Sunday, April 5, 2020

Maleficent's Story เรื่องราวจากหนังสือ KH Series Character Files


ตัดตอนจากหนังสือ Kingdom Hearts Series Character Files ซึ่วางจำหน่ายวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 (หลัง DLC Re: Mind ออกเดือนนึง)

ดูรายละเอียดหนังสือได้ที่ https://store.jp.square-enix.com/item/9784757564930.html

--------------------------------

Maleficent's Story
“Dark Deed”

มาเลฟิเซนต์ครอบครองโลกนี้มาได้ไม่นาน เมล็ดพันธุ์ที่เธอหว่านไว้เมื่อ 16 ปีก่อนได้ผลิดอกออกผล โลกแห่งนี้คือ Enchanted Dominion – ซึ่งถูกสาปตั้งแต่ครั้งที่ออโรร่าเกิดมา

ในช่วงอาทิตย์ตกดินของวันที่เธอมีอายุครบ 16 ปี เธอจะเสียชีวิตเมื่อถูกเข็มจากเครื่องปั่นด้ายแทงนิ้ว

คำสาปนั้นสัมฤทธิ์ผลด้วยดี ผู้คนในปราสาทล้วนตกสู่การหลับใหล กระทั่งเจ้าชายที่บุกเข้ามาทลายคำสาป ก็ยังตกอยู่ในกำมือของมาเลฟิเซนต์ นอกจากเหล่านางฟ้าแล้ว เธอก็ไม่เหลือศัตรูอื่นใด

แต่แล้วมาเลฟิเซนต์ก็ได้ฟังคำพูดของตาเฒ่า (เซอานอร์ท) ภายในห้องที่ไม่มีใครเข้าไปได้ ที่ตั้งอยู่ชั้นในสุดของปราสาทซึ่งตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยหนาม:

“ความมืดตอบสนองต่อการปรากฏตัวของความมืด ข้าก็เหมือนกับเจ้าที่ไม่สนใจเรื่องการผูกมิตรหรือศัตรู ไม่จำเป็นต้องคิดตัดสินใจอื่นใดนอกจากอุทิศตัวให้แก่ความมืด ถ้าผลประโยชน์ลงตัว เราก็ร่วมมือกันได้ แต่หากไม่ เราก็แค่เป็นอริกัน”

มาเลฟิเซนต์ครุ่นคิดถึงคำพูดเหล่านั้น

มาเลฟิเซนต์มีความรู้สึกว่าโลกนั้นขยายกว้างไปไกลเกินกว่าสถานที่แห่งนี้มาก โลกนี้มันเล็ก เธอเองก็สงสัยว่าไม่เพียงแค่โลกใบนี้เท่านั้น แต่เธอควรยึดครองโลกทั้งหมดให้เป็นของเธอเองหรือไม่ ซึ่งหากมีหนทางที่จะทำแบบนั้น ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทำ

“หากข้ารวบรวมรวบรวมเจ้าหญิงแห่งแสงสว่างทั้ง 7 คนได้ โลกก็จะตกเป็นของข้า”

แน่นอนว่าตาเฒ่าคนนั้นก็มีเป้าหมายของตนเอง หลังจากเธอก้าวเข้าไปติดกับคำพูดหอมหวนเหล่านั้น มันก็ยากที่จะก้าวหลุดพ้นออกมา

คนที่เชื่อมั่นในเรื่องอย่างพลังแห่งรัก ก็จะดำดิ่งสู่พลังแห่งความชั่วร้าย และตกสู่ความมืด ในขณะเดียวกันกับที่ชายเฒ่ามาเยือนนั้น ก็มีสัญญาณบอกว่ามีคนภายนอกมาเยือนโลกนี้อีกเช่นกัน มาเลฟิเซนต์สัมผัสได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นมาจากโลกใบอื่น เหมือนกับชายเฒ่าคนนี้

ในตอนนั้น มาเลฟิเซนต์ไม่รู้เลยว่าเธอจะมีความเกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้ไปอีกแสนนาน

เวลาผ่านไปจนกระทั่งมาเลฟิเซนต์ได้มายืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มผู้โดดเดี่ยว (ริคุ) ในเมืองที่ชื่อว่า Traverse Town มันเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในภพกึ่งกลางระหว่างโลก (หมายถึงอยู่ใน Realm Between) ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่มีแสงไฟสลัวนี้ ตราบใดที่มนุษย์ยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็จะยังคงยึดมั่นอยู่ในความหวัง

ทว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างกายเธอตอนนี้แตกต่างออกไป มาเลฟิเซนต์หัวเราะกับตัวเอง – ด้วยความตระหนักว่าบัดนี้ความริษยาได้เข้ามาเกาะกุมหัวใจของเด็กหนุ่มผู้นี้

เด็กหนุ่มกำลังจับจ้องไปยังห้องที่สว่างไสว ด้วยสายตาที่มองเห็นเพื่อนเก่าของเขากำลังพูดคุยกับเพื่อนร่วมทางกลุ่มใหม่

“ดูสิ เป็นอย่างที่ข้าบอกใช่มั้ยล่ะ?” เด็กหนุ่มยังคงจ้องเขม็งไปยังหน้าต่างที่สว่างไสว “เจ้าพยายามดิ้นรนตามหาเด็กคนนั้น แต่แล้วเขากลับไปมีเพื่อนใหม่ ดูสิ เด็กนั่นเห็นเพื่อนใหม่สำคัญกว่าเจ้าซะอีก”

ชื่อของเด็กคนนี้คือริคุ เป็นเด็กที่มาเลฟิเซนต์กำลังจับตาดูอยู่ เขามีพลังที่จะส่งอิทธิพลต่อโลกใบนี้ และถ้าดุลพินิจของเธอถูกต้อง หัวใจของเขาก็มีความมืดซ่อนเร้นอยู่ หากเธอทำให้หัวใจเขาโอนเอนแม้เพียงนิดเดียว มันก็อาจจะตกสู่ความมืดมิดได้

มาเลฟิเซนต์เผชิญหน้ากับริคุ และวางมือของเธอลงบนไหล่ของเขา ก่อนจะพูดว่า “แต่ทูนหัว เธอไม่มีอะไรต้องกลัว ลืมเด็กคนนั้นซะแล้วมากับข้า ข้าจะช่วยเจ้าให้ได้พบกับสิ่งที่กำลังตามหาอยู่”

ริคุสะบัดมือของเธออก เขาหันหลังให้หน้าต่างบานนั้น แล้วเริ่มเดินจากไป

ใช่ ถูกต้องแล้ว แบบนั้นดีแล้ว – แล้วเจ้าจะเติบใหญ่ เต็มวัย พร้อมกับพลังแห่งความมืด

“เอาสิ เอาพลังนั้นมาให้ฉัน – พลังในการควบคุมฮาร์ทเลส” ริคุพูดตอนอยู่บนเรือโจรสลัดของฮุค และได้พบไคริแล้ว

เขาหลงเชื่อคำลวงง่าย ๆ เลยว่าหากเจ้าหญิงทั้ง 7 ได้มาอยู่รวมกัน ก็จะพบหนทางในการนำหัวใจของไคริกลับมา อีกทั้งเขายังไม่พอใจที่อดีตเพื่อนรักของเขา ไม่พยายามที่จะตามหาไคริเลย

ความมืดกำลังอิงแอบอยู่ในตัวของริคุ – ในหัวใจของเขา

แล้วก็เป็นไปอย่างที่เธอทำนายไว้ ริคุได้ตกสู่ความมืดมิด มันง่ายดายราวกับการบิดแขนที่ไม่มีทางสู้ของทารก ทว่าเป็นแขนนั้นเองนั่นแหละ ที่ทำให้เธอต้องหายไปจากโลกนี้ไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

“ถ้าพึ่งพาพลังของความมืดมากเกินไป หัวใจก็จะถูกมันกลืนกิน” ในโชคชะตาที่พลิกผัน คำพูดเหล่านั้นเองที่เธอเคยย้ำเตือนแก่ริคุ เป็นสิ่งที่ทำให้เธอถูกคีย์เบลดในกำมือของริคุแทงเข้าไปในอก

มารร้ายจะต้องไม่ถูกความมืดกลืนกิน หากถูกความมืดในหัวใจกลืนกิน ก็จะกลายเป็นฮาร์ทเลสและสูญเสียจิตใจ ซึ่งมาเลฟิเซนต์ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น

แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้

“การละทิ้งกายหยาบนี้คือสิ่งที่ข้าจำเป็นต้องทำ – เพื่อให้ครบเงื่อนไขในการท่องกาลเวลา บางทีตาเฒ่านั้นรู้เรื่องทั้งหมดนี้อยู่แล้วรึเปล่า? กระทั่งเรื่องที่ข้าจะต้องสูญเสียกายหยาบเพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง –“

แล้วเธอก็ไปถึง Data ในอดีตกาล

“ถ้าเป็นโลกใบนี้ พวกโซระก็ไม่อาจเข้ามาแทรกแซงได้ พวกมันไม่มีทางขัดขวางข้าได้อีกแล้ว”

“ตาเฒ่านั่นไม่ใช่พันธมิตรของข้าอีกต่อไป ข้าจะต้องลงมือด้วยตัวเอง เพื่อตัวเองผู้เดียวเท่านั้น แต่นี่คือสิ่งที่ตาเฒ่าอยากให้ข้าทำอยู่แล้วรึเปล่านะ?”

และแล้วมาเลฟิเซนต์ก็ได้กลับมายังโลกนี้อีกครั้งด้วยความทรงจำของเหล่านางฟ้า มาเลฟิเซนต์คิดว่าความทรงจำเป็นสิ่งลี้ลับ เธอถึงได้เข้าใจในเหตุผลที่พวกคนเหล่านั้นต่างก็ยึดมั่นในความทรงจำ

“ทำยังไงทุกสิ่งทุกอย่างถึงจะเข้าทางของข้าได้? หากนอกจาก Data แล้วเรายังสามารถปั่นป่วนความทรงจำได้ ก็จะทำให้ยึดครองโลกได้ง่ายมากขึ้นเลยไม่ใช่รึ?”

“โซระ! พระราชา! พวกเจ้าต่างก็เป็นหนี้บุญคุณข้า” (พูดในท้าย KH II)

มาเลฟิเซนต์มาช่วยพวกโซระ และมองไปยังความเวิ้งว้าง ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอพบกับตาเฒ่า และก็ไม่มีอะไรที่น่าเบื่อไปกว่าการเป็นไปตามแผนของตาเฒ่า

“ภายใน Data หรือบางทีอาจจะเป็นในฝัน ข้าได้ลงมือทำเพื่อตัวเอง”

“เจ้าจะไม่มีวันได้ยินคำขอบคุณจากข้า หนี้ของข้าได้ถูกชดใช้แล้ว” (พูดกับ Data Sora)

เธอไม่มีความคิดที่จะร่วมมือกับพวกเขา แต่พวกเขาก็เป็นประโยชน์กับเธอในบางครั้ง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

มาเลฟิเซนต์จะยังคงมุ่งหน้าสู่หนทางในการยึดครองโลกนี้เหมือนเดิมโดยไม่มีความลังเล ตอนนี้เธอกำลังตามหากล่องดำ เมื่อใดที่เธอได้ครอบครองกล่องนั้น เธอก็จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาครอง...

เครื่องหมายบนกล่องนั้นคือ –

“ความรักนั้นเปราะบาง แสงสว่างกับความมืดเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ความชั่วร้ายคือการเกรี้ยวกราด และข้าคือผู้นำของหมู่มารทั้งมวล ข้าไม่มีวันถูกความมืดกลืนกิน มารร้ายนั้นลุ่มลึกยิ่งกว่าความมืดที่แสงสว่างไม่มีวันหยั่งถึง และจะครอบงำสังคมนี้ต่อไป”

No comments:

Post a Comment