Monday, March 23, 2020

Kingdom Hearts III ขอบคุณที่มอบความสุขให้กัน


มีเรื่องนึง ที่อยากจะพูดเกี่ยวกับ Kingdom Hearts III มานานมาก ตั้งแต่ตอนที่ผมเล่นภาคญี่ปุ่นจบเมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค. 2019 (ก่อนที่ภาคอังกฤษจะออกวันนึง)

ส่วนที่สนุกที่สุดของเกมนี้ สำหรับผม... มันไปอัดกันอยู่ในดาวสุดท้าย และมันอุดมไปด้วยมุก หรือเรื่องราวที่ต้องใช้ความผูกพันและพื้นความรู้จากทั้ง Final Fantasy และ Kingdom Hearts เป็นอย่างมาก

พูดแล้วมันก็เหมือนกับภาพยนตร์ Avengers ที่ยิ่งคุณเข้าใจความเป็นมาของตัวละคร เก็ตในมุก ข้อความแฝงจากทีมงาน และเชื่อมโยงไปยัง story อื่น ๆ ได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมีความสุขกับมันมากเท่านั้น

และมันจะได้อรรถรสสูงสุด ก็ต่อเมื่อตอนที่คุณสัมผัสมันครั้งแรก (First Experienced) คุณได้เก็ตสิ่งต่าง ๆ ติดต่อกันทุกมุก เป็นคอมโบ ที่จะช่วยส่งกราฟอารมณ์ความรู้สึกของคุณให้พุ่งทะยานขึ้นไปรวดเดียวไม่มีตก

กรณี KH III ก็เหมือนกัน ที่ผ่านมาทั้งเกม ผมเนือย ๆ กับมันมาก อาจจะมีโมเมนต์ตอนช่วยอควอ ช่วยเวน ที่รู้สึกดี แต่เส้นกราฟอารมณ์มันก็ไม่ได้กระตุกไปมากเท่าไหร่...

แต่พอมาเท้าลงจอดมาถึงดาวสุดท้าย...

1. ประเดิมออเดิร์ฟด้วยเอารถไฟเหาะ ที่นอกจากใช้ยิงร็อคไตตันแล้ว ก็มายิงบดขยี้ลูกกระจ๊อกฮาร์ทเลสหมื่นตัวตรงนี้แหละ

2. ต่อด้วยเป็ดยิง Zetta Flare ซึ่งบางคนเข้าใจว่าเป็ดมันพูดเพี้ยนจาก Mega Flare, หลายคนดูแล้วเข้าใจแค่ว่ามันเป็นเวทย์ขั้นสูง....

แต่สำหรับคนที่ติดตามทั้ง FF และ KH มาโดยตลอด และได้เห็นคุณโนมุระค่อย ๆ เปิดศักราช Flare ขั้นใหม่ให้ตัวละครของเขา ก็จะทราบว่าตอนนั้นบาฮามุทเร็ตสึ (Crisis Core FFVII) ได้เปิดศักราช Exa Flare ซึ่งเป็นขั้นที่ 6 ไว้ตอนปี 2007  แล้วเราก็รอกันมานานว่าเมื่อไหร่ที่จะมีตัวละครที่มาเปิดศักราช Flare ขั้น 7

พอได้มาเห็นอีเป็ดยิง Zetta Flare คนกลุ่มนั้นซึ่งรอคอยกันมา 12 ปี รวมถึงผมยังไงก็อดไม่ได้ที่จะสติแตก เก็บอารมณ์ไม่อยู่ ด้วยความเข้าใจว่ามันคือการเปิดประวัติศาสตร์ใหม่ แล้วโนมุระก็มอบให้คนเปิดประวัติศาสตร์ Flare ขั้น 7 คือเป็ด.... ไม่ใช่บาฮามุท

แน่ล่ะว่าคนที่เก็ตทันทีในตอนนั้น จะต้องรีบติดต่อหาเพื่อนแฟนพันธุ์แท้ คุยกันทันทีเพื่อรีเช็คลำดับขั้นและความเข้าใจว่านี่คือประวัติศาสตร์ใหม่ใช่มั้ย!?

3. ถัดมาก็ช็อคกับสภาพของ Final World.... ที่มันเหมือนกับปกของ KH II Final Mix+.... แบบนี้ยิ่งเป็นไปได้ว่าปกของ KH III จะกลายเป็นเมืองในภาค IV เอา

4. ต่อมาก็เป็นการเผชิญหน้ากับเทอร์ร่านอร์ทอีกครั้ง.... แต่คราวนี้คนที่เรารอคอยมายาวนานอย่างเกราะผี ก็โผล่ขึ้นมาด้วย

ภาพความทรงจำจาก Birth by Sleep 9 ปีก่อน ที่เทอร์ร่าสั่งลาว่า อควอ เวน สักวัน... ฉันจะกลับจัดการเรื่องนี้ให้ได้ มันก็หวนกลับมา...

ภาพตอนที่เราถูกเกราะผีกระทำย่ำยี หมดทางสู้ใน KH II... ภาพตอนที่เราโดน Ultima Cannon ยิงใส่จน Game Over.... สิ่งต่าง ๆ มันย้อนกลับมาหมด แต่คราวนี้เป็นเกราะผีที่กำลังกระทำย่ำยีเซอานอร์ท

มันคือการปลดปล่อยวินาทีที่เรารอคอยกันมาอย่างยาวนาน หลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ เรื่อง พร้อมเพรียงกัน...

5. หลังจากนั้น ก็คือมุกที่ทำให้ผมสั่นสะท้านที่สุดของเกมนี้แล้ว นั่นคือฉากที่เอเฟเมร่าปรากฏตัวมา นำคีย์เบลดที่เป็น Remnant ของผู้ใช้คีย์เบลดยุค X ออกมาช่วยโจมตีถล่ม Devil's Wave

ฉากนี้มันคือการเฉลยว่าเหตุการณ์ที่เอเฟเมร่าฝากจิริธี ไปบอกทุก ๆ คนถึงแผน Union X มันคืออะไรกันแน่... ซึ่งผู้เล่นภาค Union X ต่างติดค้างสงสัยกันมาตั้งแต่มีนาคม 2017

และมันคือการประกาศผลกิจกรรมจาก KH Union X ที่แข่งกันหาผู้โชคดี 300 คน (เซอร์เวอร์ญี่ปุ่น 300 / อินเตอร์ 300 แยกกัน) ที่แข่งกันตอนปลายเดือนเมษายน 2018 โดยทีมงานบอกแค่ว่าผู้โชคดีได้แต้มเยอะในกิจกรรม จะถูกเอาชื่อไปใส่ในเกม โดยจะไม่มีการประกาศผลก่อน และไม่ประกาศว่าชื่อพวกนั้นจะเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องอย่างไร แต่ให้ไปรับรู้ตอนที่เล่นถึงฉากนั้นในเกมเองเลย

ดังนั้น ตอนที่ผมเล่นมาถึงฉากนี้ นอกจากจะกำลังทึ่งกับเรื่องการเฉลยแผน Union X และเรื่องการประกาศผลกิจกรรมแล้ว ยังต้องลุ้นขี้หักในไปด้วยว่า จะมีชื่อของตัวเองปรากฏด้วยมั้ย!? (ซึ่งสุดท้ายไม่มี)

สาบานว่า... ตอนที่เล่นมาถึงจุดนี้ เส้นกราฟความรู้สึกในใจผม มันพุ่งแตะเพดานเกจไปเรียบร้อยแล้ว... ความรู้สึกมันท่วมท้น เอ่อล้น จนทนไม่ไหว

ต้องเซฟเกม ปิดเกม แล้วออกไปเดินเล่น เพื่อทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา... และซึมซาบความรู้สึกที่กำลังเอ่อล้นอยู่อย่างช้า ๆ

เมื่อคลื่นความรู้สึกมันซาลงแล้วมาบ้างแล้ว ถึงกลับมาเล่นต่อได้....

หลังจากนั้นจะเกมจะเป็นไง... ไม่รู้ล่ะ แต่เกจความรู้สึกผม มันพุ่งไปแตะเพดานเป็นครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ปีไปแล้ว ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกพี๊กกกก ขนาดนี้น่าจะเป็นตอนจบ Bravely Default (2012) ได้ หรือถ้าย้อนไปไกลกว่านั้นก็ตอนจบ Subarashiki Kono Sekai (2007)

6. ถัดมาก็เป็นมุกรอง ๆ ลงมา ตั้งแต่เรื่องเยนซิดที่ในคอมมู นินทากันมาโดยตลอดว่าเป็นพวกดีแต่พูด สู้ด้วยปาก ทำอะไรเองไม่เป็น.... ชาตินี้คงไม่มีวันได้เห็นแก่กลับมาสู้แล้วแต่ก็ จ๊ากกกกกกกกกกก

7. แล้วก็เทอร์ร่าคืนร่าง ร็อคซัส ซิออนฟื้น แต่พวกนี้มันเป็นอะไรที่คาดเดาได้อยู่แล้ว ถึงหลายคนจะรอคอยมานาน แต่ผมไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไร

8. มาร้องเฮ่ยอีกที ก็ตอนมิคกี้กำลังจะยิง Ultima แต่เจอ Stopgan (ชื่อญี่ปุ่น) หยุดเอาไว้ได้ เงิบเลย

9. Final Battle การต่อสู้สุดท้ายกับเซอานอร์ท แม้ว่าในทางกิมมิคต่อสู้ มันจะนัว ๆ และง่ายไปหน่อย (แต่เพราะมันง่าย เลยทำให้เอาสมาธิไปลงที่การเสพเพลง ซีน และเนื้อเรื่องได้อย่างเต็มที่)

แต่การกำกับอีเวนต์ทั้งหมด ตั้งแต่เซอานอร์ทเรียกเกราะ สู้กันบนโลกที่หมุนพลิกไปมา ลงไปสู้กันในน้ำ เจอหอนาฬิกา Daybreak Town คว่ำอยู่ (ตาเหลือกพร้อมร้องอีหยังวะะะะะ!?)

แล้วลากกันขึ้นไปสู้บนยอดหอนาฬิกาของ Scala ทั้งเพลงประกอบ... ทั้งบทพูด One Sky, One Destiny

รวมถึงการเฉลยเป้าหมายของเซอานอร์ท ที่ว่าอยากจะได้พลังจาก KH ไปรีเซทจักรวาล.... เป็นการขยายความสิ่งที่แกเขียนค้างไว้ใน Report ภาค Birth by Sleep (2010) ที่ว่าอยากจะสร้างโลกใบใหม่ที่แสงสว่างและความมืดดำรงร่วมกันอย่างสมดุล คนที่คาใจมาตลอดว่าตัวเองตีความถูกมั้ย (มีทั้งคนคิดว่าเป็นการสร้าง Realm ที่ 4 ขึ้นมา, กับคนที่คิดว่าเป็นการล้าง Realm ทั้งหมดที่มีอยู่ปัจจุบัน)

10. ฉากจบที่ตัวละครทั้งหมดกลับมาอยู่รวมกัน นามิเนะฟื้นกลับมา พวกมิคกี้กลับบ้านหาเมีย แก็งเบาหวานทไวไลต์กลายเป็น 7 คน วูดดี้กลับไปเจอเจ้าของตัวเอง ทุกคนกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกอย่างแม่งดูโลกสวยอย่างกับว่าโนมุระกำลังผายมือเชิญพวกเราเข้าไปร่ายรำกันในทุ่งลาเวนเดอร์...

แต่ในระหว่างที่เรากำลังรำกันอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์นั่นเอง... เฮียโนแกก็หยิบไม้หน้าสาม มาทุบหัวเราเต็ม ๆ ดัง "พุ่กกก!!"

จบแบบอีหยังวะะะ อีกแล้วววววววววววว

(ณ วันนั้น Patch - Epilogue กับ Secret Ending ยังไม่ออกมา)

ความรู้สึกตอนผมเล่นจบ มันเลยกลายเป็นการผสมผสานระหว่าง "อีหยังวะ", "เลออนแอริธกรูอยู่หนัยยย" กับ "สำลักความสุข" ซึ่งไอ้สำลักนี่เป็นมาตั้งแต่ตอนเจอฉาก Union X แล้ว

แม่งงง เล่นจบแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น Tri-polar มี 3 อารมณ์ 3 ความคิด 3 ตัวตน ทะเลาะกันอยู่ในหัว ว่าตกลงควรชม ควรด่า หรือควรสาปแช่งโนมุระวะเนี่ยยย

------------------------------------------------------------------

สรุป... ตั้งแต่วันที่จบเกมรอบแรก ผมก็ยังคิดเหมือนเดิมว่า KH III ไม่ใช่เกมที่ดี, เกมเพลย์โบราณ, ไม่ได้สนุก, และไม่ใช่เกมที่เหมาะกับทุกคน

แต่มันคือเกมที่จะทำให้คนที่มีความผูกพันกับ Final Fantasy และ Kingdom Hearts มายาวนาน.... คนที่ตามเล่น FF มาตั้งแต่ยุค 80s~90s และขยายมาตามเล่น KH ทุกภาคเพียงเพราะ FF และโนมุระ

สำลักความสุขได้....

ผมตระหนักดีว่าเกมมันค่อนข้างเฉพาะทางเกินไป มุก Zetta Flare หาคนไทยที่เก็ตทันทีว่ายากแล้ว เจอมุก Union X นี่ยิ่งแล้วใหญ่

หลาย ๆ คนดูผ่านฉากเหล่านี้ไปแล้ว อาจจะเฉย ๆ ....แต่ก็อย่างที่ผมว่า KH III มันก็เหมือนภาพยนตร์ Avengers

คุณอิ๋ว (EX - Online Station) คุณริท (สมาคมผู้คลั่งไคล้ superhero) และเหล่าแฟน ๆ Marvel... มีความสุขขนาดไหนในวันที่พวกคุณได้เห็นมุกและความเชื่อมโยงต่าง ๆ ประทังกันเข้ามาไม่หยุดหย่อนใน Avengers : Endgame...

ในวันนั้นแฟน ๆ FF & KH ฮาร์ดคอร์ทั่วโลก รวมถึงผมเอง เราต่างก็ได้มีความสุขกับ Kingdom Hearts III ไม่ต่างกัน...

No comments:

Post a Comment