Saturday, April 25, 2020

นิยายหญิงสาวผู้ท่องไปในดวงดาว Final Fantasy VII


มีคนถามเกี่ยวกับเนื้อหาในนิยาย Hoshi o Meguru Otome (The Maiden Who Travels the Planet) หรือหญิงสาวผู้ท่องไปในดวงดาว ที่อยู่ในหนังสือ Final Fantasy VII Ultimania Omega มา ความยาวของนิยายแค่ 15 หน้าเท่านั้น

ปกหนังสือเป็นรูปคลาวด์กับเซฟิรอธตามภาพที่ 2 แล้วก็วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2005 หรือ 15 ปีก่อนครับ


สมัยนั้นกลุ่มเพื่อนผมใน All-Final ก็ได้อ่านกัน ใครอ่าน Jp ออกก็อ่านจากต้นฉบับ ใครถนัด Eng มากกว่า ก็มี Fan Translation ออกมาให้หลังหนังสือออกไม่นาน

ผมจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นผมอ่านเวอร์ชั่นที่ฝรั่งคนไหนแปลไว้ แต่เอาเป็นว่าเมื่อกี้ไปขุดลิงก์ เจอเวอร์ชั่นที่ Xcomp เป็นคนแปล (ชื่อคุ้นอยู่) มีลิงก์ตามนี้

(Part 1) https://new-shinra87.livejournal.com/73135.html
(Part 2) https://new-shinra87.livejournal.com/73464.html

------------------------------------------------
หมายเหตุ
------------------------------------------------

ภายหลังนิยายฉบับนี้มีประเด็นข้อถกเถียงกันเรื่อง Canonicity ว่านิยายดังกล่าวถือเป็นเนื้อหา Canon ของซีรีส์ได้หรือไม่? เนื่องจากนิยายฉบับนี้แต่งโดยคุณ Benny Matsuyama หนึ่งในทีมงานของ Studio BentStuff ซึ่งเป็นผู้เรียบเรียงเนื้อหาในหนังสือ Ultimania อยู่แล้ว และแกก็ยังได้รับเกียรติให้แต่งนิยาย FFX, FFX-2, FFXII และ FFXIII ลง Ultimania Omega ด้วย ซึ่งแม้ทาง Studio BentStuff จะได้รับข้อมูล Official จาก Square Enix มาใช้ในการจัดทำข้อมูลในหนังสือและนิยาย แต่ข้อความในนิยายดังกล่าวมันก็เป็นการแต่งและเรียบเรียงของคุณ Benny ซึ่งไม่ใช่ทีมงาน Square Enix โดยตรง สถานะของนิยายดังกล่าวมันเลยเป็น "Official Fan-fiction" ซึ่งแม้ว่าใจความของนิยายมันจะมาจาก Official ...แต่คนที่เขียนมันขึ้นมาก็ไม่ใช่ Official โดยตรง

ดังนั้น เราอาจหยิบความเข้าใจหรือคอนเซปต์ต่าง ๆ ที่ได้จากนิยายไปใช้ตีความต่อไปได้ แต่ตัวนิยายฉบับนี้ อาจใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงไม่ได้ซะทีเดียว

-----------------------------------
เนื้อหาน่าสนใจในนิยาย เท่าที่ผมจำได้
-----------------------------------

1. เป็นเรื่องแอริธหลังจากเสียชีวิต และ Spirit Energy ของเธอได้ไหลลงสู่ไลฟ์สตรีมไปแล้ว ได้ไปเจอ บิ๊ก เวจด์ เจสซี ดายน์ เพรสซิเดนท์ โฮโจ และแซ็ค

2. แอริธนำเสนอไอเดียว่า เวลาคนเราตายก็เหมือนเลือดที่หยดลงบนแม่น้ำ ตอนแรกหยดเลือดก็จะเกาะตัวกัน แต่ในไม่ช้าก็จะแตกกระจาย หลอมรวมกลายเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำ นั่นคืออัตตาหายไปอย่างถาวร

3. ทว่าชาวเซทร่าอย่างเธอ เปรียบไปแล้วก็เหมือนหยดเลือดที่มีความเข้มข้นสูงกว่าคนธรรมดามาก ตอนไหลลงสู่ไลฟ์สตรีม วิญญาณเลยแตกกระจายช้ากว่า มีเวลาที่จะคงรักษาอัตตาของตัวเองไว้นานกว่าคนปกติ (แต่ท้ายที่สุดก็จะสลายไปอยู่ดี)

4. Spirit Energy ของคนเรา มีส่วนที่เรียกว่า Spirit Core ตราบใดที่ Spirit Core ยังไม่สลายไป เธอสามารถรวบรวม Spirit Energy ที่แตกกระจายของคนนั้นกลับมายัง Spirit Core ได้ เธอก็ทำแบบนั้นกับพวกที่ตายไปแล้ว ก็เลยสามารถคุยกับแซ็คและคนอื่น ๆ อีกครั้งได้

5. ผมกับกลุ่มเพื่อนประหลาดใจมาก ที่นิยายนี้บรรยายความรู้สึกรักใคร่ห่วงหาที่แอริธมีต่อคลาวด์ ออกมาอย่างชัดเจนมาก ในระดับที่สคริปต์ออริจินอลที่เขียนโดยคุณโนจิมะ ไม่มีทางใช้การพรรณาแบบนี้โดยเด็ดขาด

6. ตอนที่คลาวด์เป๋อกับทิฟาตกลงไปในไลฟ์สตรีมด้วยกัน แอริธเป็นคนนำพาจิตของทิฟาเข้าไปในหัวใจของคลาวด์ ที่จริงแอริธอยากจะเป็นคนทำให้ตัวตนที่แท้จริงของคลาวด์กลับมาเอง แต่เธอไม่อยู่ในสภาพที่จะทำได้ เลยต้องฝากความรู้สึกทั้งหมดในใจให้ทิฟา คนที่จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปร่วมกับคลาวด์แทน และตอนที่ทิฟาทำสำเร็จ แอริธก็ดีใจ แต่ก็นึกอิจฉาเธอ

7. แซ็คบอกแอริธว่าในบรรดาสาว ๆ ที่เขาคุยด้วยทั้งหมด แอริธคือคนที่ดีที่สุดแล้ว แต่แอริธแซวกลับว่าคนที่คุยกับคนไปทั่ว ไม่สามารถรักใครได้จริงหรอก นั่นเป็นข้อเสียของแซ็ค และที่สำคัญแซ็คไม่ซื่อบื้อและเงอะงะแบบคลาวด์... แซ็คก็ย้อนถามว่าแล้วเธอชอบคน (ซื้อบื้อและเงอะงะ) แบบนั้นเหรอ? แอริธก็บอกว่า "ไม่รู้สิ ผ่านมา 5 ปีแล้วอะไร ๆ ก็เปลี่ยนกันได้" แซ็คก็เหวอไปแป๊ป แต่ในพริบตาก็กลับมายิ้มอย่างแจ่มใสได้ตามเดิม แอริธก็คิดว่านั่นแหละคือรอยยิ้มแบบที่ทำให้เธอในวัย 17 ปีหลงรักแซ็ค


8. ตอนเมเทโอตกใส่โลก แล้วโฮลี่ยันไว้ไม่อยู่ แอริธกรีดร้อง ปลุกจิตวิญญาณของคนที่ยังหลงเหลือจิตกันอยู่ในไลฟ์สตรีม ช่วยกันลุกฮือ พาไลฟ์สตรีมพวยพุ่งขึ้นมาบนผิวโลก เพื่อต้านทานเมเทโอ


9. แซ็คถามว่าแอริธเห็นท่าไม้ตาย (Omnislash) ที่คลาวด์ใช้พิฆาตเซฟิรอธมั้ย? ไอ้นั่นมันเพลงดาบของฉันที่คลาวด์ก๊อปปี้ไปเอง สุโก้ยเปล่า? หลงสเน่ห์เลยใช่มั้ยล่ะะะ!? (ภาพประกอบที่ 3)

----------------------------------------------

ภายหลังในปี 2009 มีหนังสือนิยายอีกเล่มหนึ่งชื่อ Final Fantasy VII: On the Way to a Smile ฉบับสมบูรณ์ออกมาพร้อมกับ [Blu-ray] Final Fantasy VII: Advent Children Complete ซึ่งนิยายฉบับหลังนี้ แต่งโดยคาสึชิเงะ โนจิมะ คนเขียนสคริปต์ของเกม ซึ่งเป็น Official จริง ๆ แล้วโดยในนิยายนั้นจะแบ่งเป็นตอนของตัวละครหลาย ๆ คน และก็มีตอน "Lifestream: Black" และ "Lifestream: White" ซึ่งเป็นเรื่องของเซฟิรอธและแอริธที่ยังคงเร่ร่อนต่อในไลฟ์สตรีมหลังจบเรื่องราวในภาคออริจินอลไปแล้ว โดยเซฟิรอธก็เริ่มแผนการรอยปานดวงดาว และวางแผนจะกลับคืนชีพมาใหม่โดยใช้พลังจากเจโนว่าและความช่วยเหลือจากร่างอวตารทั้งสาม ส่วนแอริธเองก็หาทางยับยั้งไป และคิดว่าอยากจะปรากฏตัวให้คลาวด์เห็นในแบบที่คลาวด์จะจำเธอได้ทันที ไม่เอาแบบร่างอวตาร 3 ช่าของเซฟิรอธ

นิยายฉบับหลังนั้น ไปอ่านเวอร์ชั่นย่อได้ที่ - https://thelifestream.net/novels-novellas/on-the-way-to-a-smile-lifestream-black-and-lifestream-white/



ซึ่งในย่อหน้าสุดท้ายของ Lifestream: White ตอนที่ 1 (ภาพประกอบภาพสุดท้าย) ก็มีการพูดจากมุมมองของแอริธหลังจบเรื่องไปแล้วว่าคลาวด์เป็นมากกว่าเพื่อน เป็นคนที่เธอรัก เป็น symbol of everything she held dear. หรือในต้นฉบับก็ใช้คำว่า "恋人のように" **ซึ่งก็ทำเอาผมกับเพื่อน มึนกันว่าสองคนนี้เรียกว่าเป็น 恋人 กันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่....

แต่เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะทั้งนิยายเล่ม 1 ที่แต่งโดยคุณ Benny และเล่ม 2 ที่แต่งโดยคุณโนจิมะ (Official) ก็มีใจความเหมือนกันว่าแอริธในประวัติศาสตร์ออริจินอลนั้น รักคลาวด์....

No comments:

Post a Comment