Thursday, June 13, 2013

สรุปบทสัมภาษณ์จากอีเวนต์ SQEX MEMBERS EXCLUSIVE INTERVIEW: Lightning Returns -FFXIII & FF X/X-2 HD

 สรุปบทสัมภาษณ์จากอีเวนต์ SQUARE ENIX MEMBERS EXCLUSIVE INTERVIEW: Lightning Returns -FFXIII & FF X/X-2 HD กับคุณโยชิโนริ คิตาเสะ และคุณโมโตมุ โทริยามะ ในบูธของ Square Enix ภายในงาน E3 ช่วง ตี 5 ถึง 6 โมงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองได้มาตอบคำถามที่แฟนๆ ส่งกันเข้ามาดังนี้



Final Fantasy X l X-2 HD Remaster

- สาเหตุที่เลือกรีมาสเตอร์ภาค X และ X-2 แทนที่จะเป็นภาคอื่นนั้น เพราะภาค 1-9 สามารถเล่นผ่าน PSN Archive หรือโทรศัพท์มือถือได้อยู่แล้ว ทว่ามีเพียงภาค X และ X-2 ที่ต้องเล่นด้วย PS2 เท่านั้น นอกจากคุณจะมี PS3 รุ่นแรกที่เล่นเกม PS2 ได้ เพราะเหตุนี้เราถึงมองว่ามันเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะนำมาทำ HD Remaster

- ตอนที่คุณโทริยามะทำ FFX เวอร์ชั่นแรก ลูกคนแรกของเขาก็เกิดมาพอดี ถึงตอนนี้ก็ผ่านมาร่วม 10 ปีแล้ว เรื่องราวของ FFX ก็เป็นเรื่องของครอบครัว พ่อกับลูก ถึงตอนนี้เขาได้มีมุมมองในเรื่องนี้ที่เปลี่ยนไปจากมุมมองเมื่อตอนสร้างเกมนี้ครั้งแรก แต่ก่อนนั้นเขามองเกมนี้ผ่านมุมมองของทีดัส แต่ตอนนี้เขามองผ่านมุมมองของเจคท์

- สมัยก่อน ตัวเกมภาค International ได้วางขายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น คราวนี้ผู้เล่นชาวตะวันตกจะได้ลองเล่นระบบ Creature Create ใน FFX-2 Inter สักที

- สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการทำ Remaster คือ... จากนี้ไปต้อง Backup ข้อมูลไว้ให้ดีแล้ว เผื่อจะได้เอามารีมาสเตอร์ในอนาคตได้ (เพราะตอนนี้ข้อมูลเกมเก่าๆ หายไปมาก)

- คอนเซปต์ของ FFX คือการเดินทาง อันที่จริงระบบเวลา 24 ชม. ของ LR -FFXIII- ก็น่าสนใจ หากจะเอาไปใส่ไว้ใน FFX ก็จะทำให้การเดินทางของทีดัสและยูน่าสมจริงมากขึ้น พูดถึง LR -FFXIII- แล้ว ระบบ Open World ที่ให้ผู้เล่นเลือกสำรวจดินแดนไหนก่อนก็ได้ตามใจชอบ ก็น่าสนใจเช่นกัน

- พอถามว่าเคยคิดจะทำ FFX เป็นหนังบ้างมั้ย คุณโทริยามะบอกว่าสมัยทำเวอร์ชั่นแรก บทพูดที่คุณโนจิมะเขียนขึ้นมานั้นมันยอดเยี่ยมมาก จนคุณโทริยามะชมต่อหน้าเลยว่ามันไม่มีทางทำให้ดีกว่านี้ได้อีกแล้ว บทเหล่านั้นมีคุณภาพใกล้เคียงกับหนัง สมัยก่อนเราอาจติดข้อจำกัดด้านกราฟฟิกที่ทำให้มันไม่เหมือนหนัง แต่ทุกวันนี้กราฟฟิกและการเล่นมุมกล้องพัฒนาขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างได้ช่วยกันเสริมบทนั้นให้แสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ไม่แพ้หนังแล้ว

- ตอนที่พวกเขาสร้างบทนำ FFX-2 ที่เรียกว่า เอเอนโนะนากิ (Eternal Calm) พวกทีมงานเคยคุยกันเรื่องการทำ X-0 อันเป็นเรื่องราวของเจคท์ บราสก้า อารอนด้วย.. แต่พอคิดๆ ดูว่ากลุ่มปาร์ตี้ 3 หนุ่มมันคงดูกร่อยพิกล เราเลยทำ X-2 ที่เป็น 3 สาวแทน

- พอถามว่าเคยคิดจะทำมินิเกมบลิทซ์บอล เป็นเกมบทมือถือมั้ย? ได้คำตอบว่าเป็นความคิดดี จะเอาไปพิจารณากัน ยิ่งได้ใช้อินเตอร์เฟซแบบทัชสกรีน จะทำให้มินิเกมนี้น่าสนใจ

- พอถามว่าทำไปถึงไหนแล้ว ได้คำตอบว่ากำลังทำรายละเอียดยิบย่อย เช่น Facial Motion อยู่ ก็จะขัดเกลาไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ความทรงจำดีๆ ที่ผู้เล่นมีต่อเกมเวอร์ชั่นแรกต้องพังทลาย

- พอถามว่าได้ไปลากให้ทีมพากย์ชุดเดิมมาพากย์เสียงอีกมั้ย? ได้คำตอบว่ามีเนื้อหาบางส่วนในเกม ที่พวกเขาได้เชิญนักพากย์คนเดิมมาพากย์ให้ใหม่ ตอนนี้ขอเก็บเป็นความลับก่อนละกันว่าเป็นส่วนไหนของเกม

- ตัวเกมเวอร์ชั่นต่างประเทศ (นอกญี่ปุ่น) จะปรับเสียงพากย์เป็นเสียงญี่ปุ่นได้มั้ย? ได้คำตอบว่า ทีมงานได้รับคำร้องแบบนี้มาเยอะ แต่ขออภัยที่ไม่สามารถจัดให้ได้ สำหรับเกมนี้เราทำให้กับทั้ง PS3 และ PS Vita และเราอยากให้ตัวเกมทั้ง 2 เวอร์ชั่นนี้มีคุณภาพเท่ากัน เราได้คำนึงถึงความจุของแต่ละระบบ (ในที่นี้คือสื่อถึงความจุเกมของ PS Vita) หากเงื่อนไขใดไม่สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้กับทั้ง 2 ระบบแล้ว (จะบอกว่าทำแบบนั้นให้กับ PS3 ได้ แต่ทำให้กับ PS Vita ไม่ได้) เราก็ไม่สามารถจัดให้ได้

- พอถามว่าตัวเกมนี้จะมีอะไรแตกต่างจากตัวเกมเวอร์ชั่นเดียวมั้ย? เช่นเรื่องของบอสหรืออาวุธสุดยอด? ได้คำตอบว่าเกือบทั้งหมดจะเหมือนตัวเกมออริจินอล ทั้งระดับความยากก็เหมือนกัน ศัตรูตัวไหนย๊ากยาก ก็ยังยากเหมือนเดิม เพราะเมื่อผู้เล่นสมัยก่อนปราบมาได้แล้ว ผู้เล่นหน้าใหม่ก็ต้องปราบได้เช่นกัน

- เราอยากใช้เวทีงานนี้ นำเกมออกมาแสดงแล้วให้แฟนๆ ได้ลองสัมผัสมันดู ส่วนเรื่องวันวางจำหน่าย ไว้จะประกาศเร็วๆ นี้

***ไว้มา Update ส่วนของ LRFFXIII


Update : 16 มิ.ย. 2013

Lightning Returns -Final Fantasy XIII-

อ้างอิง : Nova Crystallis

- ถามว่าการเดินทางของไลท์นิ่งจะเป็นยังไงบ้าง? คุณโทริยามะตอบว่าเราได้พรรณาไลท์นิ่งในมาดของสาวแกร่งมาตั้งแต่ภาคแรก เนื่องจากเธอเป็นทหาร เราจึงกำหนดให้เธอเป็นคนที่จริงจัง เคร่งครัดต่อตนเองและน้องสาว เป็นผู้หญิงที่แน่วแน่มั่นคง ในภาคสองเธอถูกส่งไปนอกภพภูมิของมนุษย์ และได้รับพลังระดับเทพมา ทำให้เธอดูยากที่จะเข้าถึง ขณะที่ในภาคสามซึ่งเป็นภาคสุดท้าย เราอยากพรรณาเธอจากมุมมองของมนุษย์ให้มากขึ้น เธอกลายเป็นคนที่เข้มแข็งแบบนั้นได้อย่างไร เธอฝ่าฟันมันไปอย่างไร เราพยายามพรรณาเธอจากหลายมุมมอง เราจะได้เห็นทั้งแง่มุมที่เย็นชา แง่มุมที่งดงาม หรือบางทีก็แง่มุมที่เจ็บปวด ความเศร้าโศกทุกข์ทน ซึ่งทั้งหมดก็คือความเป็นมนุษย์ของเธอ

- สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในภาคนี้? คุณโทริยามะบอกว่าเป็นการสร้างเกมไตรภาคได้สำเร็จ และการได้มีส่วนในการสร้างตัวละครยอดนิยมอย่างไลท์นิ่ง ที่ทำมา 3 ภาคนี่เราเจออุปสรรคกันมามากมาย และเปลี่ยนระบบของเกมกันมาทุกภาค จึงรู้สึกขอบคุณทีมงานเป็นอย่างยิ่งที่ร่วมลำบากกันมา และขอบคุณแฟนๆ ที่อดทนรอคอย

ส่วนคุณคิตาเสะตอบว่าสิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือการที่ทีมสามารถทำเกมได้สำเร็จในเวลาอันสั้น พวกเขาสามารถวางจำหน่ายเกมสามเกมด้วยเวลาห่างกันเพียง 4 ปี (2009-2013) โดยทีมงานสามารถรับเอาฟีดแบ็คมาปรับปรุงตัวเกมในภาคถัดๆ ไป จึงภูมิใจที่ทีมงานเติบโตขึ้นด้วย

- คุณคิตาเสะบอกว่าเนื้อหาของ Fabula Nova Crystallis มันกว้างใหญ่มาก จึงไม่สามารถพรรณาได้จบในภาคเดียว แต่เราก็อยากจะพรรณาให้เห็นภาพรวม จึงจำเป็นต้องขยายออกเป็น 3 ภาค สำหรับไลท์นิ่งนั้น เธออยู่กับเรามาตั้งแต่ 2006 แต่ถ้านับช่วงวางแผนและก่อนเริ่มพัฒนาด้วย เธอก็จะอยู่กับเรานานกว่านั้น เราก็อยากจะไปต่อกับเธอ ทำให้เธอได้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง

- คุณโทริยามะบอกว่าเกมเพลย์มีเวลาให้ 13 วันก่อนจะถึงจุดจบของโลก แต่ช่วงต้นไลท์นิ่งจะมีเวลา 7 วันสำหรับการสำรวจและทำเควสต์ของเธอ  การทำเควสต์ต่างๆ กันไปจะทำให้เธอช่วยยืดอายุของโลกออกไปได้ ดังนั้นระบบจึงเริ่มต้นจาก 7 วัน แล้วจะยืดออกไปแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการทำเควสต์

- ในภาคนี้เราพยายามรักษาองค์ประกอบในการวางกลยุทธ และพัฒนาสปีดกับจังหวะการต่อสู้ให้สมจริง เราจึงได้มาเป็นระบบ Style หรือในเวอร์ชั่นอังกฤษที่เรียกว่าระบบ Schemata ซึ่งสามารถปรับแต่งชุด ของสวมใส่ อาวุธ โล่ และติดอบิลิตี้ต่างๆ กันไปได้ แล้วก็สลับไปมาระหว่าง 3 Style แต่ละ Style ก็มีเกจของตนเอง เราก็ต้องเลือกใช้ Style ที่เหมาะสมกับสถานการณ์

- คุณโทริยามะบอกว่าในด้านของเครื่องแต่งกาน ก็มี 80 แบบสำหรับไลท์นิ่ง ซึ่งเครื่องแต่งกายของเธอก็จะสัมพันธ์กับพลังและอบิลิตี้ของเธอ ดุจดั่งระบบ Job เรายังสามารถปรับแต่งชิ้นส่วนแต่ละชิ้นในเครื่องแต่งกายของเธอ และเปลี่ยนสีได้ตามใจชอบ

- พอถามว่าจะเอาชุดของภาคก่อนมาใส่ได้มั้ย? คุณโทริยามะบอกว่า ถ้ามีเซฟจาก 2 ภาคที่ผ่านมา ก็จะสามารถเอาชุดของแต่ละภาคนั้นมาใช้ได้

- พอถามว่าตัวละครอื่นๆ จะกลับมาในภาคนี้ด้วยมั้ย? คุณโทริยามะตอบว่า ในภาคนี้ไม่เพียงจะเป็นบทสรุปเรื่องราวของไลท์นิ่ง แต่ยังเป็นการปิดม่านให้กับตัวละครหลายๆ ตัวที่ปรากฏขึ้นมาในภาคก่อนๆ เช่น สโนวที่ทนทุกข์กับการที่ไม่สามารถช่วยเซร่าห์ไว้ได้ ทำให้เกิดการดิ้นรนต่อสู้กับความมืดในจิตใจ ไลท์นิ่งจึงพยายามไปหาเขา แล้วช่วยเขาไว้ ทว่ามันอาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเล็กน้อย

- คุณโทริยามะบอกว่าภาคนี้จะมีระบบที่เรียกว่า "การสื่อสารกับโลกภายนอก" ผู้เล่นจะสามารถโพสต์สกรีนช็อตพร้อมข้อความลงในบอร์ดหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ หวังว่าแฟนๆ จะใช้กันนำพาข้อมูลนั้นไปสู่โลกภายนอกเกม

- พอถามว่าจะมีสัตว์อสูรกลับมามั้ย? คุณโทริยามะบอกว่า สัตว์อสูรนั้นถูกสร้างขึ้นโดยเทพธิดาเอโทร ในตอนจบของ FFXIII-2 เมื่อเอโทรสูญเสียพลังไป สัตว์อสูรก็จะเสียไปเช่นกัน พวกเขาไม่สามารถปรากฏตัวอย่างที่ควรจะเป็น ในร่างเดิมของพวกเขาได้อีก

- ถามว่าหลังวางจำหน่ายจะมี DLC เกี่ยวกับการต่อสู้ออกมามั้ย อย่างพวกตัวละครที่คุ้นหน้าคุ้นตาในโคลอสเซียม? คุณคิตาเสะบอกว่า ในแง่ของ DLC ที่เป็นการขยายเนื้อเรื่องของ LRFFXIII พวกเขายังไม่ได้มีการวางแผน DLC เป็นตอนๆ แบบนั้น และยังไม่ได้คิดเรื่อง DLC บอสพิเศษด้วย ตอนนี้พวกเขาวางแผนให้ตัวเกมสมบูรณ์ 100% ในตัวมันเอง เรามีเครื่องแต่งกายกว่า 80 ชิ้นให้ไลท์นิ่งสวมใส่  เราจึงพิจารณาเรื่องความเป็นไปได้ในการทำ DLC คอสตูมมากกว่า ผมรู้ว่าพวกชุดของภาคเก่าๆ อย่างเช่นชุดไวท์เมจ ชุดแบล็คเมจ เป็นชุดที่มีชื่อเสียงมาก ดังนั้นถ้ามีเสียงเรียกร้องเข้ามามาก เราก็อาจจะเอามาพิจารณา แต่ว่าก็คงไม่มี DLC ที่เกี่ยวกับการต่อสู้ ตามมาหลังเกมวางจำหน่าย

หลังจบการสัมภาษณ์ คุณคิตาเสะก็เอาแบบเครื่องแต่งกายของไลท์นิ่งทั้งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และอยู่ระหว่างการวางแผนมาให้ดู คนสัมภาษณ์ก็เตะตาอยู่ชุดหนึ่ง และบอกว่าขอเอามาโชว์ได้มั้ย? ทั้งสองก็อนุญาต ปรากฏว่าเป็นไลท์นิ่งในชุดยูน่าจาก FFX ตามภาพด้านล่างนี้ ทั้งสองบอกว่ากำลังพัฒนาชุดนี้มา เพื่อให้เกิดความรู้สึกรำลึกถึงนั่นเอง

No comments:

Post a Comment