Tuesday, June 10, 2014

ย้อนรำลึก Final Fantasy Type-0


เมื่อคืนว่าจะนอนแล้ว แต่ก่อนจะหลับไป ก็เปิด PSP ขึ้นมาดูฉากเปิดเกมของ FF Type-0 สักหน่อย หลังจากไม่ได้จับมาร่วม 2 ปี รู้สึกว่าฉากเปิดเกมตั้งแต่พวกจักรวรรดิมิลิเทสบุกเข้ามา กระทั่งพวกคลาส 0 มาหยุดไว้ เนื้อหาและเพลงประกอบมันอลังการงานสร้างมากเลย ในที่นี้เลยอยากอธิบายเผื่อคนที่พึ่งเริ่มเล่นแล้วอาจจะยังงงๆ หน่อย เพราะนี่เป็นหนึ่งในเกมที่โดนแฟมิซือตำหนิในรีวิวว่าศัพท์เฉพาะเยอะจัด จนทำความเข้าใจตามไม่ทันเฟ้ย

ในโลกโอเรียนซ์ของเกมนี้ประกอบด้วยชาติมหาอำนาจ 4 ชาติ ซึ่งแต่ละชาติจะได้รับพลังหนุนจากคริสตัลในลักษณะที่แตกต่างกันไป ฝั่งจักวรรดิมิลิเทสหรือที่เรียกว่าเบียกโค ได้รับพลังในการใช้เครื่องจักรมา ส่วนพวกสุซาขุของฝั่งตัวเอกก็ได้พลังเวทย์กับการอัญเชิญอสูร

ทีนี้ ในฉากเปิดเกม ระหว่างที่ฝ่ายสุซาขุกับเบียกโคกำลังรบกันอย่างยุติธรรมอยู่นั้น ฝั่งเบียกโคก็ส่งจักรกลที่เรียกว่าคริสตัลแจมเมอร์เข้าสู่สนามรบ โดยมีลูซิคุนมิเป็นคนควบคุม เจ้าคริสตัลแจมเมอร์นี่คุณสมบัติในการสร้างสนามพลังพิเศษ ซึ่งภายในสนามพลังนี้ คริสตัลของสุซาขุจะไม่สามารถส่งพลังมาให้ชาวสุซาขุได้ ทำให้ชาวสุซาขุเงิบรับประทานแล้วโดนพวกเบียกโคปู้ยี้ปู้ยำได้

ขณะที่ฝั่งเบียกโคกำลังได้เปรียบ และบุกตะลุยเข้าสู่เพอลิสเตอเรียม (นครใจกลางหลักของสุซาขุซึ่งเก็บคริสตัลเอาไว้) จู่ๆ ก็มีอสูรโอดินและเอซ หนึ่งตัวเอกของเกมโผล่มาขัดขวางไว้

โดยปกติแล้วภายในสนามหลังของคริสตัลแจมเมอร์ ชาวสุซาขุจะไม่สามารถใช้เวทมนต์และอสูรได้อย่างที่อธิบายไป แต่สาเหตุที่เอซและพวกคลาส 0 ทำได้เพราะแหล่งกำเนิดพลังของพวกเขาไม่ใช่คริสตัลแห่งสุซาขุ แต่แหล่งกำเนิดพลังของพวกเขาคือวิญญาณอันเป็นเอกเทศของพวกเขาเอง คนที่ฟักฟูมวิญญาณเหล่านั้นให้เป็นเอกเทศจากคริสตัลก็คือบุคคลที่เรียกว่ามาเซอร์อเรเซีย ที่ชุบเลี้ยงพวกเขาขึ้นมา และเป็นตัวร้ายที่อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์ของโอเรียนซ์

ช่วงเวลาที่ 9 และ 9 บรรจบ 9 ซึ่งเกมบอกว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเกิดฟินิส หรือจุดจบของโลกนั้น คำว่า 9 แต่ละตัว หมายถึงการสิ้นลงของ 1 ในชาติมหาอำนาจ ดังนั้น ช่วงเวลาที่ 9 และ 9 บรรจบ 9 จึงหมายถึงเวลาที่ชาติมหาอำนาจถูกโค่นล้มไปครบ 3 ชาติ และเหลือชาติเดียวที่ได้ยึดครองแผ่นดินทั้งหมด เมื่อใดที่แผ่นดินทั้งหมดถูกรวบรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ โลกก็จะถึงจุดจบตามคำทำนาย

เรื่อง 999 นี้ มีความสัมพันธ์กับ FFXIII ซีรีส์เหมือนกัน กล่าวคือในตอนแรกทีมงานของ FFXIII ตั้งใจให้วาลฮัลล่า (มิติส่วนหนึ่งของโลกหลังความตาย) ตั้งอยู่ในจุดจบของกาลเวลา โดยระบุจุดจบของกาลเวลาว่าเป็นช่วงปี AF999 (หลังโคคูนตกลงมา 999 ปี) แต่ตอนหลังก็มีการเปลี่ยนพล็อตในส่วนนี้ไป กล่าวคือโยนวาลฮัลล่าให้ไปอยู่นอกระบบกาลเวลาไปเลย แล้วให้จุดจบของกาลเวลาของจักรวาล FFXIII สิ้นสุดลงหลังโคคูนตกลงมา 1,000 ปี ซึ่งก็สอดคล้องกับพล็อตเก่าที่จะให้จุดจบของกาลเวลาอยู่ใน AF999 อยู่ดี

....ผมว่าพูดมาถึงตรงนี้ หลายคงก็น่าจะงงกับศัพท์เฉพาะของเกมที่มากจนจำแทบไม่ทัน อย่างที่แฟมิซือวิจารณ์ไว้แล้วกระมัง

No comments:

Post a Comment