Wednesday, December 23, 2015

จูเลียนเผยสารพันปัญหาที่เกิดขึ้นสมัย SQEX พัฒนา FF Versus XIII

ทางทีมงานเว็บไซต์ DualShockers ได้เข้าร่วมฟังบรรยายที่ Cité des Sciences et de l’Industrie ในกรุงปารีส ในงานนี้คุณ จูเลียน เมอร์ซิลอน อดีต Worldwide Technology Director ของ Square Enix ที่พึ่งลงข่าวว่าออกจาก Konami ไปอยู่ Bandai Namco แล้วนั้น ได้เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่าง Final Fantasy Versus XIII ไปยัง Final Fantasy XV ให้ผู้แก่ผู้เข้าฟัง

คุณจูเลียนเล่าว่าในสมัยที่เขากำลังร่วมพัฒนา FFXIII-2 อยู่นั้น คอนเซปต์ของ FF Versus XIII ก็มีการพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนาน เทคโนโลยีที่ทีม Versus ใช้ในการพัฒนาเกมตอนนั้นมันก็ค่อย ๆ ไม่เหมาะสมกับโปรเจคท์ยิ่งขึ้น เนื่องจากคอนเซปต์ของเกมได้เปลี่ยนแปลงไปมาก Versus กลายเป็น Open World แล้ว ทีมงานจึงต้องสร้างเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างฉากขึ้นมาใหม่ ต้องใส่การ Stream ฉากและฟีเจอร์อื่น ๆ ลงไป ซึ่งนั่นทำให้เกิดปัญหามากมายขึ้นกับทีมงาน

ในตอนนั้น FFXIV เวอร์ชั่นแรกเองก็ฉิบหายพอกัน วิกฤตตอนนั้นเหมือนเป็นการปลุก Square Enix ให้ตื่นขึ้นเพื่อทำอะไรสักอย่าง จึงนำไปสู่การจ้างคุณโยชิฮิสะ ฮาชิโมโตะ จาก SEGA พร้อมกับลูกทีมของเขาให้มาช่วย ซึ่งพวกเขามีความรู้เรื่อง Physically-based Lighting เป็นอย่างมาก (คุณโยชิฮิสะมาเป็น Chief Technology Officer ที่ Square Enix) และนั่นก็นำไปสู่การตั้ง Luminous Studio และการปรับแต่งเอนจิ้นพิเศษขึ้นใหม่สำหรับ FFXIV -A Realm Reborn-

หลังจากนั้นทีมงานทั้งหลายก็ได้พูดคุยกันถึงปัญหาของ Versus จนพบทางออก โดยใช้แนวทางแบบ Ubisoft ซึ่งก็คือการสร้าง Approximate System ซึ่งจะทำให้เกิด Real-time Rendering ระหว่าง Editing ได้ (ก็คือระหว่างปรับแต่งองค์ประกอบ ระบบก็จะประมวลผลภาพคร่าว ๆ ออกมาให้ดูว่าจะเป็นยังไง) ทีมงานก็สามารถทำกราฟฟิกและแอนิเมชั่นต่อไปได้ หลังจากนั้นก็ทำ Cinematic Editor, Special Effect และ Particle นอกจากนี้ยังมีการใส่ระบบควบคุมอีเวนต์ ทำให้เกิดอีเวนต์หลากหลายรูปแบบขึ้นระหว่างฉาก Cinematic, หรือตอนเปลี่ยนจากซีนหนึ่งไปอีกซึนได้ ด้วยแนวทางนั้นเกมก็พัฒนาต่อมาเรื่อย ๆ อย่างที่เห็นกันทุกวันนี้

คุณจูเลียนปิดท้ายว่าเขาไม่ค่อยเห็นนักพัฒนาเกมไม่ว่าจะฝั่งตะวันตกหรือฝั่งญี่ปุ่นที่พึงพอใจกับผลงานเกมที่ออกมาได้อย่างเต็มที่ เวลาที่ทำโปรเจคท์เสร็จแล้ว พวกเขามักจะรู้สึกว่ามันยังไม่สมบูรณ์ มันยังสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมลงในจุดนั้นจุดนี้ได้ เกิดความปรารถนาที่จะกลับไปปรับปรุงงานอยู่เสมอ ซึ่งสมัยก่อนอาจจะทำไม่ได้ แต่ปัจจุบันพวกเขาสามารถทำออกมาในรูปแบบ Patch ของเกมกันได้แล้ว ดังนั้น ในช่วงที่เกมพึ่งวางจำหน่ายออกมา ทีมงานเองก็คงยังไม่สามารถพึงพอใจกันได้อย่างเต็มที่หรอก แต่ความรู้สึกที่ว่ามันยังดีไม่พอ ดีไม่สุด ก็จะนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงจนทำให้เกิด FFXVI อันยอดเยี่ยมได้ในท้ายที่สุด


No comments:

Post a Comment