Friday, August 6, 2021

ขายไม่ออก! ชินซึบาเซไคทำยอดขายแผ่นสัปดาห์แรกในญี่ปุ่นได้เพียง 28K


แฟมิซือเปิดเผยยอดจำหน่ายเกม Shin Subarashiki Kono Sekai แบบแผ่นสัปดาห์แรกในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมียอดขายดังนี้

- Nintendo Switch 18,799 ชุด

- PS4 9,248 ชุด

จริงอยู่ว่ามันเป็นยอดขายแบบแผ่นเท่านั้น ยังไม่รวมยอดขายดิจิทัล แต่จำนวน 28K ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก ๆ จริง

ตอนภาคแรกเวอร์ชั่น NDS ก็ขายในญี่ปุ่นได้ราว 2 แสนชุด ตอนนั้นถือว่าน้อยแล้ว เพราะเป็นยุครุ่งเรืองของ NDS ซึ่งเกมของค่ายใหญ่ ทำมากระจอก ๆ ก็ต้องยอดขาย 5 แสนชุดขึ้นไป แต่กรณีซึบาเซไคภาคแรกได้ 2 แสนชุดนี่คือเรี่ยดินสุด ๆ

มาภาครินโดนี่ยิ่งขายไม่ออกหนักว่าเดิมมมมม เป็นเกมเฉพาะกลุ่มของชนกลุ่มน้อยจริง ๆ 🤣 (แต่ผมชอบนะ)

https://www.gematsu.com/2021/08/famitsu-sales-7-26-21-8-1-21

https://www.famitsu.com/news/202108/05229408.html

Thursday, August 5, 2021

บันทึกการเล่นชินซึบาเซไค Day 21-1


วันที่ 21 (วันสุดท้าย วันที่ 1)

- พวกรินโดทุกคนต่างพูดว่ารู้สึกกังวล เนกุก็บอกว่าเขาเองทั้งกังวลและกลัว แต่แค่เป็นคนซ่อนความรู้สึกเก่ง บีทเองก็บอกว่ากังวล แต่มันกลับหัวเราะร่วนตลอดทางเลย

- โชกะบอกว่ายมทูตชินจูกุเด๊ดห่าเกือบหมดแล้ว คนที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่พวกชิบะ ดังนั้นเราน่าจะลองไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขาดูนะ

- คาริยะ อุสึกิ ก็จะดูแล RG ให้ ส่วนเราไปสู้กับชิบะ

- โคโค่ก็ปราบนอยส์และช่วยคนให้ แล้วบอกให้เราไปลองหาไคเอะดู รินโดลอง text ไปหาไคเอะแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบ

- เฟร็ทถามฮิชิมะว่านายอยู่ฝั่งไหนกันแน่ ฮิชิมะบอกว่าเขางดออกเสียง  การกระทำของเขาไม่เกี่ยวกับว่าจงรักภักดีกับเมืองไหน เขากำลังตามหาคนอยู่ โชกะบอกว่าฮิชิมะเคยเป็นมือขวาของชิบะมาก่อน แต่ช่วงหลังเข้าหน้ากันไม่ได้ ฮิชิมะเลยไปเฝ้ามองจากไกล ๆ ชิบะก็ปล่อยให้ทำตามใจชอบ

- พวกรินโดไปหาไคเอะที่อุดากาวะ ไคเอะบอกว่าเขากำลังรอคนที่มีความสามารถอันเหลือเชื่ออยู่ ขณะนี้พวกเราต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

- เนกุถามถึงพลังพิเศษของชิบะ แต่ไคเอะก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาขอวิเคราะห์ข้อมูลต่อแล้วจะแจ้งให้ทราบ

- รินโดยกพวกไปหาชิบะที่กลางห้าแยก ชิบะบอกว่าเขารอคอยที่จะได้เจอเนกุมาแารนาน ถ้ากำจัดเนกุได้ ก็จะไม่มีใครสามารถขัดขวางการพิพากษาของเขาได้อีก เขาลงทุนกระทั่งเอาพินไปล่อเนกุใน RG ก็ไม่เจอ

- พวกรินโดเฟร็ทตกใจว่าพิน Player นี้สร้างมาเพื่อล่อเนกุเหรอ

- แต่ก็ไม่ได้ปรับความเข้าใจอะไร ทุกคนช่วยกันรุมตีนจนชนะชิบะร่างแรกได้ แล้วมามาโผล่มิติอะไรก็ไม่รู้ ทุกคนโดนนอยส์ล้อม

- จู่ ๆ ท้องฟ้าก็กลายเป็นสีแดง เมืองชิบุยะเละเทะเหมือนจะล่มสลาย เราช่วยกันสู้กับชิบะร่างสอง

- หลังชนะได้ ชิบะโอนว่าแพ้ได้ไง เขาคือผู้ถูกเลือกนะโว้ยยย

- รินโดบอกว่าถ้านายไม่ประกาศผู้ชนะ งั้นพวกเราประกาศเอง เราชนะะะะ

- ชิบะบอกว่าเขาเป็น Executor น่ะเว้ยยยยยย แล้วร่างก็สลายไป

- รินโดบอกโชกะว่าพวกเราชนะเกมแล้ว เธออยากจะคืนชีพหรือเป็นยมทูตต่อ โชกะบอกยังไงก็ได้ ตอนนี้ไม่มีชินจูกุแล้ว ก็อาจจะไปหาบ้านอยู่ ครอบครัวที่สมบูรณ์ ฟังนะรินโด ความจริงแล้ว... (น่าจะกำลังจะพูดว่าเธอคือสวอลโล

- คุโบะปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่มีใครคาดคิด แล้วบอกว่าเตรียมตัวดูอนาคตที่พวกแกคาดไม่ถึงให้ดี เมื่อถึงเวลา 4 โมง 44 นาที 44 วินาที!! เข็มกลัดปล่อยพลังออกมา เกิดเป็นนอยส์มหาศาลออกมารอบเมือง จะทำลายเมืองทั้งหมด คุโบะบอกให้พวกมันทำลายบาร์เรียร์ ยมทูต และผู้เล่น

- เนกุบอกว่า Dissonance มาจากแกนี่เอง แล้วโดนนอยส์กลืนไป

- คุโบะบอกว่าทุกครั้งที่รินโดย้อนเวลา ได้ช่วยเขาสร้างนอยส์นี้ขึ้นมา เขาคือ Executor เป็นเทวดาจาก Higher Plane ที่อยู่สูงกว่า UG และมอบหมายให้แกทำ Inversion ขึ้นมา เพื่อให้เมืองนี้ล่มสลาย

- รินโดบอกว่างั้นทั้ง Dissonance, พลังของเขา, ทุกอย่าง.... (ก็มาจากคุโบะ)

- คุโบะบอกว่าเทวดาอย่างพวกเขาแทรกแซงเรื่องของ plane อื่นไม่ได้ เลยต้องมอบหมายให้ใครทำเรื่องสกปรกแทน

- โชกะถามว่าแกใช้ชิบะทำลายชินจูกุด้วยงั้นเหรอ? คุโบะหัวเราะ

- คุโบะถามรินโดว่าคิดจะย้อนเวลาเหรอ? แต่ยังไงนอยส์จากเข็มกลัดก็จะปรากฏตัวขึ้นมา กลืนกินชิบุยะอีก ยิ่งใช้ก็ยิ่งเกิดนอยส์มากขึ้น เขาก็คือ Noise Master

- นอยส์กาลเวลากลืนกินทุกคนเข้าไปรวมถึงโชกะ รินโดไม่มีทางเลี่ยงแล้วจึงจำเป็นต้องใช้พลังย้อนเวลากลับไป

Wednesday, August 4, 2021

บันทึกการเล่นชินซึบาเซไค Day 20


 - วันที่ 20 : รินโดครุ่นคิดว่าการที่ครูคณิตเคยบอกว่าพลังย้อนเวลาของรินโด ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นปกติจะใช้ได้ ประกอบกับที่สึกุมิบอกว่าการที่พวกรินโดเข้ามา UG ได้โดยที่ยังไม่เสียชีวิต เหล่านั้นคือ dissonance ....รินโดจึงคิดว่างั้นหมายความว่าเขาเองก็โดนพลัง Dissonance เข้าไปเต็ม ๆ แล้วเหมือนกัน??

- ซึสึคิจิบอกว่าให้ตามหาเขาให้เล่น แล้วเจอกันสักตา จึงจะยอมบอกที่ซ่อนของชิบะให้

- โชกะบอกว่าสึกุมิเริ่มติดอยู่ในตุ๊กตาไม่นานนักก่อนที่ชินจูกุล่มสลาย ตอนนั้นมียมทูตสักคนอยู่ด้วย เนกุสงสัยว่าอาจเป็นโคโค่เมื่อสามปีก่อน

- ซึสึคิจิหลอกให้พวกรินโดลงไปยังอุโมงค์ของแม่น้ำชิบุยะ (จุดที่สู้บอสใหญ่ภาคแรก) แล้วขังปิดทางเจ้าออกไว้

- เฟร็ทจะขอให้ใชัพลังย้อนเวลา เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้ามาโดนขังที่นี่ แต่เนกุบอกว่าอย่าใช้พลังดีกว่า เดี๋ยวจะเกิดผลกระทบ แล้วเนกุกับบีทจะไปหาทางออกจากอุโมงค์ที่ถูกปิดตายกัน

- ระหว่างโดนขังในอุโมงค์โชกะเล่าว่าเมื่อวาน text ไปเล่าให้ซึสึคิจิฟัง เรื่องที่เนกุไปเจอสึกุมิ แล้วก็พลังของชิบะที่ผิดไปจากปกติ ซึสึคิจิก็ว่ามันแปลก ๆ อยู่ แล้วรับปากว่าเขาจะช่วย, ดังนั้นพอตอนนี้โดนซึสึคิจิขัง โชกะเลยโกรธมากจนแย่งมือถือรินโดมาต่อว่าซึสึคิจิว่าหลอกกันได้ยังไง

- นากิบอกว่าชิบุยะมีสภาพเหมือนหุบเขา แม่น้ำไหลผ่านที่จุดต่ำสุดของเมือง (ผมฟังแล้วเริ่มกังวลว่าจะโดนน้ำท่วมตายกันมั้ย) โชกะบอกว่าฝนตกลงมาหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงพวกเราก็จมน้ำตายไม่ได้ก็เพราะเราตายกันไปแล้ว แต่เฟร็ทบอกเขายังไม่ตายว้อยย

- อุสึกิ text มาถามรินโดว่าปลอดภัยมั้ย พอรินโดตอบ เธอบอกว่าตาถั่วเปล่า ชิบุยะกำลังจะล่มสลายอยู่รอมร่อแล้ว

- บีท text มาบอกว่าเขามองออกจากรูในเพดานไปเห็นเมืองกำลังลุกเป็นไฟ

- พอเมืองชิบุยะเริ่มถล่มลงมา พลังของรินโดทำงานเอง

- รินโดย้อนเวลาออกมาตอนก่อนเข้าไปยังอุโมงค์ใต้ดิน แล้วบอกให้ทุกคนดักรอซึสึคิจิอยู่ด้านนอก ซึ่งก็รอกันไปเรื่อย ๆ จนฝนตกหนัก แต่ก็ไม่เจอซึสึคิจิสักที

- เนกุบอกว่าตอน 3 ปีก่อน (วันที่ชินจูกุจะล่มสลายใน A new day) เขาก็เห็นนิมิตก่อนเหมือนกัน แต่เขาไม่เข้าใจ ปะติดปะต่ออะไรไม่ได้ ท้ายที่สุดก็ช่วยชินจูกุไม่ได้ แต่ด้วยพลังของรินโด เราอาจจะสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้

- ซึสึคิจิ text มาบอกให้ไปเจอกันที่สกายวอล์ก

- พวกรินโดเข้าต่อสู้กับซึสึคิจิที่เอาจริงเต็มที่

- หลังชนะได้ ซึสึคิจิบอกว่าชิบุยะเป็นเมืองที่ดังอยู่เสมอ แต่ตอนนี้เสียงนั้นได้จมหายไปแล้ว รู้สึกสงบเลย ตอนนี้โชกะร่วมทีมกับเนกุและรินโดแล้ว เป็นทีมที่สมดุลมากเลย ช่วยเขาล้มบอสด้วยนะ

- แล้วซึสึคิจก็เผยความในใจว่า แต่ก่อนชิบะไม่ได้เป็นแบบทุกวันนี้ ชิบะเคยมีความเป็นมนุษย์มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ชิบะไม่สนใจว่าเราจะเป็นยังไง ต่อให้พวกเราถูกลบก็คงไม่สนใจ ราวกับว่าพวกเราไม่สำคัญ ตอนที่ชิบะได้พลังใหม่มา มันทำให้ชิบะกลายเป็นหมากพิษ และหลงคิดว่าตัวเองเป็นดุจดั่งเทพเจ้า

 - ซึสึคิจิเคยคิดว่าเขาจะแข็งแกร่งพอที่จะโค่นบอสเอง แต่มันไม่ใช่ การที่บอสพิพากษาชิบุยะ เขายอมไม่ได้ ตอนที่ชิบะปริปากเรื่องนี้ออกมาครั้งแรก ซึสึคิจิแทบอยากล้มกระดาน 

- โชกะถามว่าทำไมซึสึคิจิไม่เคยบอกความในใจแบบนี้กับเธอเลย ซึสึคิจิบอกว่าก็ไม่คิดว่าจะเสียโชกะไปก่อนที่เขาจะเริ่มหาทางทำอะไร เขาประเมินโชกะต่ำไป ก็ฝากต่อไปด้วยละกัน

- บางทีซึสึคิจิก็สงสัยว่าชิบะเหงารึเปล่า เขาชอบมองไปยังห้าแยก แล้วก็หยุดนิ่งรอคอย...

- เนกุถามว่าการที่ล่อพวกเราลงไปใต้ดิน ก็เพื่อช่วยให้พวกเราให้ปลอดภัยสินะ นายรู้ว่าแม่น้ำชิบุยะไม่ใช้แม่น้ำธรรมดา ซึสึคิจิยอมรับว่าใช่ แม่น้ำนั้นมันอยู่ใน plane พิเศษของมันเอง (ตั้งแต่อุโมงค์ยาวไปจนถึงห้องสู้บอสใหญ่ภาคแรก) น้ำมันก็ยังไหลมาจากชินจูกุที่หายไปแล้วโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยได้ และถ้ามันรอดจากการล่มสลายมาได้ครั้งหนึ่ง มันก็คงรอดได้อีก แล้วอาจทำให้พวกนายทั้งหมดรอดออกไปจากเมืองได้เหมือนกัน แล้วซึสึคิก็หวังว่าพวกรินโดจะชนะชิบะได้

- บีทบอกว่าชิบะเสียเพื่อนไปสองคนแล้ว มันจะไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ , เนกุสันนิษฐานว่าพลัง Dissonance อาจจะทำลายหัวใจของชิบะไป แบบที่ทำลายชินจูกุ

- รินโดหยิบมือถือมาเห็นสวอลโลอ่านข้อความหมด แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเลย

- ไรม์เปรียบเทียบข้อมูลชินจูกุกับชิบุยะตอนนี้แต่ก็ไม่ได้อะไร แล้ว text ไปบีทก็ไม่ได้อ่าน เธอเลยบอกว่าจะไปดูเอง

- ด้านไคเอะ กำลังอ่านข้อความที่ซึสึคิจิ text มาหาก่อนจะตายว่าฝากหยุดบอสด้วย

- ฮิชิมะมาหาไคเอะ พูดถึงสถานการณ์ แล้วถามว่าพอชิบุยะล่มสลายแล้วจะไปไหนต่อ ไคเอะบอกว่าอาจจะอยู่นี่มากกว่าจะไป

- ฮิชิมะเลยถามไคเอะว่าตั้งใจจะหายไปกับเมืองเหรอ ไคเอะบอกว่าถ้าท้ายที่สุดแล้วจุดหมายต่อไปก็ล่มสลายเหมือนกัน แล้วจะไปทำไม ชิบุยะอุตส่าห์เป็นที่พักอาศัยใหม่ของพวกเราแท้ ๆ แต่กลับจะทิ้งไป เพราะชิบะคิดแบบนี้ ก็เลยเหลือตัวคนเดียว

- ฮิชิมะบอกว่าเขาก็ไม่รู้ว่าเป้าหมายของชิบะคืออะไร แต่บางทีชิบยะอาจจะอยากยกระดับขึ้นเป็นตัวตนที่สูงส่งกว่านี้

Monday, August 2, 2021

Review ความประทับใจหลังจบเกม ชินซึบาเซไค


-------------------------------------
รีวิวความประทับใจ 
14 ปีแห่งการรอคอยฝันที่ถูกเติมเต็ม
-------------------------------------

ตอน Kingdom Hearts III ระหว่างผมเล่นไป ตัวผมเองในหัว 3 คนก็ตีกัน แล้วก็ให้คะแนนไว้

- คะแนนในฐานะคนเล่นเกมทั่ว : 8/10

- คะแนนในฐานะแฟน KH : 10/10

- คะแนนในฐานะแฟน FF : 0/10


ทว่าสำหรับชินซึบาเซไคนี้ ก็ยังมีตัวผมเองในหัว 3 คนตีกันเหมือนเดิม แต่แบ่งเป็น 3 ร่างที่แตกต่างกันดังนี้


1. ในฐานะแฟนซึบาเซไคที่เล่นภาคแรกเดย์วัน

ท้าวความก่อนว่า อาจจะมีคนเคยได้ยินบ้างแล้วว่าผมบอกว่า Subarashiki Kono Sekai เวอร์ชั่น NDS คือเกมที่ผมชอบที่สุดหนึ่งเดียวในชีวิต ซึ่งการจะทำเกมภาคต่อ ให้ได้ดีเท่าภาคแรกนั้นมันยาก อีกทั้งภาคแรกมันทำเนื้อเรื่องไว้จบแล้ว การจะสานต่อเนื้อเรื่อง โดยเปลี่ยนเจนฯ เปลี่ยนเครื่อง มันจึงเป็นโจทย์ที่โคตรยากในความคิดผม

ทว่าผลงานที่ออกมา ต่อให้ภาคชินไม่ได้สร้างความตราตรึงใจไว้เท่าภาคแรก แต่ก็เป็นภาคต่อที่แฟนเก่าจะอิ่มเอมใจ และภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้ได้เลย

นี่คือเกมที่ยกโครงสร้างเกมมาจากภาคแรก ทั้งเรื่องของการเล่นเกมยมทูตเป็นสัปดาห์, ระบบ MAP, เทรนด์, คุณสมบัติของพิน, การสู้ด้วย 6 พิน, Secret Report, Another Day, จังหวะจะโคนต่าง ๆ

ใครที่ดูรายการ Trophy/Achivement ก็ต้องเห็นแล้ว แทบนึกว่านี่คือ Trophy ของภาคแรกด้วยซ้ำ เพราะ element ต่าง ๆ มันแทบจะยกมาเลย

แล้วยิ่งเมื่อเล่นไป คุณก็พบว่า Setting ต่าง ๆ ของเรื่อง ทั้งเรื่องระบบวรรณะ Plane, เทวดา, โลกคู่ขนาน, ยมทูต, Composer, เทวดา, Conductor ทุกอย่างถูกนำมาสานต่ออย่างสมบูรณ์

ไหนจะเรื่องของเหล่าตัวละครเก่า ที่สมัย 14 ปีก่อนนั้นจบแบบเกมทุนต่ำ....

มาในภาคนี้ อะไรที่คุณจินตนาการ หวาดหวัง อยากให้เป็นไว้เมื่อ 14 ปีก่อน

เมื่อเล่นจนจบหมดแล้ว คุณอาจได้พบความรู้สึกว่าถูกเติมเต็มจนอิ่ม แบบที่ผมเป็น

"14 ปีที่รอคอย ในที่สุดฝันก็เป็นจริง"

คะแนนในฐานะแฟนซึบาเซไคภาคแรก 10/10 ไม่หัก ประทับใจน้ำตาซึม


2. ในฐานแฟน Kingdom Hearts

ตั้งกะตอนเห็นข้อมูลเบื้องต้นของเกม แฟน KH ก็คงตะหงิดกันแล้วว่า พลังในการ Remind, Dive นี่มัน keyword จาก KH นี่หว่า!?

แล้วไอ้พลังย้อนเวลาของรินโด ดูยังไงมันก็คือ Power of Waking ของโซระ!!

แล้วพอเล่นไปนะคุณณณณณ keyword Dearly Beloved ก็มา, Deep Dive ก็มา, Devilwave ก็มา

พวกซีนสำคัญต่าง ๆ ที่แฟน KH ดูแล้วเป๊ปซี่พุ่งจากปากกกก ก็มากันหมดดดด ฉากที่พวกโซระสู้กับ Devilwave, ฉากที่ร็อคซัสปรากฏตัว ฉากสิ้นหวังต่าง ๆ, ฉากจบ KH2 ทีมงานเขาแทบจะ Ref มุมกล้องกันมาเลยยย

โอยยยยยย หหหห เปิดดูสคริปต์ยุ่นทวนซ้ำแล้ววว น้ำตาจะไหลอีกรอบบบ มัน ref บทพูดกันมาด้วยซ้ำ

แฟน Kingdom Hearts ที่เล่นแล้วเก็ตทันว่าแต่ละ scene, keyword, element เขาดึงมาจากจุดไหนบ้างงงง กรี๊ดแน่นอนนน

คะแนนในฐานะแฟน KH (ที่เล่นซึบาเซไคภาคแรกมาด้วย) 18/10 แน่นอนนนน


3. คะแนนในฐานะแฟนเกมโนะ

ช่วงหลังโนะน่าจะกำลังเพ้อกับคอนเซปต์ "การย้อนเวลา" "ไปโลกคู่ขนาน" "เปลี่ยนแปลงชะตากรรม"

ตั้งแต่ Power of Waking ของโซระ, มาจนถึงแอริธใน FFVII Remake, สานต่อมาด้วยรินโด

ว่าแต่การที่โซระใช้พลังมากไป มันมี price to pay ยังไงนะ????

สัมผัสจินตนาการ และคอนเซปต์ที่โนะ ใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำอีก ซ้ำอีก ราวกับหมกมุ่นอย่างจงหนักได้อีกครั้งในภาคนี้!!

ไหนจะตัวละครต่าง ๆ อย่างเนกุที่โตแล้ว กลายเป็นนิสัยใกล้เคียงกับสคอลล์ตอนโต (ยังเงียบขรึม ใช้ความคิด พูดน้อย แต่พูดได้มากขึ้น น่าไว้ใจ เก็บอารมณ์)

อุซึกิ ที่หยั่งกับเอาดีไซน์ทรงผม KH1 มาใช้

บีทที่กลายเป็นสโนว ไม่รู้ร้อนรู้หนาวววว แต่ก็โตขึ้น มีความเป็นลูกพี่ปกป้องคนอื่น

รินโดกับเฟร็ท ที่พี่ซันบอกว่า เหมือนเอาร็อคซัสกับไฮเน่ (เฮเนอร์) ไปผจญภัย

ไหนจะเป็นเกมแรกของพวกโนะที่ใช้ "ปาร์ตี้ 6 ตัวละคร"

แล้วที่ผมเคยสงสัยว่า ตกลงเกมนี้มันจะใช้ทฤษฎีกาลเวลาแบบ Dragonball-Avengers ที่มีโลกคู่ขนานหลายใบ มี timeline ที่แตกกิ่งก้านสาขาไปมากมาย การแก้ไขอดีต ก็แค่ทำให้เกิดโลกคู่ขนานใบที่มีประวัติศาสตร์แตกต่างกันออกไปหรือกิ่งใหม่ขึ้นมา, หรือจะใช้ทฤษฎีกาลเวลาแบบ Doraemon-Kingdom Hearts ที่เป็นเส้นเวลาเดียวไม่มีกิ่ง ซึ่งการแก้ไขอดีตจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอนาคตไปด้วย ราวกับใช้ยางลบ ลบแล้วเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่

คำตอบของเกมนี้คือ กูวววว ใช้ทฤษฎีกาลเวลา 2 แขนง ผสมกันแม่งเลยยยย!! มีโลกคู่ขนานหลายใบ โดยเส้น timeline แตกกิ่งก้านสาขาไปมากมาย (อธิบายในรีพอร์ตภาคแรก) แต่เราเอายางลบ ไปลบกิ่งได้ แล้วปล่อยให้มันงอกใหม่ได้ ดังนั้นการแก้ไขอดีต ก็ส่งผลในการเปลี่ยนแปลงอนาคตเช่นกัน (but what about กิ่งที่ถูกลบไป? ผลจากการใช้ power of waking มากไปล่ะ?)

คะแนนในฐานะแฟนเกมโนะ (ที่เล่นซึบาเซไคภาคแรกมา แล้วดันเล่น KH มาด้วย)


07734 / 10 แน่นอนนน

Sunday, August 1, 2021

เบื้องหลังการออกแบบตัวละครในชินซึบาเซไค

ลิสต์การออกแบบตัวละคร

โนมุระ เท็ตสึยะ

- รินโด
- คุโบะ
- โชกะ
- สึกุมิ
- ตัวที่โผล่สุดท้ายของเทรลเลอร์

เก็น โคบายาชิ

- เฟร็ท
- ชิบะ
- โมโทอิ
- ซึสึคิจิ
- ฮิชิมะ
- เนกุ (เดิมออกแบบโดยโนะ)

ยามาชิตะ มิคิ

- นากิ
- มินามิโมโตะ (เดิมออกแบบโดยโนะ)
- อายาโนะ
- ไคเอะ
- คาริยะ (เดิมออกแบบโดยโนะ)
- ยาชิโระ อุสึกิ (เดิมออกแบบโดยโนะ)
- ฟูยะ
- คานอน
- โคโค่ (เดิมออกแบบโดยโนะ)


- การแบ่งว่าใครวาดคนไหน ขึ้นอยู่กับพล็อตเรื่อง โนะเลือกก่อนคนแรก, พวกตัวละครที่โผล่ในภาคแรกแล้ว ให้ยามาชิตะวาดบ้างจะได้เปลี่ยนแนว

- ตัวละครใหม่ที่ปรากฏตัวท้ายเทรลเลอร์ โนะบอกว่าเขาวาดเอง

- โนะบอกว่าเนกุภาคนี้ คุณเก็นเป็นคนวาด

- เฟร็ทดีไซน์มาให้เป็นคนร่าเริง เป็นเพื่อนของรินโด ทำผมเป็นเวฟ ใส่เสื้อฉูดฉาด

- นากิ ออกแบบมาให้เป็นโอตาคุในความคิดของยามาชิตะ

- มินามิโมโตะ เป็นตัวละครแรกในภาคชิน ที่คุณยามาชิตะได้รับมอบหมายให้ออกแบบ ตอนแรกที่พยายามทำความเข้าใจว่ามินามิโมโตะเป็นยังไง ชิบุยะเป็นยังไง เขาดูยิ่งงงแดก จนโนะเอา reference อิมเมจของมินามิโมโตะมาให้ดู ถึงทำงานได้

- เสื้อโค้ทของเมกุมิในภาคแรก ออกแบบโดยโนะ มันเป็นลายงูหลาม, ภาคนี้เสื้อโค้ทของมินามิโมโตะคล้ายกัน เป็นลายจระเข้ แม้สองคนนี้ไม่ได้มีอะไรสัมพันธ์กัน แต่ก็เป็นการรำลึกถึงเมกุมิ

- สาเหตุที่ตัวละครภาคนี้ มีดอกไม้อยู่ในชื่อจริง เพราะโนะบอกว่าก็ส่วนตัวเขาชอบดอกไม้ ชื่อบางตัวละครอย่างรินโดนี่โนะคิดเอง แต่นอกนั้นก็ scenario writer เป็นคนคิด โดยตั้งตามกฎ

- ภาคแรก ยมทูตของชิบุยะจะมีคำบอกทิศ และชื่อสัตว์ใน 12 นักษัตร (十二支) อยู่ในชื่อ, ส่วนภาคนี้ ทั้งผู้เล่น ตัวละครใหม่ ยมทูตชินจูกุ ตั้งชื่อตามกฎใหม่

- ตัวโชกะ (桜音 紫陽花) ที่โนะวาด มีความหมายสองดอกในชื่อเดียว ทั้งซากุระ และไฮเดรนเยีย โนะบอกว่าที่จริงนามสกุลซากุระเนะ เป็นชื่อที่เขาคิดไว้เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ว่าจะให้เป็นนามสกุลตัวเอกภาคต่อไป เพื่อให้พ้องกับ ซากุราบะ (桜庭) ที่เป็นนามสกุลของเนกุ แต่ไป ๆ มา ๆ ชื่อ คานาเดะ รินโด มันฟังลื่นหูกว่า เลยเอานามสกุลซากุระเนะ ไปให้โชกะแทน

- คุณเก็นบอกว่า ยมทูตชินจูกุก็มีปีกเหมือนกัน ตาม setting เดิม, แต่ยิ่งเป็นยมทูตขั้นสูงเท่าไหร่ ปีกก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น

- ในคำอธิบายบอกว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง สึกุมิมีตุ๊กตาเนียนตัน ก่อนที่แบรนด์ Gatto Nero จะถือกำเนิดซะอีก

- คุณยามาชิตะได้รับคำสั่งให้รีดีไซน์โคโค่ใหม่ เขาก็วาดอะไรที่เขาคิดว่าคิวท์ ๆ ลงไป ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชุดแบบนี้เรียกว่าสไตล์อะไร แต่ก็เอาแบบที่เห็นบ่อย ๆ ในเมือง แล้วก็ดูออกมาเป็นแบบเจ้าหญิง

- โนะบอกรินโดกับเฟร็ทใส่รองเท้าผ้าใบที่คล้ายกัน เพื่อให้รู้สึกว่าเป็นเพื่อนกัน

- ในเทรลเลอร์สุดท้ายมีแบรนด์ BLACK HONEY CHILI COOKIE โผล่ด้วย โนะบอกว่าเขาสนิทกับคุณเคย์ ทาคาฮาระ ของแบรนด์นั้น ตั้งแต่ตอนแกเป็นดีไซเนอร์ของ ROEN แล้วแกยังดีไซน์ของอย่าง KINGDOM HEARTS PERFECT BOOK ให้ด้วย ก็มีคุยกันว่าไว้มาร่วมงานกันอีก ในภาคชินนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีเพราะเกมเน้นแฟชั่น เลยโอเนไกชิมัสอีกรอบ

- ชิบุยะในอดีตกับปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก การจะทำเกมนี้ก็ต้องรีเสิร์จแฟชันในชิบุยะ โนะบอกว่าตอนสร้างภาคแรกคุณเก็นอยู่ในทีมโอซาก้า แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ทีมโตเกียวแล้ว การทำงานนี้ คุณเก็นก็ต้องไปรีเสิร์จหน้างานที่ชิบุยะประจำ แต่พอไวรัสระบาดก็ออกไปข้างนอกยากละ คุณยามาชิตะบอกว่าเขาเองก็ไม่กล้าไปชิบุยะ ก็พยายามเช็คเทรนด์จากอินเตอร์เน็ตเอา

- โนะบอกว่ายังไงชิบุยะมันก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตลอดเวลาไม่รู้จบ เกมมันก็เก็บเอาบรรยากาศของชิบุยะในยุคนั้น ๆ มาแหละ ภาคแรกก็คือบรรยากาศชิบุยะ 14 ปีก่อน

https://www.famitsu.com/news/202107/26227410.html

Saturday, July 31, 2021

บันทึกการเล่นชินซึบาเซไค Day 17-19


เนื้อเรื่องวันที่ 17-19

เข้าใจว่าน่าจะปลดระบบทั้งหมดในเกมออกมาหมด

กระดานบอร์ด SNS ก็ครบแล้ว

เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่สัปดาห์แรกเอื่อยเฉื่อย สัปดาห์ที่สองเริ่มน่าสนใจบ้าง ทีนี้มันมาประทังความระห่ำเอาสัปดาห์สุดท้าย

-------------------------------------
📣พูดถึงเนื้อเรื่อง
<<‼SPOILER ALERT‼>>
-------------------------------------

- วันที่ 17 : คานอน text มาบอกรินโดว่าพวกนอยส์แบบใหม่ (จากนี้ไปไม่เรียกนอยส์โปร่งแสงละ ขอเรียกนอยส์โควิด) ระบาดไปทั่ว ขอให้ทุกคนเว้นระยะห่าง social distance กันไว้ หลายคนเข้าใกล้นอยส์แล้วมีอาการหมดอาลัย ไร้ชีวิตจิตใจ แบบที่โชกะเรียกว่า Reverb

- จู่ ๆ รินโดก็เห็นคานอนล้มกองกับพื้น แล้วเฟร็ทก็โจมตีรินโด รินโดความทรงจำขาดหาย จำสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวันไม่ได้เลย จึงต้องย้อนเวลากลับไปช่วงต่าง ๆ ของวันนี้

- รินโดย้อนกลับไปในช่วงต่าง ๆ ของวัน วนไปวนมา พลัง Remind ของเฟร็ทก็ฟื้นฟูความจำให้ไม่ได้ นากิบอกว่าอาจเป็นเพราะอนาคตที่จำไม่ได้ มันยังไม่เกิดขึ้นมา มันกำลังถูกเปลี่ยนแปลง เลยหายไปจากในหัว

- เฟร็ทงงว่าแล้วถ้ารินโดเปลี่ยนประวัติไปเรื่อย ๆ แล้วเกิดอะไรกับพวกเราในตอนนี้ เราจะหายไปรึเปล่า??? (สงสัยเหมือนพวกตรูเนี่ยแหละ)

- เราตรวจสอบพบว่านอยส์โควิดนี่ ตอนเข้าไปสิงคน คนจะเกรี้ยวกราด คิดว่าโดนคนอื่นไล่ตามอยู่, คนที่ถูกนอยส์โจมตี ความทรงจำจะปั่นป่วน (รินโดเลยจำเรื่องราวระหว่างวันไม่ได้), พอนอยส์กินวิญญาณจนหมด คน ๆ นั้นก็จะแห้งเหี่ยวหมดอาลัย แล้วนอยส์ก็จะย้ายไปกินวิญญาณมนุษย์คนอื่นต่อ

- คานอนโดนนอยส์โควิดสิง ความทรงจำปั่นป่วน แล้วก็เรียกให้เฟร็ทมาหา, แต่รินโดที่ย้อนเวลามา เล่าให้ทุกคนฟังว่าถ้าเฟร็ทไปด้วย ทุกคนสู้ชนะนอยส์ที่สิงคานอน แต่เฟร็ทจะโดนสิงต่อ แล้วก็โจมตีรินโดจนความจำเสื่อม เลยต้องย้อนเวลากลับมาแก้ไขประวัติศาสตร์, เฟร็ทจึงบอกว่างั้นเขาจะขอนั่งเงียบ ๆ รอในร้านกาแฟละกัน จะได้ไม่ผิดพลาดซ้ำรอยอีก

- พวกรินโด 4 คนไปหาคานอน แล้วเฟร็ทตามมาสมทบด้วยทีหลัง เฟร็ทบอกว่าเขาคิดวิธีช่วยคานอนได้แล้ว เขาจะใช้พลัง Remind เรียกสติคานอน แล้วขอให้นากิพาทุกคนไดฟ์เข้าไปทำลายนอยส์ในจิตใจของคานอน แบบนี้น่าจะช่วยให้ไดฟ์เข้าไปได้ (ตอนที่อายาโนะโดนสิงเมื่อวาน นากิไดฟ์ไม่เข้า จนอายาโนะกลายเป็นนอยส์ แต่นั่นก็อาจเพราะไม่ได้ใช้ Remind ก่อน คราวนี้เลยลองใช้ Remind ก่อน แล้วไดฟ์เข้า)

- ทุกคนช่วยกันกำจัดนอยส์โควิดที่สิงคานอนอยู่ได้ แต่ก็สายเกินไปแล้ว วิญญาณของคานอนโดนกัดกินจนหมดสภาพและกำลังจะหายไป

- คานอนบอกว่าเฟร็กชอบป้อนคำหวานใส่เธออยู่เรื่อย ๆ ซึ่งเธอพูดมาตลอดว่ามันฟังดูแล้วไม่จริงใจ เธอขอให้เฟร็ดพูดอย่างจริงใจมาตลอด อาจไม่ใช่ทุกคนที่อยากฟังคนอื่นพูดอย่างจริงใจ แต่เธออยากฟัง เฟร็ทมักจะชอบสวมหน้ากากเป็นคนสดใสร่าเริงอยู่เสมอ แต่คานอนก็เข้าใจเฟร็ทที่เป็นแบบนั้น จนอยากจะมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเฟร็ท ซึ่งพอมองเห็นแล้ว เธอก็หลงเลย (charmed)

- เฟร็ทร้องไห้สารภาพกับคานอนว่า เขาทำเป็นป้อแหย่เล่นมาตลอด ทว่าที่จริงแล้ว เขาคิดจริงจังกับเธอนะ....

- คานอนบอกว่าเสียดายที่เธอไม่สามารถอยู่ดูเกมจนจบได้ แต่ช่วยชนะเกมด้วยนะ

- แม้สถานการณ์ดูย่ำแย่ มีแต่การสูญเสียทุกวัน แต่บีทเชื่อว่าพวกเรามีโอกาส ไม่ใช่แค่พวกเรา แต่ยมทูตของชิบุยะทุกคน ไม่ยอมให้ใครมาเผาบ้านของพวกเราแน่ (ก่อนหน้านี้อุสึกิบอกว่าเธอต้องทำตาม GM แต่คาริยะบอกว่าเขาไม่ขัดขวางพวกรินโด)

- นากิวิเคราะห์ให้ฟังว่าตอนแรกเธอนึกว่าชิบะจะเป็นคนใจเย็น-พวกนักคำนวณ แต่จู่ ๆ วันนี้ชิบะก็หัวร้อนขึ้นมาไม่มีเหตุผล ราวกับสภาพจิตใจไม่ปกติ รินโดเลยบอกว่าเหมือนระเบิดที่สายชนวนสั้นสินะ

- สวอลโลอ่านข้อความถึงล่าสุดแล้ว แต่ไม่ตอบเลยต้องกะวันที่ 15

- โคโค่ไปดูดวงกับไคเอะ ได้รับคำทำนายว่าความพยายามบอกว่าจะไม่สัมฤทธิ์ผล ต้องให้คนรู้จักเก่าช่วย แล้วอดทนรอคอย ถึงจะเป็นจริง

- ไคเอะพิมพ์แชทกับใครไม่รู้ในคอมพิวเตอร์ ทั้งสองฝ่ายเจรจากันว่าไม่ได้มาร้าย งั้นก็จะร่วมมือกัน

- วันที่ 18 : เฟร็ทเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนเขาเป็นคนจริงจัง คอยให้คำแนะนำต่าง ๆ กับเพื่อน แต่คำแนะนำนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรเปลี่ยนแปลงเลย แล้วเพื่อนก็จากไปโดยไม่ได้บอกลากันซักคำ หลังจากนั้นเฟร็ทเลยเปลี่ยนไป กลายเป็นคนช่างแม่ง ไม่จริงใจกับอะไรแล้ว ให้ใจไปก็เท่านั้น

- แต่หลังจากเฟร็ทเจอคานอน ก็อยากจะเป็นแบบเธอ อยากให้เธอเห็นเขาที่เติบโตขึ้น แล้วยอมรับว่าเขาได้ก้าวไปอยู่ในระดับเดียวกับเธอได้

- โชกะบอกว่าเธอเองก็ไม่รู้ว่าชิบะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน คนที่รู้มีแค่ไคเอะ อายาโนะ ซึสึคิจิ และคุโบะ

- คุโบะปล่อยนอยส์ออกมาสิงคาริยะได้ไม่นาน แล้วพวกรินโดตามมาช่วยไว้ได้ทัน วิญญาณของคาริยะยังไม่เสียหาย แค่หลง ๆ ลืม ๆ เฟร็ทเลยยังช่วยไว้ได้

- คาริยะบอกว่าก่อนหน้านี้เขาพยายามไปหยุดนอยส์โควิดใน RG แต่รับมือไม่ไหว ส่วนอุสึกิยังยืนกรารว่าต้องเชื่อฟัง GM กับคอนดัคเตอร์ มันเป็นกฎ

- ในอดีตเมื่อพวกยมทูตจากชินจูกุอพยพมายังชิบุยะใหม่ ๆ พวกยมทูตของชิบุยะคุยกันว่าพวกมันต้องมาทำลายชิบุยะแน่ แต่ถ้าไม่เชื่อฟังพวกชินจูกุ เราก็จะโดนจัดการอยู่ดี คาริยะเสนอให้ทุกคนยอมเล่นละครตามน้ำไป แล้วรอให้มันเผลอ แต่เหล่ายมทูตของชิบุยะก็กลัวว่าพวกชินจูกุจะยึดเมืองไปแล้วไม่มีวันคืน

- ระหว่างวัน พวกรินโดเจอผีเด็กจากชินจูกุ ไม่ยอมไปเกิด พอปลดปล่อยให้แล้ว เด็กบอกว่าจะได้ไปอยู่กับแม่เสียที

- รินโดบอกว่าตอนแรกก็ผิดหวังที่รู้ว่าขวัญใจของตัวเอง (โมโทอิ) แม่งเป็นนักก๊อป แต่ตอนนี้ กลับรู้สึกว่าดีแล้วที่ได้รู้ความจริง หลังจากนี้ไปก็จะไม่เคลิ้มไปกับคำคมสวย ๆ แล้ว

- ยมทูตฮิชิมะ ขอให้พวกรินโดไปหยุดยั้งต้นตอการระบาดของนอยส์

- พวกรินโดตามล่าคุโบะ แต่พอเจอคุโบะกลับ คุโบะกลับเรียกคนติดเชื้อมากมายที่สภาพไร้ชีวิตจิตใจ กลายเป็นซอมบี้ มาล้อมพวกรินโดไว้ นากิบอกว่าเยอะขนาดนี้คงไดฟ์เข้าไปแก้ทีละคนไม่ไหว

- รินโดย้อนเวลากลับไป ทำลายนอยส์ยักษ์ที่เป็นต้นตอการแพร่เชื้อ เพื่อลดจำนวนนอยส์ที่จะเกิดออกมาลง พอกลับไปยังช่วงเวลาที่เผชิญหน้าคุโบะใหม่ จำนวนคนที่ถูกคุโบะเรียกมาเลยลดลงแล้ว

- พอคุโบะเห็นว่าคนที่เรียกมาช่วยมีน้อยกว่าที่คิด คุโบะจึงเรียกคาริยะที่โดนนอยส์โควิดสิงออกมา (ตอนเช้าพึ่งโดนสิง นี่โดนสิงอีกรอบแล้วว) แต่ยังไม่ทันทำอะไร อุซิกิก็ปรากฏตัวมาทำลายนอยส์ที่สิงคาริยะ เธอบอกว่าจะให้เธอรับมือพวกนอยส์ที่ก่อกวน RG อยู่คนเดียวจนถึงเมื่อไหร่!? คาริยะที่ได้ยิน ก็ได้สติเพราะเสียงของอุซึกิ

- คุโบะเรียกทั้งสองคนว่าคนทรยศ แต่อุซึกิบอกว่าความภักดีของเธอมีต่อเมืองนี้เท่านั้น แล้วคาริยะจะขอตัวไปช่วยต้านนอยส์ใน RG พร้อมอุซึกิ โดยฝากพวกรินโดจัดการกับคุโบะด้วย

- คุโบะตั้งท่าจะเข้ามาบวกกับพวกรินโด แต่ยังไม่ทันทำอะไร กลับโดนมินามิโมโตะลอบซัดจากทางด้านหลัง ร่วงลงพื้นในทีเดียว

- เฟร็ท นากิ รินโด จะดีใจที่ครูคณิตกลับมาช่วยพวกเขา แต่บีทกลับด่ายับ แล้วบอกว่าในอดีตนอยส์ต้องห้ามของหมอนี่นั่นแหละ ที่ทำทั้งเมืองปั่นป่วนกันไปหมด

- เฟร็ทจะพยายามขอบคุณครูคณิต แต่บีทไม่ยอมเชื่อใจ แล้วถามเฟร็ทว่าแกคุยภาษาเลขกับมันรู้เรื่องได้ไง แต่เฟร็ทก็พยายามแก้ตัวให้ครูคณิตทั้งหมด

- นากิขออนุญาตเสนอความเห็นกับรินโด เธอบอกเธอศึกษาคำพูดและนิสัยใจคอของโทโมนามิมาทะลุปรุโปร่ง เธอจึงสามารถวิพากษ์ดอปเปิลแกงเกอร์คนนี้ได้ ว่าเขามีท่าทีแปลกจากแต่ก่อนที่เป็นพวกเรา กลิ่น และนัยน์ตาของครูคณิตเปลี่ยนไป ดวงตาลุกโชนด้วยเป้าหมายบางอย่าง ในฐานะติ่ง EleStraniac เธอจะยอมให้เป็นแบบนี้ไม่ได้...

- ต่อหน้าพวกรินโด จู่ ๆ ครูคณิตก็พูดคนเดียวว่า ถึงเวลาแก้สมการแล้ว แล้วก็เรียกนอยส์นกนางนวลจากบนฟ้ามารวมกันที่เขา ครูคณิตบอกว่าการทวนกระแสเวลากลับ ได้สร้างตัวดูดซับพลังงานแบบนี้ขึ้นมา (เลยเอามารวมไว้ที่ตัวเอง เพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง)

- แสดงว่าในวันที่ 7 สาเหตุที่ในตอนแรกครูคณิตไม่ยอมไปช่วยรินโดสู้ซึสึคิจิ โดนเขาบอกว่าจะทดลองตัวแปรบางอย่าง นั่นคือทดลองหาตัวแปรในการเพิ่มจำนวนนอยส์นางนวลบนฟ้า ซึ่งตัวแปรนั้นก็คือจำนวนครั้งในการข้ามมิติของรินโด (interdimensional) พอรินโดต้องย้อมเวลา นอยส์พวกนั้นก็จะเพิ่มจำนวนขึ้น

- ครูคณิตแปลงร่างเป็นอสูรกายยักษ์พร้อมเพลง Transformation จนทุกคนไม่สามารถสู้ได้ บีทเข้ามาขวางการโจมตีไว้ แล้วบอกทุกคนว่า Pi-face มันสนแต่ตัวเอง มันไม่แคร์ใครหรอก สันดานมันนี่ 3 ปีแล้วก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลย

- ทุกคนจะวิ่งหนีไป บีทขออาสาเข้าไปต้านการโจมตีเพื่อถ่วงเวลาให้ทุกคนหนีไป แต่รินโดไม่ยอม

- ระหว่างที่บีทเข้าไป รับมือรับตีนของครูคณิต รินโดได้แต่ยืนมอง แต่ทำอะไรไม่ได้

- แต่แล้วเนกุโผล่มาขวาง โจมตีตู้มเดียว............. นอยส์นางนวลกระจาย ครูคณิตร่วงลงไปนอนกับพื้น

- บีทถามว่าเนกุหายไปไหนมา เขาตามหาเนกุทุกที่มาโดยตลอด

- เนกุบอกว่าชินจูกุถูกทำลายไปแล้ว แต่เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองกับชิบุยะอีก

- ครูคณิตลุกขึ้นมาบอกว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เอาเนกุเข้าไปอยู่ในสมการด้วย คงต้องไปคำนวณใหม่ (วางแผนใหม่) ถึงแต่ละอย่างคลาดเคลื่อนไป แต่อนาคตที่ถูกวางไว้ ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วครูคณิตก็เตือนรินโดว่าแกกับพินของแกมันแปลก ๆ มันไม่เข้าพวก พลังระดับเอกซ์โพแนนเชียลนั้น ไม่ได้มีเพื่อให้ผู้เล่นทั่วไปใช้

- เนกุถามครูคณิตว่าแกต้องการพลังมากมายไปทำไม ครูคณิตตอบว่าเพื่อให้เข้าถึงอินฟินิตี้ ถ้าไม่อินทีเกรทตัวเอง ก็จะแพ้พ่ายเปล่า ๆ

- เนกุถามครูคณิตว่ามีคนแข็งแกร่งกว่านี้ ที่พวกเราต้องระวังหรอ? ครูคณิตบอกว่าความเป็นไปได้มีอยู่ แต่คนที่ว่าจะเป็นใครนั้น เนกุต้องไปแก้สมการเอาเอง

- เนกุบอกว่าเขาจะช่วยพวกรินโดปกป้องชิบุยะเอง และดีใจที่ได้กลับมายังชิบุยะสักที

- วันที่ 19 : บีทเล่าให้เนกุฟังแล้วว่าเราต้องไปจัดการชิบะ ซึ่งเป็นคนที่สร้างนอยส์พวกนี้

- เนกุเล่าให้ฟังว่า 3 ปีก่อน เขาถูกดึงตัวกลับไปยัง UG แล้วก็มาโผล่ในชินจูกุที่เหลือแต่ซาก แต่จนถึงตอนนี้ชินจูกุก็ยังอยู่นะ แค่มันถูกตัดขาดจาก UG RG แล้วไม่เหลือคนอยู่ ทว่าความคิดของผู้คนล่องลอยอยู่ทั่วเมือง ราวกับวิญญาณที่หลงทาง ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไรเป็นนามธรรม แต่ก็พอมีเงื่อนงำ มีเพื่อนยมทูตช่วยอยู่

- อุซึกิมาหา บอกว่าเธอก็ดีใจที่เนกุกลับมา เธอเองก็พยายามปกป้องชิบุยะในแบบของเธอ ขอให้เนกุทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองด้วย แต่เนกุกลับจำอุุซึกิไม่ได้

- ชิบะ broadcast มาบอกว่าเขาเองก็ตามหาเนกุมาโดยตลอด กระทั่งไปตามหาใน RG ด้วย แต่สุดท้ายก็ได้แค่พาพวก Wicked Twister มา / รินโดอึ้งว่าขนาดชิบะยังตามหาเนกุมาโดยตลอด แสดงว่าหมอนี่ต้องเจ๋งมากเลย

- เนกุบอกว่าชิบุยะเปลี่ยนไปมากเลย จนตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ที่ไหน ตอนนี้เขาอยากค้นหาก่อนว่า ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นตอนชินจูกุล่มสลาย

- ได้รับ Secret Report 3 ซึ่งเขียนโดยลุงฮาเนโกะมะคนเดิม ลุงเขียนในวันที่นากิเข้าร่วมทีมของตัวแทน (รินโด) แล้วบอกว่าปกติแล้วพลังแฝงของแต่ละคน จะตื่นขึ้นด้วยการจูนคลื่นชีวิต จูนพลังที่หลับใหลอยู่ ซึ่งเดิมคลื่นที่มีพลังพิเศษเหล่านั้นมันอยู่ใน Higher plane และเดินทางข้าม plane ได้ (หมายถึงเป็นความสามารถของพวกเทวดา) ปกติแล้วเป็นเรื่องยากที่คนที่มีพลังแฝงหลายคนจะปรากฏตัวติด ๆ กัน  เขาจึงสงสัยว่าพินที่แพร่กระจายไปใน RG คงจะฝังการจูนคลื่นชีวิตไว้ เพื่อช่วยในการหาคนที่มีพลังพิเศษ ทว่าพลังของตัวแทน มันแตกต่างจากพลังปกติมาก อันตรายเกิน ถ้าเลือกได้อยากให้พลังนั้นมันหลับใหลไปตลอดมากกว่า เพื่อทั้ง UG และ RG เอง มันไม่ใช่แค่วาร์ป แต่จะพลังนั้นจะทำลายล้าง code ของ Lowerplane ทั้งหมด ไม่รู้ว่า Composer รู้อยู่แล้วและเลือกเขาเป็นตัวแทน เพราะเล็งเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นรึเปล่า

- เนกุบอกว่าตอนนี้ชินจูกุเหลือแต่เงา และความนึกคิดที่ล่องลอย / ตอนแรกที่ไปชินจูกุ เพราะมีคนอยากให้เขาไปที่ชินจูกุนั่น ภายหลังก็มียมทูตตามหาเขา บอกเขาว่าชิบุยะต้องการความช่วยเหลือ และทำให้เนกุกลับมายังชิบุยะได้

- เนกุบอกมินามิโมโตะก็เปลี่ยนไป เขารู้สึกได้ อย่างน้อยก็กำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง

- เนกุบอกว่าเขาสแกนอ่านใจคนแบบเดิมไม่ได้ แต่สแกนดูวิญญาณได้ พอเห็นอายาโนะที่ยืนรอทุกคนอยู่ เนกุบอกว่าอายาโนะที่ทุกคนเห็นนี่เป็นแค่เปลือก ไม่มีวิญาณแล้ว แต่ความนึกคิดกับความทรงจำหลงเหลือของอายาโนะยังหลงเหลืออยู่ นอยส์ได้ดูดกลืนความคิดเข้าไป แล้วปรากฏตัวเป็นร่างของเธอ

- นากิป้ายยาให้โชกะเล่นเกม Elegant Strategy คลายทุกข์

- ชิบะให้นอยส์โควิด กินความนึกคิด+ความจำของเพลเยอร์ต่าง ๆ ที่ถูกลบไปแล้ว แล้วจำแลงเป็นร่างของคน ๆ นั้น กลับมาสู้กับพวกรินโด

- บีทบอกเนกุว่าเขาไม่ได้ถูกฆ่า แต่ถูกยมทูตพามาจาก RG ตอนนี้ที่ RG เลยเหมือนว่าเราไม่เคยมีตัวตนอยู่ (เหมือนที่ชินจูกุไม่เคยมีตัวตน)

- นากิบอกว่าเธอก็เข้ากับคนแบบเฟร็ทไม่ค่อยได้ แต่พอผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะแยะ ก็สามารถข้ามผ่านเปลือกนอกได้ ท้ายที่สุดแล้วเฟร็ทก็มีความเป็นมนุษย์ หมายถึงการพยายามทำความเข้าใจคนรอบตัวแม้อาจจะกลัวบ้าง แต่ก็ไม่ได้มองคนอื่นเป็นเครื่องมือหรือร่าเริงจนไม่ใส่ใจใคร

- นากิบอกว่าการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ ตลอดมาเธอลำบากใจกับการทำให้ความสัมพันธ์กับมนุษย์ทุกคนราบรื่น กังวลกับทั้งการถาม กังวลกับทั้งคำตอบ กังวลกับการตอบสนองคำตอบนั้นอย่างเหมาะสม เพื่อทำให้ทุกคนพึงพอใจ แต่สิ่งที่ว่ามาทั้งหมดนี้มันก็เป็นสกิลที่ทุกคนทำได้ โดยไม่ต้องพึ่งพลังพิเศษ

- เฟร็ทฟังแล้วบอกว่าไว้เขาจะไปเล่น Fancy Strategy ด้วย (มันเรียกชื่อเกมผิด)

- เนกุขอให้ทุกคนไปที่ Cat Street ที่นั่นเคยมีร้านกาแฟของลุงฮาเนโกมะอยู่ แต่วันนี้เขาไม่ได้มาหาลุง มาหาเพื่อนยมทูต

- พอไปถึง Cat Street ก็เจอโคโค่ที่รออยู่ เนกุอธิบายให้บีทฟังว่า ทั้งสาเหตุที่โคโค่ยิงเขา หลอกเราสองคนเข้าไปยังเมืองลวงตา แล้วลากเขาไปใน UG เมื่อ 3 ปีก่อน ทั้งหมดนั้นก็เพื่อช่วยชินจูกุ

- โคโค่บอกว่า 3 ปีก่อนนั้น แรกเริ่มเธอได้ยินคนเรียกให้ช่วย เลยพยายามดึงบีทกับเนกุไปช่วย แต่มันสายไปแล้ว เพื่อนโคโค่ที่ว่าเคยเป็นยมทูต แต่เธอกลับไปเป็นผู้เล่นเมื่อสามปีก่อน เป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวจากชินจูกุ พอเธอคนนั้นย้ายเมืองมายังชิบุยะ ก็กลับเป็นยมทูตอีกครั้ง

- โคโค่โชว์ตุ๊กตาแมวดำที่ตัวรุ่งริ่งให้ดู โชกะบอกว่ามันเป็นตุ๊กตาของ Gatto Nero แต่เนกุบอกว่าเขาไม่รู้จัก Gatto Nero ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองใส่ชุดแบรนด์ที่ดังสุดนั้นอยู้่ เนกุงงว่าแมวเนียนตันดังจนกลายเป็นที่นิยมขนาดนั้นตั้งกะเมื่อไหร่ ที่เขารู้จักเนียนตันก็เพราะมันเป็นตุ๊กตาของชิกิ แค่นั้น

- โคโค่บอกว่าตุ๊กตาเนียนตันที่รุ่งริ่งตัวนี้ เก็บหัวใจและวิญญาณของสึกุมิไว้ แต่มันรุ่งริ่งแล้ว เลยสื่อสารกันไม่ได้ ต้องช่วยสึกุมิที่อยู่ในตุ๊กตาก่อนถึงจะรู้ว่าเกิดไรกับชินจูกุ แล้วจะได้ยับยั้งได้ ทว่าตอนนี้ชิกิไม่ได้อยู่ในชิบุยะ เธอไปทำงานอยู่ที่อื่น จนกว่าชิกิจะกลับมา เราคงคุยกับสึกุมิไม่ได้ เพราะชิกิเป็นคนเดียวที่ซ่อมตุ๊กตาได้

- รินโดได้ยินก็ขอให้นากิพาทุกคนไดฟ์เข้าไปในตุ๊กตา แล้วก็พบว่าสึกุมิติดอยู่ในนั้น มีนอยส์รบวนเธออยู่

- พอกำจัดนอยส์ที่สิงตุ๊กตาด้วยได้ ก็สื่อสารกับหัวใจและวิญญาณของสึกุมิได้  เนกุบอกว่าสึกุมินี่เองที่เป็นเรียกเขาและแสดงภาพในอนาคตให้เห็น (ใน A New Day ภาค Final Remix) รินโดบอกว่าภาพนิมิตอนาคตหรอ?? เขาก็เห็นเหมือนกัน สึกุมิบอกว่าเธอส่งภาพเหล่านั้นออกไปเอง มีรินโดกับเนกุสองคนที่รับสัญญาณได้ กล่าวคือเธอสามารถจับสัญญาณจากตัวตนในอนาคตของแต่ละคนได้ เลย fwd สัญญาณนั้นกลับมาเตือนคนในปัจจุบัน เพื่อให้ช่วยชิบุยะไว้

- สึกุมิเล่าว่านอยส์ที่ชิบะสร้าง มันสามารถเดินทางไปมาระหว่าง UG และ RG ได้ มันกัดกินกำแพงระหว่างสองภพไปเรื่อย ๆ จนกำแพงแตก ทั้งสองภพจึงรวมเป็นหนึ่ง เรียกว่าปรากฏการณ์ Inversion ซึ่งยมทูตทั่วไปไม่สามารถทำอะไรแบบนั้นได้

- สึกุมิบอกว่าชิบะมีพลัง Dissonance เป็นการต่อต้านความเปนจริง เช่น ลากคนเป็นเข้ามายัง UG เธอพยายามหาคำตอบว่าพลังนั้นมันมาจากไหน แต่กลายเป็นว่าเธอเกือบโดนลบไป ตอนนี้เธออาจจะติดในตุ๊กตาไปตลอดก็ได้ ก็ขอให้ทุกคนช่วยทำในสิ่งที่เธอทำไม่สำเร็จด้วย

- เนกุสัญญากับสึกุมิว่าจะทำให้ได้ แล้วไว้ชิกิกลับมาแล้วจะพาตุ๊กตาไปซ่อม ไว้จบเรื่องแล้วค่อยหาชิกิกัน

- ด้านรินโด ส่งข้อความหาสวอลโลมาตลอด สวอลโลอ่านหมดแต่ไม่ตอบอะไรตั้งแต่วันที่ 15

- โชกะยังคาใจว่าชิบะเปลี่ยนแปลงไป ชิบะไม่ได้เป็นคนแบบนี้จนกระทั่งสามปีก่อน (จริง ๆ โชกะก็รู้จักชิบะได้ไม่นานอ่ะ เธอยังบอกเลยว่า เธอเป็นยมทูตของชินจูกุได้ปีเดียว ชิบะก็ทำลายเมืองทิ้ง)

- ชิกิที่กลับมายังชิบุยะแล้ว รับโทรศัพท์จากใครไม่รู้ขึ้นมา เธอยืนอยู่หน้ารูปปั้นฮาจิโกะ ชิกิถามคนในสายว่าว่างแล้วเหรอ? เจอกันที่ไหนดี? ไม่ต้องห่วง จะคอยนะ

บันทึกการเล่นชินซึบาเซไค Day 15-16


บันทึกการเล่น DAY 15-16 วันนี้เล่นได้น้อยมาก เสียเวลาฟาร์ม กับวนแก้ปริศนา ที่ต้องตอบคำถามถูกเกือบ 20 ข้อซะเยอะ

-------------------------------------
📣พูดถึงเนื้อเรื่อง
<<‼SPOILER ALERT‼>>
-------------------------------------

- วันที่ 15 ชิบะปล่อยนอยส์โปร่งแสงกระจายรอบเมือง พวกนี้สเตตัสสูง แล้วยังตีไม่เข้า, แถมนอยส์พวกนี้ยังมีคุณสมบัติในการกินวิญญาณของมนุษย์ ทำให้เหลือแต่เปลือกภาชนะอันว่างเปล่า... ยมทูตเรียกสภาพนั้นว่า Reverb (หรือว่าสึกุมิ เป็นแบบนั้น?)

- คนที่มีสัมผัสที่ 6 บน RG เริ่มมองเห็นพวกนอยส์โปร่งแสง

- คุโบะบอกว่าก่อนหน้านี้ชิบะคงเอาพินไปปล่อยกระจาย ใน RG เพื่อเร่งหาคนมีฝีมือเข้ามาแข่งกับทีม Ruinbringers , โดยคนที่มีพลัง พอจับพินแล้วก็จะใช้พลังจิตได้ พลังจิตนั้นก็จะพาข้าม plane มายัง UG

- ค้นพบจุดอ่อนว่านอยส์พวกนี้แพ้ black light เลยไปซื้อเครื่องฉายแสงดำมา แล้วล่อพวกนอยส์โปร่งแสงไปยังหน้าร้านแบรนด์เปกาซัส (จำชื่อไม่ได้) ที่เป็นกระจกสะท้อนเยอะ ๆ มันจะได้สะท้อนแสงแบบอลังการ แล้วจัดการนอยส์โปร่งแสงรวดเดียว 

- ถึงแม้จัดการไปได้เยอะ แต่ก็ยังเหลือนอยส์โปร่งแสงอีกมากมาย พวกรินโดรู้ว่าเวลาเจอก็แค่เปิดแสงดำใส่ จะได้ตีเข้า

- วันที่ 16 อายาโนะลงทุนให้ชิบะเอานอยส์โปร่งแสงมาสิงตัวเอง แล้ว text ไปบอกโชกะ เพื่อหวังว่าวิธีนี้จะทำให้โชกะกลับมาหาตน อารมณ์หยั่งกะคนขู่ว่าถ้าไม่กลับมาง้อชั้นจะฆ่าตัวตาย โชกะเลยพาพวกรินโดตามมาหา)

- โชกะเล่าให้รินโดฟังว่า ในอดีตเธอเคยเล่นเกมยมทูต พอชนะแล้วก็ได้รับข้อเสนอให้เป็นยมทูต ส่วนตัวเธอไม่อยากคืนชีพ เอาจริง ๆ จะขอให้ตัวเองถูกลบไปก็ได้ แต่ก็ลองรับข้อเสนอเป็นยมทูตไป ซึ่งก็ชีวิตง่ายดี มีพลัง แค่คอยสอดส่องดูแลผู้เล่น แล้วก็ได้อายาโนะเป็นพี่เลี้ยงสอนอะไรต่าง ๆ ให้ สองคนสนิทกันมาก แล้วยังสนิทกับซึสึคิจิและไคเอะ (แต่ไม่ชอบคุโบะกัน) ตอนแรกชิบะก็ดูใจดี แต่มาวันนึงชิบะที่เป็น Conductor ของชินจูกุก็เปลี่ยนไป เกิดความคิดที่จะทำลายเมืองขึ้นมา แถมสึกุมิก็เปลี่ยนไปด้วย

- โชกะเป็นยมทูตของชินจูกุได้ประมาณปีนึง ชิบะก็ทำลายชินจูกุ แล้วชิบะก็เลือกให้ทุกคนย้ายมายังชิบุยะ ยมทูตบางคนก็ไม่โอเคกับเมือง บางคนยินดีมองชิบุยะเป็นบ้านหลังใหม่ ซึ่งโชกะชอบและชอบไปช็อปปิ้งร้าน Gatto Nero เป็นร้านแรกที่เข้าไปเลย ส่วนอายาโนะไม่ชอบเมืองนี้ และคิดถึงชินจูกุมากกว่า

- หลังจากชิบะย้ายมายังชิบุยะแล้ว ต่อมาก็ขึ้นเป็นตำแหน่ง Conductor, ซึ่งโดยปกติ Conductor ต้องตั้ง GM ขึ้นมา, แต่ชิบะดันตั้งตัวเองให้ควบตำแหน่ง GM ไปด้วย

- โชกะพึ่งเริ่มรู้เมื่อปีที่แล้วว่าชิบะก็วางแผนทำลายชิบุยะด้วย

- พอตามหาอายาโนะเจอ ปรากฏว่าเธอโดนนอยส์โปร่งแสงกินวิญญาณไปเละจนช่วยอะไรไม่ได้แล้ว อายาโนะกลายเป็นนอยส์ที่ร้ายกาจเข้าทำร้ายทุกคน แม้เราจะชนะได้ อายาโนะก็สลายไปด้วย

- ซึสึคิจิตามมาอธิบายให้ฟังว่า อายาโนะทำทุกอย่างเพื่อให้โชกะกลับมา นอยส์พวกนี้นากิไม่สามารถพาทุกคนไดฟ์เข้าไปในใจทำลายได้ ก็ต้องสู้กับพวกมันจากภายนอก แต่แม้จะทำลายนอยส์โปร่งแสงที่สิงคนอยู่ไป ทว่าผลของการที่ถูกพวกมันกัดกินวิญญาณก็ยังคงอยู่ เหมือนกับอายาโนะที่เสียไปแล้ว

- ใน RG มีการประกาศข่าวว่าเกิดโรคชิบุยะซินโดรม ผู้โดยสารรถไฟและคนเดินเท้าที่ผ่านสถานีชิบุยะ ต่างรู้สึกมีอาการอ่อนล้าอย่างไม่ทราบสาเหตุขึ้นมาพร้อมกัน อาการมีทั้งหมดสติ สับสน รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ แต่ก็ให้ประชาชนระวังตัวกันขั้นสุด

Friday, July 30, 2021

บันทึกการเล่นชินซึบาเซไค Day 12-14


บันทึกการเล่น DAY 12-14 ต่อจากเมื่อวาน

เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ต่างจาก 7 วันแรกที่เอื่อยสุด ๆ

แต่ก็ยังไม่ได้มีอะไรผิดคาดพลิกโผเท่าไหร่

ช่วงนี้เกมเพลย์เริ่มสนุกขึ้น เพราะจะได้ Party Member คนที่ 5 มาแล้ว

อีกทั้งเรายังสกิลใหม่ ๆ เช่น set Deck 2 ได้ และใส่พินที่มี input button ซ้ำกันได้

ข้างเล่า เป็นเล่าเรื่องต่อเลยละกัน

-------------------------------------
📣พูดถึงเนื้อเรื่อง
<<‼SPOILER ALERT‼>>
-------------------------------------

- พวกรินโดค้นพบความจริงว่าโมโทอิคอยตามสตอล์ก และนินทาโชกะให้คุโบะและอายาโนะ ฟังว่าโชกะแอบสมคบคิดช่วยเหลือพวกรินโด โดยโมโทอิหวังว่าวิธีนี้จะทำให้พวกยมทูตตะเพิดโชกะออก แล้วรับเขาเป็นยมทูตแทน อย่างน้อยเขาจะได้ไม่ถูกลบทิ้ง

- ตอนสัปดาห์แรกโมโทอิ ก็ให้คำแนะนำในการต่อสู้กับซึสึคิจิแบบผิด ๆ แก่รินโด (ที่ให้ไปปั่นหัวเรื่องแนวคิดว่าโลกนี้มันไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ มันมีสิ่งที่เทา ๆ อยู่ ทว่าพอพูดไปแล้วแทนที่จะทำให้ซึสึคิจิสับสน กลับไปทำให้เขาโกรธ) เพื่อกะให้รินโดไปแพ้

- พวกคำคมต่าง ๆ บทกวีสวยหรู ที่โมโทอิโพสต์ในชื่อบนโลกโซเชียลว่า AnOther ปรากฏว่าที่จริงแล้วโมโทอิไม่ได้คิดเอง อ้วนกวีแค่ไปหยิบคอนเทนต์คนอื่นมาทำภาพ แปะชื่อตัวเอง เขาอ้างว่าไม่ได้ขโมย แค่หยิบคอนเทนต์คนอื่นมารีไซเคิลไม่ให้หายไปกับกาลเวลา ซึ่งสิ่งที่เขาทำลงไป มันก็ทำให้คนมากมายมีความสุขเมื่อได้อ่านภาพคำคมเหล่านั้น รวมถึงรินโดด้วยไม่ใช่เหรอ? มันก็วิน-วินก็ทุกคนนี่ / ถึงแม้พอมีแฟนคลับจับได้ว่า แฟนคลับคนนั้นถ้าไม่ชอบก็แค่ unfollow ไป

- โมโทอิสู้แพ้พวกรินโด คะแนนร่วงไปอยู่รั้งท้ายในวันที่ 13, การที่โมโทอิแพ้ ก็เป็นส่วนหนึ่งให้พวกยมทูตมองว่าโมโทอิอ่อนแอเกินกว่าจะรับเป็นพวกได้

- วันที่ 14 รินโดตกลงร่วมมือกับคานอน คานอนวานให้รินโดไปตามหาและจัดการซึสึคิจิ ส่วนเธอจะถ่วงเวลาสึกุมิไว้ ไม่ให้สองคนนี้ร่วมมือกันได้ แล้วรินโดค่อยตามมาจัดการสึกุมิทีหลัง

- พวกรินโดพบโชกะที่โดนชิบะถีบออกจากการเป็นยมทูต ฐานสมคบคิดกับเพลเยอร์ ตามที่โมโทอิแจ้งไว้ โชกะบอกว่าก็ที่ผ่านมามันไม่ยุติธรรม ถึงผู้เล่นจะเล่นให้ตายยังไงก็ไม่ชนะ มันก็ไม่ใช่เกม เธอเห็นพวกรินโดมีแววดีก็อยากช่วย

- รินโดชวนโชกะเข้าทีมด้วย โชกะอ้ำอึ้งตกใจ บอกว่าไม่ได้อยากปฏิเสธหรอกนะ แล้วก็ลังเล บิดไปบิดมาสักพัก (เหมือนมีอะไรในใจที่ยังไม่บอก...) สุดท้ายก็ยอมตกลง แล้วก็ขอบคุณรินโด

- กลายเป็น Party 5 ตัวละคร

- พวกรินโดพบซึสึคิจิแล้วและรีบ text แจ้งคานอนให้เข้าไปถ่วงเวลาสึกุมิ แต่พอจะเข้าไปสู้กับซึสึคิจิ พวกรินโดกลับโดนชิบะแกล้ง ปิดทาง ส่งนอยส์มาขัดขวาง ทำให้เข้าถึงตัวซึสึคิจิได้ช้า ระหว่างนั้นสึกุมิก็จัดการคานอนไปแล้ว

- รินโดใช้พลังย้อนเวลากลับอดีตใหม่ แล้วโชกะก็ใช้พลังเทเลวาร์ป พาทุกคนไปสู้กับซึสึคิจิโดยตรง

- หลังชนะซึสึคิจิได้ โมโทอิอาสาจะอยู่เฝ้าซึสึคิจิไม่ให้หนีไปไหน พวกรินโดจึงตามไปช่วยคานอน

- พวกรินโดและคานอนรุมสู้กับสึกุมิ

- เฟร็ทบอกว่าจะเรียกหมีดำยักษ์มาอีกรึไง บีทยังบอกว่านั่นมันเป็นหมู (เหมือนภาคแรก) ส่วนโชกะบอกว่ามันคือแมวมาสค็อตร้าน Gatto Nero ย่ะ!!

- สึกุมิมีอาการแปลก ๆ และไม่พูดไม่จา เหมือนถูกควบคุมอยู่ตลอดเวลาเช่นเคย หลังจากชนะเธอครั้งแรกได้ เธอปลดปล่อยร่างนอยส์ออกมา แต่แล้วทุกคนก็ช่วยกันรุมตีนสึกุมิจนชนะ

- หลังชนะสึกุมิได้ ชิบะจะออกมาปรบมือ แล้วบอกว่าเขาคือหัวหน้าทีม Ruinbringers ที่หลบซ่อนอยู่ตลอดเอง พร้อมเรียกนอย์โปร่งแสงจำนวนมหาศาลออกมาล้อมพวกรินโด โชกะ คานอนไว้ แถมซึสึคิจิที่ฟื้นตัวได้ในพริบตา ยังตามมาสมทบกับชิบะ

- ชิบะขอบคุณที่โชกะแก้ตัวด้วยการไปสปายทีมของรินโด ส่งข้อมูลมาให้ชิบะ เขาถึงได้รู้ว่ารินโดย้อนเวลาหนีจากสถานการณ์ฉุกเฉินได้วันละรอบ (หมายถึงถอยออกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน กลับไปแก้อดีตยังไงก็ได้ วนกี่รอบก็ได้ แต่สุดท้ายจะกลับมายังช่วงเวลาที่ฉุกเฉินใหม่ได้ครั้งเดียวต่อวัน) ซึ่งวันนี้ใช้โควต้าไปแล้ว จึงขัดขืนเขาไม่ได้อีกแน่นอน

- ชิบะให้รินโดเลือกว่าจะสู้กับพวกเขาและฝูงนอยส์โปร่งแสงมั้ย ถ้าไม่สู้ก็ถือว่ายอมแพ้

- รินโดก็ได้แต่กัดฟันกรอด ตอบอะไรไม่ได้ ชิบะเลยประกาศว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะ

- โมโทอิคะแนนรั้งท้ายสุดของสัปดาห์ โดนชิบะลบทิ้งต่อหน้าทุกคน

- ชิบะบอกให้อภัยโชกะแล้ว โชกะสามารถกลับเข้าเป็นยมทูตได้ ทว่าโชกะกลับลังเลที่จะกลับเป็นยมทูต

- รินโดก็ตะคอกไล่ว่า "ไปเลยไป เธอไม่เคยเป็นพวกเราอยู่แล้วสักหน่อย" แต่โชกะร้องไห้ ดึงฮูดลงมาปิดหน้าแล้วบอกว่า "ไม่กลับ จะไม่ยอมให้ใครทำลายชิบุยะได้" 

- อุซึกิกับคาริยะแอบดักฟังสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ด้วยกัน อุซึกิตกใจว่าพวกยมทูตจากชินจูกุวางแผนจะลบชิบุยะมาตลอดเหรอ? แต่คาริยะไม่แปลกใจ แล้วบอกว่ากะแล้วว่าเป็นฝีมือพวกนั้นที่ทำลายชินจูกุด้วย

- ยมทูตโคโค่ ปรากฏตัวในภาคนี้ครั้งแรก เธอเจอตุ๊กตาเนียนตันสะบักสะบอมนอนกองพื้นอยู่

- คนเฝ้าจอคอมฯ ที่น่าจะเป็นไรม์ คุยกับใครในโทรศัพท์ว่านายคงติดในนั้นอีกสักพักสินะ ตอนนี้เรื่องประหลาดที่เกิดทั่วชิบุยะได้กลายเป็นข่าวใหญไปทั่วแล้ว จะให้เขาตามเข้าไป (น่าจะหมายถึงตามบีทเข้าไปใน UG) ด้วยมั้ย? 

- เริ่มวันที่ 15 ชิบะเปิดกฎให้เพลเยอร์ชกกับยมทูตได้โดยตรงแล้ว และให้เพลเยอร์ร่วมมือกันได้เต็มที่ แล้วเขาก็วางนอยส์ไว้ทั่วเมืองหนาแน่นกว่าเดิม เกมของสัปดาห์นี้คือถ้ากำจัดเขาได้ก่อนหมดสัปดาห์ ถือว่าชนะ แล้วชิบุยะก็จะรอดพ้นจากการถูกเขาลบทิ้ง

- โชกะอธิบายให้พวกรินโดฟังว่า ตอนชิบะไล่เธอออกจากการเป็นยมทูต ชิบะให้เงื่อนไขว่าถ้าไปสืบพลังของรินโดมาบอกเขาได้ จะยอมให้โชกะกลับเข้าเป็นยมทูตได้ ทว่าตอนนี้โชกะไม่อยากเสียชิบุยะไป แล้วก็ ไม่อยากจะเสียรินโด และทุกคนไป

- รินโดยิ้มอย่างอ่อนโยนรับคำสารภาพของโชกะ แล้วก็บอกว่าที่เขาไล่เธอไปเมื่อวาน เขาไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น เขาก็อยากให้โชกะสู้เคียงข้างพวกเขาเหมือนกัน

- สวอลโลอ่านข้อความรินโด แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา อย่างน้อยแปลว่ายังมีชีวิตอยู่

Thursday, July 29, 2021

การ Localize อ้วนกวี โมโทอิของชินซึบาเซไค


อ้วนกวี หรือ โมโทอิ แกนนำทีม Purehearts

เจ้าของนามแฝงในอินเตอร์เน็ต AnOther (พากย์เสียงว่าอนาเธอร์ ไม่ใช่แอนออเธอร์) มีงานอดิเรก ชอบโฟโต้ฉับภาพตัวเองให้ผอมพริ้ว แปะกับฉากหลังสวย ๆ แล้วโปรยคำคมเด็ด ๆ ลงไป กลายเป็นไวรัลคนแชร์กระหน่ำในโซเชียล กระทั่งรินโดก็ยังศรัทธากับพี่อ้วนกวีคนนี้ด้วย

ตัวละครนี้ ในภาคญี่ปุ่น ก็เป็นคนญี่ปุ่นที่เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เจ้าตัวพูดญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่สอดไส้ภาษาอังกฤษผสมลงไปสัก 30% ได้ ....ขนาดแม่ง text คุยกับลูกน้อง ก็ยังใช้ภาษา JP/ENG ผสมกันมั่ว จนลูกน้องก็ไม่กล้าตอบ เพราะอ่านรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง / แต่รินโดส่วนใหญ่จะฟังออก มีเพียงบางคำที่รินโดต้อง google หาความหมาย

พอมาในภาค ENG พี่ซันถามผมว่าเกมมัน Localize ไปยังไงนะ?

ผมเลยบอกว่า แม่งหนักเลย... กลายเป็นเจ้าตัวพูดอังกฤษ ผสมฝรั่งเศส ผสมสเปน (3 ภาษาเลย) ซึ่งช่วงแรกยอมรับเลยว่าผมอ่านไม่รู้เรื่องซะเยอะ โดยเฉพาะไอ้ตรงภาษาสเปนที่ผมไม่มีประสบการณ์เลยเนี่ย (แต่พอ google ไปสักพัก เราก็จะเริ่มจดจำศัพท์ภาษาสเปนที่เจ้าตัวพูดบ่อยได้ หรือพอเดาศัพท์จากบริบทได้) 

ซึ่งการที่รินโดภาค ENG ดันฟังอ้วนกวีพูดรู้เรื่องทั้งที่ช่วงแรกผมอ่านไม่รู้เรื่องเนี่ย ผมก็งงว่าเกมมันจะสื่อว่ารินโดรอบรู้กว่าคนปกติ? หรือเกมมัน localize แล้วไม่เป็นธรรมชาติฟะเนี่ย

พี่ซันบอกว่าเราต้องมองใน target หลักของการ localize ซึ่ง taget ที่ว่านั้นคือคนอเมริกา (เราจึงเอามุมมองคนไทยเป็นที่ตั้งเพื่อไปวัดผลการ localize ไม่ได้) ซึ่งคนอเมริกาน่ะ พอจะฟังภาษาสเปนออกบ้าง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีคนเม็กซิโก (ซึ่งเป็นชาติที่ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาหลัก) อพยพกันเข้ามาเยอะ

ดังนั้น ในสายตาคนอเมริกา ก็จะฟังประโยคภาษา Spain/France/Eng ของอ้วนกวีออกเยอะ แต่ไม่ทั้งหมด / ซึ่งก็จะสอดคล้องกับบริบทของรินโด ที่ฟังศัพท์ของอ้วนกวีออกเยอะ แต่ไม่ทั้งหมด

พี่ซันเลยว่า การที่เขาเลือก localize ภาษาของอ้วนกวี จาก JP/ENG กลายเป็น ENG/SPAIN/FRANCE ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดีแล้ว

------------------------------------

ทั้งนี้ ผมนึกถึงน้องแม็กโนเลียจาก Bravely Second

เกมนั้น setting ของแม็กโนเลียคือ เป็นชาวจันทรา ซึ่งบนดวงจันทร์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ขณะที่โลกใช้ภาษาญี่ปุ่น พอแม็กโนเลียมายังโลก ก็เลยเหมือนไกจินที่มาอยู่ในญี่ปุ่น คือพยายามพูดญี่ปุ่น แต่ก็หลุดพูดภาษาอังกฤษ ที่เป็นภาษาบ้านเกิดออกมาเรื่อย ๆ

พอเกม localize เป็น eng ก็เปลี่ยน setting เป็นว่าดวงจันทร์ใช้ภาษาฝรั่งเศส แล้วโลกใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้แม็กโนเลียต้องพยายามพูดภาษาอังกฤษ แล้วหลุดพูดภาษาฝรั่งเศสออกมาเรื่อย ๆ แทน


โมโทอิกับแม็กโนเลีย จึงมี setting ที่ตรงข้ามกันเลย คนนึงคือคนญี่ปุ่นที่พยายามพูดภาษาต่างชาติ ส่วนอีกคนคือคนต่างชาติที่พยายามพูดภาษาญี่ปุ่น

บันทึกการเล่นชินซึบาเซไค Day 8-11


ดึกเมื่อวาน พูดถึงเนื้อเรื่องวันที่ 1-7 ไปแล้ว

วันนี้เล่นคืบหน้าเพิ่มมาอีกหน่อย ได้ถึงจบวันที่ 11 เอง

ในส่วนเกมเพลย์ ไม่มีระบบเพิ่มเติมให้บ่นแล้ว

เลยข้ามมาเขียนไดอารี ในส่วนเนื้อเรื่องต่อเลยละกัน

-------------------------------------
📣พูดถึงเนื้อเรื่อง
<<‼SPOILER ALERT‼>>
-------------------------------------

- เริ่มเกมยมทูตสัปดาห์ใหม่ เหลือ 4 ทีม ตัดทีม Deep River ที่ถูกลบไป

- สึกุมิปรากฏตัวแล้ว และสามารถกำจัดนอยส์ยักษ์ด้วยตัวคนเดียว ต่างจากพวกรินโดที่ใช้ 3 คนรุม แต่สึกุมิดูเหม่อลอย และเงียบ ๆ แปลก ๆ (เหมือนโดนควบคุมอยู่) นอกจากนี้เรายังได้ข้อมูลว่าทีม Ruinbringer มีกัน 3 คน โดยสึกุมิไม่ใช่หัวหน้าทีม หัวหน้าทีมตัวจริงอีกคนซ่อนตังอยู่ จะโผล่มาเมื่อสึกุมิกับซึสึคิจิแพ้เท่านั้น 

- พวกยมทูตของชิบะ ออกภารกิจให้ผู้เล่นแข่งกันล่า 'คนหน้าเหมือนเนกุ' ใครทำได้ก่อนก็ได้แต้มไป

- กว่ารินโดจะหาคนหน้าเหมือนฯ เจอ ก็เห็นคนหน้าเหมือนฯ กำลังจะถูกสึกุมิลบทิ้งแล้ว (ตามคำสั่งของยมทูตคุโบะ)

- รินโดย้อนเวลา วนแล้ววนอีก รอบแล้วรอบเล่า เพื่อตามหาว่าคนหน้าเหมือนเนกุอยู่ที่ไหน จะได้ไปดักเจอก่อน

- สุดท้ายรินโดก็เจอคนหน้าเหมือนเนกุ และเอาชนะสึกุมิที่ใช้พลังจิตควบคุมตุ๊กตา (แบบเดียวกับชิกิ ที่ทรงอานุภาพกว่าได้) ฉากสู้กับเนียนตันนี่ว๊าววววมากกก มีทั้งขยายร่าง แยกร่าง ปล่อยบีม รวมตัวกันเป็น Devilwave แบบใน Kingdom Hearts แล้วโถมซัดใส่เรา

- พอชนะได้ คนหน้าเหมือนเนกุถึงถอดแมสก์ออก แล้วบอกว่าชั้นไม่ใช่เนกุโย่วแหม๋นนน ชื่อของชั้นคือ บีทททท

- บีทเล่าให้ฟังว่ายังไม่ตาย ไม่มีความทรงจำว่าตาย และไม่รู้สึกว่าความทรงจำหายไป วันนึงได้เข็มกลัดนี้มาจากเพื่อนที่โรงเรียน พอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ใน UG แล้ว ราวกับว่าถีบสเก็ตบอร์ดเข้ามาโดยตรง (พวกรินโด เฟร็ท นากิ ก็คล้าย ๆ กัน)

- ได้บีทเข้ามาเป็นพวก

- คานอน หัวหน้าทีม Variabeuties ซึ่งเล่นเกมยมทูตนี้มาหลายรอบแล้ว และเห็น Ruinbringers ชนะตลอดทุกสัปดาห์แต่พวกทีมนั้นดันไม่ยอมคืนชีพ มัวแต่อยู่ขวางทางทีมอื่น แล้วทุกสัปดาห์ก็มีทีมที่ได้อันดับบ๊วยถูกลบไปเรื่อย ๆ คานอนมาขอให้พวกรินโดร่วมมือด้วย โดยในวันสุดท้าย ไปร่วมมือกันรุมตีนทีม Ruinbringers เอาให้มันได้บ๊วยแล้วถูกลบไป จากนั้นพวกรินโดก็คืนชีพกลับ RG ไปซะ แล้วสัปดาห์ต่อไปทีมของคานอน จะดวลกับทีม Purehearts ของโมโทอิ แบบยุติธรรมเอง

- นากิ บีท เฟร็ท เห็นด้วยกับแผนของคานอน แต่รินโดยังคาใจอยู่ และขอเวลาตัดสินใจว่าจะเอาด้วยมั้ย

- ภารกิจ ค้นหาความจริงของเรื่องลี้ลับ 7 อย่างในชิบุยะ (ทำสัก 3 ก็ผ่านแล้ว)

- ยมทูตอุสึกิ และคาริยะ ผลัดกันมาเล่าย้อนอดีตให้ฟัง สามปีก่อนหลังพวกเนกุกวาดยมทูตลูกน้องของโจชัวเหี้ยนเกือบหมด อุสึกิก็ขึ้นเป็น GM แทนเมกุมิ แล้วตอนนั้นเองชินจูกุก็โดนลบ พวกชิบะจึงอพยพมา โดยชิบะก็พูดสุภาพหวาน ๆ ประสาแก อ้างว่าจู่ ๆ กำแพงระหว่าง UG กับ RG ก็สลายไป พอโลกมนุษย์กับโลกหลังความตายรวมมิติกันก็บะคู้ม จึงขอมาอาศัยอยู่ในชิบุยะนี้ด้วย

- อุสิกิเล่าว่าผลจากการที่ชินจูกุถูกลบไป ทุกคนบน RG จะลืมเรื่องของชินจูกุไปจนหมด ประวัติศาสตร์เเปลี่ยนเป็นว่าชินจูกุไม่เคยมีอยู่ พวกรินโดไม่รู้ว่าเคยมีชินจูกุอยู่ แล้วพื้นที่ซึ่งเคยเป็นชินจูกุ ก็กลายเป็นส่วนต่อขยายของชิบุยะ+นาคาโนะ+อิเคะบุคุโระ+มารุโนะอุจิ แทน

- รินโดกลั้นใจถามสวอลโลว่าเล่นเกมยมทูตอยู่รึเปล่า แล้วสวอลโลก็ยอมรับ โดยสวอลโลบอกว่าเขาเอง ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไมถึงยัง text คุยกันได้ พอคิดว่ารินโดก็เล่นเกมยมทูตอยู่เหมือนกันมันก็เมคเซนส์ รินโดพยายามถามว่าสวอลโลเป็นใครหรืออยู่ทีมไหน เผื่อจะร่วมมือกันได้ แต่สวอลโลกลับบอกว่าเขาบอกไม่ได้ (แต่สวอลโลรู้ตัวตนของรินโด แล้วรู้ว่าคือหัวหน้าทีม Wicked Twisters) ถึงจะเป็นเพื่อนที่เล่น FanGO ด้วยกันมาสามปี แต่ใน UG นี้เขาเป็นเพื่อนด้วยไม่ได้

Wednesday, July 28, 2021

บันทึกการเล่นชินซึบาเซไค สัปดาห์ที่ 1


พึ่งเล่นชินซึบาเซไคจบสัปดาห์แรก เลยมาเขียนไดอารีเหมือนทุกที

ในโพสต์นี้จะประกอบด้วยส่วนที่พูดถึงเกมเพลย์ (ไม่ SPOIL) กับส่วนสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์แรกคร่าว ๆ (SPOILER ALERT) เหมือนตอนเขียนไดอารีการเล่น FFVII Remake


-------------------------------------
พูดถึงเกมเพลย์
-------------------------------------

- ยกองค์ประกอบจากภาคแรกมาต่อยอดเยอะมาก ซึ่งผมนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะมันคือองค์ประกอบที่คิดถึงสุด ๆ โดยเฉพาะการที่เราสามารถปรับระดับความยากของเกมได้ "ตลอดเวลา" สามารถปรับลดเวเวลของตัวละครลงได้ "ตลอดเวลา ทำให้ผู้เล่นคุมบาลานซ์เกมเองได้ ห้ามบ่นว่ายากไปหรือง่ายไป เพราะเกมมันให้คุณปรับได้เองแล้ว

- แน่นอนว่ายิ่งเล่นโหมดยาก แล้วกดเลเวลตัวเองลงต่ำ ๆ จะยิ่งทำให้ดรอปเรทดีขึ้นเป็นทวีคูณ

- เลเวลเพิ่ม เพิ่มแต่ HP

- กินอาหาร จะได้ stat ขึ้นถาวร

- ระบบสู้ สัปดาห์แรกปาร์ตี้ยังไม่ครบ 6 คนอย่างที่ทางค่าย PR ไว้ แต่แค่ 4 คนก็มะรุมมะตุ้มแล้ว

- กดหลบยาก เวลากดหลบ มันจะหลบเฉพาะตัวละครล่าสุดที่เราบังคับอยู่ แต่อีก 3 คนมันไม่ได้หลบตามด้วย ก็ต้องสลับไปบังคับพวกมันให้หลบ

- พินเยอะ ชุดเยอะ หลากหลาย มีอะไรให้ฟาร์ม ซื้อ อัปเกรด เยอะเพลินดี

- ศัตรูจำเจไปหน่อย นี่เล่นมาเจอแค่ หมู-กบ-หมี-ฉลาม-แมงป่อง-ช้าง-ไดโนเสาร์ แล้วก็วนลูปแบบเปลี่ยนสี

- มุมกล้องตอนตัดเข้าฉากต่อสู้ก็ซ้ำซาก, asset มากมายถูกนำมาใช้แบบ reuse ซ้ำไปมา

- เวลาเดินในแมป มันเป็นมุมกล้องแบบวงจรปิด จะว่าคลาสสิกก็ใช่ จะว่าอึดอัด ก็ชั่ยยยยย

- ระบบกระดาน Social ที่เราต้องไปทำความรู้จักคนรอบเมือง ผ่านเงื่อนไขในการสนิทสนม จึงจะได้สกิลใหม่ ๆ มา แปลกดี แต่จะว่าไปก็คล้ายระบบใน Dragonball Z Kakarot


-------------------------------------
พูดถึงเนื้อเรื่อง
<<SPOILER ALERT>>
-------------------------------------

เล่าเผื่อคนที่อยากอ่านสปอยล์แล้วยังไม่มีโอกาสเล่นไปด้วยเลยละกันว่า

- รินโด เฟร็ท นากิ ตายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว ไม่มีความจำว่าตาย ไม่รู้ตัวว่าตายไปแล้ว

- เกมยมทูตครั้งนี้ ดำเนินการโดยพวกยมทูตที่อพยพมาจากชินจูกุ ส่วนพวกโจชัว ลุงฮาเนโกมะ หายจ๋อมไปไหนไม่รู้วววว

- เกมยมทูตที่ชิบะ หัวหน้ายมทูตที่มาจากชินจูกุเซ็ตกฎไว้ จะให้แข่งกันเป็นทีม สะสมแต้มแข่งกันตลอดสัปดาห์ พอจบสัปดาห์ ทีมที่ได้คะแนนอันดับสุดท้ายจะถูกลบทิ้งถาวร ส่วนทีมที่ชนะได้คืนชีพ ทีมอื่นนอกจากนั้น ต้องเล่นต่อไปเรื่อย ๆ (ฟังดูใจดีว่าเกมยมทูตของโจชัว ทั้งเรื่องเล่นกันเป็นทีม และโดนลบแค่ทีมอันดับสุดท้าย)

- มินามิโมโตะ โช อดีตยมทูตที่ฝีมือเป็นรองแค่โจชัว จากภาคแรก คอยมาช่วยเหลือและบอกใบ้สิ่งต่าง ๆ ให้กับพวกรินโดอย่างเป็นปริศนา เจ้าตัวบอกว่ามาเก็บข้อมูลบ้างล่ะ มาทดลองอะไรบางอย่างบ้างล่ะ แต่ไม่เผยจุดประสงค์ชัดเจน ที่น่าสนใจคือมินามิ หรือต่อไปนี้จะเรียกว่า "ครูคณิต" หยั่งรู้ได้ว่ารินโดตอนไหนที่ใช้พลังย้อนเวลามาแก้ไขสถานการณ์

- พอถึงวันที่ 3 นากิพึ่งเข้าสู่ UG แล้วครูคณิตก็แนะนำรินโด ไปชวนนากิมาเป็นพวกก่อน นากิเป็นคุเบียวจัด แต่เพราะรินโดมอบเข็มกลัดแรร์รูปไอดอลชายที่หายากให้ ประกอบกับครูคณิตดันหน้าละม้ายคล้ายไอดอลที่เธอชอบ นากิเลยหลงทีมนี้หัวปักหัวปำจนขอติดตามมาด้วย ซึ่รินโดยังงงว่ากรูคิดผิดรึเปล่าที่เอาคุณเธอเข้าทีมด้วย

- ส่วนภารกิจวันที่ 4-6 นี่ช่างมันเถอะ เหมือนยัดใส่มาให้มี content, มันเอื่อย ๆ ราบเรียบ ไม่น่าสนใจเท่าไหร่, พอเจอปัญหาในอนาคต ก็ย้อนเวลาไปแก้อดีต เอาข้อมูลจากอดีตไปบอกอนาคต พอเจอปัญหาในอนาคตก็ย้อนกลับมาใหม่ วกไปวนมางงหัวแทบแตกกกกก

- พอถึงวันสุดท้าย ทีมของรินโดมีคะแนนอยู่อันดับ 2 ต้องไปวิ่งไล่จับซึสึคิจิ ตัวแทนทีม Ruinbringers ที่ Tipsy, O-East และ Hikari

- พอชนะซึสึคิจิได้ ซึสึคิจิจะพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายชกรินโด แต่คนใส่แมสก์หน้าเหมือนเนกุเข้ามาขวางไว้ (พวกยมทูตกับซึสึคิจิ ก็เข้าใจว่าเป็นเนกุตัวจริง) แล้วเดินจากไป

- ชิบะประกาศว่าเนื่องจากมีบุคคลที่ 3 เข้ามาแทรกการแข่งขัน ทำให้การต่อสู้ระหว่างซึสึคิจิกับพวกรินโด เป็นโมฆะ ไม่ได้คะแนน

- ทีม Deep River ได้คะแนนบ๊วยของสัปดาห์แรก โดนลบทิ้งยกทีม, ทีม Ruinbringers พึ่งมีการบอกว่าหัวหน้าทีมตัวจริงไม่อยู่ ซึสึคิจิเลยแสดงความประสงค์แทนเหมือนทุกที โดยซึสึคิจิไม่ยอมคืนชีพ จะขอเล่นเกมยมทูตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ (ซึ่งทีมอื่นมันก็สงสัยว่าซึสึคิจิทำแบบนี้ทำไม)

- ครูคณิต บอกว่าได้ข้อมูลที่ต้องการครบแล้ว บายยย ลาก่อนพวก Zeptogram (ยังดีที่คืนชุด Auto-regen ให้ผมก่อนไป)

- เริ่มสัปดาห์ที่ 2 โดยพวกรินโดจิตตกว่าพอไม่มีครูคณิตเป็นคนชี้นำแล้ว จะรอดได้ไงวะ ยมทูตคุโบะก็มากระซิบบอกว่าลองไปตามหาและชวนเนกุ มาเป็นพวกดูสิ หมอนั่นคือตำนานผู้กอบกู้ชิบุยะไว้เลยนะ

-------------------------------------

TIPS

-------------------------------------

- ถนนที่โดเกนซากะ ชัน 3 องศา

- Tipsy, O-East และ Hikari จำไว้ให้มั่น

- กำแพงกราฟิติที่อุดากาวะ มีภาพเฮดโฟนติดปีก ที่ลุงฮาเนโกมะ น่าจะเป็นคนพ่นไว้ด้วย

Monday, July 26, 2021

FFXVI พากย์ภาษาอังกฤษก่อนภาษาอื่น โดยเน้นให้เป็น British English

 

จากที่เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน นาโอคิ โยชิดะ บอกในไลฟ์ของ Final Fantasy XIV ว่าการบันทึกเสียงพากย์ภาษาอังกฤษของ Final Fantasy XVI อยู้ในขั้นสุดท้ายแล้ว

วันนี้ในรายการ Washa ga na TV Collab โยชิดะได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Final Fantasy XVI เพิ่มเติมว่า

- บันทึกเสียงพากย์ภาษาอังกฤษก่อนภาษาอื่น ๆ โดยเน้นให้เป็น British English

- การบันทึกเสียงพากย์ภาษาอังกฤษ ทำพร้อมไปกับ Full Facial Motion ในแต่ละซีนไปด้วย

- ถัดจากเสียงพากย์ภาษาอังกฤษที่ทำไปได้ไกลที่สุดแล้ว การบันทึกเสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่นกำลังจะเริ่ม

https://gamestalk.net/post-165910/

Sunday, July 25, 2021

ชินซึบาเซไค เผยรายละเอียด Trophy ทั้งหมดแล้ว


รายการ Trophy ของชินซึบาไซเค ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว และด้วย Trophy ดังกล่าวก็ทำให้เข้าใจภาพรวมโครงสร้างของเกมแบบคร่าว ๆ ซึ่งก็ค่อนข้างจะเหมือนภาคแรกเป๊ะ

รายการ Trophy ที่น่าสนใจ มีดังนี้


Game Over - จบเกมสัปดาห์ที่ 3

Bonus Round - จบ Another Day

Secret Sleuth - เก็บ Secret Reports ครบ

High-Stakes Hijinks - ชนะ 20 chain battle

Master of the Enemies - กำจัดศัตรูครบทุกชนิด

Favorite Customer - เป็น VIP ระดับ 5 ในทุกแบรนด์สินค้า

Fashionista - ซื้อไอเทมแฟชันครบทุกชนิด

Famous Foodie - กลายเป็นลูกค้าประจำของทุกร้านอาหาร

Made of Money - มีเงิน 999,999

All Grown Up - ไปถึงเลเวล 100

Pin Perfection - เลเวลเข็มกลัดทุกชนิด เต็มหมด

Theraperfect - ได้เหรียญทองใน 15 DIVE MISSIONs

Rise of the Pig King - ปราบหมูครบ

Skill Savvy - เก็บ SNS Rewards ครบ

Bring the Noise! - ผ่าน Final Time Attack


เรียกว่าองค์ประกอบเดิมมาครบ ทั้ง 3 สัปดาห์, วันพิเศษ, รีพอร์ตลับ, ปราบหมู ยัน Final Time Attack เลยทีเดียว


https://forum.psnprofiles.com/topic/111956-neo-the-world-ends-with-you-trophy-list/

Tuesday, July 20, 2021

บทสัมภาษณ์ทาคาชิ โทคิตะ Final Fantasy IV ในโอกาสครบรอบ 30 ปี


บทสัมภาษณ์ทาคาชิ โทคิตะ Game Designer และคนเขียนเนื้อเรื่อง Final Fantasy IV ในโอกาสครบรอบ 30 ปี

- คุณโทคิตะบอกว่าไม่คิดฝันมาก่อนว่าวงการเกมจะอยู่ยั้งยืนยงมาถึงตอนนี้ แล้วก็ไม่คิดมาก่อนว่า Square กับ Enix จะมาควบรวมกิจการกันได้

- FFIV วางจำหน่ายบน SFC ในช่วงที่วงการเกมกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

- คุณโทคิตะเริ่มเข้ามาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในวงการเกมตอนอายุ 18, ตอนอายุ 20 เข้า Square เป็นพนักงานพาร์ทไทม์รับผิดชอบออกแบบกราฟิก ช่วยคิดเนื้อเรื่องและสร้างสไปรท์ แล้วก็ได้มาออกแบบมอนสเตอร์ใน FFI, ช่วงยุค FFII เขาได้รับมอบหมายให้ไปสร้างเกม Hanjuku Hero จากนั้นยุค FFIII เขาก็กำลังทำ FF Legend อยู่ จนมาถึง FFIV ก็ได้เข้าร่วมทีมตั้งแต่แรก ตอนนั้นเขามีอายุ 26 ปี

- ตอนทำ FFIV นั้นเขาได้เลื่อนเป็นพนักงานประจำแล้ว และก็เปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่จากคนออกแบบสไปรท์ มาเป็นคนออกแบบเกม เรียกได้ว่าเปลี่ยนทั้งคลาส และจ็อบ ไปพร้อมกัน

- FFIV นั้นมีคุณซากากุจิเป็น ผกก. ก็จริง แต่เทียบกับปัจจุบันแล้ว บทบาทของแกในวันนั้นน่าจะเหมือนกับผู้อำนวยการ (Producer) มากกว่า ในขณะที่ซากากุจิดูภาพรวมของพล็อตเรื่อง เวิลด์แมพ ดินแดนต่าง ๆ สตาฟฟ์อย่างเรา ๆ เป็นคนสร้างรายละเอียดตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ ตอนเขียน code สตาฟฟ์แต่ละคนก็กำหนดการวางตัวละคร สคริปต์ บทพูด กันด้วยตัวเอง

- เมื่อถามว่าตัวละครไหนถูกสร้างขึ้นเป็นตัวแรก คุณโทคิตะคิดว่าน่าจะเป็นเซซิล โดยให้มีคอนเซปต์ของการเปลี่ยนจ็อบจากอัศวินแห่งความมืด เป็นพาลาดินตั้งแต่แรก แล้วก็คิดเรื่องไคน์ที่เป็นคู่ปรับ กับโรซ่าผู้เป็นนางเอก แล้วเพื่อความหลากหลายและสมดุลทางอายุเลยเพศ เลยอยากให้มีเด็ก ๆ ด้วย จึงเกิดมาเป็นฝาแฝดพาลอม โพรอม ที่เป็นจอมเวทย์ขาว-ดำ หยางกับเอจด์ก็เป็นไอเดียของคุณโทคิตะเช่นกัน

- FFI นั้นเน้นไปที่ระบบต่อสู้, FFII เน้นเนื้อเรื่องและระบบพัฒนาตัวละคร, FFIII มีระบบเปลี่ยนจ็อบสร้างความหลากหลาย, FFIV ก็พยายามเอาข้อดีของ I - III มาต่อยอด

- ฉากที่ชอบ คือฉากที่โรซ่าไปหาเซซิลในห้องครั้งแรก ตอนนั้นเขานั่งคิดกับคุณโนบุโอะ ว่าจะให้ดนตรีเริ่มบรรเลงขึ้นมาตอนไหนถึงจะปังที่สุด

- คุณซากากุจิ อยากจะใส่เรื่องความรักระหว่างตัวละครลงไปใน FFIV ตั้งแต่แรกแล้ว, ต่อมาใน FFV, FFVII ก็ทำให้มีตัวละครหลักหญิงสองคน เสน่ห์ของ RPG ที่มีแคแรคเตอร์เป็นองค์กประกอบสำคัญ ก็คือผู้เล่นจะได้ถกเถียงกันว่าชอบใครเนี่ยแหละ

- ตอนสร้างเกมนี้น คุณโทคิตะพยายามที่จะทำให้การเคลื่อนไหวของตัวละคร แมตช์เข้ากับแต่ละประโยคให้ละเอียดมากที่สุด ราวกับว่าเขาลงไปแสดงเอง

- โรซ่าเป็นคนที่เข้มแข็งมากจนบางคนอาจรู้สึกว่าน่ากลัว, เซซิลไม่ใช่คนที่จะก้าวไปข้างหน้าได้ด้วยตัวเอง จึงต้องอาศัยคนรอบข้างช่วงกันพาเขาไป, พาลอมกับโพรอมมีความไร้เดียงสาประสาเด็ก ที่จะผลักดันเซซิลไปได้, ซิดวางตัวเป็นเสมือนพ่อ

- ที่จริงในแผนงานออริจินอล คุณโทคิตะอยากให้ตัวละครตายกันไปคนแล้วคนเล่า จะได้ดราม่าเข้มข้น แต่คุณซากากุจิบอกว่าทำแบบนั้นในวีดีโอเกมไม่ได้ และอยากให้เมมเบอร์ปาร์ตี้แต่ละคนรอด แต่ถ้าทุกคนรอดกันหมด แบบนั้นมันก็ไม่มีใครได้โชว์

- ใน FFIV NDS ที่มีระบบดูว่าแต่ละคนคิดอะไรอยู่ ตอนได้กระทะจากภรรยาหยางมา เซซิลจะคิดว่า "ถ้าเอาไอ้นี่ไปทำอาหารล่ะก้อ....!"

- ใน FFII หลังจากริชาร์ดตาย จะมีฉากที่ฟรีโอนีลได้รับดาบจากเด็กและแม่ในปราสาทดรากูน คุณโทคิตะก็อยากให้มีฉากที่ตัวละครได้รับสิ่งสำคัญมา แต่ถ้าเนื้อเรื่องมันซีเรียสแบบนั้นตลอดคงอึดอัดแย่ ก็เลยคิดว่าอยากเบรกด้วยการให้มีฉากที่ทำให้ผู้เล่นหัวเราะบ้าง ก็เลยมีฉากให้ซิดและเอจด์ทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ 

- ปัจจุบันนี้ เกมแต่ละส่วนจะรับผิดชอบด้วยทีมงานแต่ละคน แต่สมัยนู้นคุณโทคิตะดูแลทั้งหมดคนเดียว งานมันมีความกดดันสูง และรู้ว่าถ้าไม่ทำด้วยตัวเอง งานก็ไม่ไปไหน บางครั้งเลยต้องหาวิธีผ่อนคลาย ทำอะไรสนุก ๆ ในงานบ้าง ฉากการซ่อมเรือเหาะนั่นก็เป็นตัวอย่างนึง ที่เขาทำแล้วสนุกมาก

- ด้วยขีดจำกัดในการใส่ข้อมูล ทำให้ไม่สามารถใส่บทสนทนาทั้งหมดลงไปในเกมได้ สุดท้ายก็ใส่ได้แค่ 1 ใน 4 ของที่วางแผนไว้

- คุณโทคิตะคิดว่าเกมในปัจจุบันนี้ มีการอธิบายอะไรต่าง ๆ มากเกินไป ต่างจากสมัยก่อนที่ปล่อยให้ตัวละครหลับตา เงียบ แล้วให้ผู้เล่นไปจินตนาการกันเองว่าตัวละครกำลังคิดหรือรู้สึกยังไงอยู่ แต่ก็เข้าใจว่ามันก็มีบางคนที่จะไม่พอใจที่ไม่ได้รับคำอธิบายที่เพียงพอ

- สไปรท์ที่คุณโทคิตะชอบเป็นพิเศษคือไคน์ ทั้งเท่ ทั้งมีท่าจัมป์ ฉากที่ไคน์ต่อสู้กับบาร์บาริเซียเป็นที่เลื่่องลือมาก เขาหวังว่าผู้เล่นจะมีความคิดว่า มันต้องเคยเกิดอะไรบางอย่างขึ้นระหว่างทั้งสองคน ในช่วงที่ไคน์ตกอยู่ใต้การควบคุมของกอลเบซ่าแน่

- สำหรับสี่จตุรเทพ คุณโทคิตะชอบรูบิกันเต้เป็นพิเศษเขา มักจะปรากฏตัวเวลามีเรื่องใหญ่ แข็งแกร่งและเป็นลูกผู้ชาย การที่รูบิกันเต้ฮีลพวกเซซิลให้ทั้งที่เป็นศัตรูกัน ก็เพราะคุณโทคิตะอยากทำให้รู้ว่าหมอนี่มันคนจริง

- สำหรับความเป็นมาระหว่างกอลเบซ่ากับพวกสี่จตุรเทพ มีทฤษฎีและข่าวลือเกิดขึ้นมากมาย แต่อันที่จริงแล้วววววว.... พวกเขาไม่ได้คิดมาก่อน --- พอมีคนมาถามคุณโทคิตะถึงคิดว่าถ้าให้พวกนั้นเคยเป็นคนมาก่อน แล้วมีแบ็คกราวด์ชีวิตที่น่าเห็นใจ ผู้เล่นก็คงไม่อยากจับอาวุธสู้กับพวกมัน พวกมันอาจจะเป็นคนธรรมดามาก่อน หรือเป็นพ่อหมดหมอผีก็ได้ คุณโทคิตะไม่ได้คิดไว้เหมือนกัน

- ส่วนพล็อตที่ดันเจี้ยนสุดท้ายอยู่บนดวงจันทร์ อันนั้นเป็นไอเดียของคุณซากากุจิ ตอนที่คุณโทคิตะได้ยินครั้งแรก ก็สงสัยว่า "มันจะหายใจได้เหรอ?" แต่เอาเป็นว่าดวงจันทร์ในจักรวาล FFIV มันหายใจได้ละกัน ในภาคนี้มีทั้งลงไปยังโลกบาดาลและดวงจันทร์ ถือว่าเป็น FF ที่มีแอเรียหลากหลายมาก ช่วงนั้นพล็อต Sci-fi ก็กำลังดัง, FFI เองก็มีสถานีอวกาศอย่างปราการลอยฟ้าไปแล้ว มาภาคสี่นี้ซากากุจิก็เลยอยากพาไปดวงจันทร์บ้างเพื่อให้การสำรวจมันยิ่งใหญ่ขึ้น

- ใน FFII นั้นเมมเบอร์คนที่สี่จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ, ใน FFIII เดิมก็กะจะให้เดชเป็นเมมเบอร์คนที่ 5 ถาวร, แต่พึ่งจะมาทำปาร์ตี้ 5 ตัวละครกันได้ใน SFC การที่ตัวละครในปาร์ตี้สับเปลี่ยนกันเข้าออก มันสร้างความตื่นตาตื่นใจ อย่างตอนที่ริเดียเข้าร่วมกลุ่ม ตอนที่เซซิลเหลือตัวคนเดียว องค์ประกอบเหล่านั้นทำให้เกมมีชีวิตชีวา

- คุณโทคิตะคิดว่าความรักที่ FFIV และ FFVII ได้รับจากแฟน ๆ ก็เพราะมันเป็น FF ภาคแรกของเครื่องเจนฯ ใหม่ ทำให้เล่าเนื้อเรื่องได้ยิ่งใหญ่ขึ้นและดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ใน FFIV ก็กลายเมาเป็นการใส่เนื้อเรื่องดราม่าเพิ่มลงไปในระหว่างฉากต่อสู้

- สำหรับการกำเนิด ATB นั้น เดิมจะให้เป็น turned based แบบที่ตัวละครไหนไวสุดก็ได้เทิร์นก่อน แต่มันกลายเป็นคนเล่น จะได้สแปมปุ่มรัว ๆ เอาเร็วเข้าว่าจนไม่ต้องสนใจที่จะหาจุดอ่อนของศัตรู ทีมงานก็รู้สึกว่ามันไม่เวิร์ก ก็เลยพยายามลองอะไรหลายอย่าง จนเกิดเป็นระบบ waiting time ที่เวลาจะโจมตีด้วยมนต์อสูรแรง ๆ หรือเวทย์บางประเภท จะติดดีเลย์นานก่อนที่จะใช้ท่านั้นออกไป

- พอมี ATB แล้ว ก็สามารถทำให้ศัตรูมีระบบ counter-attack ได้ เมื่อตัวละครใช้การโจมตีตามเงื่อนไขใส่ศัตรู เช่นใช้การโจมตีธาตุน้ำใส่ศัตรูธาตุไฟ ก็จะโดนเคาเตอร์ได้ วึ่งศัตรูในดันเจี้ยนสุดท้ายของ FFIV โหดทุกตัว

โทคิตะ "สมัยนั้นผู้คนยังไม่มีอินเตอร์เน็ต เราต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันปากต่อปาก เราจึงสร้างเกมโดยคาดหวังว่าผู้เล่นจะได้ลองผิดลองถูกกันเพื่อหาทางไปต่อ การสร้างเกมในทุกวันนี้ให้ความสำคัญกับการทำให้เกมเข้าใจง่ายและทำให้ผู้เล่นสนุก แต่สมัยก่อนนั้น โจทย์ (ของทีมงาน) คือการสร้างเกมให้มีความท้าทายแก่ผู้เล่น มันคือยุคสมัยที่เกมที่ท้าทายคือเกมที่สนุก แล้วตลับนึงก็แสนแพง เราจึงพยายามทำให้ผู้เล่นต้องใช้เวลากับเกมให้มากที่สุดเช่นกัน"

- คุณโทคิตะบอกว่าการที่ดันเจี้ยนสุดท้ายใน FFIII มันไม่มีจุดเซฟคงตราตรึงในเกมความทรงจำของทุกคน, แต่ของ FFIV นี่วางจุดเซฟไว้ก่อนหน้าบอสสุดท้ายแล้ว มันก็มีบางคนพูดด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังว่า "เอ๊ะ แบบนี้ก็รู้หมดสิว่าถึงบอสแล้ว?"

- คุณโทคิตะบอกว่าก็พยายามสร้างสมดุลเกม โดยต้องฟาร์มเลเวลก่อน ถึงจะผ่านแต่ละดันเจี้ยนได้ แต่สมัยนี้มันเปลี่ยนไป กลายเป็นว่าต้องทำให้ความยากต้องค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นเป็น slope (ไม่ใช่กระโดดพรวดขึ้นทุกดันเจี้ยนแบบสมัยก่อน) ผู้เล่นจะได้ไม่ต้องทำอะไรซ้ำ ๆ ซาก ๆ  

- เพลงที่ชอบเป็นพิเศษคือ Prologue ที่เล่นระหว่างการต่อสู้ครั้งสุดท้าย, และตอนเซซิลกับไคน์ก้าวออกจากปราสาทครั้งแรก นอกจากนี้ยังชอบ Theme of Love กับเพลง Within the Giant ของหอคอยบาบิล แล้วก็เพลง The Red Wings

- ภาคนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่สำหรับ RPG นั่นคือการที่ BGM เปลี่ยนเมื่อบทสนทนาคุยกันถึงจุดที่กำหนดไว้ แล้วเมื่อเริ่มการต่อสู้ไปแล้ว BGM ก็ยังเล่นต่อไปได้

- ตอนออกแบบปกอิลลัสฯ สำหรับ FFIV NDS คุณโทคิตะบอกว่าอยากให้ยานวาฬจันทรา ดูเป็นสิ่งมีชีวิตมากกว่าจะเป็นยานอวกาศจริง ๆ แล้วก็ได้มาเป็นวาฬสมใจ ใน FFXIV แกก็ขอให้ทำยานวาฬจันทราออกมาเป็นเหมือนปลาวาฬจริง ๆ ด้วย

- สำหรับภาค Pixel Remaster ซึ่งตอนนี้ทางค่ายกำลังทำ FFI - FFVI พร้อมกันนั้น คุณโทคิตะก็รับผิดชอบภาคสี่ แล้วก็ทำให้เคารพ pixel art ต้นฉบับให้มากที่สุด มันยากตรงหาสมุดลระหว่างการทำเส้นให้คม แต่ต้องไม่ลงรายละเอียดเยอะเกินไป เขาได้ลองเล่นดูแล้ว กว่าจะไปถึงตรงกำจัดมิสท์ดราก้อนได้ ล่อไป 30 นาที ซึ่งมันเป็นเวลาที่ดัสำหรับเขาแล้ว คุณโทคิตะคิดว่าภาพยนต์ รายการทีวี และเกมสมัยนี้ มันมีจังหวะที่ไวมากไปสำหรับเขาที่ผูกพันกับ 2D RPG สมัยก่อน

- สุดท้ายคุณโทคิตะบอกว่า FFIV เป็นเกมที่โชคดีมากที่ได้มีภาค Remake ส่วนตัว แกก็เปิดกว้างรับทุกข้อเสนอจากบริษัท FFIV เป็นเกมเก่าแล้วก็ยังอยากให้เกมเมอร์ยุคใหม่ได้เล่นกัน นอกจากนี้ยังมีภาคต่ออย่าง FFIV : The After Years, เรียกได้ว่า FFIV คือผลงานแห่งชีวิตของคุณโทคิตะเลย เวลาที่เกมนี้ได้ไปวางขายบนเครื่องใหม่ แล้วมีคนเล่นมันมากขึ้น พอคิดว่าเกมนี้ถูกเล่นโดยพ่อแม่ลูกที่อยู่ห่างกัน 2-3 เจนฯ แล้ว มันก็ทำให้มีความสุขมาก ๆ เสียดายที่ลูกชายเขาแม่งไม่ยอมเล่น วัน ๆ แม่งเอาแต่เล่น Fortnite (หัวเราะ)

https://na.finalfantasy.com/topics/296

https://youtu.be/hEp9EoRWj3w

Monday, July 19, 2021

คุณ Audrey ระงับการแปลสรุปนิยาย Trace of Two Pasts

ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คุณ Audrey บอกว่าจะไม่โพสสรุปนิยายแอริธ-ทิฟา เป็นข้อ ๆ เพิ่มอีกจนกว่าเธอจะอ่านจบ

สาเหตุง่าย ๆ ก็เพราะ นอกจากเธอ (ซึ่งผมจัดให้เป็นกลาง) แล้ว ยังมีแฟนสายแอริธ (https://twitter.com/istanleyff7) และแฟนสายทิฟา (https://twitter.com/HayashiNagisa) และคนอื่น ๆ ที่มุ่งแปลเนื้อหานิยายในส่วนที่ตนชื่นชอบอย่างละเอียดอยู่แล้ว

ทีนี้ แน่นอนว่าผู้แปล ต่างคนต่างก็ยังอ่านไม่จบ ไม่ได้รับรู้เนื้อหาทั้งหมด พอแปลกันออกมาแล้ว ก็อาจจะตีความผิด และให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันไปบ้าง ทำให้ผู้ติดตามของแต่ละท่านก็จะงงว่า แล้วแต่ละประเด็น เราจะเชื่อคำแปลของใครดีล่ะ?

กลายเป็นว่า follower ของคุณ Audrey ก็ไปแย้งสองท่านนั้น, vice versa

คุณ Audrey เลยบอกว่า การแปลนิยายมันไม่เหมือนแปล concept book มันอาจจะเข้าใจบริบทผิดง่าย เข้าใจตัวสรรพนามผิดง่าย แถมยังจะโดนลากเข้าไปสู่สงครามแฟนด้อมทิฟา-แอริธอีก จึงจัดว่าเป็นงานแปลที่มีความยากระดับสูงงงงง กูไม่อยากจะแปลผิดแล้วกลายเป็นเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงขอละไอ้นิยายนี้ไว้ จนกว่าจะอ่านจบทั้งหมด แล้วค่อยมาบ่นภาพรวมอีกทีดีกว่า

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1416482745983766530

----------------------------------

ด้วยรัก เข้าใจยิ่งว่า eternal conflict อันเปี่ยมด้วยการใช้อารมณ์ มันโคตรน่าเบื่อ และทำให้ผู้คนมืดบอดวนเวียนอยู่กับการถกเถียงซ้ำซากในหัวข้อเดิมไม่รู้จบ และยังยับยั้งความก้าวหน้า

แทนที่จะได้แปลแล้วอัปเดตข้อมูลใหม่ให้กัน หากแปลผิดตรงไหนก็ค่อย ๆ คุยแล้วไล่แก้กันไปเหมือนเวลาเราแปลข่าวเกมปกติ

มันกลายเป็นทำให้ทุกอย่างชะงักไปหมด

Sunday, July 18, 2021

SQEX พลาดส่ง code โหลดชินซึบาเซไคทั้งที่ยังไม่ถึงวันวางขาย


Square Enix Store พลาดส่ง Code โหลดเกม Shin Subarashiki Kono Sekai ให้เแก่คนที่สั่งจองแผ่นเวอร์ชั่น Switch ทั้งที่เกมยังไม่ถึงวันวางขาย

ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา คนที่ได้สั่งจอง Shin Subarashiki Kono Sekai เวอร์ชั่นแผ่นของเครื่อง Switch จาก Square Enix Store เริ่มได้รับ Code โหลดเกมทางอีเมลกันบ้างแล้ว

ซึ่งคนที่ได้รับต่างก็งงว่ากูสั่งแบบแผ่นน แล้วไอ้ Code โหลดเกมที่ส่งอีเมลมาก่อนล่วงหน้านี่มันอิหยังวะะะ

สำหรับเรื่องนี้แฟน ๆ คาดเดากันว่า เป็นความผิดพลาดของ Square Enix ที่ส่ง code มาผิด โดยที่จริงต้องส่ง code ของ pre-order bonus อย่างพวกอาร์ทเวิร์กหรือซาวด์แทร็กมา แต่ดันผิดพลาด ไปส่ง code โหลดเกมแบบดิจิทัลมาแทน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริง พอถึงวันวางขาย พวกเขาก็ได้รับการส่งแผ่นเกมไปที่บ้านอีกรอบ กลายเป็นได้เกม 2 ชุดซะงั้น

หลังจากนี้สปอยล์ของเกมคงค่อย ๆ ออกมาเรื่อย ๆ แฟนเกมนี้ที่หวังสัมผัสอรรถรสสูงสุดจากการรับรู้เนื้อหาทั้งหมดรอบแรกด้วยตัวเอง ก็เตรียมเผ่นป่าราบได้

https://kotaku.com/neo-the-world-ends-with-you-leaks-10-days-eary-via-squ-1847312790

-----------------------------------------------------------

UPDATE 21 ก.ค. 2021

Nintendo ยอมรับพลาดส่ง code โหลดชินซึบาเซไคให้ก่อนวันวางจำหน่าย, แต่ยกเลิก License แล้ว

จากข่าวเก่าที่ผมลงข่าวว่า Square Enix Store พลาดส่ง Code โหลดเกม Shin Subarashiki Kono Sekai ให้เแก่คนที่สั่งจองแผ่นเวอร์ชั่น Switch ทั้งที่เกมยังไม่ถึงวันวางขาย โดยแฟน ๆ เชื่อกันว่าเป็นการส่ง code ผิด ที่จริงแล้วควรต้องส่ง code ของ pre-order bonus มาแทนตัวเกมต่างหาก

ล่าสุดมีแฟน ๆ ดังกล่าวที่ได้ code ไปแล้ว ต่างได้รับอีเมลจากทาง Nintendo Customer Service โดยเนื้อหาในอีเมลระบุว่าเป็นความผิดพลาดจากฝั่ง Nintendo เอง ทำให้ code ที่ Square Enix ส่งให้ทางอีเมล กลายเป็น code โหลดเกม ทั้งที่จริง ๆ แล้วตั้งใจจะให้เป็นโค้ดโหลด Add-on content (pre-order bonus) 

ซึ่งเพื่อเป็นการแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าว ทาง Nintendo จึงขอยกเลิก License ในการเข้าเล่นชินซึบาเซไค จาก code ที่ส่งไปก่อนหน้านี้ แล้ว Square Enix ก็จะส่งอีเมล code สำหรับโหลด Add-on content อันใหม่ให้แทน

https://twitter.com/khinsider/status/1417606484796399616

ทั้งนี้มีคนที่ได้ใช้ code โหลดเกมดังกล่าวไปเล่นจนจบแล้ว ก่อนที่ Nintendo จะยกเลิก License ไป อย่างคุณ KEY_CAST แกบอกว่าแกเล่น 3 วันจบ ใครมีข้อสงสัยอะไร สามารถ DM ไปถามแกได้ - https://twitter.com/Key_Cast

รวมข้อมูลจากหนังสือ Final Fantasy VII Remake Material Ultimania Plus

จากหนังสือ Final Fantasy VII Remake Material Ultimania Plus

Q&A กับโมโตมุ โทริยามะ
ผู้กำกับร่วมของเกม ดูแลด้านซีนาริโอ


----------------------------
ความทรงจำถึงนีเบิลไฮม์ Chapter 1
----------------------------

คำถาม : ระหว่างฉากเตาปฏิกรณ์มาโค ตอนที่คลาวด์นึกถึงเรื่องราวในนีเบิลไฮม์ เพลง "Anxious Hearts, Fake memories" ก็บรรเลงขึ้น ภาพเหล่านั้นคือความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุปัจจัยอื่นอย่างที่เพลงมันใบ้ไว้รึเปล่า?

โทริยามะ : ในตัวของคลาวด์นั้นยังคงมีเอฟเฟคท์ที่เป็นผลลัพธ์จากการทดลองที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้หลงเหลืออยู่ ประเด็นนี้นำเสนอผ่านเสียงรบกวนที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา หรือก่อตัวขึ้นเป็นภาพลวงตาตลอดทั้งเรื่อง

สำหรับฉากเตาปฏิกรณ์มาโค ความทรงจำเมื่อเขานึกถึงบ้านเกิด ทำให้เกิดความเศร้าและความวิตกกังวล แต่ความทรงจำเหล่านั้นเป็นจริงหรือเปล่า? หรือมันมาจากไหน? มันเป็นเพียงสิ่งที่คลาวด์ปรารถนาอยากให้เป็นรึเปล่า? ก็ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415939930501517318

ในส่วนสคริปต์เกมนั้น มีการระบุว่า ความทรงจำนี้ altered unconsciously หรือถูกบิดเบือนไปโดยที่คลาวด์เองก็ไม่รู้ตัว โดยในเหตุการณ์จริงนั้น ทิฟาในวัย 8 ขวบไม่รู้ตัวว่าคลาวด์เดินมาด้อม ๆ มอง ๆ

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1417735835730931714


----------------------------
เซฟิรอธที่ปรากฏตัว Chapter 2
----------------------------

คำถาม : เซฟิรอธที่ปรากฏตัวใน Chapter 2 และเซฟิรอธที่เราเห็นใน Chapter 18 ที่ Edge of Creation ต่างก็พยายามหลีกเลี่ยงความล่มสลายของดวงดาว ทั้งสองคนเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

โทริยามะ : เซฟิรอธที่เราเห็นตลอดทั้งเกมนั้นแตกต่างกัน มีทั้งภาพลวงตาที่คลาวด์เห็นคนเดียว, นิมิตที่เซฟิรอธเองสร้างขึ้นมา, ร่างจำแลงของคนในผ้าคลุม และตัวเซฟิรอธเองจริง ๆ ทั้งหมดนั้นล้วนเกิดจากจิตของเซฟิรอธเอง พวกเขาต่างพูดถึงเป้าหมายเดียวกัน และก็เล่นกับจิตใจของคลาวด์เหมือน ๆ กัน

คำถาม : ตอนที่เซฟิรอธบอกว่า "นั่นคือความทรงจำอันสวยงามของพวกเรา" มันทำให้ผมนึกถึงประโยคที่คลาวด์พูดใน Advent Children ว่า "อยู่แค่ในความทรงจำฉันนั่นแหละ" ความหมายเบื้องหลังจริง ๆ คืออะไรกันแน่?

โทริยามะ : กายเนื้อของเซฟิรอธนั้นตายไปแล้ว ถูกฆ่าด้วยน้ำมือของคลาวด์เอง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของคลาวด์ สำหรับเซฟิรอธแล้ว คลาวด์คือคนเพียงไม่กี่คนที่เซฟิรอธคิดว่าเข้าใจเขา และสามารถเป็นได้ทั้งสหายและคู่ปรับเก่า เขาจึงอยากมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับคลาวด์ เพราะงี้ เขาจึงใช้คำว่า "ความทรงจำ" เพื่อรื้อฟื้นถึงความทรงจำเหล่านั้น

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415734209562304517


----------------------------
ฉากคลาวด์มอบดอกไม้ให้ทิฟา Chapter 3
----------------------------

คำถาม : ทำไมคลาวด์จึงดูแอบลำพองตอนที่ยื่นดอกไม้ให้ทิฟา?

โทริยามะ : ตอนที่คลาวด์เจอทิฟาที่เซเว่นเฮฟเว่น จะเห็นว่าเขาพยายามทำเป็นเท่ ที่จริงก็คือเขาพยายามโชว์ออฟภาพลักษณ์วัยหนุ่มอย่างที่เขาอยากจะเป็น ซึ่งมันก็ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่ามันคือภาพลักษณ์แบบที่เขามโนขึ้นมาในหัวเอง

(ก็คือตอนเด็ก ๆ อย่างเป็น SOLDIER เท่ ๆ ตอนนี้พอเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นและออกจาก SOLDIER มาแล้ว เลยยังมีความรู้สึกลำพองที่ว่ากูเจ๋งอยู่)

*มีหมายเหตุตัวแดงใต้ภาพว่าคลาวด์ยื่นดอกไม้ให้ทิฟา ด้วยท่าทางที่เหมือนกับแซ็ค

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415669251889786891


----------------------------
ฉากแอริธพบคลาวด์อีกครั้งที่โบสถ์ Chapter 8
----------------------------

คำถาม : ตอนที่คลาวด์และแอริธคุยกันในโบสถ์ ก็มีนิมิตบางอย่างปรากฏขึ้น อะไรเป็น trigger ของนิมิตเหล่านั้น?

โทริยามะ : มาเทเรียที่ซ่อนไว้ในผมของแอริธ ลูกที่แม่ของเธอมอบให้ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดนิมิตนั้น สิ่งทีคลาวด์เห็นคือสัญลักษณ์ของสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกเขาในอนาคต

คำถาม : ตอนที่แอริธบอกว่าคลาวด์เป็นทหารรับจ้าง/なんでも屋 มันเหมือนเป็นอาการพลั้งปาก ทำไมแอริธถึงรู้ว่าคลาวด์เป็นทหารรับจ้างล่ะ?

โทริยามะ : มันก็อธิบายใน Chapter 17 ที่แอริธมีความทรงจำอันมากมาย ทำให้เธอรู้อะไรเยอะแยะ แต่เธอพยายามปิดบังไม่ให้คนรอบตัวรู้ ทว่า หนึ่งในความทรงจำก็ทำให้เธอรู้ว่าคลาวด์เป็นทหารรับจ้าง แล้วเธอก็พลั้งปากพูดออกมา Feeler บางส่วนในเนื้อเรื่องก็พยายามแย่งชิงความทรงจำในตัวแอริธไป

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415723751447031808


----------------------------
ฉากแอริธหันหลังเดินนำออกไป Chapter 8
----------------------------

คำถาม : ในฉากที่คลาวด์มองแอริธที่เดินนำออกไป ในสคริปต์เขียนว่า "นิ้วมือของเขาสั่นเทิ้ม ตาของเขาร้อนเป็นไฟ" คลาวด์นึกถึงเหตุการณ์ในเมืองที่ถูกลืมเลือนใน FF7 Original แล้วความวิตกกังวลที่เอ่อล้นขึ้นมาก็ทำให้เขาหลั่งน้ำตา เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

โทริยามะ : เวลาที่ได้อยู่กับแอริธนั้นสนุก แต่อนาคตภายภาคหน้าของพวกเขานั้นก็ไม่แน่นอน แม้ฉากนี้จะเป็นเพียงการที่แอริธมาพบกับคลาวด์ แต่มันก็มีอะไรบางอย่างระหว่างคลาวด์กับแอริธเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญนี้ นอกจากนี้ใน FF7 Original ก็มีฉากในป่าอันหลับใหล ที่แอริธเคลื่อนไหวในฉากที่มีองค์ประกอบลักษณะนี้เลย จึงเป็นไปได้ว่าสาเหตุที่คลาวด์หลั่งน้่ำตาออกมา ก็เพราะความทรงจำในอนาคตนั้นได้ตื่นขึ้น

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415988916876832769


----------------------------
ฉากแอริธและคลาวด์ในสนามเด็กเล่น Chapter 9
----------------------------

คำถาม : ตอนที่แอริธพูดชื่อแซ็คออกมา คลาวด์มีอาการปวดหัวฉับพลันขึ้น นั่นเป็นกลไกการปกป้องความทรงจำปลอมรึเปล่า ถึงทำให้เกิดปฏิกิริยาแบบนั้นขึ้น?

โทริยามะ : มันเกิดขึ้นเมื่อคลาวด์มีปฏิกิริยารุนแรงต่อเรื่องที่ไม่อยากนึกถึงหรือไม่อยากฟัง ฉากเดทในสวนเอฟเวอร์กรีนนั้นก็มีอยู่ใน FF7 Original ซึ่งเป็นฉากที่น่าจดจำมาก แต่เมื่อลองคิดว่าคลาวด์กำลังจินตนาการว่าแอริธก็เคยมาเดทในที่แห่งนี้กับใครคนอื่น มันก็มีความรู้สึกที๋ซับซ้อนเกิดขึ้นกับเขา บางทีนี่ก็เป็นการเพิ่มมิติให้กับตัวละครคลาวด์

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415699146900533252


----------------------------
ฉากการเต้นใน Honey Bee Inn Chapter 9
----------------------------

ตอนที่อังเดรียดีดนิ้ว แล้วดนตรีมาาาา อังเดรียเชื้อเชิญให้คลาวด์เข้ามาเต้นด้วย แต่คลาวด์ส่ายหน้าเดินออกแล้วคิดในใจ "เต้น... กูเนี่ยนะะะ? ล้อเล่นน่าาา"

แต่แล้วเหล่าแดนเซอร์ก็พยายามรั้งคลาวด์ไว้ ตอนนั้นเองคลาวด์สังเกตเห็นว่าแอริธเองกลับยกนิ้วเชียร์อยู่ด้วย

คลาวด์ถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองเพดาน  แสงสปอตไลต์ส่องลงมา ตอนนั้นเองที่คลาวด์ flashback เห็นภาพรอยยิ้มของแซ็คที่กำลังสนุกสนาน

ฉากนี้ไม่ได้ใส่ลงไปในเกม แต่มันส่งผลต่อการกระทำของคลาวด์หลังจากนั้น สำหรับคลาวด์แล้ว แซ็คคือภาพลักษณ์ของการเป็น SOLDIER ในอุดมคติ เขาคิดว่าถ้าแซ็คมาอยู่แทนที่เขาตรงนี้ มันจะเป็นยังไงน้า คลาวด์คิดได้ว่าถ้าเป็นแซ็คล่ะก้อ จะต้องสนุกไปกับสถานการณ์ตอนนี้อย่างแน่นอน

แม้ว่าคลาวด์จะสับสน แต่ก็เอาวะ ตัดสินใจแน่วแน่ก้าวเข้าไปหาอังเดรีย แล้วอังเดรียก็ยิ้มให้

คลาวด์หยุดหายใจตอนที่ถูกจับแปลงโฉมเป็นเจ้าสาวแสนสวย แล้วคลาวด์ก็สังเกตเห็นว่าแอริธกำลังดูท่าทางมีความสุข เขาก็ตั้งใจว่าจะทำให้โชว์นี้มันสำเร็จลุลุวง แล้วก็เต้นต่อด้วยกันกับอังเดรีย

หลังการแสดงจบ ผู้ชมพากันทำ Standing Ovation ให้ คลาวด์ยังคงงวยงงอยู่ แต่ผู้ชมก็ตื่นเต้นกันมาก แซมเป่าปาก ส่วนมาดามเอ็มก็ชูแก้วให้ แอริธดูปฏิกิริยาของผู้ชมรอบตัว แล้วก็หันไปยิ้ม ยกนิ้วให้คลาวด์

อังเดรียส่งสัญญาณให้ปิดม่าย ผู้ชมปรบมือ แล้วการแสดงบนเวทีก็จบลง

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415687661742739459


คำถาม : ความเป็นมาในการสร้างฉากที่ Honey Bee และการครอสเดรสในเกมนี้เป็นอย่างไร?

โทริยามะ : เราอยากสร้างฉากการเต้นมหัศจรรย์ที่จะฝากความประทับใจไว้อย่างยาวนาน โดยมีคลาวด์ที่ก้าวออกมาแต่งตัวเป็นไฮไลต์ อังเดรียนั้นใช้ชีวิตอย่างอิสระโดยไม่มีแนวคิดเรื่องเพศ แล้วเมื่อเข้าเป็นผู้ดูแล Honey Bee Inn ไม่ว่าคุณจะมีรูปลักษณ์อย่างไร ที่แห่งนี้ก็จะอ้าแขนต้อนรับเสมอ ผมคิดว่าฉากครอสเดรสที่เราเขียนขึ้นสำหรับฉากการเต้นใน Honey Bee Inn เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเจเนอเรชันปัจจุบันนี้

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1416026099352432644/


----------------------------
ตัวละครคอร์เนโอ Chapter 9
----------------------------

คำถาม : น้่ำเสียงและท่าทางการเคลื่อนไหวของคอร์เนโอในเกมนี้ทำให้เป็นตัวละครที่น่าจดจำมาก คุณเขียนแผนเกี่ยวกับแคแรคเตอร์นี้ไว้อย่างไร?

โทริยามะ : นักพากย์ผู้มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และมีพรสวรรค์ ได้ช่วยให้เสียงแก่ตัวละครบ้านคอร์เนโอ แล้วด้วยความที่คอร์เนโอมันเป็นคนที่แปลกอยู่แล้วตั้งแต่แรก มันก็ผลิบานเป็นแคแรคเตอร์ของเขาไปเองตามธรรมชาติ ใน FF7 Original คำว่า hohi เป็นประโยคที่ค่อนข้างยูนีค เราก็กลัวว่าถ้าเอาไปพากย์เสียงแล้ว มันจะดูเป็นตลกเกินไปรึเปล่า แต่เราก็ตัดสินใจเก็บประโยคนี้ไว้ แต่เราก็มีปรับลดความฮาลงในหลาย ๆ ประโยค

เพราะการเคลื่อนไหวและการให้เสียงเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงให้ actor มาแสดงท่าทางการเคลื่อนไหวสุดพิเศษล้อตามซีนจากออริจินอล ทำให้การสร้างตัวละครนี้เป็นอะไรที่สนุกมาก 

ก็เหมือนกับในไลท์โนเวลของโนจิมะซัง ที่เอ่ยถึง "ภาพที่ระลึกของคอร์เนโอ"** เราจึงสามารถเอาองค์ประกอบต่าง ๆ จากเกมใน Compilation หลังการวางจำหน่ายของ FF7 Original มารวมใส่ลงไปได้อย่างอิสระ

**หมายถึงภาพแอริธ ทิฟา และคลาวด์ครอสเดรส ในวันที่แต่งเป็นเจ้าสาวไปหาคอร์เนโอ ซึ่งคอร์เนโอแอบถ่ายเก็บไว้ มีเปิดเผยในนิยาย FFVII Lateral Biography TURKS -The Kids Are Alright-

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1416097239429046272


----------------------------
ฉากเรโนและรู๊ดบนเฮลิคอปเตอร์ที่สุสานรถไฟ Chapter 11
----------------------------

คำถาม : เรโน่และรู๊ดต่างก็มีความข้องใจในการต้องถล่มเพลทเขต 7 ช่วยอธิบายหน่อยสิว่าทำไมถึงมุ่งเน้นที่จะแสดงด้านความเป็นมนุษย์ของสองตัวละครนี้?

โทริยามะ : ภาคแรกของ Remake นั้นเป็นเรื่องที่เกิดในมิดการ์เท่านั้น เราจึงตัดสินใจตั้งแต่แรกว่าจะมุ่งเน้นการตีความตัวละครฝั่งชินระใหม่

เรโน่ รู๊ดและเหล่าเทิร์กก็เป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมมากใน Compilation เราจึงตัดสินใจเพิ่มซีนให้ และเจาะลึกลงไปในแคแรคเตอร์มากขึ้น

แม้พวกเทิร์กจะมุ่งมั่นถวายชีวิตให้กับงาน เราก็อยากจะเล่นประเด็นทัศนคติที่พวกเขามีต่อภารกิจต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย ตัวอย่างเช่น ก็อยากโชว์ให้เห็นว่าพวกเขาคิดยังไงตอนทำงานเหล่านี้ เราก็จะได้สามารถเจาะลึกลงไปในด้านความเป็นมนุษย์ของพวกเขามากขึ้น

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415659854161612800


----------------------------
ฉากมาร์ลีนกอดแอริธ Chapter 12
----------------------------

คำถาม : ตอนที่มาร์ลีนกอดแอริธ เหมือนว่าเธอจะเห็นอะไรบางอย่าง ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

โทริยามะ : เมื่อได้สัมผัสกับแอริธ ภาพนิมิตที่อยู่เหนือมิติและกาลเวลาก็จะปรากฏขึ้นมา ขึ้นอยู่กับความเซฟซิทีฟของคน ๆ นั้น

ตอนอยู่ในเซเว่นเฮฟเว่น มาร์ลีนกำลังหวาดกลัว แอริธจึงพยายามจะปลอบเธอ ตอนนั้นเองมาร์ลีนได้เห็นอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่ควรจะเห็น ส่วนเธอเห็นอะไรนั้น ตอนนี้ก็ขอปล่อยให้ผู้เล่นจินตนาการกันไปก่อน

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415649097290186752


----------------------------
ถุงมือของเจสซีที่ปรากฏในฉากจบ Chapter 12
----------------------------

คำถาม : ในฉากจบที่บิ๊กตื่นขึ้นมา ผ้าคาดหัวกับถุงมือของเจสซีวางอยู่บนโต๊ะ หมายความว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ย?

โทริยามะ : อืม เรารู้ว่าบิ๊กส์รอดตายในฉากจบก็เพราะเห็นร่างเขาเต็ม ๆ มองอีกมุมหนึ่ง การที่เจสซีไม่โผล่ในฉากจบ ก็เพราะเราช่วยเธอไว้ไม่ได้... คุณอาจจะคิดแบบนั้น 

ทว่าหากมีปาฏิหาริย์บางอย่างช่วยชีวิตบิ๊กส์เอาไว้ได้ หมายความว่าคนอื่น ๆ ก็อาจจะรอดเช่นกัน เจสซีอาจจะรอดหรือกไม่ก็ได้

ทว่าธีมสำคัญของเรื่องนี้คือ "การสูญเสีย" หากตัวละครทั้งหมดที่คุณเห็นนั้นมีชีวิตรอดกันหมดในอนาคต บางทีมันก็อาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในต่างโลก

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415573942266339331


----------------------------
ฉากปณิธานของแอริธ Chapter 14
----------------------------

คำถาม : "เธอจะรักฉันไม่ได้นะ ต่อให้เธอคิดแบบนั้น... มันก็แค่การคิดไปเอง" แอริธที่พูดประโยคนี้มีเจตนายังไงกันแน่?

โทริยามะ : ณ จุดนั้นของเกม กายหยาบของแอริธน่ะถูกกักตัวอยู่ในตึกชินระ ทว่าด้วยจิตบางอย่าง เธอจึงสามารถให้ไลฟ์สตรีมนำพาแอริธที่มีความทรงจำใกล้เคียงกับอนาคตมากที่สุดออกมา คำพูดนั้นไม่ได้เพียงเพื่อคลาวด์ แต่เธอก็อาจกำลังพูดกับตัวเธอเองด้วย

แล้วไม่ว่าคำพูดของเธอนั้นจะขอร้องยังไงออกไป บางทีความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงในใจของเธอ อาจถูกปิดกั้นอยู่

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415567942855450624


----------------------------
ฉากแอริธสัมผัสกับ Red XIII Chapter 16
----------------------------

คำถาม : ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยว่าทำไม Red XIII ถึงขาดสติใน Chapter 16? เหมือนว่าฟีลเลอร์จะไล่ล่าเขาจากการที่เขามีท่าทีที่รุนแรง ต่างไปจากชะตากรรมที่ฟีลเลอร์มุ่งหมายไว้ แล้วไหงฟีลเลอร์ไม่หยุดเขาล่ะ?

โทริยามะ : Red XIII ไม่ได้ขาดสติ แต่มันเป็นผลจากการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าของโฮโจที่สร้างความหวาดกลัวและความโกรธให้ หลังปลดปล่อยอารมณ์ออกมา เขาก็มีท่าทีเหมือนสัตว์ป่าที่ระมัดระวังตัว ทว่าต้องขอบคุณความกล้าของแอริธที่เอื้อมมือไปสัมผัสเขา เขาจึงสงบลงได้ ฟีลเลอร์จึงไม่จำเป็นต้องแทรกแซง นอกจากนี้ ตอนที่แอริธสัมผัส Red XIII เขาก็ได้รับความรู้ที่มีเขาเพียงคนเดียวที่มองเห็นเนื่องจากช่วงชีวิตที่ยาวนานเป็นพิเศษ แต่ว่าด้วยปริมาณข้อมูลที่ได้รับมานั้นมันมหาศาลมาก จนเขาเองก็ไม่สามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัด

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1416050629047308292

----------------------------
แอริธและดอกไม้สีเหลือง Chapter 17
----------------------------

คำถาม : แอริธบอกว่าดอกไม้สีเหลืองนั้นได้นำทางเธอมา หมายความว่ายังไงกันแน่?

โทริยามะ : ตั้งแต่ที่แอริธปรากฏตัวครั้งแรกในเขต 8 สิ่งที่เธอประสบพบเจอ ความคิดที่ก่อตัวขึ้น หรือสิ่งที่เธอสูญเสียไป ล้วนถูกนำเสนอผ่านดอกไม้สีเหลือง ทั้งชาวมิดการ์ที่เหยียบดอกไม้ของเธอ ทั้งดอกไม้ที่เธอมอบให้คลาวด์เมื่อตอนพบกันครั้งแรก บางทีดอกไม้ก็อาจนำเสนอถึงอนาคตที่ดอกไม้สามารถผลิบานบนดาวดวงนี้ ทว่ามันก็เหมือนกลีบดอกที่โรยรวงมา เธอรู้สึกว่าฟีลเลอร์กำลังช่วงชิงบางอย่างไปจากเธอ ทำให้เธอสูญเสียอะไรบางอย่างในตัวไป ทำให้เธอรู้สึกว่ามันสูญหาย

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415552832141357056


----------------------------
ฉากการต่อสู้ของรูฟัส Chapter 17
----------------------------

คำถาม : เป้าหมายที่แท้จริงของรูฟัสตอนก้าวออกมาจากเฮลิคอปเตอร์ที่ยอดบนยอดตึกชินระ คืออะไรกันแน่?

โทริยามะ : ในเบื้องต้นนั้น การที่รูฟัสมายังตึกชินระก็พราะได้ยินว่าอวาแลนซ์มีแผนจะเข้าโจมตีแอเรียดังกล่าว เขาจึงรีบกลับมายังสำนักงานใหญ่ ทว่าแทนที่จะกังวลเกี่ยวกับคุณพ่อเพรสซิเดนท์ชินระ รูฟัสคาดว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับเขา บางทีเขาคงเตรียมตัวว่าถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เขาก็ต้องไปเจรจาหลังม่านกับคนอื่น ๆ เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ให้ได้

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415544883981426693

----------------------------
ฉากผู้ที่มองเห็น Arbiter Chapter 18
----------------------------

ขณะที่รูฟัสกำลังตื่นตะลึงกับฟีลเลอร์มากมายที่ล่อยลอยอยู่รอบตึกชินระ เส็งกลับมองไม่เห็นและถามว่ามีอะไรผิดปกติเหรอ? รูฟัสจึงมองที่เส็งแล้วพยายามทำความเข้าใจ แต่ก็งงว่าทำไมเส็งถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยกับฟีลเลอร์มากมายที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1416054720557240324

คำถาม : ทำไมคลาวด์ถึงมองไม่เห็นฟีลเลอร์จนกระทั่งได้สัมผัสกับแอริธ?

โทริยามะ : คลาวด์มองเห็นฟีลเลอร์ได้ตอนที่เขาสัมผัสกับพวกมันที่ตามแจแอริธอยู่ ทว่าความสามารถในการมองเห็นฟีลเลอร์นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสัมผัสเพียงอย่างเดียว เฉพาะผู้ที่สามารถมีอิทธิพลและตัดสินชะตากรรมของดวงดาวเท่านั้นจึงจะเห็นพวกมัน

แม้ว่าจะไม่ได้โชว์ในเกม แบร์เร็ตและพวกก็มองเห็นฟีลเลอร์ตอนที่พวกเขาสัมผัสกับฟีลเลอร์ที่เฝ้าดูคลาวด์อยู่ รูฟัสเองก็เห็นฟีลเลอร์เพราะเขาได้สัมผัสฟัลเลอร์ระหว่างการต่อสู้กับคลาวด์

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415948640732864512


----------------------------
อีก 7 วินาทีจะถึงจุดจบ Chapter 18
----------------------------

ในท้ายของเรื่องเซฟิรอธพูดประโยคนี้กับคลาวด์ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วบอกว่าอนาคตนั้นขึ้นอยู่กับคลาวด์แล้ว

คำถาม : ความหมายลับที่ซ่อนอยู่หลังประโยค "อีก 7 วินาทีจะถึงจุดจบ" คืออะไร?

โทริยามะ : ดินแดนที่เราเห็นคลาวด์และเซฟิรอธต่อสู้กันในฉากสุดท้าย เรียกว่า 世界の先端 (Edge of Creation ในเวอร์ชันอังกฤษ) มันคือปลายสุดของมิติและกาลเวลาของโลก ที่ซึ่งเวลาหยุดลง 

เวลาได้หมดลงก่อนที่จะถึงจุดจบของโลก ดังนั้นจึงนำเสนอด้วยคำว่า "อีก 7 วินาที" หากเวลากลับมาเดินต่อ โลกก็จะถึงจุดจบภายใน 7 วินาที

หรือไม่ก็ด้วยพลังงานบางอย่าง เส้นทางของมิติกาลเวลาก็อาจเปลี่ยนไป

ดังนั้นเซฟิรอธถึงบอกคลาวด์ว่า "มันขึ้นอยู่กับแก"

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415528240760819715


----------------------------
กลุ่มอวาแลนซ์ HQ INTERmission Chapter 1
----------------------------

คำถาม : กลุ่มอวาแลนซ์ที่พวกนาโยอยู่ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอวาแลนซ์ที่ปรากฏในภาค Before Crisis ใช่หรือไม่? (กลุ่มที่นำโดยเอลเฟ่ ฟุฮิโตะ ซึ่งเป็นกลุ่มออริจินอลของอวาแลนซ์ ซึ่งก่อกำเนิดขึ้นที่คอสโมแคนยอน)

โทริยามะ : ใน Before Crisis ฟุฮิโตะและเอลเฟ่เป็นผู้นำกลุ่มอวาแลนซ์ ทว่ากลุ่มนั้นถูกทำลายไปแล้ว จึงไม่ใช่กลุ่มเดียวกับที่ปรากฏใน DLC ในอวาแลนซ์นั้นก็แบ่งออกเป็นหลายกลุ่มย่อยด้วยกัน ทั้งกลุ่มของแบร์เร็ต และกลุ่มอื่น ๆ

อวาแลนซ์ HQ สาขาใหญ่จริง ๆ ไม่ได้มาทำงานกระจิดกระจ้อยอยู่ในมิดการ์อย่างที่พวกนาโยทำอยู่หรอก พวกเขาเฝ้าสังเกตการกระทำของกลุ่มแบร์เร็ตจากที่อันห่างไกลโดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แล้วก็จับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มในสลัมเขต 7 ไปด้วย

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415536065314648064


----------------------------
การมีอยู่ของ DEEPGROUND ในชินระ INTERmission Chapter 2
----------------------------

คำถาม : ทำไมถึงตัดสินใจใส่ชั้นใต้ดินของตึกชินระลงไปเป็นฉากใน DLC ของยุฟฟี่?

โทริยามะ : สถานที่ซึ่งตั้งอยู่ใต้ดินของตึกชินระนั้น คือที่ซึ่งสการ์เล็ตที่ดูแลฝ่ายพัฒนายุทธภัณฑ์ ทำการทดลองเพื่อจะสร้างสุดยอดมาเทเรีย ยุฟฟี่และโซนอนได้รับมอบหมายให้ลอบเข้าไปในที่แห่งนั้นเพื่อขโมยสุดยอดมาเทเรีย ดังนั้นเราจึงตัดสินใจกำหนดให้ฉากดำเนินเรื่องนั้นเป็นชั้นใต้ดินของตึกชินระ

มีปริศนามากมายนับพันซุกอยู่ข้างใต้นั้น เราก็อยากเขียนเนื้อเรื่องที่แสดงความดำมืดที่ซุกซ่อนอยู่ในชินระ DEEPGROUD คือสัญลักษณ์ของสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเดิมก็ปรากฏออกมาในภาค Dirge of Cerberus

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415533686695464963


----------------------------
ฉากถั่วดาชาโอ INTERmission Chapter 2
----------------------------

คำถาม : ช่วยอธิบานเรื่องถั่วดาชาโออันเลื่องชื่อของวูไถ ที่พึ่งเผยโฉมครั้งแรกใน DLC หน่อย?

โทริยามะ : ถั่วดาชาโอที่ปลูกในวูไถ เต็มไปด้วยสารอาหารเป็นเป็นทั่วที่อุดมด้วยโภชนาการ เวลาที่นินจาถูกส่งไปทำภารกิจสายลับโดยเฉพาะอย่างนิ่งสำหรับภารกิจระยะยาว พวกเขาก็จะพกถั่วไปด้วย เพื่อที่จะได้รับสารอาหารที่จำเป็นจากถั่ว

ถั่วดาชาโอนี้ถูกรมควันมาเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ทำให้ผิวมันแข็งมาก จนการกัดเพื่อเปิดถั่วดาชาโอนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกนินจา สำหรับรสชาติถั่วนั้นคำแรกก็จะขม แต่เมื่อเคี้ยวไปแล้ว ก็จะสัมผัสรสชาติหวานบาง ๆ

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1416074177430188032


----------------------------
โซนอนช่วยยุฟฟี่ไว้ แล้วยุฟฟี่ก็ไปจากมิดการ์ INTERmission Chapter 2
----------------------------

โซนอนบอกให้ยุฟฟี่ไปต่อแม้ไม่มีเขา แม้สติกำลังเลือนลาง ทว่าคราวนี้ไม่เหมือนวันที่สูญเสียน้องสาว ครั้งนี้โซนอนช่วยยุฟฟี่เอาไว้ได้ รอยยิ้มจึงปรากฏบนใบหน้าของเขา

ระหว่างที่โซนอนนึกถึงใบหน้าของน้องสาว เนโรก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วใช้ความมืดปกคลุมเขาไว้ จากนั้นโซนอนก็หายไป

คำถาม : หลังการต่อสู้กับเนโร เราเห็นยุฟฟี่ขี่โจโคโบะอยู่บนถนน ดูเหมือนว่าเธอออกจากมิดกาณ์ในช่วงเวลาเดียวกับคลาวด์และสหาย เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยว่ายุฟฟี่ไปทำอะไรหลังจากเพลทของเขต 7 ถล่มลงมา?

โทริยามะ : หลังจากเห็นเหตุการณ์เพลทเขต 7 ถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา เธอตัดสินใจที่จะออกไปจากมิดการ์ด้วยตัวคนเดียว เพราะยังไงเธอก็กลับไปยังฐานทัพของอวาแลนซ์ในเขต 7 ไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ยังเพราะการวางกองกำลังรักษาความปลอดภัยทั่วมิดการ์ท่ามกลางความโกลาหล ยุฟฟี่จึงสามารถหลบหนีออกมาได้สำเร็จ ในแง่ของเวลาแล้ว เธอออกจากมิดการ์ช่วงเวลาประมาณเดียวกับที่คลาวด์และพรรคพวกออกมา

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415531287159336962


Voice Script


----------------------------
ฉากทิฟาขอให้แอริธไปช่วยมาร์ลีน
----------------------------

ทิฟาตระหนักว่าเธอไม่เคยพูดเรื่องมาร์ลีนให้แอริธฟังมาก่อน ตอนที่แอริธพูดออกมาเองว่าทิฟาอยากให้เธอไปช่วยมาร์ลีนใช่มั้ย? ทิฟาจึงแปลกใจมาก แอริธมองมาด้วยสายตาแน่วแน่และรอยยิ้มที่อ่อนโยน ทิฟาสับสนอยู้บ้าง แต่ท่าทางของแอริธก็ทำให้ทิฟามั่นใจ

แต่ทิฟาก็ว่ามันแปลกที่แอริธรู้เรื่องมาร์ลีน โดยที่เธอยังไม่ได้อธิบายสถานการณ์ให้ฟังด้วยซ้ำ

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415699146900533252


----------------------------
การต่อสู้บนเสาค้ำเพลท 7 กับเรโน่และรู๊ด
----------------------------

ตอนที่ทิฟาวิ่งขึ้นบันไดรอบเสาค้ำเพลทมา และกำลังจะขึ้นมาถึงชั้นที่คลาวด์อยู่ เรโนเห็นสบโอกาสพอดี เลยบอกว่า "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว" แล้วก็รัวกระสุนจากเฮลิคอปเตอร์ไป แต่ทันใดนั้นรู๊ดที่นั่งอยู่ในคอปเตอร์ด้วย กลับหักคันบังคับให้เอียงขวากะทันหัน ทำเอาเรโน่หัวเหวี่ยงกระแทกกระจกข้าง แล้วกระสุนก็พลาดเป้าไป รู๊ดก็ถอนหายใจ แล้วแก้ตัวว่า "มือลื่น"

สาเหตุที่รู๊ดทำเช่นนั้นเพราะแคแรคเตอร์ของรู๊ดถูกกำหนดให้เป็นคนที่ไม่ทำอันตรายผู้หญิง โดยเฉพาะทิฟาที่จะต้องสู้หลังจากนั้น

ส่วนตอนที่เรโน่พ่ายแพ้ต่อคลาวด์ และเตรียมใจจะตายแล้ว รู๊ดอยากจะช่วยเรโน่ไว้ และคิดว่าทางเดียวที่จะทำแบบนั้นได้ คือการเบี่ยงเบนความสนใจของพวกคลาวด์ จึงจำเป็นต้องระเบิดเสาค้ำเพลท แกจึงกระโจนเข้าไปที่แผงควบคุมทันที

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415541544853991425

----------------------------
ฉากปณิธานของแอริธ Chapter 14
----------------------------

แอริธรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ความฝัน เธอใช้พลังของชาวเซทร่ามาหาคลาวด์ที่นี่ ซึ่งมันไม่ใช่ฝัน

ตอนที่แอริธมองขึ้นไปบนท้องฟ้าของเขต 7 แล้วเธอดูเศร้า แสงสีเขียวที่เปล่งประกายบนฟ้าเป็นออร่านั้น แท้จริงแล้วคือวิญญาณของผู้ที่ตายจากเหตุการณ์เพลทถล่ม กำลังกลับคืนสู่ไลฟ์สตรีม แอริธจึงกุมมือทำท่าภาวนา แล้วบอกว่า "ท้ายที่สุดทุกคนก็ต้องตาย" (ซึ่งคลาวด์งง แล้วก็ตอบเออออไปว่าคงจะใช่)

แอริธก็พูดต่อไปว่าเพราะฉะนั้นเราจึงต้องใช้เวลาทั้งหมดที่มี ใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากจะเป็น ทุกนาที ทุกวินาที ให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งคลาวด์ก็ไม่เก็ตถึงเจตนาที่แท้จริงของเธอ แต่ก็เออออบอกว่าเขาจะจำเอาไว้

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415610345415090180


----------------------------
ฉากปณิธานของทิฟา Chapter 14
----------------------------

ตอนที่ทิฟาบอกว่าพวกมันพรากทุกอย่างไปจากเราอีกแล้ว

ความรู้สึกทั้งหมดที่เธอเก็บกลั้นเอาไว้ ได้พรั่งพรูออกมา ทั้งการตายของพ่อแม่ การล่มสลายของบ้านเกิด ความเศร้าโศกทั้งหมดที่เธอรู้สึกเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ได้ถูกปลดปล่อยออกมา ทิฟาซบคลาวด์แล้วเริ่มร้องไห้ออกมา ดั่งดอกไม้ที่สั่นเทิ้มท่ามกลางสายลม เสียงอันเศร้าโสกของทิฟาดังขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงัด

คลาวด์พยายามโอบกอดเธอไว้ด้วยสองแขน ตอนแรกเขางึกงัก แต่แล้วรวบแขนเข้ากอดเธอไว้

นอกจากการถ่ายทอดความรู้สึกของตนไปสู่ทิฟาแล้ว เสี้ยวหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่ในใจของคลาวด์ก็เผยออกมา นั่นคือการที่เขาอยากจะเป็นอัศวินขี่ม้าขาวที่สามารถช่วยทิฟาได้มาโดยตลอด เขารู้สึกว่าการที่เขาทำแบบนี้ให้กับเธอได้ มันเป็นความสุข

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นดั่งความผิดพลาดในวัยเยาว์ที่คลาวด์ไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน ทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำอันขมขื่น ด้วยเหตุนี้ รอยยิ้มเล็ก ๆ แห่งความพอใจจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคลาวด์

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415587635469307907


----------------------------
ฉากปณิธานของแบร์เร็ต Chapter 14
----------------------------

ตอนที่แบร์เร็ตบอกว่าพวกเขาต้องไม่เป็นไร พวกนั้นเก๋า แกร่งเหมือนเขา

แบร์เร็ตพูดเสมือนการภาวนาให้บิ๊กส์ เวจด์ เจสซีปลอดภัย

ตอนที่ทั้งสองเดินกลับเข้าบ้าน มีการหยอกล้อกันซึ่งไม่ได้พากย์เสียงลงไป คลาวด์แซวว่า "เลิกกรนได้เปล่า?" แล้วแบร์เน็ตก็ตอบ "ห๊ะ?" ทั้งสองเดินแซวหยอกกันจนฉากตัดไป

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415596160484446211

----------------------------
อื่น ๆ
----------------------------

- ใบหน้าของยุฟฟี ทำให้มีสไตล์เอเชียมากกว่าแอริธและทิฟา และนำเสนอความเป็นวัยรุ่นออกมา

- เดิมทีแล้วในตอนท้าย DLC จะเพิ่มลดลงไปบนแก้มยุฟฟี่เยอะกว่านั้น แต่ก็คำนึงถึงเรื่อง Rate เกมไปด้วย ทว่าสุดท้ายก็ปรับให้ Shock Factor ไม่ได้อยู่ที่เลือด แต่อยู่ที่ความรู้สึกเจ็บปวดที่ถ่ายทอดออกมา

- ผมของไวส์นั้น จงใจสร้างให้เยอะกว่าตัวละครอื่น ๆ และดีไซน์ให้เหมือนแผงคอสิงโต

- เนโรมีรูปร่างแบบลีน แต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเน้น ๆ

- ตอนที่รู๊ดเจอคลาวด์ใน Chapter 8 รู๊ดรู้ว่าคลาวด์ไม่ได้เป็น SOLDIER จริง ๆ https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415892077926260738

- อักษร A.S.O. บนเสื้อของนาโย ย่อมาจาก Anti-Shinra Organization

- เจสซีออกจากบ้านมาโดยไม่ค่อยได้กลับไปที่บ้านบ่อยนัก เธอรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกที่ดี แต่เป็นลูกที่ไม่เชื่อฟัง บิ๊กส์กับเวจด์รู้ถึงสถานการณ์ดี ก็เลยพยายามเกื้อหนุน คลาวด์เองพอเริ่มคุ้นเคยกับพวกอวาแลนซ์ ก็เริ่มเล่าความเป็นมาของตัวเองออกไปโดยไม่ทันรู้ตัวเหมือนกัน https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415961608761737218

- ตอนที่เจสซีมาดักรอที่ชั้น 2 ของอพาร์ตเมนต์เพื่อจะคุยกับคลาวด์ เธอพูดเล่นเสมือนว่าเป็นคนรักที่รอแฟนกลับบ้านอยู่ แต่คลาวด์ขมวดคิ้วไม่เล่นด้วย ทำให้เจสซีเองก็ขุ่นเคือง https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415964885733699587

- ใน Chapter 3 ตอนที่ทิฟาบอกว่าเธอรู้ว่าถ้าเราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง ก็ต้องคิดการใหญ่ แต่ไม่ใช่ทำแบบนี้.... เธอสับสน แล้วคลาวด์บอกว่าถ้ารู้สึกผิด ก็ไม่ต้องทำก็ได้.... หลังจากนั้นก็เงียบยาว ในใจทิฟานั้นกำลังผิดหวังที่คลาวด์จำสัญญาที่เคยให้กันไว้ตั้งแต่เด็กไม่ได้ สัญญาที่คลาวด์บอกว่าจะมาช่วยเธอเมื่ออยู่ในอันตราย แต่แม้ทิฟาจะจับได้ว่าคลาวด์ลืมสัญญาไป เธอก็ยังไม่พูดออกมา https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415970074687467521

- ใน Chapter 2 ตอนที่คลาวด์ถูกทหารล้อม ทหารคนหนึ่งพูดเป็น JP ว่า "โอ่ยย ดาบนั่นมัน..." จากนั้นคลาวด์บิ๊บบบหูดับไป โดยที่ทหารคนนี้พูดต่อ แต่ไม่ได้พากย์เสียง ไม่ได้ขึ้นสคริปต์ ซึ่งเขียนบทไว้ว่าทหารพูดว่า "แกรู้จักแซ็คได้ไง?" ก็เป็นตัวอย่างที่ว่า ในชินระมีคนจำดาบบัสเตอร์ซอร์ดที่แซ็คเคยใช้ได้ แต่พอจะถามคลาวด์ เซลล์เจโนว่าก็ช่วยเซนเซอร์ให้ https://twitter.com/aitaikimochi/status/1416668165665296385

- ใน Chapter 18 เซฟิรอธเชื้อเชิญคลาวด์ให้ตามเข้าไป เพื่อที่เขาจะบอกความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของดวงดาวให้คลาวด์ฟัง, แอริธบอกว่าอีกฟากของ Destiny's Crossroad คือ 'อิสรภาพ' โดยในสคริปต์เขียนว่าเป็นการล้อจากคำพูดของแซ็คที่สู้เพื่ออิสรภาพ

จากประโยคที่แอริธบอกว่า : He'd tell you that he only cares about the planet. That he'd do everything in his power to protect and preserve it. But this isn't the way it's supposed to be. แอริธกำลังคิดว่าเซฟิรอธตั้งใจเซ่นสังเวยชีวิตของผู้คนทั้งหมด เพื่อรักษาดวงดาวไว้ ทว่าดวงดาวไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนั้น แอริธจึงพูดต่อไปว่า "There's no greater threat to the planet than him." คุณ Audrey ตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นที่แอริธคิดว่าเซฟิรอธตั้งใจเซ่นสังเวยชีวิตผู้คนทั้งหมดเพื่อรักษาดวงดาวไว้ มันเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่ผิดของแอริธหรือไม่? แท้จริงแล้วเซฟิรอธมีเจตนาอย่างอื่นรึเปล่า?  https://twitter.com/aitaikimochi/status/1418501621487575041

- เรื่องสุดยอดมาเทเรียที่เชื่อว่าสการ์เล็ตกำลังพัฒนาอยู่ใน DLC Episode Yuffie แล้วสการ์เล็ตบอกว่าการทดลองมันถูกเลื่อนออกไป เพราะต้องไปให้ priority กับแผนถล่มเพลทเขต 7 ก่อน เมื่อเพลทถล่มแล้วถึงจะกลับมาทดลองต่อได้ การทดลองสร้างสุดยอดมาเทเรียที่กล่าวถึงใน DLC มันก็คือการทดลองมาเทเรียที่สการ์เล็ตทำในเนื้อเรื่องหลักแล้วระเบิดบะคู้มใน Chapter 16 ซึ่งภายหลังการทดลองนั้น พวกเธอก็ล้มเลิกการสร้างสุดยอดมาเทเรียด้วยวิธีสังเคราะห์ แล้วภายหลังในเนื้อเรื่อง สการ์เล็ตก็จะค้นพบว่าเตาปฏิกรณ์มาโคมันสามารถตกผลึก Huge Materia ออกมาได้.... https://twitter.com/aitaikimochi/status/1417861892102492170


----------------------------
ฉากจบ FF7R INTERmission
----------------------------

อาคามะ (VFX Supervisor)

"เส้นทางข้างหน้าของคลาวด์และเพื่อนเต็มไปด้วยขวากหนาม เราก็คิดกันหนักว่าจะนำเสนอยังไงโดยไม่ต้องทำเป็นฉากแอ็คชั่นเข้มข้น แต่เนื่องจากเนื้อเรื่องหลักของ FF7R ก็ค่อนข้างมืดมนอยู่แล้ว เราจึงตัดสินใจว่าสำหรับมูฟวี่ในส่วนนี้ เราจะนำเสนอช่วงเวลาที่ตัวละครเหล่านั้นสามารถพักความวิตกกังวลเอาไว้ แม้เพียงชั่วขณะหนึ่งก็ยังดี เราก็พยายามกันเต็มที่ทำให้สีหน้าท่าทางของพวกเขา ถ่ายทอดความรู้สึกสบายใจออกมา"

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1415547100889108489