Master of Masters กับความมืดบรรพกาล — สงครามที่เริ่มต้นก่อนยุคเทพนิยาย และแผนใช้หัวใจมนุษย์เป็นกรงขังความมืดทั้ง 13
นี่ไม่ใช่เรื่องของชายลึกลับคนหนึ่งที่อยากทำลาย Daybreak Town แต่เป็นเรื่องของผู้รอดชีวิตจากสงครามโบราณ ซึ่งสร้างแผนข้ามเวลาหลายชั่วอายุคนเพื่อกำจัดศัตรูที่ไม่สามารถฆ่าได้ด้วยวิธีธรรมดา
สงครามของ Master of Masters เริ่มขึ้นตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก
MoM เล่าให้ ลูซู ฟังว่า Keyblade War ไม่ได้เพิ่งจะเริ่มต้นในยุคของเหล่าโหร ความจริงแล้วสงครามระหว่างแสงกับความมืดดำเนินมายาวนานตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก และสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความมืด” ในยุคนั้นก็ไม่ใช่ Heartless แบบที่โซระต่อสู้อยู่ในปัจจุบัน
พวกมันเคยมีรูปร่าง คล้ายมนุษย์ แต่ไม่ใช่มนุษย์
ดังนั้น สิ่งที่เราต้องแยกให้ออกก่อนคือ ในจักรวาล Kingdom Hearts มี “ความมืด” อยู่หลายระดับ ความมืดอาจหมายถึงพลังซึ่งมีอยู่ในหัวใจมนุษย์ อาจหมายถึง Heartless ที่เกิดจากหัวใจซึ่งตกสู่ความมืด หรืออาจหมายถึงสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ทั้ง 13 ตนซึ่งเรียกว่า “ยามิ”
พวกยามินั้น เคยมีร่างกาย แต่ระหว่างสงครามกับแสงสว่าง พวกมันเลือกสละร่างเพื่อเปลี่ยนวิธีโจมตี จากเดิมที่ต่อสู้กับร่างกาย กลายเป็นการแทรกซึมและโจมตีหัวใจโดยตรง
ในระยะสั้น นี่คือวิวัฒนาการที่โกงมากค่ะ เพราะเมื่อไม่มีร่างกาย มนุษย์ก็ไม่สามารถใช้คีย์เบลดฟาดมันให้ตายได้ พวกมันสามารถแฝงตัวอยู่ในหัวใจ กระตุ้นอารมณ์ด้านลบ ทำสงครามประสาท และเดินทางไปพร้อมกับมนุษย์ได้ ไม่ว่าแสงสว่างจะหนีไปสร้างโลกใหม่ไกลเพียงใด ความมืดก็สามารถติดตามไปถึงเสมอ
แต่การสละร่างก็มีราคาของมัน
เมื่อยามิอยู่ในสภาพไร้รูปร่างเป็นเวลานาน พวกมันจะค่อย ๆ เลือนหายไปและไม่สามารถรักษาเจตจำนงค์ของตนเองให้คงอยู่ได้ พวกมันจึงต้องแทรกซึมเข้าไปในร่างของผู้มีหัวใจแข็งแกร่ง เพื่อใช้หัวใจและร่างกายของคนคนนั้นเป็นหลักยึดรักษาตัวตนเอาไว้
พวกยามิเรียกกระบวนการนี้อย่างสวยหรูว่า “การติดเชื้อ” และ “การแพร่กระจาย” แต่ ลูซู ด่ากลับได้เจ็บมากว่า ความจริงแล้วพวกมันเพียงกำลังแย่งชิงร่างของผู้อื่น เพราะกลัวว่าตัวเองจะสูญเสียเจตจำนงและสลายหายไปเท่านั้น
ตรงนี้ทำให้เราเห็นแรงขับของยามิชัดขึ้น พวกมันไม่ได้ต้องการทำลายโลกเพราะ “ชั่ว” แบบตัวร้ายการ์ตูนเพียงอย่างเดียว แต่กำลังดิ้นรนเพื่อรักษาการดำรงอยู่ของตัวเองด้วยวิธีที่เบียดเบียนทุกชีวิต พวกมันต้องแพร่พันธุ์ ต้องเข้าสิงหัวใจ และต้องตามมนุษย์ไปยังโลกในอนาคต เพราะถ้าหยุดทำเมื่อไร ตัวตนของพวกมันก็อาจเลือนหายไปเมื่อนั้น
ยามิ ความมืดในหัวใจ และ Heartless ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
MoM อธิบายว่ายามิดั้งเดิมนั้นมีด้วยกัน 13 ตน
เมื่อพวกมันสละร่างและเริ่มแพร่กระจาย ความมืดที่แตกแขนงออกไปและสามารถสร้างรูปร่างของตัวเองขึ้นมาได้ก็กลายเป็นต้นกำเนิดของ Heartless ส่วนแกนดั้งเดิมซึ่งยังมีเจตจำนงเฉพาะตนอยู่ ก็คือ “ยามิ” ที่เรากำลังพูดถึง
ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่า Heartless ทุกตัวเป็นหนึ่งในยามิที่มีอยู่มาแต่โบราณทั้ง 13 ตน แต่ Heartless จำนวนมหาศาลคือผลผลิตหรือสิ่งมีชีวิตที่งอกออกมาจากการแพร่ขยายของความมืดเหล่านั้น
ขณะเดียวกัน ยามิที่เกิดจากหัวใจมนุษย์ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นหนึ่งใน 13 ตนเช่นกัน ตัวอย่างสำคัญคือ ยามิของบัลเดอร์ (Baldr) ใน Dark Road ซึ่งเกิดจากความมืดและอารมณ์ของผู้คนที่ไหลเข้าสู่หัวใจอันอ่อนไหวของเขา ไม่ใช่ยามิดั้งเดิมตนใดตนหนึ่งใน 13 ตน
นี่จึงเป็นสงครามที่ยุ่งฉิบหายค่ะ เพราะศัตรูไม่ได้มีเพียงกองทัพ Heartless ที่ตีให้ตายได้ แต่ยังมีต้นตอไร้ร่างซึ่งสามารถซ่อนตัวอยู่ภายในคน และยังมีความมืดที่มนุษย์ผลิตขึ้นใหม่จากความกลัว ความเศร้า ความโกรธ และความเกลียดชังของตัวเองได้อีกไม่มีวันจบ
ความสัมพันธ์ระหว่าง MoM กับ Darkness ประหลาดกว่าคำว่า “ศัตรู”
จากบทสนทนาบนเนินเขา เราพบว่า MoM เคยพูดคุยกับ ยามิมานานถึงขั้นที่อีกฝ่ายเรียกเขาเหมือนเป็น “เพื่อนเก่า” ทั้งคู่รู้จักนิสัยและเฝ้าสังเกตกันมาตลอด แต่กลับไม่มีฝ่ายใดเข้าใจวิธีคิดของอีกฝ่ายจริง ๆ
ยามิเข้าใจภาษามนุษย์ มองเห็นสิ่งที่มนุษย์กำลังทำ และเรียนรู้โครงสร้างของแผนการได้ แต่มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดมนุษย์จึงเลือกทำสิ่งเหล่านั้น เพราะตรรกะของมันตั้งอยู่บนการดำรงอยู่ การขยายพันธุ์ และการเอาชนะ ในขณะที่มนุษย์สามารถตัดสินใจด้วยความรัก ความหวัง ความเสียสละ หรือแม้แต่ยอมสูญเสียตัวเองเพื่อคนอื่น
นี่เป็นเหตุผลที่ MoM เลือก Dandelion จากเด็กซึ่งมีหัวใจบริสุทธิ์ ยามิไม่ได้ “แพ้แสงบริสุทธิ์” เหมือนโดนเวท Holy แล้วเลือดลด แต่หัวใจแบบนั้นเป็นสิ่งที่มันอ่านไม่ออก คาดเดาไม่ได้ และไม่เข้าใจแรงจูงใจ
Player จึงสามารถหลอกยามิทั้งสี่ตนได้สำเร็จ เพราะ Player ทำสิ่งที่ยามิไม่มีวันเข้าใจอย่างแท้จริง นั่นคือแกล้งทำเหมือนยอมตกสู่ความมืด ยอมให้เพื่อนทำร้าย และยอมติดอยู่ภายใน Data World เพื่อเปิดทางให้คนอื่นหนี
ยามิมองเห็นว่า Player ทำอะไร แต่มันไม่เข้าใจว่า Player ยอมทำไปทำไม
และช่องว่างระหว่าง “รับรู้” แต่ “ไม่เข้าใจ” นี่แหละ คือหนึ่งในอาวุธสำคัญที่สุดของมนุษย์
MoM ไม่ได้รู้อนาคตทุกอย่าง—ตำราพยากรณ์ไม่ใช่บทเฉลยจักรวาล
อีกเรื่องที่ต้องแก้ความเข้าใจใหม่คือตำราพยากรณ์ ไม่ได้บันทึกอนาคตทั้งหมดเอาไว้ MoM เขียนลงไปเฉพาะเหตุการณ์ที่ Gazing Eye ซึ่งติดอยู่ใน No Name มองเห็น และยังเลือกจดเพียงส่วนที่คิดว่าสำคัญเท่านั้น
แปลว่า MoM ไม่ได้เป็นพระเจ้าที่มองเห็นทุกชีวิตทุกวินาที เขารู้อนาคตเป็น “จุด ๆ” ผ่านภาพที่ ลูซู และผู้สืบทอด No Name จะพาคีย์เบลดไปเห็นเท่านั้น
แต่สิ่งที่โคตรฉลาดคือ MoM ไม่ได้ใช้ตำราพยากรณ์แค่เพื่ออ่านอนาคต เขาใช้มันเป็น หมุดหมายสำหรับเดินทางไปยังอนาคต
ผู้ที่ใช้ Ark ซึ่งยังไม่สมบูรณ์จะสูญเสียร่างกายและเหลือเพียงหัวใจ เมื่อไปถึงปลายทางแล้วจะสร้างร่างกลับคืนมาได้ก็ต่อเมื่อมีสองสิ่งรออยู่ ได้แก่ “สื่อกลาง” ที่เชื่อมโยงกับร่างเดิม และ “ผู้ที่ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับคนคนนั้น”
สำหรับ MoM นั้น ลูซู คือผู้เก็บรักษาความทรงจำเกี่ยวกับอาจารย์เอาไว้ ส่วน Gazing Eye ใน No Name คือสื่อกลางซึ่งเป็นชิ้นส่วนจากร่างของเขา เมื่อ ลูซู ส่งต่อคีย์เบลดไปตามยุคสมัย MoM จึงมีทั้งเส้นทาง หมุดเวลา สื่อกลาง และผู้จดจำเขารออยู่ในอนาคต
พูดง่าย ๆ คือ No Name ไม่ได้มีไว้เพียงมองอนาคต แต่มันคือ GPS ข้ามเวลาส่วนตัวของอีคุณพ่อค่ะ 😭
ยิ่งกว่านั้น ตำราพยากรณ์ยังสร้างวงจรเหตุและผลขึ้นมาเอง เพราะอนาคตถูกเขียนจากสิ่งที่ No Name จะมองเห็น ขณะที่ผู้คนในอดีตก็ตัดสินใจตามข้อความในหนังสือ จนทำให้เหตุการณ์ซึ่ง No Name จะมองเห็นในอนาคตเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง
MoM ไม่จำเป็นต้องควบคุมทุกคนโดยตรง เขาเพียงวาง “หมุด” ที่บังคับให้ผู้คนพากันเดินไปยังอนาคตซึ่งเขาต้องการ
Daybreak Town คือโลกที่ถูกสร้างให้ทำหน้าที่สามขั้นตอน
MoM บอกยามิว่าโลกนี้มีอยู่สามระยะ
ระยะแรก ผู้ใช้คีย์เบลดจำนวนมากจะถูกรวบรวมเข้ามาอยู่ด้วยกัน
ระยะที่สอง พวกเขาจะสูญเสียผู้นำ เกิดความหวาดกลัว ความเคลือบแคลง และความขัดแย้ง บางส่วนล้มตาย ขณะที่บางคนเริ่มแยกตัวออกมาและเรียนรู้ที่จะยืนด้วยตัวเอง
ระยะสุดท้าย ผู้รอดชีวิตจะต้องตัดสินใจว่าจะรับมือกับยามิอย่างไรภายในโลกที่ถูกผนึก และเมื่อ Ark ทั้งเจ็ดออกเดินทาง หน้าที่ของโลกนี้ก็จะสิ้นสุดลง ก่อนรุ่งอรุณของโลกใหม่จะเริ่มต้น
นี่แทบจะเป็นโครงเรื่องทั้งหมดของ χ → Unchained χ → Union χ เลยค่ะ
แสดงว่า Daybreak Town ไม่ได้บังเอิญล่มสลายเพราะแผนควบคุมสถานการณ์ผิดพลาด แต่มันถูกวางให้เป็นโลกซึ่ง “ใช้แล้วทิ้ง” ตั้งแต่ต้น เป็นทั้งสถานที่ฝึกผู้ใช้คีย์เบลด โรงเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งแสง กับดักสำหรับ ยามิและจุดปล่อยตัวละครสำคัญออกไปตามยุคต่าง ๆ
ส่วน MoM เองก็มีนัยว่าไม่ได้เกิดในโลกแห่งนี้ เพราะยามิถามเขาว่า แกเข้ามาอาศัยอยู่ในโลกนี้เพียงเพื่อทำให้มันจบสิ้นลงหรือไม่ ถ้อยคำนี้บ่งชี้แรงมากว่า MoM อาจเป็นคนนอกซึ่งเดินทางมายัง Daybreak Town เพื่อใช้โลกนี้เป็นกระดานสำหรับแผนของตัวเอง
จุดหมายของ MoM คือโลกที่อยู่นอกอำนาจของทั้งแสงและความมืด
เมื่อยามิถามว่า MoM ต้องการหลบหนีไปยังโลกแบบใด เขาตอบว่าอยากไปยังโลกที่ตนเองไม่อาจมองเห็นหรือเข้าใจ เป็นโลกซึ่งทั้งแสงและความมืดไม่สามารถปกครองได้
เขาเรียกมันว่า Fictional World
Darkness เข้าใจผิดว่าหมายถึง Data World แต่ MoM ปฏิเสธ เพราะสิ่งที่ถูกจินตนาการแล้วสามารถสร้างขึ้นจริงย่อมกลายเป็น “ความจริง” ไปแล้ว เขากำลังพูดถึงโลกอีกประเภทหนึ่งซึ่งอยู่นอกขอบเขตการรับรู้ เป็นสถานที่ที่สายตาและเสียงไม่อาจไปถึง
คำอธิบายนี้แทบจะชี้นิ้วไปหา Quadratum ซึ่งคนจากจักรวาลของโซระเรียกว่า Unreality หรือโลกที่ไม่มีอยู่จริง แต่ตรงนี้ยังต้องวงไว้ว่า เกมยังไม่ได้ประกาศตรง ๆ ว่าโลกแห่ง Fiction ที่ MoM พูดถึงคือ Quadratum เพียงแต่หลักฐานโยงกันแรงชนิดพ่อไม่คิดจะซ่อนแล้วค่ะ
ถ้าใช่จริง นั่นหมายความว่า MoM ไม่ได้ต้องการเดินทางไปอนาคตเฉย ๆ การไปอนาคตเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง เป้าหมายที่แท้จริงคือการออกจากกระดานซึ่งแสงกับความมืดต่อสู้กันไม่รู้จบ แล้วไปยังโลกซึ่งกฎของทั้งสองฝ่ายอาจใช้ไม่ได้
คำถามคือ เขาต้องการใช้ Quadratum เป็นที่หลบภัย? เป็นสนามประหารยามิ? หรือเป็นโลกต้นแบบสำหรับสร้างความเป็นจริงชุดใหม่กันแน่? เรื่องนี้ยังไม่มีคำตอบ
แผนกำจัด Darkness ทั้ง 13—ถ้าศัตรูไม่มีร่าง ก็เอามันใส่ร่างเสียก่อน
แผน MoM เรียบง่ายมาก แต่โหดฉิบหายค่ะ
พวกยามิมันไร้ร่างจึงฆ่าไม่ได้ ดังนั้นต้องล่อมันเข้าไปอยู่ในภาชนะที่มีร่างและหัวใจ แล้วจึงกำจัดมันพร้อมกับภาชนะนั้น
ยามิทั้ง 13 ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มแรกคือ ยามิที่แข็งแกร่งที่สุด 7 ตน MoM วางแผนให้พวกมันเข้าสิงหัวใจของคนเจ็ดคน ได้แก่ ตัวเขาเอง โหรทั้งห้า และ ลูซู รวมเป็นเจ็ดพอดี
เพื่อให้พวกมันยอมเข้ามา MoM จึงใช้ข้อความเรื่อง “ผู้ทรยศ” ใน Lost Page สร้างความเคลือบแคลงระหว่างลูกศิษย์ เขามอบบทบาทซึ่งขัดแย้งกัน ปล่อยให้ทุกคนหวาดระแวง โกรธแค้น และแตกคอกันจริง ๆ เพราะยามิจะไม่หลงกลอารมณ์ปลอม ๆ พวกมันต้องสัมผัสได้ถึงความกลัว ความโกรธ และความไม่ไว้วางใจที่เกิดจากหัวใจจริง
ดังนั้น Keyblade War ในยุค χ จึงไม่ได้มีไว้เพียงทำลายโลกหรือรักษาประวัติศาสตร์ให้ตรงกับคำพยากรณ์
จุดประสงค์ที่แท้จริงของสงครามคือ สร้างอาหารล่อ ยามิที่แข็งแกร่งที่สุดเจ็ดตนให้เข้ามาฝังรากในหัวใจของ Lost Masters
พอยามิมีภาชนะ มันก็จะถูกจำกัดอยู่กับตัวตนของเจ้าของหัวใจ จากนั้นทั้งเจ็ดจะแยกย้ายกันไป และหาวิธีกำจัดยามิที่อยู่ภายในตัวเอง
ส่วนยามิอีก 6 ตน แผนเดิมคือให้ 5 ตนเข้าสิง Union Leader รุ่นใหม่ และขังตนสุดท้ายไว้ภายใน Data World
นี่ทำให้ Dandelion มีหน้าที่สองด้านซึ่งขัดแย้งกันอย่างเจ็บปวด ด้านหนึ่งพวกเขาคือเมล็ดพันธุ์แห่งแสง ผู้รักษาความทรงจำของโลกและสร้างอนาคตขึ้นใหม่ แต่อีกด้าน พวกเขาก็เป็นหัวใจแข็งแกร่งที่ถูกเพาะเลี้ยงไว้ให้กลายเป็นกรงขังยามิ
MoM ยืนยันว่าไม่ได้ฝึกลูกศิษย์และ Dandelion มาเป็นเครื่องสังเวย เขาทำให้หัวใจของพวกเขาแข็งแกร่งพอที่จะยังรักษาตัวตนเอาไว้ได้แม้ยามิจะเข้าสิง และยังอ้างว่าเตรียม “แผนเอาชีวิตรอด” ไว้แล้ว
แต่แผนเอาชีวิตรอดนั้นคืออะไร เกมยังไม่เฉลยค่ะ
ถ้า Ark คือคำตอบ มันก็ช่วยคนได้ไม่ครบ ถ้าการเดินทางข้ามเวลาคือคำตอบ ก็ต้องมีทั้งสื่อกลางและผู้จดจำอยู่ปลายทาง และถ้าจำเป็นต้องทำลายภาชนะเพื่อฆ่ายามิตามที่โอดิน (Odin) เข้าใจใน Dark Road คำว่า “ไม่คิดจะสังเวยใคร” ของ MoM ก็ยิ่งเต็มไปด้วยช่องว่างน่าสงสัย
พ่อพูดเหมือนซื้อประกันชีวิตให้ทุกคนไว้แล้ว แต่ไม่ยอมให้ใครอ่านกรมธรรม์ค่ะ 😭
แผนของ MoM ไม่ได้เกิดขึ้นตามต้นฉบับทั้งหมด
แผนเดิมกำหนดให้ยามิ 5 ตนเข้าสิง Union Leaders และอีกหนึ่งถูกขังใน Data World แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับเปลี่ยนไปหลายจุด
ความคลาดเคลื่อนของแผนเกิดขึ้น 2 รูปแบบพร้อมกัน
อวาเปลี่ยนผู้รับตำราพยากรณ์จากเอเฟเมราเป็นเบรนเพื่อสร้างตัวแปรที่สามารถต่อต้านชะตากรรม
ขณะที่ยามิเปลี่ยนหนึ่งใน Union Leader จากน้องนก สเตรลิตเซียเป็นเวนตุสเพื่อแทรกตัวเข้าสู่กลุ่มภาชนะตามแผนเดิม การเปลี่ยนแปลงของอวากลับทำให้เบรนได้รับทั้งหนังสือและรายชื่อ จนสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของยามิได้ เท่ากับการฝ่าฝืนคำสั่งของมนุษย์กลายเป็นระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเปิดโปงไวรัสตัวจริงที่แอบเข้ามาแก้โปรแกรมจากภายใน
ยามิตนหนึ่งใช้เวนตุสเป็นภาชนะ สังหารน้องนกและสร้างความทรงจำปลอมให้เวนตุสเชื่อว่าอวาเลือกเขาเป็น Union Leader เท่ากับมันแทรกตัวเข้าไปยึดเก้าอี้ของหนึ่งใน 5 ภาชนะด้วยตัวเอง
ยามิอีกตนช่วยป้ามะลิ มาเลฟิเซนต์ หลบหนีออกจาก Data World โดยยามิตามเธอกลับออกมายัง Daybreak Town ฝั่งโลกจริง (ก่อนจะมาป๊ะกับลูซู)
ส่วนยามิอีกสี่ตนถูก Player หลอกและขังไว้ใน Data World พร้อมกัน ทั้งที่แผนเดิมของ MoM ตั้งใจจะขังในโลกนั้นเพียงตนเดียว
นี่คือจุดที่การเสียสละของ Player เปลี่ยนผลลัพธ์ของแผนอย่างมหาศาล เพราะ Union Leader ส่วนใหญ่ไม่ต้องกลายเป็นภาชนะตามชะตาที่ MoM วางเอาไว้ ลอวเรีย เอลเรนา เบรน เอเฟเมรา และสคูลด์ จึงมีโอกาสหลุดออกไปสู่ชะตากรรมอื่น ขณะที่ยามิ 4 ตนถูกล็อกไว้ภายในโลกซึ่งกำลังล่มสลาย
ส่วนยามิที่ช่วยมาเลฟิเซนต์ กลับมาเผชิญหน้ากับลูซู ในห้องเก็บ Ark ฝั่งโลกจริง และเกมตัดฉากก่อนเปิดเผยผลการต่อสู้ ชะตากรรมของมันจึงยังไม่ยืนยัน
ลูซูคือผู้ทำตามแผน หรือผู้ทรยศต่อแผนกันแน่?
MoM สั่งลูซูไว้ชัดเจนว่าให้เฝ้ามอง Dandelion แต่อย่าเข้าไปช่วยหรือแทรกแซง ทว่าในเหตุการณ์สุดท้าย ลูซูกลับเรียก No Name ออกมาเผชิญหน้ากับยามิ พร้อมประกาศว่าไม่ได้ทำเพื่อ Dandelion แต่ทำเพื่อตัวเอง
แปลว่า ลูซู เริ่มตัดสินใจนอกเหนือจากคำสั่งของอาจารย์แล้ว
แต่ความบ้าคือ MoM รู้อยู่ก่อนแล้วว่าลูซู จะเป็น “ผู้ทรยศ” ถึงขั้นเรียกเขาว่า ลูซูผู้ทรยศ หลังจากเจ้าตัวเดินออกจากห้อง
ดังนั้นการฝ่าฝืนคำสั่งของลูซู อาจไม่ใช่สิ่งที่ทำให้แผนพัง แต่อาจเป็นพฤติกรรมที่ MoM คาดหวังให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก เพราะเขาบอกลูซูด้วยว่า ความคิด ความรู้สึก และการกระทำของ ลูซู คือกุญแจสำคัญต่ออนาคต
นี่ทำให้ลูซูอยู่ในสถานะประหลาดมาก เขาอาจเชื่อว่าตัวเองกำลังแหกบท แต่การแหกบทนั้นอาจเป็นบทซึ่งอาจารย์เขียนเผื่อเอาไว้แล้วก็ได้
อย่างไรก็ตามลูซูไม่ได้เชื่อ MoM แบบตาบอด เขายอมรับกับยามิว่าไม่รู้เหตุผลทั้งหมด เพียงเดาได้คร่าว ๆ และแน่ใจอยู่เรื่องเดียวว่า MoM ไม่ใช่พวกเดียวกับเหล่ายามิ
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะแม้แต่ลูซูผู้ใช้เวลาหลายชั่วอายุคนสานต่อภารกิจ ก็ยังไม่ได้รู้แผนฉบับเต็ม
แล้วตอนนี้ยามิทั้ง 13 ตนอยู่ที่ไหน?
จากข้อมูลที่เรามี สามารถสรุปสถานะได้ประมาณนี้
ใน Dark Road โอดินเล่าว่ายามิ 7 ตนอยู่ใน Lost Master และ 4 ตนติดอยู่ใน Realm Between และอีก 2 ตน “เชื่อกันว่า” ถูกทำลายพร้อมการล่มสลายของโลก แต่เขาย้ำว่าไม่มีหลักฐานยืนยัน ความรู้นี้เป็นข้อมูลของตัวละครในยุคหลัง ไม่ใช่สายตาของประจักษ์พยาน และกรณีเวนตุสก็พิสูจน์แล้วว่าอย่างน้อยหนึ่งในสองตนนั้นไม่ได้ตายไปพร้อม Daybreak Town อย่างที่โอดินและคนรุ่นหลังเข้าใจ [สรุปเหตุการณ์ Dark Road]
ดังนั้น ถ้านับจากสิ่งที่เกมแสดงให้เราเห็นจริง ๆ ยามิทั้ง 13 ยังไม่มีตนใดได้รับการยืนยันอย่างเด็ดขาดว่า “ถูกกำจัดจนสูญสิ้น” ค่ะ มีเพียงถูกผนึก ถูกขัง ถูกแยกออกมา หรือไม่พบเห็นอีกเท่านั้น [ข้อมูลความมืดบรรพกาลทั้ง 13]
สิ่งสำคัญที่สุดที่เราได้จากบทสนทนาทั้ง 7 เหตุการณ์
1. Master of Masters ไม่ได้รู้ทุกอย่าง เขารู้เฉพาะอนาคตที่ Gazing Eye มองเห็น และยังมีรายละเอียดอีกมหาศาลซึ่งเห็น แต่ไม่เคยถูกเขียนลงในตำราพยากรณ์
2. ตำราพยากรณ์ไม่ใช่เพียงหนังสือทำนายอนาคต แต่มันเป็นแผนที่และหมุดหมายสำหรับการเดินทางข้ามเวลาของ MoM โดยมีลูซูเป็นผู้รักษาความทรงจำ และ Gazing Eye เป็นสื่อกลางสร้างร่าง
3. Keyblade War ในยุค χ ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อสร้างอารมณ์ด้านลบของจริง ล่อยามิที่แข็งแกร่งที่สุด 7 ตนให้เข้าสิง MoM และลูกศิษย์ทั้งหก
4. Dandelion ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเอาตัวรอดและสร้างโลกใหม่ พวกเขาถูกเพาะเลี้ยงให้มีหัวใจแข็งแกร่งและบริสุทธิ์ เพื่อเป็นทั้งผู้สืบทอดแสง ตัวแปรที่ยามิอ่านไม่ออก และภาชนะสำหรับผนึกยามิที่เหลือ
5. Daybreak Town และ Data World เป็นกับดักขนาดมหึมาซึ่งยอมแลกโลกทั้งใบเพื่อหยุดการแพร่กระจายของยามิ
6. MoM ไม่ได้มีเป้าหมายเป็นการยุติจักรวาล ดังนั้น การล่มสลายของโลก การกระจาย Dandelion และการเดินทางไปอนาคตเป็นเพียงขั้นตอนของแผนซึ่งใหญ่กว่านั้น เป้าหมายปลายทางของ MoM อาจเป็นโลกแห่ง Fiction ซึ่งอยู่นอกการปกครองของทั้งแสงและความมืด และมีความเป็นไปได้สูงมากว่ามันจะเกี่ยวข้องกับ Quadratum
7. MoM ไม่ได้เป็นคนไร้ความรู้สึก เขาเคยเห็นคนที่รักและพวกพ้องถูกยามิช่วงชิงหัวใจไปต่อหน้าต่อตา สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ เขามีความรู้สึกครบ แต่เลือกกดมันทิ้งแล้วดำเนินแผนที่โหดร้าย เพราะเชื่อว่านี่คือหนทางเดียวในการยุติสงคราม
8. พวกยามิเองก็ไม่ได้เข้าใจแผนทั้งหมดของ MoM พวกมันอ่านตำราพยากรณ์ เฝ้ามองมนุษย์ และคิดว่าตัวเองกำลังใช้ Dandelion เพื่อเดินทางไปยึดครองอนาคต แต่ลูซูเชื่อว่าพวกมันกำลังเดินเข้าไปสู่กับดักโดยไม่เข้าใจจุดหมายที่แท้จริง
9. แผนยังไม่จบค่ะ
เหล่าโหรกลับมาแล้ว ลูซูยังทำหน้าที่ต่อ MoM ไปถึงโลกแห่ง Fiction ขณะที่พวกยามิทั้ง 13 ตน ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าถูกทำลาย นั่นหมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใน χ ไม่ใช่ชัยชนะเหนือเหล่ายามิ แต่เป็นเพียงการจับหมากแต่ละตัวแยกออกไปวางตามตำแหน่งต่าง ๆ ของกระดาน เพื่อรอการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในอนาคต
และ 10
อวา เบรน และ Player แสดงให้เห็นว่าอนาคตใน Kingdom Hearts ไม่ได้ถูกแบ่งอย่างง่าย ๆ ว่า “กำหนดไว้แล้ว” หรือ “เปลี่ยนได้อย่างอิสระ” บางหมุดหมายอาจยังเกิดขึ้นตามตำรา เช่น ตำราพยากรณ์กลับไปอยู่กับ เอเฟมรา แต่หัวใจมนุษย์สามารถเปลี่ยนเส้นทาง ผลลัพธ์ และผู้ที่ต้องรับเคราะห์ระหว่างทางได้ การต่อต้านชะตากรรมจึงไม่ได้ทำลายแผนของ MoM เสมอไป แต่อาจเปลี่ยนแผนอันโหดร้ายให้มีทางรอด ซึ่งแม้แต่ผู้เขียนตำราก็ไม่เคยมองเห็น
แล้วเรื่องนี้อาจเชื่อมกับ Kingdom Hearts IV อย่างไร?
ถ้า Lost Master ทั้ง 7คือภาชนะของยามิที่แข็งแกร่งที่สุด 7 ตน ศัตรูใน Lost Master Arc ก็อาจไม่ใช่ เหล่าโหรหรือ MoM ในฐานะบุคคล แต่คือสิ่งที่อาศัยอยู่ภายในหัวใจของพวกเขา
ปัญหาคือ หากวิธีฆ่าพวกยามิ 13 ตน จำเป็นต้องทำลายภาชนะไปด้วย โซระกับพวกอาจถูกบังคับให้ต่อสู้และสังหาร Lost Masters ทั้ง 7 นั่นคือวิธีแบบสงครามเก่าซึ่ง MoM เตรียมไว้
แต่ “แผนเอาชีวิตรอด” ที่ MoM พูดถึง อาจหมายถึงการรอให้มนุษย์ในอนาคตค้นพบวิธีแยกหรือทำลาย ยามิโดยไม่ต้องสังเวยเจ้าของหัวใจ และนี่อาจเป็นหน้าที่ของ “เมล็ดพันธุ์แห่งแสง” ที่เขาส่งต่อมา
เมื่อมองร่วมกับภาพของกลุ่ม Dandelion ใน Quadratum รวมถึง โซระ น้องนก วาลี ซิเกิร์ด และเซอานอร์ท ทฤษฎี True Dandelion ที่เราคุยกันก่อนหน้านี้ยิ่งมีน้ำหนักทางโครงสร้างมากขึ้น พวกเขาอาจเป็นคนรุ่นอนาคตซึ่ง MoM เชื่อว่าจะสามารถ “หยุดยั้ง” เหล่ายามิได้จริง ไม่ใช่เพียงขังมันและส่งปัญหาต่อไปยังคนรุ่นหลังเหมือนที่ผ่านมา
บางที True Dandelion อาจไม่ได้มีหน้าที่กำจัด Master of Masters
แต่อาจถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ ช่วย Master of Masters และลูกศิษย์ทั้ง 6 ออกจากยามิที่ฝังรากอยู่ในหัวใจของพวกเขา
และถ้าเป็นแบบนั้น สงครามสุดท้ายของ Kingdom Hearts ก็อาจไม่ใช่เรื่องของแสงสว่างที่ต้องฆ่าความมืด หรือวีรบุรุษที่ต้องโค่นจอมวายร้าย แต่มันคือการหาคำตอบให้ปัญหาซึ่ง MoM ต่อสู้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กว่า
เราจะกำจัดความมืดออกจากหัวใจ โดยไม่ทำลายคนที่เป็นเจ้าของหัวใจนั้นไปพร้อมกันได้อย่างไร?
นี่แหละค่ะ Lore หลักของ Kingdom Hearts ยุคต่อไป
Dark Seeker Saga เป็นเรื่องของเซอานอร์ทผู้พยายามสร้างสมดุลระหว่างแสงกับความมืดด้วยการเริ่มต้นโลกใหม่
แต่ Lost Master Arc อาจเป็นเรื่องของ Master of Masters ผู้เหนื่อยล้ากับสงครามระหว่างสองขั้ว จนต้องการพาทุกคนออกไปจากกระดานเดิม และหาทางยุติความมืดซึ่งตามหลอกหลอนมนุษยชาติมาตั้งแต่ก่อนโลกจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
โซระอาจเพิ่งเดินทางมาถึง Quadratum
แต่สงครามที่รอเขาอยู่ที่นั่น เริ่มต้นมาตั้งแต่ตอนที่ Master of Masters ยังเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งแล้วค่ะ 🖤🔑










Post a Comment