Saturday, April 18, 2020

บันทึกการเล่น FFVII Remake วันที่ 16 (Ending)


เป็นบันทึกการเล่นของผมที่เขียนใส่ notepad ไปด้วยระหว่างเล่น ช่วงคืนวันที่ 15 ถึงเวลา 3 นาฬิกาของวันที่ 16 เม.ย. 2020 ครับ 

บทนี้เป็นเนื้อหาที่ถูกแต่งใหม่ขึ้นมา เกือบทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็น Spoiler ล้วน ๆ นะครับ



============================
<<<Spoiler Alert !!!>>>
<<<ATTENTION>>>
<<<ส่วนด้านล่างนี้ Spoil แล้ว>>>
============================

เพื่ออรรถรสสูงสุดในการเล่น ขอให้คนที่ sensitive เรื่องการสปอยล์ข้ามไปนะครับ

**ตอนนี้เนื่องจากรายละเอียดมันเยอะ เพื่อความละเอียด ผมผมเลยเอาบันทึกระหว่างเล่นเวอร์ชั่น Eng มาแก้ไข โดยผมไปดูคลิปเวอร์ชั่น JP แล้วผสมบทสนทนาบางส่วนจาก JP ที่เห็นว่าเหมาะสมกว่าแทรกเข้าไปด้วย มันจึงเป็นการผสมใจความ 2 ภาษา

1. พวกคลาวด์นั่งรถหนีออกมาจากตึกชินระ แต่ออกมาไม่ทันไร แบร์เร็ตเรียกให้ทุกคนหันกลับไปดู เห็นผู้คุมชะตาจำนวนมหาศาลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บินวนเวียนรอบตึกชินระเต็มไปหมด

2. รูฟัสที่มองเห็นผู้คุมชะตาได้ มองตามผู้คุมที่บินผ่านหน้าเขา และถามขึ้นว่า "นี่มันอะไรเนี่ย?" แล้วก็เดินออกไปมองนอกหน้าต่างที่เห็นผู้คุมโผล่มาบินวนรอบตึกอย่างโกลาหล (ถ้าเป็นผมคงสติแตกไปแล้ว) เส็งที่เดินมาด้วยถามว่ามีอะไรผิดปกติเหรอ? รูฟัสทำหน้าแปลกใจที่เส็งมองไม่เห็น แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา จากนั้นรูฟัสก็บอกให้เรียกสมาชิกบอร์ดชินระเข้าพบเขาเลย

3. แบร์เร็ตสงสัยว่าเวจด์จะยังติดอยู่ในตึกชินระมั้ย ทิฟาก็บอกว่าคงติดอยู่แน่เลย แต่ขอให้เขาปลอดภัยเถอะ

4. ทหารชินระโผล่มาไล่ตามพวกคลาวด์ ทุกคนบึ่งรถหนี และต่อสู้กับ Motor Ball จนชนะได้

5. รถของแบร์เร็ตจะเกือบชนกับเฮลิคอปเตอร์ที่ตกลงมา แต่ผู้คุมชะตาจะมาป้องกันไว้ให้อีก เรดก็บอกว่าผู้คุมมันช่วยให้เป็นไปตามชะตากรรมน่ะ

6. ขับไปจนเกือบสุดทาง เจอเซฟิรอธ (ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าร่างย้อนรวมเบอร์ 2 แปลงกายมานั่นแหละ) ยืนรออยู่ แอริธจะบอกว่าคุณน่ะผิดแล้ว (ผิดอะไรฟะะะ ไอ้พวกรู้อนาคตสองคนนี้ไปคุยอะไรกันมาก่อนนน พูดให้รู้เรื่องบ้างเซ่!!) ทุกอย่างของคุณน่ะผิดหมด

7. เซฟิรอธบอกว่าชีวิตทั้งหมดเกิดขึ้นมาจากดวงดาว ถ้าล้มล้างดวงดาวได้ ทุกอย่างก็จะจบสิ้น คลาวด์ก็ตอบไปว่าโลกจะไม่หายไป แต่ไอ้ที่ต้องจบสิ้นน่ะ คือแก!! (ควักปังตอออกมา)

8. มิดการ์โดนผู้คุมชะตาโผล่มาปกคลุมเต็มไปหมด พวกมันต่างพร้อมใจกันกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นไปทั่ว และปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง


9. ในตอนนั้นเองแอริธ รู้สึกได้ถึงแซ็คที่กำลังเผชิญหน้ากับทหารนับพันนายอยู่หน้าเมืองมิดการ์ (เหตุการณ์ปลายกันยายน นิวเอร่า 0007 ตอนจบของ Crisis Core หรือราว 3 เดือนก่อนวันนี้) ซึ่งเมืองมิดการ์ที่แซ็คเห็นเป็นตอนกลางวันและมีผู้คุมจำนวนมากล้อมเมืองอยู่เหมือนกัน แซ็คบอกว่าอุตส่าห์ลากสังขารมาถึงนี่ ต้อนรับกันแบบนี้รึ? แล้วแซ็คก็ภาวนา ก่อนจะพุ่งเข้าไปอิรัชชัยมาเสะะะะะะ ซัดกับทหารนับพัน

10. พอเสียงโหยหวนหยุดลง เซฟิรอธเอาดาบฟันผ่าผู้คุมที่ขวางทางออกจากเมืองไว้ เกิดเป็นมิติพิศวงสีดำ แล้วก็หันมาบอกมาบอกให้รีบตามมาเร็ว ๆ นะ คลาวด์ (ภาคอังกฤษจะบอกว่าฉันรออยู่นะคลาวด์)

11. คลาวด์จะเดินเข้าไปแล้ว แต่แอริธดึงแขนไว้ และเดินแซงขึ้นมา เธอส่งพลังเข้าไปในมิติพิศวง ทำให้มิติสีดำ กลายเป็นมิติสีขาว... (for what!?)

12. แอริธเตือนว่านี่เป็นจุดที่ไปแล้วจะถอยกลับมาไม่ได้ นี่คือทางแยกของชะตากรรม ข้างนอกนั้นมีเสรีภาพอันไร้ขอบเขตจนน่าสะพรึงรอยู่ ก็เหมือนท้องฟ้าที่ยิ่งใหญ่ไม่มีสิ้นสุด เสียงที่เราได้ยินกันอยู่นี้คือเสียงของดวงดาว เสียงของคนที่เกิด เติบโต ตายจาก และหวนกลับคืนสู่โลก กำลังโหยหวนอย่างเจ็บปวด คำพูดของพวกเขาส่งไปไม่ถึงเซฟิรอธ

13. แอริธเปรียบเปรยว่าช่วงเวลาทั้งหมด ความทรงจำทั้งหมด สิ่งสำคัญต่าง ๆ ที่เสียงเหล่านั้นโหยหวนมา คล้อยผ่านไปอย่างสูญเปล่าราวกับฝนที่หยดลงและไหลผ่านด้านหลังของเซฟิรอธไป และเมื่อผ่านไปแล้ว เซฟิรอธก็ไม่สะทกสะท้านรู้สึกรู้สาอะไรเลย เซฟิรอธเฝ้าบอกว่าสิ่งเดียวที่เขาแคร์ก็คือดวงดาว (เขาไปบอกหล่อนตั้งกะเมื่อไหร่!? หล่อนช่วยพูดมาให้ชัดว่าไปคุยกันในมิติไหน ชาติภพไหนม๊าาา) ทำทุกอย่างเพื่อปกปักรักษาดวงดาว แต่นี่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง... ศัตรูที่แท้จริงของดวงดาวก็คือเซฟิรอธ เราต้องหยุดเซฟิรอธให้ได้ ดังนั้นฉันจึงอยากให้คลาวด์ และทุกคนช่วยกัน เราทุกคนจะช่วยกันได้ แต่เมื่อเราทำแล้ว ตัวเราจะเปลี่ยนไปยิ่งกว่าชะตากรรม ถ้าเราทำสำเร็จ ถ้าเราชนะ เราจะเปลี่ยนไป... ดังนั้น ขอโทษนะ ฉันถึงได้ลังเล

14. คลาวด์เองก็บอกว่าเขาจะต้องไปฆ่าเซฟิรอธให้ได้ (เวอร์ชั่น Eng ใช้แค่คำว่า Stop พอ) และน่าแปลกที่ตัวเขาเองก็ได้ยินเสียงโหยหวนแบบนี้มาทั้งชีวิตแล้ว

15. เรดสงสัยว่าพวกเรามีชะตากรรมที่จะต้องขัดขืนชะตากรรมรึเปล่านะ? ทิฟาก็บอกว่าพวกเราควรไป (หยุดเซฟิรอธ) แอริธก็ขอบคุณคลาวด์และบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็โอเค ตราบใดที่เรายังอยู่ด้วยกัน


16. ทุกคนเดินเข้ามาในมิติพิศวงสีขาว ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า Destiny's Crossroad (ทางแยกแตกแขนงไปสู่ชะตากรรมแบบต่าง ๆ) แล้วก็เจอมิดการ์ในอีกโลกนึง มีทั้งฟ้าผ่า ลมพายุ ทุกอย่างโกลาหลไปหมด แล้วพวกผู้คุมชะตาจำนวนมากก็มารวมตัวกัน กลายเป็นร่างผู้คุมชะตายักษ์ (ที่มีรูปร่างและคอนเซปต์บางอย่างเหมือนฮาร์ทเลส Darkside ใน KH) ซึ่งตัวละครในเกมนี้จะเรียกมันว่า Arbiter of Fate แต่ถ้ากดสแกนมันจะขึ้นชื่อว่า Whisper Harbringer... เจ้าผู้คุมยักษ์ก็ปล่อยพลัง ทำลายเมือง ทำลายทาง หมายจะปลิดชีพพวกคลาวด์


17. ผู้คุมยักษ์ เสกผู้คุมย่อยมาอีก 3 ตัว ซึ่งมีชื่อว่า Whisper Rubrum, Whisper Virdi, Whisper Croceo ซึ่งทั้ง 3 ตัวลองกดสแกนแล้วจะได้ข้อมูลใกล้เคียงกัน บอกว่าพวกมันคือตัวตนจากอนาคต ซึ่งปรากฏตัวในปัจจุบัน ต่อสู้เพื่อปกป้องอนาคตที่พวกมันจะได้มีตัวตนอยู่ (แปลว่าถ้าชนะพวกมันได้หมดแล้ว เปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ จะไปสู่อนาคตที่พวกมันไม่ได้เกิดมางั้นรึ?)

18. ผู้คุมยักษ์ก็โจมตีกวนตีนเราไปด้วย ท่าโจมตีมันก็บ้าอำนาจเหลือเกิน มีทั้ง Correction / Intercession / Determination / Reformation / Indomitable

19. ระหว่างต่อสู้ ผู้คุมยักษ์จะส่งภาพนิมิตอนาคตตามชะตากรรมที่ถูกต้อง เข้าสู่สมองพวกคลาวด์โดยตรง มีทั้งอนาคตที่โลกเขียวชอุ่มและเรดได้วิ่งเล่นกับลูกหลาน อนาคตตอนเมเทโอพุ่งชนโลก แต่แอริธบอกว่าอนาคตมันควรจะเป็น Blank Page (ให้มนุษย์ทุกคนได้มีสิทธิลิขิตชะตากรรมของตัวเอง)

20. Whisper Rubrum, Virdi, Croceo รวมร่างกันเป็น Whisper Bahamut เข้ามาสู้ด้วย จากนั้นคลาวด์จะยังเห็นอนาคตที่ตัวเองสู้กับเซฟิรอธที่หลุมทางเหนือ / อนาคตที่แอริธใช้โฮลี แล้วเกิดเรื่องจนมาเทเรียขาวตกน้ำ / อนาคตที่ตัวเองเอาร่างแอริธไปลอยน้ำ

21. ชนะแล้วทุกคนจะช่วยกันย่ำยีผู้คุมยักษ์ โดยเรดใช้ท่า Stardust Ray ที่เป็น Limit 2 ขั้น 2 ในภาคออริจินอล


22. นึกว่าจะจบ... ท้องฟ้ากลับเปิดออก เผยให้เห็นเมเทโอโผล่มากลางฟ้า โดยมีเซฟิรอธที่ลอยอยู่หน้าเมเทโอ ดูดเอาผู้คุมวิญญาณจำนวนมหาศาลเข้าไปในร่างตัวเอง (ซึ่งผมก็คิดว่าตานี่ ก็เป็นร่างย้อนรวมเบอร์ 2 ที่เดินล่วงหน้าเข้ามาก่อน)

23. พายุ คลื่นลม พลังปราณ ทำลายมิดการ์ยับ เฉดสีภาพกลายเป็นสีเทา ๆ แบบ Advent Children เลย ทุกคนกระเด็นไปคนละทาง แต่เซฟิรอธเข้ามาหาคลาวด์ และคลาวด์ก็บอกว่ามาทำให้มันจบลงตรงนี้ เพลง One Winged Angel ก็บรรเลงขึ้น โดยเซฟิรอธร่างนี้มี HP 65,157

24. ระหว่างต่อสู้ด้วยมุมกล้องและท่วงท่าแบบภาค AC ทิฟากับแบร์เร็ตจะกระโดเข้ามาช่วยกันรุมทึ้งด้วย..... ซึ่งผมโคตรฟินเวลาได้เห็นแบร์เร็ตเรียกเซฟิรอธว่า Assholesss!!! แล้วก็พุ่งเข้าไปชก ทุบ กระโดดตุ๊บบบบบ แม่งอิ่มมมม

25. เซฟิรอธเริ่มเสียเปรียบหนัก ลอยขึ้นฟ้า เร่งพลังเรียกเมเทโอมา แถมยังร่าย Shadow Flare ไปด้วย... มึงติด W-Materia มาเหรออ!? มันก้ยังอุตส่าห์ใจดี นับเวลาถอยหลังให้เรา.... แต่พอเรารีบกำจัดมันได้ เมเทโอทีถูกเรียกมาก็หายไปกลางอากาศดื้อ ๆ


26. เซฟิรอธที่ยืนเซแล้ว ปล่อยผู้คุมวิญญาณบางส่วนที่ดูดกลืนไปออกมาจากร่าง ให้มาโจมตีขัดขวางพวกคลาวด์ แต่แอริธกับเรดตามมาช่วยป้องกันไว้ แอริธบอกพวกเราจะทำได้ เปลี่ยนแปลงมัน ทำให้ถูกต้องได้ ทุกคนช่วยกันโจมตีเปิดทางให้ ทำให้คลาวด์พุ่งเข้าไป... เซฟิรอธยืนยิ้ม แล้วปล่อยให้คลาวด์ฟาดเข้าไปจัง ๆ ร่าง (โดยไม่ยกดาบขึ้นมาป้องกัน!?) ทำให้เซฟิรอธตัวแตกกก ผู้คุมวิญญาณมหาศาลที่ดูดเข้าไปพุ่งกระจายออกมา แต่แทนที่จะกระจายหายไป ดันพุ่งเข้าล้อมจุดที่คลาวด์อยู่ จนเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น

27. คลาวด์โดนสูบเข้าไปในพิศวงอีกครั้ง คราวนี้มาโผล่บนดาวประหลาดกลางอากาศ (โดยภาพตอนล่องลอยเข้าไปเหมือนฉากตอนสุดท้ายของออริจินอล ที่ Spirit Energy ของคลาวด์ โดน Spirit Energy ของเซฟิรอธเรียกไปสู้กัน) คลาวด์มาถึงจะเจ็บหัวอีกแล้ว... เซฟิรอธก็เดินเข้าไปมาพูดแปลก ๆ ว่าระวังหน่อย "That which lies ahead... does not yet exist" ก็คือเตือนว่าไอ้ภาพนิมิตที่คลาวด์เห็นตอนเจ็บหัว มันยังไม่เกิดขึ้นจริง


28. คลาวด์รีบดึงมือออกมาแล้วกระโดดถอย เซฟิรอธก็มองขึ้นไปยังอวกาศ แล้วบอกว่าสักวันหนึ่งดาวของพวกเราก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน (ซึ่งตอนผมเล่น ผมคิดแค่ว่าก็คือกลายเป็นขยะอวกาศในสักวันนึง แค่นั้นนะ... แต่อาจจะตีความว่าเป็น Cosmic being ซัมติงก็ได้) เซฟิรอธบอกว่าเขาจะไม่ยอมจบสิ้น และก็จะไม่ยอมปล่อยให้คลาวด์จบสิ้น... ที่ ๆ เรายืนอยู่นี่คือ Edge of Creation... (ถึงตรงนี้ผมเริ่มรู้สึกว่า ไอ้นี่ไม่ใช่ร่างย้อนรวมเบอร์ 2 ละ แต่เซฟิรอธในที่แห่งนี้ น่าจะเป็นตัวจริง)

29. เซฟิรอธจะพูดดี ๆ ขอความร่วมมือจากคลาวด์ มาต่อต้านชะตากรรมด้วยกัน (แล้วก็ยื่นมือออกมา) ซึ่งผมมองว่า... ยังไงไอ้คนที่เคยพูดว่า Shall i give you despair? และถามว่าอะไรคือสิ่งสำคัญของแก จะช่วงชิงมาให้หมด มันไม่มีทางญาติด้วยแน่นอนนน มันมีแต่จะครอบงำ ควบคุม หลอกใช้ อย่างที่ทำมาตลอด...

30. คลาวด์ตกใจ แขนยกขึ้นมานิดนึงแล้ว แต่รีบตั้งสติกำหมัด แล้วจับดาบบอก "ไม่มีวันนน"

31. คลาวด์และเซฟิรอธดวลกัน โดยมุมกล้องซูมที่หน้าแบบตอนจบภาคออริจินอล... ซึ่งคลาวด์โดดไปมาเป็นลิงและพุ่งเข้าโจมตี ในขณะที่เซฟิรอธยืนอยู่กับที่อย่างเดียว และคอยตั้งรับป้องกันการโจมตีเป็นหลัก (ราวกับว่าไม่กะจะเอาชนะเลย) จนเซฟิรอธบอกว่ายังไม่พอ แล้วก็ฟาดดาบในมือคลาวด์กระเด็นไปไกล

32. คลาวด์ที่ไม่มีดาบในมือ เจอเซฟิรอธกระซิบข้างหู "มีเวลา 7 วินาทีก่อนจะจบ น่าจะพอสำหรับแก แต่แกจะทำยังไง? ไว้มาดูกัน" (ซึ่งผมเล่นครั้งแรกก็งงแดกว่าอะไรวะ!? แต่เห็นมีหลายคนคิดว่า มันคือเวลาที่เซฟิรอธกระโดดลงมาโจมตีปลิดชีพแอริธ อาจจะเป็นการเตือนก่อนว่ามีเวลาป้องกันเธอ 7 วินาที... แต่ผมยังไม่อยากซื้อไอเดียนี้เท่าไหร่ เซฟิรอธไม่น่าจะมาเตือน เจาะจง หรือให้ความสำคัญกับประเด็นนี้)


--------------------------------------------------------

[Ending]

33. ไฮเด็กเกอร์มาเรียกรูฟัสว่าท่านรองประธาน แต่เส็งเดินมาเรียกว่าท่านประธาน รูฟัสก็ตอบแบบนี้ถึงจะถูก แล้วรูฟัสก็เดินไปนั่งเก้าอี้ประธานชินระ ให้พวกสมาชิกบอร์ดมารายงานตัว

34. ที่ห้องทดลองของโฮโจ ลูกน้องกำลังโกลาหลที่เจโนว่าหายไป ส่วนโฮโจก็หัวเราะร่วนที่ Jenova Reunion Theory ของแกถูกต้อง


35. ทางด้านแซ็คที่กำจัดทหารร่วมพันคนได้หมด ก็มีถุงมันฝรั่ง ปลิวผ่านด้านหลัง โดยมุมกล้อง Close up - slow motion ไปที่ถุง เผยให้เห็นโลโก้หมาสแตมป์ที่หันคนละทาง และเป็นหมาคนละพันธุ์กับที่เราเห็นกันมาทั้งเกม... อ่ออ อันนี้วิญญาณชาว KH ทำให้ผมเก็ตทันทีว่า มันคือคนละ Timeline กับภาค Remake และ Original.... หรือจากนี้ไปจะเรียกว่า "Timeline ที่ 3"

36. แซ็คบอกว่าหมดแล้วเหรอ? เฮ่ยคลาวด์ เห็นเปล่าวววะ!? แล้วก็เกิดแรงระเบิดขึ้นมาจากทางมิดการ์... เหล่าผู้คุมวิญญาณที่ปกคลุมเมืองอยู่สลายไป กลายเป็นอนุภาคแสงสีขาวตกลงมาจากฟ้า


37. ชาวสลัม 7 ที่รอดชีวิต กำลังต่อคิวรับอาหารจากร้านที่ทำแจกฟรี, มีการช่วยเหลือคนเจ็บ, มีคนกำลังช่วยกันเคลียร์ซากเมืองที่ถล่มลงมา, เด็กเข้ามากอดหมาที่รอดชีวิต, เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกัน, ผู้ชาย 6 คนช่วยกันยกป้ายบาร์ 7th Heaven ลงมาท่ามกลางรอยยิ้มของป้า Marle


38. ที่บ้าน Leaf House ในสลัมเขต 5 บนชั้น 2 บิ๊กที่รอดตายจากเหตุการณ์เสาค้ำเพลทถล่ม กำลังนอนพักอยู่ รู้สึกตัวและลืมตาขึ้นมาาาาา (ช็อคกุ~~~~)


39. มาร์ลีนที่ตอนนี้อยู่บ้านเอลมัยร่า กำลังรดน้ำต้นไม้ และรู้สึกได้ถึงแบร์เร็ตที่อยู่ไกลออกไป... (Easter Egg ซีนฉากจบภาคออริจินอล) แบร์เร็ตเองที่ตอนนี้ออกมานอกเมืองมิดการ์และถอดแว่นแล้ว ก็ยื่นมือมาทางเมือง แล้วบอกว่าเขาจะกลับมา (หัวใจสื่อถึงกันแบบนี้ โนมุระสั่งมาแน่นอนนน)

40. พวกคลาวด์ยืนอยู่บนเนินหน้าเมืองมิดการ์ ทิฟาถามว่าเอาไงต่อ? แอริธส่ายหัว คลาวด์ที่ยังสะพาย Bustwer Sword อยู่ก็บอกว่าตราบใดที่เซฟิรอธยังอยู่... (แบร์เร็ตงงว่านึกว่าปราบไปแล้วซะอีก)


41. แอริธก็สปอยล์ว่าพวกเราทำได้ และจะไปทำ (ปราบเซฟิรอธ) ทิฟาก็เอาด้วย เรดก็บอกว่าเชื่อใจจมูกนักล่าเขาได้เลย แบร์เร็ตก็บอกมีคนระยำตำบอนจะทำลายโลกใช่มั้ย? ศัตรูของโลก ก็คือศัตรูของอวาแลนซ์!!

42. คลาวด์หันมายิ้มให้แบร์เร็ต พยักหน้า จังหวะ Bromance แมน ๆ คุยกันแบบนั้น ท้องฟ้าก็วิปริตแปรปรวนทันใด แล้วฝนก็โปรยลงมาทันที เพลงจบ Hollow ก็ดังขึ้น

43. ....ในสถานที่เดียวกัน (เนินหน้าเมืองมิดการ์) แต่ต่าง Timeline กัน... คลาวด์ของ Timeline Remake (Timeline ที่ 2) กำลังเดินไปด้านหน้า โดยแอริธที่ตามหลังมา รู้สึกได้ว่าแซ็คจาก Timeline ที่ 3 ที่เป็นช่วงเวลาประมาณ 3 เดือนก่อนกำลังพยุงคลาวด์ของ Timeline นั้นสวนเข้าไปทางเมืองมิดการ์


44. แอริธชะงัก เธอยกมือขวาขึ้นมารับสายฝนที่ตกลงมาสู่มือ และพูดขึ้นว่า "ฉันคิดถึง... ท้องฟ้าเหล็กนี้" (I miss it. The steel sky.)

ซึ่งในความหมายเปลือกหน้า ก็แปลว่าเธอคิดถึงสลัมเมืองมิดการ์ที่ปกคลุมด้วยเพลท เมืองที่เธอเติบโตมาตั้งแต่เด็กจนอายุ 22 ปี เมืองที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับแม่เลี้ยงเอลมัยร่า (ยังไม่ได้กลับมาไปบอกเอลมัยร่าเลยว่าปลอดภัยแล้ว) และเมืองที่เธอได้พบกับรักแรกอย่างแซ็ค

แต่ในความหมายลึกกว่านั้น... ผมที่เป็นเรือแอค้าว รู้สึกจุกเหมือนเรือผมโดนขีปนาวุธจากเรือหลวงยิงใส่ แล้วกำลังจมอย่างมิอาจขัดขืนต่อต้านใด ๆ ได้

จำได้มั้ยว่าใน Chapter 8 ประโยคจากภาคออริจินอลที่คลาวด์ถามว่า "คบกันจริงจังงั้นรึ?" แล้วแอริธตอบ "เปล่านะ แค่ชอบอยู่พักนึง" โดนตัดไป.... ซึ่งตอนนั้นผมก็งงว่าตัดไปทำไม... แต่ต่อมาก็สังเกตเห็นว่า ตอนคลาวด์ถามว่ารักแรกของเธอชื่ออะไร จากออริจินอลที่แอริธตอบว่า "ช่างมันเถอะ" ในภาครีเมคนี้แอริธกลับตอบมาเต็มปากเต็มคำว่า "แซ็ค" เพียงแต่คลาวด์โดนเซลล์เจโนว่ากลบให้ไม่ได้ยิน หลังจากนั้นเธอยังพูดกับตัวเองอีกว่า "ต้องมองไปข้างหน้า ไม่ย้อนกลับสินะ"

ไหนจะเหตุการณ์ใน Chapter 14 ที่แอริธพูดว่าคลาวด์ "จะรักฉันไม่ได้นะ ต่อให้เธอคิดว่ารัก แต่นั่นมันไม่ใช่รักจริง...."

ทั้งหมดทั้งมวล... มันสื่อว่าแอริธคนนี้ ใน Timeline ที่เราเห็นอยู่นี่... เธอยังไม่มุ้ฟอรจากแซ็คคคคคคคคคคคคคคคคคคค

ดังนั้น จากบริบทที่เธอรู้สึกได้ถึงแซ็คใน Timeline ที่ 3... กำลังมุ่งหน้าเข้าไปยังเมืองมิดการ์ และเธอพูดว่า "ฉันคิดถึง... ท้องฟ้าเหล็กนี้"



ความหมายจริง ๆ ของมันคือ... "ฉันคิดถึงแซ็ค"

แล้วเพลงมันก็ดังขึ้นมา

"Would you be here, in my embrace?
Shine bright, once more
Guide me, to you
Smile bright, once more
This time, I will never let you go"

"But I, I know
That you're, long gone
But I, I will
Go on, howling and hollow"

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก~ (เสียงกรีดร้องของคนเรือล่ม)

ก็ไหนคุณโนมุระบอกในแฟมิซือว่าเพลงนี้แทนความรู้สึกของคลาวด์ แต่มันไม่ใช่อ่ะะะ นี่มันคือความรู้สึกของแอริธตอนนี้ชัด ๆ - https://www.famitsu.com/news/202003/02193727.html

***จบเกมใช้เวลารวม 45 ชั่วโมง เป็นเวลาหยุดพิมพ์, คิด และเปิด Ref รวมกันราว 5 ชั่วโมงได้ (ทำไป 24 เควสต์ครบสำหรับรอบแรก)

----------------------------------------

แต่หลังจากนั้น ผมก็ประกอบความคิดในหัวนิดหน่อย แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่คิดขึ้นมามันลงตัวมาก จนเกิดทฤษเฎาตอนจบสุดท้ายของ Timeline ที่ 2 นี้ขึ้นมาได้ทันที ซึ่งผมเกิด Strong Feeling ว่ามันต้องใช้แน่ ๆ และคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ก็อาจจะคิดในสิ่งเดียวกันกับผมขึ้นมาได้ทันที ว่าแล้วผมก็เลยหัวเราะไม่หยุด ซึ่งทฤษเฎานั้น ก็จะอยู่ในคลิปที่จะเผยแพร่ช่วง 5 โมงเย็นวันนี้ครับ เป็นคลิปที่ผมให้สัมภาษณ์ไว้ตอนวันพฤหัสบดี ก็คือนอนตื่นมาแล้วก็ให้สัมภาษณ์สื่อเจ้านึงเลย

No comments:

Post a Comment