไร ทีมงานอ้ำอึ่งที่จะตอบ แล้วก็บอกว่าเป็นความลับ แต่คำตอบอยู่ในตัวเกม EP Ardyn

- อาร์ดีนเกิดวันที่ 30 เมษายน และอายุ 33+2,000 หรือก็คือ 2,033 ปี พวกคนที่จิตใจแน่วแน่ ทีมงานจับมายัดให้เกิดเดือนเมษายนทั้งหมด (มีกลาดิโออีกคนที่เกิดเดือนนี้) งานอดิเรกของอาร์ดีนคือเล่นหมากรุก และดื่มไวน์

- เอร่าเกิดวันที่ 4 กรกฎาคม อายุ 28 ปี งานอดิเรกคือชอบปลูกดอกไม้เหมือนลูน่า และเอร่าก็มีความสนใจในโบราณคดี แค่ทั้งนี้เธอไม่ได้ชอบดื่มน้ำชาแบบลูน่า

- ซอมนุสเกิดวันที่ 9 พฤษภาคม อายุ 30 ปี งานอดิเรกคือนอน และล่าสัตว์ ตอนหนุ่ม ๆ ก็ชอบโขกหมากรุกกับอาร์ดีน และชอบออกไปล่าพร้อมกับกิลก้าแมช และก็นอนได้ตลอดเวลา สมกับชื่อ Somnus ที่แปลว่านอน

- พวกงานอดิเรกของตัวละครนี้ ไม่ค่อยโชว์ให้เห็นในแอนิเมหรือเกม แต่เรื่องที่เอร่าชอบปลูกดอกไม้ ก็ได้คอนเซปต์จากที่ลูน่าสนใจ Sylleblossom ในเกม

- ทีมงานไม่ได้แต่งรายละเอียดเรื่องราววัยเด็กของเอร่าไว้มาก แต่ของซอมนุสกับอาร์ดีน ตอนเด็ก ๆ ก็ไม่ได้เกลียดกัน อย่างที่บอกว่าชอบเล่นหมากรุกด้วยกัน อาร์ดีนก็ดูแลน้องดี

- เมื่อถามว่าจะได้เห็นบรรพบุรุษของกลาดิโอและอิกนิสด้วยมั้ย? ทีมงานบอกว่าไม่น่านะ แต่ใน EP Ardyn ก็จะมีเคลรัส พ่อของกลาดิโอด้วย (แล้วก็เล่นมุกว่า ลองรีเควสต์กันมาเยอะ ๆ สิอาจจะทำได้)

- เมื่อถามว่าทำไมอาร์ดีนขี่โจโคโบะสีดำ ในอาร์ทเวิร์กเก่าที่เป็นภาพในอดีต อาร์ดีนขี่โจโคโบะเข้าเมืองเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว ทีมงานบอกว่าก็เป็นความลับของ EP Ardyn อีกเช่นกัน ที่ผ่านมาทีมงานไม่ให้ปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับโจโคโบะดำใน FFXV เลย และเก็บเป็นความลับมาตลอด

- แล้วทีมงานก็บอกว่าไอ้ที่พูดไปตะกี้นั้นล้อเล่นนนน มันไม่ได้กุมความลับอะไรหรอก ก็แค่โจโคโบะดำมันเป็นพวกสัตว์หายากที่ใกล้สูญพันธุ์แล้วใน FFXV ยุคปัจจุบัน แต่สมัย 2,000 ปีก่อน ก็ยังมีโจโคโบะดำอยู่เยอะ และสีดำก็เป็นสีที่มีความหมายพิเศษของตระกูลไคลัม อาร์ดีนก็แค่ชอบสีดำ และเลือกใช้โจโคโบะสีดำ

Thursday, February 14, 2019

โศกนาฏกรรมแห่งรัก Vincent Valentine


พูดถึงสัญลักษณ์แห่งความนกแล้ว ก็นึกถึง Vincent (Final Fantasy VII) เจ้าของประโยคสุดคลาสสิก

"If she's happy... then I don't mind"

ถ้าเธอแฮปปี้ ก็ดีแล้ว... (ฮือ ฮือ)

บรรยายจากความทรงจำอันเลือนลางโดยไม่เปิด Reference (เพราะแอบพิมพ์ในเวลางาน) ว่าสมัยหนุ่ม ๆ วัยเลข 2 ต้น ๆ คุณวินเซนต์ (เทิร์ค) ก็มีความรู้สึกดี ๆ ใส ๆ กุ๊งกิ๊งกับคุณลุเครเซีย (นักวิจัย)

ขณะที่ความสัมพันธ์กำลังคืบหน้า ก็ดันเกิดอาเพศขึ้นเมื่อต่างคนต่างพบว่า ในอดีตนั้นลุเครเซียมีส่วนทำให้คุณกรีมอร์ บิดาของวินเซนต์เสียชีวิต โดยที่เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจ

วินเซนต์เองไม่ได้ติดขัดอะไรกับเรื่องนี้ แต่เป็นลุเครเซียเองที่รู้สึกผิดกับวินเซนต์ มองหน้าเขาแล้วก็รู้สึกถึงบาปที่เกิดขึ้น และก็เลือกที่จะเว้นระยะห่างความสัมพันธ์ออกไป

แต่แทนที่จะเว้นถอยไปไกล ๆ เธอดันไปเริ่มต้นความสัมพันธ์กับ ศจ.โฮโจ ที่ก็เป็นคนใกล้ตัว วนเวียนกันอยู่ในนั้นนั่นแหละ

วินเซนต์เลยได้แต่พูดว่า "If she's happy... then I don't mind"

แต่ความซวยพึ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เมื่อต่อมาลุเครเซียได้ท้องกับโฮโจ แล้วทั้งสองก็ดันยินยอมใช้ลูกในท้อง ทำการทดลอง Jenova Project

ด้วยการฉีดเซลล์เจโนว่าเข้าใส่ตัวอ่อนในครรภ์ของลุเครเซีย เพื่อดูว่าเซลล์เจโนว่าจะส่งผลกับร่างกายของลุเครเซียอย่างไร และเด็กที่เกิดมาจากการเจริญเติบโตร่วมกันระหว่างเซลล์มนุษย์กับเซลล์ของเผ่าพันธุ์เจโนว่า จะเป็นอย่างไร

วินเซนต์เองไม่เห็นด้วยกับการใช้ชีวิตมนุษย์เป็นเครื่องมือทดลองเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ยิ่งเป็นชีวิตของลุเครเซีย คนที่เขารัก ก็ยิ่งทำให้เขาต่อต้าน

วินเซนต์เลยไปเผชิญหน้า โต้แย้งอย่างดุเดือดกับโฮโจ ...แต่สงสัยจะทะเลาะกันเดือดไปหน่อย โฮโจเลยชักปืนขึ้นมายิงวินเซนต์ร่วง..

หลังจากนั้นโฮโจก็เอาร่างวินเซนต์ที่ปางตายไปใช้ทดลองพัฒนาความอึดถึกทนของมนุษย์ด้วยการกลายร่างเป็นมอนสเตอร์ แต่วินเซนต์ก็ยังอยู่ในสภาพปางตาย จนลุเครเซียเอาร่างของวินเซนต์ ไปทดลองยัดมาโคที่ปนเปื้อนธาตุเคออส เพื่อให้เคออสถือกำเนิดขึ้นในร่างวินเซนต์ และใช้ประโยชน์จากพลังของเคออส ทำให้วินเซนต์รอดตายมาได้

พอวินเซนต์ฟื้นขึ้นมา ก็เกรี้ยวกราดและทุกข์ทนกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งรักที่ไม่สมหวัง ทั้งไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้ ทั้งเห็นคนที่รักท้องกับคนอื่นและโดนเอาไปทดลอง ทั้งตัวเองโดนยิงร่วง ไหนจะเรื่องที่ตัวเองโดนเหยียดหยาม เอาร่างกายไปทดลองดัดแปลงซะไม่เหลือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์...

ว่าแล้ววินเซนต์ก็ตัดปัญหา ด้วยการเข้าไปนอนจำศีลในโลงศพยาว ๆ เป็นเวลาร่วม 20-30 ปี

แซ็คเคยผ่านมาเห็นวินเซนต์นอนอยู่ในโลง แต่ก็ไม่อยากรบกวนปลุก

หลังจากนั้นเวลด์ หัวหน้ากลุ่มเทิร์คก็มาปลุกวินเซนต์ให้ช่วยหามาเทเรียเรียกอสูร Zirconiade และปีถัดมาคลาวด์ก็ผ่านมาเจอ และวินเซนต์ก็ขอติดสอยห้อยตามกลุ่มเพื่อนคลาวด์ไปด้วย เพื่อกะไปยิงโฮโจทิ้ง

-----------------------------------------

ถึงเรื่องราวใน Final Fantasy VII จะจบลงแล้ว หรือต่อให้การล้างแค้นโฮโจทั้งร่างจริง และทั้ง Data-Hojo ใน Data World จะจบลงแล้ว

(ขออนุญาตยืมศัพท์จาก Kingdom Hearts มาใช้ เพราะคิดไปคิดมา... Data World ของ KH ก็น่าจะเริ่มต้นมาจากโลก Networkใน Dirge of Cerberus เนี่ยแหละ)

แต่วินเซนต์ก็ยังคงเป็นคนที่จมอยู่ในอดีต แกไม่ค่อยจะก้าวไปข้างหน้าสักเท่าไหร่ ท้ายที่สุดก็กลับมาวนเวียน เฝ้าอยู่หน้าคริสตัลของลุเครเซีย แล้วก็คิดวนอยู่แต่เรื่องในอดีต

เป็นคนที่ไม่สมหวังในรัก แต่ก็เลือกที่จะอยู่กับความรักที่ไม่สมหวังนั้นตลอดไป (อารมณ์หยั่งกะเรื่องราวในเพจ Lovecumentary และ ถ่าน)

ผมคงไม่บังอาจตัดสินว่าการจมปลักอยู่กับเรื่องราวในอดีต และไม่รู้จักเริ่มต้นใหม่ของวินเซนต์นั้น ผิดหรือถูก เพราะนั่นก็คือชีวิตของแก ที่แกเลือกที่จะเป็น และยอมให้ความรักที่ไม่สมหวังนั้น เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแก

แต่ก็หวังว่า... แกจะได้พบกับความสุขใจในบั้นปลาย....



ถึงทุกคนที่กำลังพยายามอยู่ ก็ขอให้ได้พบกับความสุข เช่นกัน

และไม่ว่าความรักเธอนั้นจะสมหวังหรือไม่...

ขอให้ทุกคน อย่าลืมที่จะรักชาติบ้านเกิด และออกไปเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้ เพื่อแสดงเจตนารมณ์และร่วมกันพัฒนาประเทศของเราให้ดีขึ้น

ถึงเลือกเธอไม่ได้ แต่ก็ไปเลือกตั้งได้!! (โว้ย)
ทำเพื่อประเทศชาติไทยอ่ะ เข้าใจมั้ย!! เพื่อประชาธิปไตย

โอ๊ยยยยยยย พูดแล้วขึ้นนนนนนนนนนนนนนนน !@#$%^&*(@(#@

Tuesday, February 12, 2019

ความลับเบื้องหลังที่มาประโยค Whatever ของสคอลล์ใน Final Fantasy VIII


เว็บไซต์ Legends of Localization เขียนบทความฉลองครบรอบ 20 ปีการวางจำหน่ายของ Final Fantasy VIII โดยในฐานะของเว็บที่รวบรวมเรื่องราวของการ Localization แล้ว คุณ Clyde ผู้เขียนบทความ ก็ยกหัวข้อขึ้นมาว่า ไอ้คำพูดติดปาก "Whatever" ของสคอลล์ ที่ใช้พูดเป็นประจำในทุกสถานการณ์ จนกลายเป็นประโยคสัญลักษณ์ของตัวแกเองนั้น... แท้จริงแล้วในเนื้อหาต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น เขาเขียนว่ายังไง...

จากการไปคุ้ยสคริปต์เวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาอ่านเปรียบเทียบ ผู้เขียนก็ได้ข้อสรุปว่า แท้จริงแล้วในสคริปต์ต้นฉบับนั้น สคอลล์ไม่ได้พูดประโยคเดียวเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แต่แกพูดประโยคในเชิงหน่าย ยังไงก็ได้ อะไรก็ได้ โดยใช้คำที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง

กล่าวคือในขณะที่สคริปต์ญี่ปุ่น สคอลล์พูดด้วยความหมายทำนองว่า (ดูสคริปต์ญี่ปุ่นในลิงก์เอาเองนะ)

- I can’t believe this teacher
- No big deal
- Well, excuse me
- Man, you’re annoying
- Sure, I guess
- Get off my case / leave me alone
- Oh, geez
- Doesn’t matter
- I don’t care

ประโยคเหล่านี้ซึ่งมีความหมายคล้าย ๆ กัน ได้ถูกทีม Localize แปลเป็นคำว่า Whatever ทั้งหมดเลย ราวกับจะขยายให้เห็นนิสัยจุดนี้ของสคอลล์ เด่นชัดขึ้นนั่นเอง

หมายความว่า สคอลล์ตามบทออริจินอลจริง ๆ เขาก็ไม่ได้พูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ กันมากเท่าที่เราเห็นกันในสคริปต์อังกฤษ เจ้าตัวก็แค่ชอบคิด/ตอบ สั้น ๆ ห้วน ๆ แต่ไม่ได้ใช้คำที่ฟังดูไม่ใยดีเท่า "Whatever" แบบที่แปลเป็นสคริปต์ภาษาอังกฤษไปนั่นเอง

Monday, February 11, 2019

Platinum Trophy เซฟสมบูรณ์ และปลายทางในการเล่นเกม ๆ นึงของแต่ละคน



หลังจากที่เข้ายุค Xbox360, PS3 มา ระบบ Achivement และ Trophy ก็เข้ามามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการเล่นเกมของเพื่อนรอบ ๆ ตัวผมเป็นอย่างมาก

Platinum Trophy กลายเป็นหลักไมล์ในการเล่นเกมของเพื่อนหลายคน ที่ตั้งเป้าว่า ต้องเล่นจนเก็บแพลตฯ ให้เกมโปรดของตัวเองให้ได้

เพื่อนผมหลายคนที่เคยเล่นเกมตามธรรมชาติ เอาเท่าที่สนุก เล่นจนเบื่อเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ก็พยายามขวนขวายเล่นเกม สร้างเซฟจนถึงระดับ Platinum Trophy กันมากขึ้น

แต่อีกหลายคนเหมือนกันที่เคยสร้างเซฟไปไกลกว่าระดับ Platinum Trophy ก็เพลา ๆ ตัวเองลงมา เพราะด้วยวัยที่แก่ขึ้น เวลาเล่นเกมที่น้อยลง ต้องใช้เวลาไปกับภาระหน้าที่มากขึ้น จากที่เคยสร้างเซฟสมบูรณ์ได้ ก็เปลี่ยนเป็นเอาแค่ทำ Platinum Trophy พอ

พูดไปแล้ว ผมก็นึกถึงสมัย PS2 ที่ Game Community ในไทยเริ่มเฟื่องฟู เว็บบอร์ดหลาย ๆ แห่งเริ่มมีอารยธรรม มีประวัติศาสตร์ และมีชาวบอร์ดเฝ้าปักหลักประจำ

ครั้งหนึ่งกระทู้ในบอร์ด All-Final ที่ผมเติบโตมา... เคยมีสมาชิกมานั่งคุยกันว่า จุดสิ้นสุดในการเล่นเกม ๆ หนึ่งของแต่ละคนอยู่ตรงไหน?

เรื่องนี้แบ่งแนวทางออกเป็น 2 แนวใหญ่ ๆ ไปเลย คือเล่นจนกว่าจะเบื่อ กับเล่นจนกว่าจะสร้าง "เซฟสมบูรณ์" ได้

แล้วไอ้ "เซฟสมบูรณ์" ที่ว่าของแต่ละคนนั่น มันต้องขนาดไหน?

ว่าแล้วเพื่อนสมาชิกในบอร์ดก็เริ่มแสดงอาการทางจิตออกมา ผ่านการอธิบายนิยามคำว่าเซฟสมบูรณ์ของแต่ละคน

Perfect Save Lv. 1 - นิยามของตัวผมเองสมัยมัธยม
+ ทำ Event, Quest ทั้งหมดในเกมครบ
+ อาวุธและเครื่องป้องกันสุดยอดครบ
+ มี Skill, Ability, Command ครบ
+ ปราบบอส/ลับ ทั้งหมด

ว่าแล้วก็มีพี่ ๆ รอบตัวโผล่มาบอกว่า "อ่อนหัดดด ของพรรค์นั้นยังกล้าเรียกว่าเซฟสมบูรณ์ได้ไง!! เซฟสมบูรณ์น่ะมันยังต้องมี..."

Perfect Save Lv. 2 - นิยามของพี่ ๆ รอบตัว และตัวผมเองจนถึงทุกวันนี้ จะต้องมีสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นมา
+ เก็บไอเทมครบทุกชนิดในเกม โดยเช็คจาก Perfect Guide ของ Official เท่านั้น
+ ไอเทมที่มีจำกัด (Limited) ว่าหาได้แค่กี่ชิ้นในเกม ต้องหามาให้ได้ครบ
+ Max Level ของ Skill, Ability, Command, Level ทั้งหมด
+ ทำ Record ทั้งหมดให้ครบและอยู่ใน Rank สูงสุด

....จากนั้นก็จะมีกลุ่มเพื่อนที่ Beyond ไปแล้ว อยู่ในอีกมิตินึงไปแล้ว แสดงทรรศนะออกมาว่าเซฟสมบูรณ์ของพวกเขา มันยังมีสิ่งเหล่านี้อีก...

Perfect Save Lv. 3
+ Max Status ของตัวละครทุกตัว
+ Max Item Quantity สำหรับไอเทมทุกชนิด
+ Max Played Time... คือถ้าเวลาในเกมมันจะหยุดเดินที่กี่พันชั่วโมง ก็ต้องเล่นไปทุกวัน ๆ เป็นปี ๆ กว่าจะถึงเวลานั้น

ฯลฯ

มี Beyond และรายละเอียดที่ยิบย่อยกว่านี้อีก นี่แค่ความทรงจำเลือนลางเท่าที่ผมจะนึกออก

......................

ว่าแล้วก็กลับมาดู Kingdom Hearts III ที่เงื่อนไข Platinum Trophy มันง่ายมาก... คือถึงแพลตฯ แล้ว ก็ยังไม่ใกล้เคียงคุณลักษณะของเซฟสมบูรณ์เลยด้วยซ้ำ

จริง ๆ ถ้าใครไม่ค่อยมีเวลาเล่น อยากเล่นเท่าที่พอใจ เท่าไหร่ก็ได้แหละครับ เอาเท่าที่ตัวเองจะไม่เบื่อ อยากเลิกเมื่อไหร่ก็เลิก

แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบเกมใดเกมหนึ่งจริง ๆ ผมว่าการแพลตฯ มันไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเล่นเกม ๆ นึง

เกมมันสร้างมา มีอะไรให้เราเล่น ให้ลองทำ สำรวจ เพลิดเพลินไปกับมันได้อีกเยอะ

อย่างใน KH III เนี่ย มีเงื่อนไขที่ไม่เกี่ยวกับแพลตฯ เลย แต่น่าสนใจ เช่น

- เก็บ Missable Cutscene 2 ฉากให้ได้
- เก็บ Missable Item ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามีกี่อันให้ได้
- เก็บไอเทมทั้งหมดในเกมให้ครบ (ต้องรออัลติมาเนียออกถึงเช็คได้)
- เควสต์เก็บตุ๊กตาทองเฮอร์คิวลิส 5 ตัว
- ทำ Photo Mission ของ Mog ให้ครบ
- ทำ Gummi Record ในอวกาศให้ A ทั้งหมด
- เก็บ Gummi Item ครบ ต่อยานได้ครบทุกแปลน
- เล่น Mini Game Classic ในมือถือให้ได้คะแนนสูง ๆ
- ถ้าว่าง ๆ จะลองฟาร์มไอเทมมาปั๊มสเตตัสเล่น เพื่อหาว่าภาคนี้สเตตัสเต็มที่เท่าไหร่ก็ได้
- ฯลฯ

สรุปว่า อยากเล่นแค่ไหนก็เล่นครับ

- บางคนที่ไม่สนใจเรื่องแพลตฯ เลย เล่นเอาแค่จบเกมก็ได้

- บางคนตั้งเป้าหมายไว้ที่แพลตฯ ก็เล่นให้ถึงแพลตฯ ก็ไม่ยากเกินไป เกมนี้ใช้เวลาแพลตฯ ค่อนข้างสั้นด้วย

- แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบ และพอแพลตฯ แล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อ... ผมแนะนำให้ต่อกุมิชิบ และออกเดินทางสู่อวกาศอันเวิ้งว้าง ตามล่าสมบัติในอวกาศทุกชิ้นต่อด้วยกันนนน เกมมันยังมีอะไรให้เราทำอีกเยอะครับ อยู่ที่ว่าเราจะวางจุดหมายของเราไว้ตรงไหนเท่านั้นเอง

แฟน ๆ ค้นพบลายน้ำ Arnold ในฉาก Let it go ของ Kingdom Hearts III


คุณ Dranzahi ผู้ใช้ Reddit คนหนึ่ง ค้นพบว่าใน Pre-rendered cutscene ฉาก Let it go ของ Kingdom Hearts III มีอยู่เฟรมหนึ่งที่มีคำว่า arnold แปะเป็นลายน้ำซ้อนทับไปบนภาพด้วย

เรื่องนี้ได้ข้อสรุปว่าโปรแกรม Autodesk Maya ที่ทาง Square Enix นำมาใช้ Render CGI ฉากนี้ เกิดความผิดพลาดในระหว่างการ Render โดยมีอยู่เฟรมหนึ่งที่ไม่สามารถ Verify License ได้ ทำให้โปรแกรมแปะลายน้ำคำว่า Arnold ลงไป ซึ่งการแปะลายน้ำก็เป็นวิธี ๆ ที่บริษัท Software มากมายใช้แปะลงไปให้เกะกะภาพ เพื่อที่ผู้ใช้ Software จะได้จ่ายเงินค่าซื้อ License นั่นเอง


Thursday, February 7, 2019

เทียบความแตกต่างระหว่างสคริปต์ EN-JP Kingdom Hearts III โดยคุณ Salt

เห็นคุณ Salt มีเทียบความแตกต่างสำคัญ ระหว่างสคริปต์ JP-ENG ของ Kingdom Hearts III ไว้ครับ

https://twitter.com/i/moments/1093165785172856832

ผมยกจุดสำคัญมาแปะให้เลยละกัน



--------------------------
1. Secret Report 11
--------------------------

ENG: They haven't the means...unless, of course, a certain lady of magic summoned here from the future knows more than I do.

JPN: The boys haven't the means... Unless of course, a witch summoned here from the future knows more than I do.

คียเวิร์ดคือ boys กับ witch

ใน JP ลูซูบอกว่าพวก boys ไม่น่ามีวิธีข้ามไปโลกอื่นได้ (ทำไมมันไม่นับสคูลด์ล่ะ?) ในขณะที่ eng ใช้เป็น They ที่รวมถึงสคูลด์ไปด้วยเลย

ส่วน Lady of Magic ในต้นฉบับ JP ใชคำว่าแม่มด (witch) ไปเลย ทำให้น้ำหนักฝั่งตีความว่ามาเลฟิเซนต์มากขึ้น

--------------------------
2. Senpai
--------------------------

Lea/Axel ยก Xion/Roxas เป็น Senpai (รุ่นพี่) ในการใช้คีย์เบลดของเขา ผมไม่รู้ว่าใน eng แปลเป็นไงนะ

--------------------------
3. Strelitzia และ Skuld
--------------------------

คุณ Salt ตีความเหมือนพวกผมกับเบนซ์ว่า Nameless Star ที่โซระเจอที่ Final World (Owari no Sekai) คือ Strelitzia เนื่องจากท่อนที่บอกว่าจะมีคนคนนึงที่เธอคอยมานาน ตามหาเธอไม่หยุด แม้ตอนนี้จะถูกครอบงำไป เงื่อนงำนี้นี่เข้าเค้าความสัมพันธ์ของ Strelitzia - Lauriam ชัด ๆ

คุณ Salt บอกว่าใน Eng แปลบทพูดส่อไปในทาง Romantic .... ซึ่งมันดูเป็นการแปลที่ผิดบริบท ใน JP นั้นบทพูดไม่ Romantic และนี่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างพี่-น้องเท่านั้น

ทั้งนี้ใน Eng โซระบอก Nameless Star ว่าให้ believe ....แต่ใน JP จะบอกว่าให้อย่ายอมแพ้ ซึ่งบทพูดนั้นโซระพูดล้อคำว่าอย่ายอมแพ้ ที่ริคุพึ่งพูดกับเขาก่อนเข้า Final World

ส่วนเรื่องคนที่ Isa และ Lea ตามหา คุณ Salt วิเคราะห์เหมือนผมว่าจากที่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่ามีเพื่อนอีก 4 คน (ในขณะที่ Strelitzia แทบไม่มีเพื่อน) ดังนั้นคนที่เข้าเงื่อนไข มีแค่ Ava กับ Skuld

ซึ่งคุณ Salt ก็คิดเหมือนผมเป๊ะว่า น่าจะเป็น Skuld มากกว่า



--------------------------
4. Lea กับ Isa พูดถึงผู้หญิงที่เคยตามหา
--------------------------

ผมอ่านแล้ว Eng-JP ให้ข้อมูลไม่ค่อยต่างกัน ต่างแค่น้ำหนักของคำที่ใช้แสดงความรู้สึกออกมา : https://fusetter.com/tw/ajIl7



--------------------------
5. คำว่า Brother ที่ Vanitas พูดกับ Ventus/Sora
--------------------------

คุณ Salt บอกว่า Brother นั้น จะทั้งภาษา JP-Eng ก็เป็นได้ทั้งพี่น้องทางสายเลือด และพี่น้องจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันได้ทั้งนั้น

พวกตัวละครก็เปรียบเทียบความสัมพันธ์ต่อกันว่าเป็น Brother แต่ไม่ใช่พี่น้องทางสายเลือดกัน

เพิ่มเติม : https://fusetter.com/tw/XHyvV

--------------------------
6. ฉากที่ไคริพาโซระกลับออกมา
--------------------------

JP : You're back. (Okaeri)
Eng : You see?

สังเกตว่า JP ล้อประโยคตอนจบ KH2

JP : "I just didn't give up on you, that's all."
Eng : "All I did was believe that you wouldn't"

อันนี้ก็ล้อเรื่อง อย่ายอมแพ้/believe ที่ริคุพึ่งพูดก่อนเข้า Final World

JP : I told you, Sora, didn't I. I'll protect you.
Eng : I told you, Sora. You're safe with me.

คุณ Salt ให้ความเห็นว่าคำว่า Protect ในบริบทนี้ ทรงพลังกว่า safe เยอะ

--------------------------
7. ฉากไคริยื่นมะเฟืองให้โซระกิน
--------------------------

JP : It's a good luck charm, so that we may never get separated again.
Eng : I want to be part of your life, no matter what. That's all.

อันนี้ฝั่ง Eng เล่นใหญ่ รัชดาลัยเธียเตอร์เลยครับ


Wednesday, February 6, 2019

Kingdom Hearts III ได้คะแนนรีวิวจากแฟมิซือ 39/40


หลังจากที่เกมวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นมาเกือบ 2 สัปดาห์ แฟมิซือฉบับประจำสัปดาห์ล่าสุด ก็ได้ตีพิมพ์คะแนนรีวิวเกม Kingdom Hearts III ไว้ ซึ่งเกมดังกล่าวไว้ ซึ่งได้ให้คะแนนไป 39/40 คะแนน


ขณะเดียวกัน ตอนนี่คะแนน Metascore (คะแนนเฉลี่ยจากสำนักวิจารณ์เกมทั่วโลก) ของ Kingdom Hearts III ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 86/100 คะแนน โดยเฉลี่ยจากสำนักวิจารณ์เกม 51 เจ้าด้วยกัน

โยชิดะหวัง FF ภาคหน้าแฟนตาซีมากขึ้น เครื่องจักรน้อยลง ไม่ต้องมี Mecha



เมื่อถูกถามว่าลุงโนบุโอะ อุเอมัตสึ จะเป็นคนแต่ง Theme Song ให้ Final Fantasy XIV : Shadowbringers รึเปล่า?

คุณนาโอกิ โยชิดะตอบว่าลุงโนบุโอะที่ก่อนหน้านี้ป่วยเรื้อรังมาจนต้องพักผ่อน งดรับงานยาว ตอนนี้ค่อย ๆ ดีขึ้น แต่จะไปขอให้แกทำงานให้ทันทีที่พึ่งฟื้นตัวนั้นคงจะไม่ได้ แล้วแกยังมีงานสำคัญคือประพันธ์เพลงให้ Final Fantasy VII Remake อีก ถ้าแกฟิตอยู่ก็อยากจะเรียกให้มาแต่งเพลงให้

จากนั้นเมื่อถามว่าอนาคตของ FF ภาคที่เป็น Online จะเป็นอย่างไร? และ FFXVI และ FFXVII ในอนาคตควรจะเป็นอย่างไร?

โยชิดะก็แซวว่าถามอะไรย๊ากยาก แทนที่จะถามเอาฮา แต่โอกาสที่เร็ว ๆ นี้จะมี FF ภาคใหม่ที่เป็น MMO คงเป็นไปได้ยาก เพราะ FFXIV ก็กำลังไปได้สวย

สำหรับ FF ในอนาคต คุณโยชิดะบอกว่าอยากเห็น FF ที่เป็นแฟนตาซีตรง ๆ ไม่ต้องมีจักรกลเยอะ ไม่ต้องมี Mecha (メカ) เพราะเท่านี้ Garlean Empire ที่แข็งแกร่งเกินไป ก็สร้างปัญหาให้พวกเรามากพอแล้ว...

แล้วแกก็บอกว่าเป็น Bad Joke ของแกน่ะ แล้วก็หัวเราะเองเสร็จสรรพ...

Tuesday, February 5, 2019

Kingdom Hearts III ทำยอดขายเปิดตัวสัปดาห์แรกทั่วโลก 5 ล้านชุด!!


Square Enix เปิดเผยว่าหลังจากที่ Kingdom Hearts III ได้วางจำหน่ายมา 1 สัปดาห์ บัดนี้ยอดจัดจำหน่ายเกมแบบแผ่น และยอดขายเกมแบบดาวน์โหลดทั่วโลกรวมกัน เกิน 5 ล้านชุดแล้ว


ทั้งนี้ยอด 5 ล้านชุดดังกล่าว นับเป็นจำนวนที่เท่ากับยอดขาย Day 1 ของ Final Fantasy XV ด้วย

http://re-ffplanet.blogspot.com/2016/12/ffxv-1-2016.html

ขณะเดียวกัน ด้วยยอดเปิดตัว 5 ล้านชุดนี้ ทำให้เป็นที่แน่ใจได้ว่า อีกไม่นาน KH III ก็จะทำยอดจำหน่ายแซงหน้า KH II ที่มียอดขายตลอดอายุที่ 5.2 ล้านชุดได้สำเร็จ และน่าจะใช้เวลาไม่กี่เดือน ทำลายยอดขายตลอดอายุ 6.3 ล้านชุดของ KH I ได้เช่นกัน

---------------------------------------------

Update 7 ก.พ. 2019 - Sony ประกาศว่า KH III เป็นเกมที่มียอด Download สูงสุดประจำเดือนมกราคม 2019 ที่ผ่านมา เฉือนหวิว Resident Evil 2 ครับ

https://blog.us.playstation.com/2019/02/06/playstation-store-januarys-top-downloads-3/

Update 8 ก.พ. 2019 - 4Gamer เปิดเผยผลสำรวจยอดขายเกมแบบแผ่นประจำสัปดาห์ล่าสุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม ถึง 3 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา

ปรากฏว่า Kingdom Hearts III เข้าป้ายอันดับที่ 1 เป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยขายเพิ่มได้อีก 91,019 ชุด ทำให้เมื่อรวมกับยอดจำหน่ายในสัปดาห์แรก จะได้ความว่า Kingdom Hearts III ขายในประเทศญี่ปุ่นแล้ว 701,096 แผ่น ภายในเวลา 10 วัน

(ส่วนอันดับ 2 ก็เลออนเพื่อนแท้ อย่างที่รู้กัน)

ทั้งนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Square Enix พึ่งประกาศว่าเกม Kingdom Hearts III ทำยอดจัดจำหน่ายและขายแบบดาวน์โหลดทั่วโลกไปได้แล้วผ่านหลัก 5 ล้านชุด และเมื่อวานนี้ Sony ก็พึ่งประกาศว่าเกมดังกล่าวเป็นเกมที่มียอดขายแบบดาวน์โหลดสูงสุดในเดือนมกราคม

Friday, February 1, 2019

KHUχ ตอนไวรัสผู้ทำลายโปรแกรมแห่งชะตากรรม



สรุปเนื้อเรื่องตอนล่าสุด Kingdom Hearts Union χ ที่อัปเดตวันที่ 31 มกราคม 2019

ไวรัสผู้ทำลายโปรแกรมแห่งชะตากรรม

หลังจากตัวอวตารของผู้เล่นไม่ได้เจอเอเฟเมร่ามานาน วันหนึ่งก็ได้พบกับเอเฟเมร่าที่ลานน้ำพุ

เอเฟเมร่าบอกว่าช่วงหลังนี้เขาเองก็ยุ่งอยู่กับงาน (ราวกับจะแก้ตัวเป็นเหตุผลที่ไม่ได้เจอกันนาน)

ว่าแล้วจิริธีของเราที่เคยดอดไปคุยกับเอเฟเมร่าแบบลับ ๆ ตอนมีนาคม 2017 และได้รับคำสั่งจากเอเฟเมร่า ให้อธิบายถึงแผน "Union χ" ให้เราฟัง ก็พูดเสริมราวกับจงใจชักนำให้ผู้เล่นรู้สถานการณ์ฝั่งเอเฟเมร่า

จิริธีแกล้งถามว่าเอเฟเมร่าเป็นแกนนำยูเนียนแล้วใช่มั้ย? และสคูลด์ก็เป็นด้วยใช่มั้ย?

จิริธี รู้คำตอบอยู่แล้วว่าใช่ แต่ก็ยังจะถาม... เพื่อให้ตัวอวตารของคนเล่น ตามเรื่องทัน

แล้วเอเฟเมร่าก็บอกว่ามีแกนนำยูเนียนชุดใหม่อีกคนหนึ่งอยากจะพบกับเรา

ว่าแล้วลอวเรียม หรือร่างต้นของมาร์ลุกเซีย ก็เดินเข้าฉากมาแนะนำตัว

ลอวเรียมใช้เวลาสักพัก สอบสวนเราอย่างสุภาพ ถึงสิ่งที่เราเห็นก่อนที่สเตรลิตเซียจะตาย แต่ก็ไม่ค่อยได้ประโยชน์อะไร เพราะเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสเตรลิตเซียหรือน้องนกเป็นใคร

หลังสอบสวนเสร็จ เอเฟเมร่าก็บอกว่าขอใช้วันนี้ ผจญภัยกับตัวผู้เล่นต่อ ส่วนลอวเรียมบอกว่าเขามีนัดกับอีกคนหนึ่ง

-------------------

เวลาผ่านไป ลอวเรียมไปหาเอลเลร่า (ร่างต้นของลาร์กซีน) ที่นัดเขามาพบ

เอลเรน่าเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ เธอได้เข้าไปตรวจสอบในโกดังร้าง ที่ได้เงื่อนงำมาในตอนที่แล้วว่ามีผู้พบเห็นสเตรลิตเซียครั้งสุดท้ายเดินเข้าไปในนั้น

สิ่งที่เอลเรน่าเห็นตอนเดินเข้าไปคือภาพ Glitch ของสเตรลิตเซีย ตอนกำลังจะตาย เธอที่อ่อนแรง โอบอุ้มจิริธีขึ้นมาค่อย ๆ เดินไปทางประตูแล้วบอกว่า "อยากคุยด้วยจังเลยนะ" ก่อนจะสลายไป...

สาเหตุที่เห็นเป็นภาพ Glitch ประหลาด ๆ ก็เพราะในโลกที่ทุกคนอยู่ตอนนี้คือ Data World ตามที่พวกแกนนำรู้อยู่แล้ว และยามิได้อธิบายไว้กระจ่างไปแล้ว

ลอวเรียมฟังแล้วช็อค เขาขึ้นทันที แล้วรีบวิ่งเข้าไปในโกดังร้าง ร้องเรียกหาสเตรลิตเซียหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีแม้เงาของเธอปรากฏออกมา

เอลเรน่าก็เดินเข้ามาปลอบลอวเรียมที่เสียใจ จนถึงตอนนี้ลอวเรียมน่าจะเริ่มปลง และยอมรับว่าน้องสาวของตน ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับมาแล้ว (และได้เงื่อนงำว่าสเตรลิตเซียตายก่อนเริ่มสงครามคีย์เบลดแน่ ๆ)

ถึงตรงนี้จิริธีของเอลเรน่าก็เสริมขึ้นมาว่า เขาจำได้ว่าจิริธีของสเตรลิตเซียพูดไว้ว่า สเตรลิตเซียอยากจะช่วยใครบางคนจากสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น (สงครามคีย์เบลดที่เกิดไปแล้ว)

ลอวเรียมก็ไม่เข้าใจว่าไอ้ที่ว่าอยากช่วยใครบางคนจากสงครามที่กำลังจะเกิด กับเรื่องที่ว่าน้องตัวเองไปชวนใครบางคนเข้าแดนเดไลออน มันเกี่ยวกันยังไง.... (จริง ๆ ก็แค่น้องหล่อนเป็นสตอล์กเกอร์ เลยอยากไปชวนเขาเข้าแดนเดไลออน เข้า Data World หนีเอาตัวรอดไงว้อยยย)

ว่าแล้วลอวเรียมก็ตัดสินใจว่า งานนี้ต้องให้เบรนช่วยหาคำตอบแล้ว

-------------------

ตัดมาในห้องประชุมของแกนนำยูเนียน เวนตุสกับสคูลด์ แอบมองเบรนที่นั่งอ่านตำราพยากรณ์มาเรื่อย ๆ ทั้งวัน

น่าสงสัยว่าตำราพยากรณ์เล่มนี้มาจากไหน? ใช่เล่มที่มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์ บอกให้อวาเอาเล่มของตนเอง ส่งมอบต่อให้เด็กคนหนึ่งที่ถูกเขาเลือกหรือไม่? (และถ้าใช่จริง ทำไมมันเอามาโชว์หรา ไม่เก็บเป็นความลับ แบบนี้แกนนำชุดใหม่ 5 คนก็จะได้อ่านกันหมดสิ)

เวนตุสสงสัยขึ้นมาว่าทำไมเบรนเอาแต่อ่านตำราพยากรณ์ทั้งวันเลย?

แล้วเบรนก็พูดขึ้นมาว่า เขามีเป้าหมายแล้ว... ตอนนี้พวกเรากำลังเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว โลกใบนี้กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่หายนะที่ถูกกำหนดไว้ ถึงใช้แผนเขียนทับความทรงจำสงครามคีย์เบลดตามที่มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์สั่งไว้แต่แรก ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

ดังนั้น เขาจะเป็น "ไวรัส" ที่เขียนทับ "โปรแกรมแห่งชะตากรรม" นี้