Thursday, April 3, 2008

Crisis Core -FFVII- ตอน...เรื่องของ Minerva

กาลครั้งหนึ่งในขณะที่แซ็คกำลังยืนหลีสาวประชาสัมพันธ์อยู่ที่ทางเข้าตึกชินระตามปกติของเขา โทรศัพท์เครื่องเล็กสีดำของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา หลังจากที่แซ็คกล่าวขออนุญาตแก่หญิงสาวแล้ว เขาก็หยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมากดปุ่มรับสายพลางพูดว่าตอนนี้กำลังติดภารกิจกู้ชาติอยู่....ไม่ว่างรับงานใดๆ ทั้งสิ้นครับ


แซ็ควางสายโทรศัพท์ไปโดยไม่สนใจแม้แต่จะชะโงกหน้าดูซักนิดว่าใครเป็นคนโทรมา และโทรมาด้วยเรื่องอะไร แต่แล้วในไม่ช้าก็มีโซลเยอร์หลายนายเดินมารุมล้อมเขา และจับตัวเขาไปร่วมประชุมเพลิง พร้อมเตรียมส่งเรื่องแจ้งเบื้องบนว่าไอ้นี่มันโดดงานมาหลีสาวอีกแล้ว

โซลเยอร์ทั้งหลายได้อธิบายถึงภารกิจใหม่ที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ได้ไหว้วานให้ฝ่ายโซลเยอร์เข้าไปช่วยกันดูแลให้แซ็คฟัง เรื่องมันมีอยู่ว่ากองทัพของชินระได้ค้นพบถ้ำลึกลับที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณใกล้กับถ้ำทางเหนือโดยบังเอิญ ถ้ำนี้มีความลึกลับซับซ้อนมาก และพอเข้าไปสำรวจแล้วก็พบว่ามันไม่ได้มีแค่ชั้นเดียว ทางชินระจึงได้ส่งนักวิทยาศาสตร์เข้าไปสำรวจภายในถ้ำเพื่อตรวจสอบว่าถ้ำนี้เกิดขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์หรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติกันแน่ ทว่าเป็นที่น่าเศร้าว่าทีนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกส่งเข้าไปดันไปแล้วไปลับไม่กลับมา และยังไม่สามารถหาทางติดต่อใดๆ ได้ จึงเป็นหน้าที่ของพวกโซลเยอร์ที่ต้องเข้าไปสำรวจถ้ำ และช่วยเหลือเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ยังรอดชีวิตกลับมา

ไม่นานนักแซ็คก็ได้นำทีมโซลเยอร์กลุ่มใหญ่ไปบุกถ้ำดังกล่าว เมื่อทุกคนเข้าไปแล้วก็ต้องตกตะลึงกับความใหญ่โตของถ้ำ ทุกคนพากันเดินเข้าไปสำรวจถ้ำด้วยความหวังว่าจะสามารถช่วยชีวิตทีมนักวิทยาศาสตร์ที่หายสาบสูบไปออกมาได้

แต่แล้วสิ่งที่รอเหล่าโซลเยอร์อยู่กลับไม่ใช่เพื่อนร่วมบริษัทของพวกเขา แต่เป็นกองทัพเจเนซิสและกองทัพวูไถที่ร้ายกาจ ฝ่ายศัตรูนั้นเมื่อเจอหน้าพวกโซลเยอร์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบวิ่งเข้ามาท้าต่อยกับพวกโซลเยอร์ในทันที เหล่าโซลเยอร์ก็พยายามสู้กับศัตรูทั้งสองฝ่ายไป แต่เนื่องจากจำนวนของศัตรูนั้นมีมาก การต่อสู้จึงยืดเยื้อกินเวลานาน

หลังจากที่เหล่าโซลเยอร์ช่วยกันกำจัดพวกเจเนซิสและพวกวูไถจนหมดได้ พวกเขาก็ติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ของชินระ และได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ฝ่ายชินระได้ยินแล้วก็ยิ่งคิดว่าถ้ำนี้ต้องมีความลับบางอย่างแน่ๆ เจเนซิสถึงได้ให้ความสนใจมัน ดังนั้นเหล่าโซลเยอร์ทั้งหลายจงมุ่งหน้าเข้าไปค้นหาความจริงให้ได้ว่าที่ส่วนลึกของถ้ำแห่งนี้อะไรคือสิ่งที่พวกเจเนซิสกำลังตามหาอยู่กันแน่ ส่วนเรื่องของชาววูไถนั้น ทางชินระไม่สามารถคาดเดาจุดประสงค์ของพวกเขาได้แน่ชัด จึงเป็นเรื่องของผู้เล่นที่ต้องไปตีความกันเอาเองว่าพวกมันมาที่นี่กันทำไม

เวลาต่อมาเมื่อชินระเห็นว่าโซลเยอร์ได้ช่วยกรุยทางที่ส่วนต้นของถ้ำเรียบร้อยแล้ว จึงคิดว่าหากจะส่งกำลังเสริมเข้าไปตอนนี้ก็คงไม่น่าจะมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้น ว่าแล้วจึงมีคำสั่งให้ส่งทั้งกองทหารราบและเหล่าหุ่นยนต์ต่อสู้เข้าไปช่วยพวกโซลเยอร์ แต่อนิจจา พอพวกหุ่นยนต์ดังกล่าวเข้าไปใกล้ถ้ำแล้วกลับเกิดความผิดปกติขึ้นมา พวกมันคลุ้มคลั่งและเริ่มทำร้ายพวกเดียวกันเอง เหล่าทหารราบจึงมีความจำเป็นที่ต้องช่วยกันพังเหล่าหุ่นยนต์ทิ้ง...

ภายหลังการต่อสู้ระหว่างทหารชินระกับพวกหุ่นยนต์ด้วยกันเอง ชินระก็ตระหนักได้ถึงความเสียหายที่ตกอยู่กับบริษัทแบบเน้นๆ เหล่าผู้บริหารต่างเชื่อว่าในสถานการณ์แบบนี้ขืนส่งพวกทหารเข้าไปอีกก็รังแต่จะสร้างความสูญเสียให้เกิดมากขึ้น จึงควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโซลเยอร์เท่านั้นดีกว่า ว่าแล้วพวกเขาก็มีคำสั่งให้เหล่าทหารราบถอยทัพกลับมาให้หมด

เมื่อเหล่าทหารได้กลับไปถึงบริษัทแล้วพวกเขาก็ได้รายงานว่าเครื่องวัดพลังงานมาเทเรียได้พบบางสิ่งบางอย่างที่มีพลังงานทหาศาลอยู่ในส่วนลึกของถ้ำนั่น สิ่งๆ นั้นต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากเพราะมันถึงกับทำให้เครื่องวัดพลังงานหลายเครื่องต้องระเบิดไปเลยทีเดียว ฉะนั้นเมื่อชินระได้ยินแบบนี้แล้วจงยิ่งหูผึ่งและออกคำสั่งให้พวกโซลเยอร์ค้นหามาเทเรียดังกล่าว หรือต้นกำเนิดพลังงานอะไรก็ตามแต่ให้ได้ไวๆ

ทางด้านโซลเยอร์ที่เดินทางลึกเข้าไปในถ้ำ ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ก็เจอศัตรูที่โหดหินทมิฬชาติขึ้นไปเรื่อยๆ ซ้ำร้ายยังต้องมาพบกับกองทัพของเจเนซิสที่ล่วงหน้ามาก่อนอีก เหล่าโซลเยอร์เธิร์ด เซคันด์ และเฟิร์สคลาสได้ช่วยกันรวมพลังต่อสู้ และผลที่เกิดขึ้นก็คือพวกเธิร์ดและเซคันด์คลาสตายเรียบ พวกคนที่เหลือรอดพอเห็นเพื่อนร่วมคลาสตายไปต่อหน้าต่อตาเป็นจำนวนมาก ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะสู้ต่อ พวกเขาคิดว่าตัวเองคงไม่สามารถสู้กับมอนสเตอร์ที่อยู่ลึกกว่านี้ได้อีกแล้ว จึงขอถอนตัวออกไปกันหมด ไปๆ มาๆ ตอนนี้ทีมสำรวจเลยเหลือแต่พวกเฟิร์สคลาสแล้วพี่น้อง!!

เหล่าเฟิร์สคลาสบุกเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำเรื่อยๆ ซักพักนึงพวกเขาก็พบกับสัตว์ทดลองที่หนีมาจากห้องทดลองของดร.โฮโจ พวกมันดูแปลกไปมาก ซ้ำยังมีอาการคลุ้มคลั่งจนผิดปกติ พวกเฟิร์สคลาสจึงช่วยกันจับพวกมัน และให้พวกคนบางส่วนที่ยอมเสียสละ นำตัวพวกสัตว์ทดลองกลับไปให้สำนักงานใหญ่ตรวจสอบ

เวลาต่อมากลุ่มนักวิทญาสตร์ที่สำนักงานใหญ่ก็พบว่าพวกสัตว์ทดลองนั้นต่างก็แข็งแรงขึ้นด้วยผลของพลังงานลึกลับบางอย่าง โดยสัตว์ที่อยู่ในส่วนลึกของถ้ำนั้นก็จะยิ่งแข็งแรงขึ้นมากด้วยผลของพลังงานดังกล่าว พวกเขารีบโฟนสายไปเตือนพวกเฟิร์สคลาสให้ระวังตัวไว้ดีๆ เพราะหลังจากนี้สิ่งที่พวกเขาจะเจอก็คือนรกๆ ล้วนแล้วๆ แน่นอนว่าพอพวกเฟิร์สคลาสได้เจอศัตรูที่แข็งแกร่งเกินกว่าพวกเขาจะจินตนาการได้ แม้ว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะได้เพราะว่ามีแซ็คอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่เหลือความกล้าหาญพอที่จะสู้ต่อ พวกเขาจึงขอถอนตัวไปทีละคนสองคน....จนกระทั่งเหลือแค่แซ็คนเดียวที่ยังยืนกรานจะมุ่งหน้าเข้าไปค้นหาความจริง แซ็คนั้นเป็นคนที่ได้รับสืบทอดความภาคภูมิมาจากแองจีล ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่ถอยหนีเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่ทำให้เกียรติแห่งโซลเยอร์ต้องเสื่อมเสียเด็ดขาด นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกที่จะมุ่งหน้าต่อไป พอฝ่ายชินระได้ยินแซ็คพูดแบบนี้แล้วก็กรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่และบอกว่าพวกเขายินดีให้การสนับสนุนแซ็คเต็มที่ ไว้รอรับค่าตอบแทนก้อนโตตอนกลับมาได้เลย

"ทุกคนเค้ากลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือแกคนเดียวแล้วแซ็ค เอาตัวรอดกลับมาให้ได้ ทุกคนจะรออ่านรายงานของนายอยู่" นี่คือคำพูดสุดท้ายที่แซ็คได้ยินก่อนที่เสียงจากปลายสายจะขาดหายไป บางทีอาจเป็นเพราะคลื่นพลังงานจากบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในถ้ำได้ส่งผลรบกวนสัญญาณโทรศัพท์ทำให้ไม่สามารถใช้การได้ แซ็คไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนี้นัก เขายังคงมุ่งหน้าฝ่าฟันกองทัพหุ่นยนต์ที่คลุ้มคลั่ง พวกของเจเนซิสที่มาดักอยู่ก่อนหน้า แล้วก็เหล่าทหารวูไถที่เสียสติไปเพราะคลื่นพลังงาน จนมาถึงส่วนลึกที่สุดของถ้ำด้วยลำพังกำลังของตัวเขาเองคนเดียว

หลังจากนั้นก็เป็นการต่อสู้ระหว่างแซ็คกับมิเนอร์ว่า ซึ่งหลังจากที่มิเนอร์ว่าได้หยอกล้อกับแซ็คอยู่พักหนึ่งแล้ว เธอก็เลือกที่จะหายตัวไป... แซ็คเองก็งงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาเข้าใจว่าบางทีอาจเป็นเพราะการมีอยู่ของมิเนอร์ว่าที่ทำให้ผู้คน หุ่นยนต์และสัตว์ต่างๆ เกิดอาการคลุ้มคลั่ง แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่เขามั่นใจนัก ยังไงก็คงต้องรอผู้อ่านไปสรุปกันเอาเองอีกทอดหนึ่ง

เมื่อแซ็คกลับมาถึงสำนักงานใหญ่แล้วเขาก็ส่งรายงานไปให้เบื้องบนอ่าน หลายวันต่อมาขณะที่แซ็คกำลังหลีสาวอยู่ในสลัมเขต 5 เขาก็ได้รับเมลล์จากคันเซลเพื่อนซี้ของเขา เนื้อความในเมลล์นั้นสรุปได้ความว่า


"ตอนนี้ทุกคนต่างก็พูดถึงโซลเยอร์คนหนึ่งที่บุกเข้าไปจัดการกับเข้าสิ่งมีชีวิตลึกลับที่อยู่ในถ้ำเพียงลำพัง พวกผู้บริหารและโซลเยอร์คนอื่นๆ ต่างก็ตื่นเต้นกับเรื่องนี้มาก พวกเขาพากันพูดว่าตำนานแห่งโซลเยอร์กำลังจะกลับมาแล้ว นายรู้มั้ยว่าเจ้าตัวปัญหานั่นน่ะ..ดูเหมือนจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือพวกสัตว์อสูรขึ้นไปอีก ขนาดเครื่องวัดปฏิกริยามาเทเรียยังถึงกับควันโขมงเมื่ออยู่ใกล้ถ้ำนั้นเลย ส่วนพวกหุ่นยนต์ที่ส่งเข้าไปก็ยังโอเวอร์โหลดเลยรู้รึป่าว!!!"

แซ็คอ่านเมลล์ไปแล้วก็ยิ้มแก้มปริไป...แหม่...นี่ทุกคนชื่นชมเขากันถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ดีจริงๆ

"อืม...พูดถึงตำนานแห่งโซลเยอร์แล้ว หวังว่าไอ้คนที่เขากำลังพูดถึงกันอยู่คงไม่ใช่นายหรอกนะ....แซ็ค"

....

....................

แซ็คอ่านจบแล้วก็ได้แต่เหงื่อตก อ้าปากค้าง....นี่ไม่มีใครเห็นความดีความชอบของชั้นอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย!!!

สรุปแล้ว...ดูเหมือนว่าชินระจะไม่ได้เปิดเผยชื่อโซลเยอร์คนที่บุกเข้าไปลุยเดี่ยวกับมิเนอร์ว่านะครับ

ป.ล. ชนะมิเนอร์ว่าในฮาร์ดโหมดแล้ว...คุณเธอเก่งกว่าเดิมขั้นนึง แต่ก็ยังเทียบบอนๆ คนนี้ไม่ได้อยู่ดี

No comments:

Post a Comment