Saturday, June 21, 2014

เก็บตกเกร็ดข้อมูลจาก Final Fantasy X l X-2 HD Remaster

***ข้อมูลต่อไปนี้ เป็นข้อมูลที่เขียนขึ้นลวกๆ ตอนเล่นเกม/ดูหลานเล่นเกม เพื่อเก็บไว้ใช้อ้างอิงและรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ในอนาคต ดังนั้น จะเขียนเป็นภาษามึนๆ ไว้ให้ตัวเองอ่านเข้าใจเป็นหลัก

Final Fantasy X

- อิโนริโกะ ผู้อุทิศตนเพื่อปราบซิน ยอมให้เยว่อนถอดวิญญาณออกมา วิญญาณก็เข้าไปอยู่ในรูปปั้น มีชีวิตเป็นอมตะต่อไป เมื่อถูกอัญเชิญ วิญญาณก็จะปรากฏอีกครั้งตัวในร่างอสูร

- ซาร์นัลกันด์ เป็น Machina City (ซีมัวร์บอกตอนไปหาที่บ้าน) ส่วนเทพขอพรบอกตอนไปถึงกำแพงเทพขอพรว่าเครื่องจักรเบเวลเหนือกว่าแต่ต้นแล้ว

- 1,000 ปีก่อน ผู้คนใช้เครื่องจักร ทำสงครามกัน ใช้อาวุธจักรกลร้ายแรงต่อสู้กัน ซินเลยโผล่มาทำลายทุกอย่าง แต่ทีดัสคิดว่า นั่นไม่ได้แปลว่าเครื่องจักรผิดซะหน่อย

- เจคท์ผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องเลิกดื่มเหล้า บอกว่าจะเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเลิกวันนี้

- เจคท์เคยเมานึกว่าชูพัฟเป็นปิศาจ เลยฆ่าชูพัฟ พวกบลัสก้าเลยต้องเอาเงินทั้งหมดที่มีให้คนเลี้ยงชูพัฟ จากนั้นเจคท์ก็เลิกดื่มเหล้า

- ตอนเจคท์อยู่ด้วย แม่จะไม่สนใจทีดัสเลย เอาแต่บอกให้รอเดี๋ยว จนเจคท์ต้องบอกให้ไปหาลูก ก่อนที่ลูกจะร้องไห้ (พาธบอกว่าเจคท์รักลูกมากกว่าแม่อีก) l ช่วงที่เจคท์จากไป แม่ทีดัสก็เศร้า ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ อารอนเองบอกว่าถ้าแม่ทีดัสตายไป เขาก็ไม่รู้จะทำยังไง

- การทีทีดัสเจอแม่ในแดนอันห่างไกล แม่ทีดัสไม่น่าจะมีวิญญาณ (เป็นแค่ความฝัน) ดังนั้นน่าจะเป็นแค่แมลงแสงมายาทำปฏิกิริยากับความนึกคิดจนเป็นรูปร่าง แต่ไหงจิสคัล ถึงโผล่มาได้

- ซีมัวร์บอกว่าได้กลิ่นปรโลกจากตัวอารอน

- คนที่ตายไปแล้ว ก็ยังเหลือร่างเป็นศพไว้ อย่างต่อปฏิบัติการณ์มิเฮน

- ใน LR เวลาคนเราตาย เคออสก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งไปอยู่ในใจของผู้คน และอีกส่วนก็คือกลับไปอยู่ในมวลเคออส ...ถ้าส่วนที่อยู่ในใจของผู้คนหายไป (ถูกลืมเลือน) ส่วนที่อยู่ในมวลเคออส ก็จะดับสูญ ในทางกลับกัน ถ้าส่วนที่อยู่ในมวลเคออสดับสูญ ส่วนที่อยู่ในใจผู้คน ก็จะหายไปเช่นกัน (ประเด็นคือตายไปแล้ว เคออสแบ่งเป็น 2 ส่วน)

- เผ่าอัลเบดมีทฤษฎีว่า แมลงแสงมายาทำปฏิกิริยากับความนึกคิดของผู้เข้าไปเยี่ยมเยียน ทำให้ปรากฏเป็นรูปร่างคนขึ้นมา แต่ทฤษฎีนี้มีข้อกังขาว่า ทำไมถึงปรากฏตัวเฉพาะคนตายล่ะ? ทำไมคนเป็นถึงปรากฏตัวขึ้นมาไม่ได้ล่ะ? เมเชนบอกว่า อาจเพราะเวลาคนเราตาย พวกเขาได้ทิ้งส่วนเล็กๆ บางส่วนของตัวพวกเขาเองไว้ในหัวใจของคนเป็น แล้วส่วนเล็กๆ นั้นก็ยืมพลังของแมลงแสงมายาในการปรากฏตัวขึ้นมา (ดังนั้น แม่ของทีดัสที่เห็น ก็คือสิ่งที่แม่ตกค้างอยู่ในตัวทีดัส ทำปฏิกิริยากับแมลงแสงมายา)

(แนวคิดว่าที่ว่าทิ้งส่วนเล็กๆ ไว้ในคนเป็น และบางส่วนก็ไปยังปรโลก สอดคล้องกับ LR เลย)

- เมเชนบอกว่าแมลงแสงมายา ถึงเรียกว่าแมลง แต่ไม่ใช่แมลง

-  Aeon ก็คือความฝันของ Fayth ที่ทำปฏิกิริยากับแมลงแสงมายา ความฝันเลยปรากฏเป็นรูปร่าง ทำให้สิ่งที่ไม่เป็นจริง กลายเป็นจริงให้ทุกคนได้เห็น (รวมๆ แล้วก็คือผู้อัญเชิญภาวนาถึงวิญญาณของ Fayth, Fayth จึงหลับฝันเป็น Aeon ออกมา)

- ตรงนี้ต่างกับที่ลูลู่พูด ลูลู่บอกว่า Aeon คือวิญญาณของ Fayth (the souls of the fayth emerge once again. That's what we call an aeon.") แต่เมเชนบอกว่าเป็นความฝันของ Fayth ซึ่งที่ว่าเป็นความฝันนั้น จะตรงกว่า (In fact...pyreflies have something in common with aeons, too. The dreams of the fayth reach through the spirit of the summoner... And that which becomes unreal becomes real for all to see)

- พอกลับไป Farplane ก็เจอ Wantz คุยกับพี่สาวที่ตายไป 7 ปีแล้ว และบอกว่ายูน่าจะปราบซินให้

- ลูลู่ มองหาใครสักคนที่ Farplane แต่กลับไม่โผล่ออกมา (ผู้หญิง?)

- วักก้าไม่ได้เริ่มเปลี่ยนไปหลังจากเจอริคคุ แต่เปลี่ยนไปหลังจากเหตุการณ์ที่กัวโด้ ตอนเห็นแผนร้ายของซีมัวร์ วักก้ายังสับสน ยูน่าจะส่งวิญญาณซีมัวร์ แล้วเอาสเฟียร์ของจิสคัลเป็นหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง แต่พวกกัวโด้กลับทำชั่วด้วยการทำลายหลักฐานทิ้ง นั่นคือจุดสะเทือนใจจุดแรก ต่อมาพวกกัวโด้ร่วมมือกับเหล่าเยว่อนในเบเวล ช่วยกันถล่มฐานทัพของอัลเบดอีก วักก้าถึงได้สะอึกและเริ่มคิดได้ว่าสิ่งที่กัวโด้ทำนั้นมันผิดแน่ๆ ยิ่งเห็นริคคุร้องไห้ พวกอัลเบดที่ไม่รู้อิเหน่ล้มตาย แถมพวกเยว่อนยังร่วมมือกันขืนใจยูน่า ยิ่งทำให้วักก้าเข้าใจว่าสิ่งที่เยว่อนทำ ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป เขาต้องรู้จักแยกแยะเป็นเรื่องๆ ไป (หลังจากนี้ยังเจอพวกเยว่อนเองใช้ปืนทีเป็นเครื่องจักรต้องห้าม ไหนจะมีลิฟต์ในวัดเบเวลอีก)

- โดมในซาร์นัลกันด์ อารอนบอกว่าโดมนี้เต็มไปด้วยแมลงแสงมายา เหมือนสเฟียร์ยักษ์ ความทรงจำของผู้คนจะถูกบันทึกเก็บงำไว้ในที่แห่งนี้ตลอดกาล (แล้วสะท้อน/แสดงออกมา ผ่านแมลงแสงมายา ให้เราได้เห็นด้วยตาเปล่า)

- คำสั่งป้อนพาสเวิร์ดในเรือเหาะ บอกไว้แล้วว่าชาวอัลเบดทิ้งอักษรปริศนาไว้ในโบราณสถานพันปีทั่วสปิร่า เราสามารถแกะรหัสพวกนั้นมาใส่ได้

- หลังบลัสก้าปราบซินได้เมื่อ 10 ปีก่อน อารอนพบความจริงที่เจคท์ถูกนำไปสร้างเป็นซินใหม่ เลยมาล้างแค้นยูน่าเลสก้า แต่ก็สู้ไม่ได้ บาดเจ็บสาหัส อารอนลงจากเขากากาเซ็ทมา แล้วมาหมดแรงที่หน้าเบเวล ตอนนั้นบังเอิญเจอคิมาริ เลยบอกให้ไปช่วยยูน่า พาไปยังบีไซด์ตามคำขอของบลาสก้า แล้วอารอนก็สิ้นใจ

- ตอนแรกยูน่าโดนป้ายสีว่าเป็นกบฎต่อเยว่อน แต่ตอนหลังไมก้าเห็นยูน่าเป็นความหวังเดียวในการปราบซิน จึงแก้ข่าวให้ว่านั่นเป็นข่าวลือที่พวกอัลเบดแกล้งปล่อยสร้างความปั่นป่วน

- บีรันกับเยนเค่บอกว่าชาวรอนโซ่จะสร้างรูปปั้นยูน่าให้เอง แถมเติมเขาให้ด้วย

Final Fantasy X-2

- วักก้าบอกว่า พ่อแม่เขาโดนซินฆ่าตายไปตั้งแต่เขายังเด็ก เลยจำหน้าพ่อแม่ไม่ได้ ตอนเด็กๆ เขาเคยทะเลาะกับแชปพู แชปบอกว่าเขาเจอสเฟียร์ทีบันทึกหน้าพ่อแม่ไว้แล้ว แต่วักก้าที่งอนอยู่ก็หัวแข็งไม่ยอมขอดู สุดท้ายแชปพูก็ตายไปก่อน ที่ซ่อนของสเฟียร์ก็ยังเป็นปริศนา วักก้าก็ลืมเรื่องสเฟียร์นี้ไปนานแล้ว แต่จากที่แชปพูตอนเด็กชอบมาเล่นในถ้ำนี้ เลยคิดว่าสเฟียร์ที่ว่าอยู่ในถ้ำบีไซด์

- ตอนเริ่มเกม รีซัลท์เพลท-การ์เมนท์กริด ของพวกยูน่าโดนเลอบลังขโมยไป พวกเธอได้ข่าวว่าเลอบลังเอาไปใช้ปลอมตัวเป็นยูน่าจัดคอนเสิร์ตเรียกร้องความสนใจ เลยวางแผนจะไปชิงคืน แต่ถ้าให้ยูน่าเสนอหน้าเข้าไปในลูก้าตรงๆ ผู้คนก็อาจแตกตื่นว่าทำไมมียูน่าสองคน แล้วเลอบลังก็จะรู้ตัวว่าพวกยูน่าตามมาทวงคืนแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงวางแผนให้ยูน่าพรางตัวซะ ซึ่งอานิคิก็แกล้งหาชุดมาสค็อตมาให้ยูน่าใส่สนองความอยากของตนเอง ด้านยูน่าก็ซื่อจนไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งของอานิคิ

- ระหว่างที่ไพน์กับริคคุไปทวงรีซัลท์เพลทคืน ทั้งสองก็ให้ยูน่ารอแสตนด์บายอยู่เฉยๆ แต่ยูน่าถูกยามเข้าใจผิดว่าเป็นมาสค็อตที่ต้องทำงานแจกลูกโป่งโปรโมตงานคอสเสิร์ต เลยเรียกให้ยูน่ารีบทำงานต่อซะ ยูน่าจึงต้องปล่อยเลยตามเลย ช่วยแจกลูกโป่งไป ไม่ให้ผิดสังเกต - สุดท้ายพอจับเลอบลังได้ เธอก็เขวี้ยงรีซัลท์เพลทคืน แล้วบอกว่าเราจะถือไว้ได้ไม่นานหรอก เธอจะเข้ามาสู้เพื่อชิงไปอีกรอบ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

- ชาวกัวโด้อพยพออกจากสลัมด้วยความรู้สึกผิด หลังจากนั้นฟาร์เพลนก็เริ่มไม่เสถียร มีแต่ชาวกัวโด้ที่รู้ว่ามันจะกลับเป็นดังเดิมได้ยังไง

- ยูน่าเคยคิดว่าอาจได้พบทีดในฟาร์เพลน แต่คิดอีกใจนึง ก็ไม่อยากเข้าไป เก็บไว้ใจในแหละดีแล้ว

- โออาก้าซื้อร้านขายของข้างวัดมาคาลาเนียต่อจากริน แต่วัดถล่มลงทะเลสาบ ธุรกิจของโออาก้าเลยพัง พวกอัลเบดคนของรินเลยตามมาเก็บหนี้จากโออาก้า เราเลือกได้ว่าจะให้เขาไปซ่อนตัวบนยาน หรือจะเรียกอัลเบดมาจับ

- เลอบลังชอบนูจ และเป็นสเฟียร์ฮันเตอร์ ตามล่าสเฟียร์ที่บันทึกอดีตของสปิร่าตามความต้องการของนูจ พอนูจค้นคว้าเรื่องเวกนากัน เลอบลังเลยไปหาสเฟียร์เรื่องนี้มา ซึ่งเธอเจอสเฟียร์เสี้ยวหนึ่ง อีกเสี้ยวหนึ่งเราพบที่ซาร์นัลกันด์ พอเลอบลังชิงสเฟียร์จากเรามาประกบกันได้ (เช็คแล้วบันทึกภาพเวกนากัน) ก็วิเคราะห์ได้ว่ามันถูกบันทึกขึ้นที่อันเดอร์เบเวล เลยจะช่วยกันตามหาเวกนากันที่นั่น นูจ เลอบลัง และพวกคาโมเมะดันมีจุดหมายเดียวกันคือพังเวกนากันทิ้งก่อนที่ใครจะใช้ทำลายสปิร่า

- ตอนเวลฟอร์โผล่มาจากวิหารที่บีไซด์ เบคเคลมจะให้เผาวิหารเลย แต่วักก้ากับยูน่าไม่ยอม สำหรับยูน่าแล้วที่นี้คือที่แรกที่พบทีดัส ได้อสูรตัวแรก มีความทรงจำสำคัญมากมาย แต่หลังปราบเวลฟอร์ได้ วักก้าคิดได้และบอกยูน่าว่าความทรงจำเป็นสิ่งสำคัญ แต่หากการปกป้องความทรงจำในอดีตนั้น เสี่ยงต่อการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในปัจจุบันไป มันคงไม่คุ้มกัน ความทรงจำเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็เป็นแค่นั้น อย่างที่ชาวอัลเบดพูดไว้... ดังนั้นถ้าถึงคราวจำเป็นจริงๆ ก็คงต้องเผาวัดทิ้ง ยูน่าฟังแล้วก็เข้าใจ แต่หากถึงคราววิกฤตจริงๆ ก็ขอให้เรียกยูน่ามาช่วยก่อน เราจะเก็บการเผาวัดไว้เป็นหนทางสุดท้ายเท่านั้น

- ที่เรียกกลุ่มของกิปเปิลว่า Machine Faction ไม่ใช่ Machina Faction เพราะคำว่า Machina มันถูกใช้ในคำสอนของเยว่อนมายาวนาน สื่อถึงเครื่องจักรในแง่ลบ จนฝังรากเข้าไปในใจผู้คน ถ้าใช้ชื่อว่า Machina Faction คนรุ่นเก่าก็จะรู้สึกถึงความหมายที่ไม่ดี ไหนๆ จะตั้งแล้วเลยเอาเป็น Machine Faction ดีกว่า

- ชินระบอกว่าโชคดีที่เขารู้ทุกอย่างเลยบอกได้ว่า จริงๆ แล้วปิศาจไม่ได้ออกมาจากวัด แต่ออกมาจากหลุมในห้องภาวนา พอริคคุถามว่าแล้วมันออกมาได้ยังไง ชินระก็ตอบเพียงว่า เขาเป็นแค่เด็กนะ แล้วก็วิ่งฟ้าวไป ยูน่าคิดว่าหลุมทั้งหมดน่าจะมีความสัมพันธ์เชื่อมกันอย่างลึกซึ้ง

- จากนั้นมีสัญญาณขอความช่วยเหลือมาจากโจเซ่ ท่าทางพวกกิปเปิลกำลังเดือดร้อน อานิคิบอกว่าปล่อยกิปเปิลช่วยตัวเองไป แต่บัดดี้จะขอความเห็นยูน่า ยูน่าบอกว่าก็ไปช่วยแต่ชาร์จค่าจ้างแพงๆ ซะ ส่วนริคคุจะขอว่าช่วยลดให้เขาหน่อยได้มั้ย?

- ตอนตกลงไปใน Farplane ชูอินบอกว่าเขาหายไปพร้อมกับเลน แต่พอตื่นขึ้นมาก็เหลือตัวเองคนเดียว เลยตามหาเลนมาตลอด ผ่านไป 1,000 ปี คนในสปิร่าก็ยังไม่อาจทิ้งความเกลียดชังไว้เบื้องหลัง ต่างก็ต่อสู้อย่างสูญเปล่า แต่เขาจะเปลี่ยนแปลงมันเอง โลกนี้มันล้มเหลว แต่เขาล้มเหลวยิ่งกว่าที่ไม่อาจปกป้องเลนไว้ได้ ทว่าเวกนากันจะจัดการทุกอย่างให้ แล้วเราจะได้หายไปด้วยกัน

- นูจกับกิปเปิลที่หายไป มาอยู่ที่นี่ บอกให้ยูน่าลืมตาตื่นขึ้นได้สติ บาลาไลที่โดนสิงอยู่หนีไป ทั้งสองคนฝากสเฟียร์ถึงไพน์ นูจบอกว่าเป็นเจตนารมณ์ของพวกเขา

- ยูน่าฟื้นขึ้นมาที่อันเดอร์เบเวลอย่างลึกลับ พวกชินระพยายามส่งดาวเทียมสอดแนมลงไปตามรูแล้วแต่หาไม่พบ มาพบที่อันเดอร์เบเวล

- ชินระบอกว่าเลนก็คือเจ้าของชุดนี้เมื่อพันปีก่อน

- ทุกคนในยานรู้เรื่องที่เจอชูอิน และชูอินเรียกยูน่าว่าเลนเพราะเดรสสเฟียร์ อานิคิจะให้จัดการกับชูอินที่คิดทำลายสปิร่า แต่บัดดี้บอกว่านูจกับกิปเปิลคงมีแผนอยู่แล้ว

- เยว่อนตั้งกลุ่มอากากิเมื่อ 2 ปีก่อน เป็นกลุ่มทหารชั้นนำที่อยู่ระหว่างการรวบรวมสมาชิก โดยได้จับทหารกลุ่มหนึ่งมาฝึกฝน ซึ่งมี 3 หน่อกิบานูนั้นเป็นแคนดิเดต ไพน์เป็นคนบันทึกงาน คนที่ดีที่สุดจะได้เป็นแกนนำครูเซเดอร์ในสปิร่า แต่แล้วพวกแคนดิเดตก็พากันตายด้วยอุบัติเหตุ พวกเธอเลยต้องแยกย้ายกัน ไพน์เห็นทุกอย่าง แต่ก็ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เลยออกตามหาคำตอบ แล้วมาเป็นสเฟียร์ฮันเตอร์ อีกเหตุนึงก็เพราะอยากโบยบินไปกับเรือเหาะด้วย

- ไพน์บางทีก็นึกถึงอดีต บางทีก็อยากลืมมัน เธอบอกว่าในเมื่อชูอินไม่ใช่คนที่ยูน่าอยากเจอ ดังนั้นทั้งไพน์และยูน่า ก็ควรปล่อยวางอดีตแล้วเตรียมรับมือกับอนาคต ริคคุได้ยินก็ถามไพน์ว่าจะเลิกเป็นสเฟียร์ฮันเตอร์เหรอ? ไพน์บอกว่าก็เป็นไปได้เสมอ ส่วนยูน่าเองก็คิดว่าเธอจะเป็นสเฟียร์ฮันเตอร์ต่อทำไม ถ้าสิ่งที่ต้องการล่านั้น ไม่มีวันหาได้พบ

- มีข่าวว่าเบเวลจะอาศัยตอนนูจไม่อยู่ ตี Youth League ให้แตก... ฝ่ายหลังได้ยินเลยจะชิงบุกก่อน

- ยูน่าเห็นว่าพอพวกแกนนำหายไป สปิร่าแตกสามัคคี เะอต้องหาทางรวมคนเหล่านั้นให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ......พอริคคุถามว่าทำไงล่ะ? ไพน์เสนอว่าจะให้จับมาร้องเพลงรอบกองไฟเหรอ? อานิคิที่อยากเห็นยูน่าร้องเต้นอยู่แล้ว ก็เห็นด้วย ชินระเลยอาสาจะจัดการด้านเทคนิคให้เอง ริคคุบอกว่าโทบลีคงช่วยจัดงานได้

- ยูน่าเริ่มทำใจว่าอาจไม่ได้เจอทีดแล้ว เพราะสเฟียร์ที่เห็นนั้นจริงๆ แล้วเป็นชูอิน แต่มาถึงขั้นนี้ ก็ต้องคลี่คลายปริศนาทั้งหมดให้ได้

- ไพน์บอกว่าตอนก่อนยูน่าจะสู้กับซิน ไพน์แยกจากกลุ่มมาอยู่คนเดียวแล้ว แต่พอทุกคนบนโลกร่วมกันร้องเพลงสวด ไพน์ก็ร้องด้วย และในช่วงเวลานั้น เธอก็รู้สึกเหมือยได้เชื่อมถึงเพื่อนอีกครั้ง

- โทบลีให้ลูกน้องที่เป็นพวกไฮเปลโล่ โดดจากเรือเหาะเซลเซียส ไปตามเมืองต่างๆ ของโลกเพื่อชักชวนคนให้มาดูคอนเสิร์ตของยูน่า โทบลีออกไอเดียว่าถ้าเป็นทุ่งสายฟ้าก็จะใหญ่พอให้ทุกคนในโลกมารวมตัวกัน

- ชินระประดิษฐ์จอสเฟียร์ยักษ์ไว้ฉายที่ทุ่งสายฟ้า คนที่ยืนแถวหลังก็จะได้เห็นยูน่าได้ นอกจากนี้ยังจะทำการถ่ายทอดสดผ่านสเฟียร์สื่อสารด้วย

- ลูลู่ใกล้คลอดแล้วเลยไปดูไม่ได้ วักก้าก็ต้องอยู่ดูแล พวกลูกทีมบีไซด์ก็เช่นกัน ส่วนเบคเคลมถูกเรียกตัวกลับสำนักงานใหญ่ Youth League

- ไยบัล ตอนแรกบอกว่าต้องอยู่เฝ้า Youth League ควบคุมลูกน้อง เลยไปร่วมงานคอนเสิร์ตไม่ได้ ทั้งที่อยากไป ยูน่าเลยบอกให้ชวนลูกน้องมากันหมดเลยสิ สุดท้ายไยบัลเลยตัดสินใจหลอกลูกน้องว่าพวกนิวเยว่อนวางแผนทำลายงานคอนเสิร์ตของยูน่า ให้ทุกคนแห่ไปคุ้มกันไว้

- ลิอันกับเอด มาถามหาวิธีรักษาของเขาคิมาริจากโทบลี แต่โทบลีไม่รู้ ทั้งสองเลยตัดสินใจจะอยู่ช่วยงานคอนเสิร์ตก่อนกลับภูเขา

- คิมาริอยู่ปกป้องภูเขา ไม่ได้ไปดู แต่รอนโซ่หนุ่มก็ไปดูได้

- คิมาริบอกว่าสมัยยูน่าเป็นเด็ก คิมาริสาบานว่าจะปกป้องเป็นโล่ให้ยูน่า คำสาบานทำให้คิมาริเข้มแข็ง ตอนนี้ยูน่าไม่ต้องการโล่แล้ว แต่ภูเขายังต้องการคิมาริ คิมาริจึงสาบานอีกครั้ง ให้ตัวเองเข้มแข็ง

- การิคบอกว่าความเกลียดชังเคยทำให้รอนโซ่เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ตอนนี้รอนโซ่กลับแตกเป็นพวกที่เกลียดชัง กับพวกที่เหนื่อยกับการเกลียดชัง

- เดิมพวกรอนโซ่หนุ่มคิดว่าคิมาริขี้ขลาด แต่เริ่มเข้าใจว่าคิมาริตัดสินใจด้วยปัญญาที่จะไม่สู้กับกัวโด้ พวกเขายอมรับว่าการหลีกเลี่ยงการปะทะ ก็เป็นความเข้มแข็งอย่างหนึ่ง

- นาดาล่ากับซิดไปแช่น้ำพุร้อนที่ดอยเขากากาเซ็ท นาดาล่าบอกว่าน่าจะทำธุรกิจน้ำพุร้อนที่นี่ ซิดเห็นด้วย จะได้มีเงินมาสร้าง Home ขึ้นใหม่ แต่รินที่ผ่านมาพอดีก็บอกว่าไม่ต้องสร้างหรอก สร้างไปก็ไม่มีใครกลับมาอยู่ด้วยแล้ว ซิดค้อนว่ารินเองก็ทำธุรกิจหาเงินสร้าง Home ใหม่ไม่ใช่เหรอ? รินบอกว่าตอนนี้เขาทำธุรกิจเพื่อสร้างบ้านของเขาเองต่างหาก นาดาล่าเสริมว่าตอนนี้ทุกคนต่างก็อยู่กับการหาที่อยู่ที่สมควรสำหรับตนเอง ถึงซิดสร้าง Home ขึ้นใหม่ ก็ไม่มีใครมาอยู่ด้วยแล้ว ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เราต้องยอมรับ

- ตอนร้องเพลง วิญญาณเลนออกมาจากชุด ทำปฏิกิริยากับจอสเฟียร์ยักษ์ ความคิดที่อยู่ในชุดก็สะท้อนออกมาบนจอนั้น

- เลนน์เป็นนักร้องชื่อดัง และก็เป็นอัจฉริยะด้านการอัญเชิญ แต่พอสงครามเครื่องจักรเกิดขึ้น พวกผู้อัญเชิญก็ถูกส่งไปเป็นแนวหน้าในการลบ แต่กำลังของซาร์นัลกันด์นั้นสู้ไม่ได้ เลยรู้ว่าเธอไปแล้วไปลับแน่ แต่ก็จะสู้เพื่อปกป้องผู้คน แต่แล้วชูอินก็หาทางขัดขวาง โดยคิดขโมยจักรกลของศัตรู แต่ก็ไม่สำเร็จ

- ริคคุบอกว่าเข้าใจความรู้สึกของชูอินที่ต้องการปกป้องคนรัก เหมือนที่ริคคุเคยพยายามช่วยยูน่าตอนซิน ไพน์บอกว่าเลนเองก็คงรู้สึกเหมือนกัน คนที่เธอรักดิ้นรนช่วยเธอ ต่อสู้จนลมหายใจสุดท้ายเพื่อเธอ คำพูดสุดท้ายของเลนต้องเป็นคำพูดดีๆ ที่ว่า "ฉันรักเธอ" (เดาว่าภาคญี่ปุ่นน่าจะเป็น ขอบคุณนะ อ้างอิงแบบตอนจบภาค X)

- ยูน่าบอกว่าแบบนี้ไม่ดีเลย สุดท้ายชูอินก็ไม่เคยได้ยินคำนั้น ไพน์บอกว่าคำพูดของเลน อาจเป็นสิ่งเดียวที่ไปถึงใจของชูอินได้ เลนถึงเลือกยูน่าให้เป็นคนส่งมอบคำพูดนั้น ริคคุยังสงสัยว่าแล้วจะไปพูดให้ชูอินฟังได้ยังไง

- เลอบลังมาถามหาว่าพบนูจรึยัง ยูน่าบอกว่านูจกับกิปเปิลไปหยุดยั้งบาลาไลและเวกนากันที่ Farplane เลอบลังเลยจะตามไปหยุดเวกนากันเพื่อช่วยสปิร่าด้วยพลังแห่งรัก.... พวกอูโน่ซาโน่ไม่อยากไป เพราะเข้าใจว่าต้องตายก่อนถึงจะไปได้

- กิปเปิลซ่อมดาวเทียมสอดแนมที่ชินระส่งลงไปใน Farplane จนสามารถส่งภาพติดต่อกลับมาได้ กิปเปิลบอกว่าสิ่งประดิษฐ์นี้สามารถเปลี่ยนโลกได้เลย คนสร้างต้องอัจฉริยะน่าดู ชินระที่ได้ยินก็ชมว่าหมอนี่ตาถึงจริงๆ กิปเปิลเองก็บอกว่าเขาเองก็เจ๋งเหมือนกันที่ซ่อมมันได้ กิปเปิลพยายามพูดคุยกับดาวเทียมสอดแนม แต่ไม่มีการตอบรับ เพราะมันส่งภาพกลับไปได้อย่างเดียว

- นูจบอกกิปเปิลว่ามีแผนหยุดเวกนากัน แต่ถ้าไม่สำเร็จ คงต้องขอโทษด้วยความตาย

- อานิคิถามยูน่าว่าจะเอาไงต่อ ยูน่าบอกว่าจะไปช่วยนูจ แต่ก่อนอื่นเธอต้องได้บอกชูอินว่าเลนรู้สึกยังไง อยากให้ชูอินได้เข้าใจ

- ก่อนที่เบคเคลมจะออกจากบีไซด์เพื่อกลับ Youth League ได้ฝากสเฟียร์ไว้ให้วักก้า สเฟียร์อันนั้นเบคเคลมได้มาจากแชปปูอีกที ในนั้นเป็นแชปปูอัดไว้ตอนจะออกจากบีไซด์ เป็นคำสารภาพว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เจอสเฟียร์ที่บันทึกหน้าพ่อแม่ไว้หรอก เขาปั้นเรื่องขึ้นเพราะตอนนั้นเขาเบื่อที่วักก้าชอบเทศน์สอนเขา เลยกุเรื่องเห็นหน้าพ่อแม่ขึ้นมา แต่ที่จริงแล้ว เขาก็ต้องการมีพี่ชายอย่างวักก้าจริงๆ

- ส่วนที่สลัมกัวโด้ พวกกัวโด้อพยพกลับมาที่เมืองแล้ว โทรเมลล์อธิบายว่าตอนอยู่ในป่า เสียงเพลงของพวก 3 นักดนตรีได้เยียวยาจิตใจของพวกเขา จนโทรเมลล์คิดได้ว่าจะไม่หนี ไม่ซ่อนตัวอีกแล้ว ถ้าพวกกรอนโซ่จะมาเอาชีวิตเขา เขาก็จะยอมให้แต่โดยดี พวกกัวโด้ที่ปลงแล้วก็หายกลัว กลับมาอยู่ที่สลัมตามเดิม แล้วตั้งให้โทรเมลล์เป็นผู้นำต่อไป

- ที่ถนนมิเฮน โจโคโบะอีทเตอร์เป็นคนร้ายที่ล้มโฮเวอร์ ใช้ control panel ป่วนการสั่งการหุ่นยนต์ที่เฝ้ายามทั่วถนน เพื่อให้มนุษย์ยกเลิกการใช้หุ่นยนต์และโฮเวอร์ แล้วกลับมาใช้โจโคโบะแทน มันจะได้กินโจโคโบะได้

- ชินระบอกว่านี่อาจเป็นภารกิจสุดท้ายของเขา แล้วก็โผกอดยูน่า จนอานิคิอิจฉา ไม่รู้ชินระพูดจริงหรือแค่หาเรื่องกอด

- อิซารุกลับมาช่วยดูแลเบเวลร่วมกับมาโรด้าและน้องพาซเซ่

- ลูซิลบอกว่า 2 ปีก่อน หลังซินตายไปแล้ว เยาวชนรุ่นใหม่ก็สูญเสียศัตรูเพียงหนึ่งเดียว และก็เสียจุดหมายในชีวิต ไม่รู้จะทำไง ไม่มีพลัง แต่แล้วนูจก็ชี้นำทุกคนให้มีจุดหมายใหม่ คือการเปิดโปงอดีตที่แท้จริงของสปิร่า ก่อนหน้านี้นูจเป็นพวกไม่กลัวตาย สู้แบบไม่กลัวตาย ไม่รู้ว่าทำไมนูจถึงได้เปลี่ยนไป ถึงตอนนี้ พลังที่พวกเธอหวังใช้เพื่อทางที่ดี กลับทำให้พวกเธอมัวเมากับมัน หลงในอำนาจ ทำให้กลุ่มคิดแต่การทำลาย ไม่ใช่การสร้าง ไม่ต่างอะไรไปจากซิน ที่นูจให้หาอดีต ก็เพื่อเป็นรากฐานสู่อนาคต เราต้องใช้พลังเพื่อสร้างหนทางใหม่ สู่ยุคใหม่ ยุคที่ลูกหลานจะไม่ต้องจับดาบอีกต่อไป (ริคคุบอกว่า ผู้นำอย่างลูซิล ทำให้อานิคิดูกากไปเลย)

- เบคเคลมบอกว่าตั้งแต่กลับมี่ที่สำนักงานใหญ่ก็ทำแต่งานเอกสาร และบอกว่าแชพพูคงชอบชื่อวิดิน่าเหมือนกัน (อินามิ)

- สเฟียร์นูจที่ลูซิลให้มาเล่าเรื่องตอนที่นูจบอกว่า ตัวเขาเองเป็นครึ่งจักรไปครึ่งตัว ถ้าบอกว่าตัวเองเป็นคนที่ตายไปแล้ว ก็ถูกครึ่งผิดครึ่ง ในส่วนลึกของเขากระหายความตาย ไม่รู้ว่าเพราะร่างเนื้อของเขาอยากเป็นอิสระ หรือเพราะส่วนที่เป็นจักรกลในร่างเขาต้องการให้เป็นหุ่นทั้งร่าง เขาพร่ำพูดถึงการแสวงหาอนาคตให้กับสปิร่า แต่เขากลับไม่รู้อนาคตของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

- จอสเฟียร์ยักษ์ที่ชินระเอาไปไว้ที่ทุ่งสายฟ้า ทำให้มอนสเตอร์แห่กันออกมาอาละวาด โผล่มาดูดพลังจากเสาล่อฟ้า

- เจอซิดที่ดันเจี้ยนในทุ่งสายฟ้า ยูน่าจะชวนซิดขึ้นยานเหาะ แต่อานิคิบอกว่าถ้าอยากขึ้นก็ต้องขอโทษเขาก่อน ซิดยอมขอโทษง่ายๆ อานิคิเลยงงว่าคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงขอโทษง่ายแบบนี้ ยูน่าคิดว่าซิดกับอานิคิคงทะเลาะอะไรกันตลอดหลายปีมานี้ ริคคุเองก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายเกิดอะไรขึ้นถึงแยกทางกัน แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังคุยกันได้ ยูน่าเองก็อยากคุยแบบนี้กับพ่อตัวเอง หรือกับเจคท์พร้อมกับทีดัส

- พอขึ้นมาบนยาน ซิดจะบ่นให้ขับดีๆ หน่อย แต่อานิคิก็จะบอกว่านี่เป็นยานของพวกเขา จะขับยังไงก็ได้

- การิคถามคิมาริว่าที่ผ่านมารอนโซ่ฝึกพลังเพื่อใช้ปกป้องภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเยว่อน แต่ตอนนี้ไม่มีผู้อัญเชิญมายังภูเขานี้อีกแล้ว ถ้างั้นรอนโซ่จะฝึกฝนพลังไปเพื่ออะไร คิมาริตอบไม่ได้

- ลิอันกลับเอดกลับมาหาคิมาริ ทั้งที่ยังหาวิธีรักษาเขาของคิมาริไม่เจอ ทั้งสองบอกว่าได้ไปดูโลกกว้างมาแทบไม่อยากกลับบ้านเลย ก็อยากไปดูโลกกว้างอีก คิมาริเห็นด้วยว่าการเดินทางนั้นได้สอนอะไรมากกว่าอยู่บนภูเขา

- คิมาริตามการิคขึ้นไปบนเขา การิคไม่นับถือคิมาริเป็นหัวหน้าเผ่าแล้ว และต่อยคิมาริที่ตอบคำถามเขาไม่ได้ แต่คิมาริก็ต่อยอัพเปอร์คัตกลับจนการิคหงายเก๋งไป คิมาริบอกว่าทำไมไม่คิดหาคำตอบเอง เอาแต่ขอคำตอบจากเขา ลิอันกลับเอดมันยังรู้จักออกเดินทางเพื่อหาคำตอบเอง การิคถามว่าการิคต้องคิดเองเหรอ? แต่คิมาริบอกว่าเปล่า เราจะร่วมคิดหาคำตอบไปด้วยกัน แล้วคิมาริก็จับมือการิคให้ลุกขึ้น ปัญหาของคนหนึ่งคือปัญหาของทุกคน ปัญหาของทุกคนคือปัญหาของคนเดียว สักวันทางออกจะปรากฏชัด

- บนยอดเขากากาเซท พวกรอนโซ่สร้างรูปปั้นให้คิมาริ การิคเสนอว่าควรจะต่อเขาให้รูปปั้นด้วย แต่คิมาริบอกว่าไม่จำเป็น เขามองไปยังอนาคตมากกว่าสิ่งที่เสียไปแล้ว

- สุดท้ายซาร์นัลกันด์ก็เต็มไปด้วยลิง ไม่มีคนมาท่องเที่ยว ยูน่าเข้าใจว่าเธอคงไม่อาจรักษาที่แห่งนี้ให้อยู่ได้ตลอดไป เธอต้องยอมรับ สักวันเะออาจพบสิ่งที่สำคัญกว่า แต่จนกว่าจะถึงวันนั้น เธออยากปกป้องสถานที่แห่งนี้ให้ได้ ซึ่งลำพังพวกลิงคงทำกันเองไม่ได้ (ตรงยอดที่ทีดัสเคยไปยืน มีลิงอยู่ด้วยกันคู่หนึ่ง) พวกเธอต้องช่วยด้วย (คล้ายๆ คอนเซปต์ในฝั่งบีไซด์ ที่ว่าความทรงจำนั้นสำคัญ แต่ก็เป็นแค่ความทรงจำ ถ้าการรักษาสถานที่แห่งความทรงจำ จะเสี่ยงต่อการสูญเสียสิ่งสำคัญในปัจจุบันไป มันก็ไม่คุ้มกัน)

- เมเชนเล่าว่าเวกนากันถูกสร้างขึ้นช่วงสงครามแต่ไม่เคยถูกใช้ เนื่องจากมันแยกเพื่อนแยกศัตรูไม่ได้ เลยไม่สามารถนับเป็นอาวุธไว้ต่อกรซินได้ มันอันตรายเกินไป ทำลายมั่ว ไพน์จะส่งสัยว่าทำไมเมเชนรู้เยอะจัง เมเชนบอกว่าเขาอยู่มานานจนลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นคนที่ตายไปแล้ว พึ่งจะนึกออกตอนได้จับมือกับยูน่า มันทำให้เขานึกถึงตอนที่จับมือกับเลนเมื่อพันปีก่อน ผู้หญิงสองคนแต่กลับให้สัมผัสในการจับมือที่เหมือนกัน ในชีวิตเขาได้ผ่านพบผู้คนมากมาย คนที่รู้จักก็ตายไปหมดแล้ว แต่ก็จะยังคงอยู่ในใจเขา แล้วเมเชนก็ไปสู่สุขคติ

- ชินระบอกว่า Farplane มีพลังงานที่ค้ำจุนดวงดาวของเราอยู่ ถ้าศึกษาต่ออาจหาวิธีดึงพลังงานมาอยู่ในรูปที่ใช้งานได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกนับชั่วอายุคน ยูน่าบอกว่าอาจจะสร้างเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี ไม่มีวันหลับใหลก็ได้ ชินระบอกว่าแน่นอนที่สุด แต่ยูน่าก็เศร้าที่เธอคงไม่ได้อยู่ดูถึงวันนั้น ริคคุจะคิดว่าถ้าเอามาใช้ได้ ก็คงสร้างเมืองเหมือนซาร์นัลกันด์พันปีก่อนได้ ส่วนไพน์สงสัยว่าเวกนากันเอาพลังงานนั่นจาก Farplane มาใช้รึเปล่านะ?

- บัดดี้กับอานิคิ มาคุยกันบนดาดฟ้าว่าชินระคงเตรียมออกจากกลุ่มแล้ว และไม่รู้ว่ายูน่ากับไพน์คิดอะไรอยู่ อานิคิบอกว่าสงสัยต้องรับสมัครคนเพิ่มซะแล้ว บัดดี้บอกว่าคราวนี้เอาสาวๆ อีกนะ อานิคิก็บอกว่าซีเรียสเลยนะ คราวนี้จะหาแบบแหล่มๆ เลย บัดดี้บอกว่าเอาสวยกว่ายูน่าเลยมั้ย? อานิคิบอกว่าคงหาไม่ได้อ่ะ บัดดี้บอกว่าหาสมาชิกใหม่ไม่ได้ ก็ต้องกลับไปหาซิดกันอีก แล้วซิดจะวิ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าพอดี ซิดบอกว่าถ้าพวกแกไม่กลับไปดูแลยาน เขาจะจัดการ (ยึด) เอง ทั้งสองเลยรีบวิ่งกลับไป พอเราลงมาไพน์จะบอกว่าซิดท่าทางไม่ชอบระบบออโต้ไพลอท

- พอลงไปที่ห้องเครื่อง บัดดี้จะบอกว่าให้อยู่ห่างๆ ไว้ถ้าไม่อยากให้มือเป็นอะไรไป แล้วเล่าให้ฟังว่่เขาเจอยานเซลเซียสนี้ครั้งแรกหลังจากที่ยูน่าปราบซินได้ ตอนนั้นเขาได้ยินว่ามียานเหาะเก่าอยู่ใต้ท้องทะเลลึกทางเหนือ เขากับอานิคิเลยไปยังทะเลน้ำแข็ง ซึ่งหมอกหนามากจนไม่รู้ทิศ ตอนนั้นคิดว่าจะแข็งตายแล้ว แต่ก็มีนกนางนวลบินมาจากไหนไม่รู้ ราวกับมาช่วยพวกเรา ก็เลยวิ่งกุลีกุจอตามนกไป จนมาเจอยานนี้อยู่ในน้ำแข็ง พร้อมกับเจ้านกที่ช่วยพวกเขาไว้ ดังนั้นถึงตั้งชื่อกลุ่มว่านกนางนวล ....แต่มันยังไม่ได้มีเท่านี้... เขาไม่อยากเล่าต่อ ยูน่าจึงอ้อนให้เล่าต่อให้จบนะๆๆ บัดดี้เลยบอกว่าตอนนั้นถึงจะเจอยาน แต่ก็ไม่มีอะไรกิน ขณะที่กำลังจะหิวตาย ก็มีนกนางนวลบินผ่านหัว ราวกับมาช่วยพวกเขา ทั้งสองเลยใช้แรงเฮือกสุดท้ายรวบมันมาซะ แล้วก็.... ฉัวะะ! ถึงตรงนี้ยูน่าจะบอกว่าไม่เอาแล้ววว พ๊อออ

- ที่ห้องพัก ซิดจะขอให้พวกยูน่าและริคคุทำตัวเป็นผู้หญิงมากกว่านี้หน่อย ไม่ใช่ตะลอนๆ ทำอะไรบ้าๆ ริคคุบอกว่าก็ที่ผ่านมาซิดเลี้ยงพวกเขาแบบละเลย พวกเขาเลยโตมาตามใจชอบ ซิดบอกว่างั้นจากนี้ไปเขาจะเลี้ยงให้ดีเลย แต่อานิคิบอกว่าพวกเขาโตๆ กันแล้วนะ แต่ซิดจะยังมองว่าทั้งสองเป็นแค่เด็กเปรตอยู่ดี

- มาร์เนล่า ผู้นำกระบองเพชนที่ทะเลทรายบีคาเนล เสียชีวิตหลังจากใช้พลังชีวิตทั้งหมดขับไล่ปิศาจที่มาก่อกวนทะเลทรายออกไป

- หลังปราบอันกรามันยูได้ มาร์เนล่าต้นเก่าที่ตายไป ก็จะเกิดเป็นมาร์เนล่าต้นใหม่ขึ้นมา ที่จะมาเป็นผู้นำของพวกกระบอกเพชรต่อไปในอนาคต คำว่ามาร์เนล่า ในภาษาของกระบองเพชน หมายถึง คุณย่า (grandma)

- สมัยก่อนเยว่อนให้พวกแคนดิเดตเข้าไปในถ้ำอากากิ ใครออกมารายงานได้ว่าข้างในเป็นยังไง จะให้เป็นสมาชิกกลุ่มอากากิอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีแค่ 3 หน่อนั่นที่รอด

- ที่ถ้ำอากากิ ที่นั่นเต็มไปด้วยแมลงแสงมายา สภาพก็เหมือนโดมซาร์นัลกันด์ใน FFX ที่มีแมลงแสงมายามากจนกลายเป็นเหมือนสเฟียร์ขนาดยักษ์ ความทรงจำมากมายถูกอัดแน่นไว้ที่นั่น รวมถึงความสิ้นหวังของชูอิน ในอดีตพวกกลุ่มอากากิก็มายังที่แห่งนี้ สัมผัสความสิ้นหวังของชูอิน จิตใจแหลกสลาย แล้วก็หันอาวุธเข้าฆ่ากันเอง ทว่าเจ้าสามหน่อกิปบานูดันรอดมาได้ ส่วนชูอินพอเห็นตัดสินใจจะใช้ไอ้สามหน่อนั่น ทั้งนี้ความทรงจำที่ 3 คนนั้นฆ่ากันเอง ก็ยังตกค้างอยู่ในถ้ำ 

 แต่พอออกจากถ้ำเพื่อมารายงานแล้ว พวกเยว่อนก็จะยิงทิ้ง เลยหนีตายกันมาพร้อมไพน์ พวกนูจพอได้รู้เรื่องเวกนากันก็คิดจะค้นหาเบื้องหลังของมัน นูจบอกว่าถ้าพวกนั้นรู้ว่าพวกเราไม่ตาย คงวุ่นวายแน่ จะเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มก็เสี่ยงไป เลยให้แยกทาง แต่พอกิปเปิลและบาลาไลหันหลังให้ นูจที่โดนสิงก็ยิงทั้งสองคน ไพน์ก็โดนด้วย เลยวงแตก ทว่าจริงๆ แล้วตอนนั้นชูอินสิงนูจอยู่ หลังจากนั้นชูอินก็ครอบงำและส่งอิทธิพลต่อความคิดของนูจ ในการตามหาเวกนากัน โดยที่นูจไม่รู้ว่าชูอินอยู่ในร่างเขาด้วย สิงมาตลอดจนกระทั่งนูจไปเจอบาลาไลที่อันเดอร์เบเวล ชูอินก็ย้ายไปสิงบาลาไลแทน 

- ตอนที่นูจรู้ว่าเวกนากันอยู่ในอันเดอร์เบเวล ก็เดินทางไปแล้วเจอกิปเปิลและนูจที่นั่น แต่บาลาไลไม่เชื่อใจนูจเลยพยายามที่จะฆ่า กิปเปิลเลยต้องชักอาวุธมาขู่บาลาไลด้วย ความรู้สึกลบในตอนนั้นทำให้ชูอินในร่างนูจตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และหันไปสิงร่างของบาลาไลแทน จากจุดนี้ชูอินก็ควบคุมร่างของบาลาไลได้สมบูรณ์ ต่างจากตอนหลับอยู่ในร่างนูจ

- หลังจากนั้นบาลาไลก็ไปรายงานให้ซีมัวร์ฟัง ซีมัวร์เลยรับปากจะลบประวัติเรื่องกลุ่มอากากิของบาลาไลให้ จากนั้นบาลาไลก็ซ่อนตัว

- อิโนริโกะของบาฮามุทบอกว่า พวกอิโนริโกะคนอื่นๆ พยายามหยุดชูอินแล้ว แต่พวกเขากลับตกสู่ความมืดมิด ทำให้มีสภาพไม่ต่างจากพวก Fiend

- และบอกอีกว่าชูอินเป็นเงาของคนที่ตายไปแล้ว ยูน่าก็บอกว่าเธอจะเป็นแสงสว่างที่จะขจัดเงามืด เธอจะหยุดเขา ด้วยความรักจากเลน

- นูจทิ้งสเฟียร์ไว้ที่ Farplane Abyss บอกว่าไม่ต้องตามมา ให้รอเขากลับไปเอง เลอบลังเห็นแล้วก็เชื่อฟัง เธอบอกว่าในเส้นทางข้างหน้ามีปิศาจร้ายรออยู่มากมาย แต่กลับไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่รู้ว่านูจผ่านเข้าไปได้ยังไง (มันมีกลไกดนตรี)

- ไพน์บอกว่าไม่ใช่แค่เธอกับยูน่าที่โดนอดีตตามหลอกหลอน ชูอินเองก็ด้วย ไพน์เองก็มีอะไรที่อยากไปบอกนูจด้วยตนเองเหมือนกัน

- พอตามไปด้านใน จะเจอกิปเปิลบาดเจ็บอยู่ กิปเปิลบอกว่านูจไปข้างในแล้ว ตอนนี้เลอบลังจะตามมา แล้วเราจะขอให้เลอบลังช่วยอยู่ดูแลกิปเปิล แล้วกิปเปิลจะให้สเฟียร์ของไพน์มา ตอนนั้นเมื่อ 2 ปีก่อน (กิปเปิลเป็นคนถ่าย) ไพน์บอกว่าอยากจะผจญภัยไปกับเรือเหาะ บาลาไลบอกว่าเขาจะเป็นนาวิเกเตอร์ให้ แล้วไพน์เป็นนักบิน ส่วนกิปเปิลยอกว่าเขาจะเป็นวิศวกร แล้วไพน์ก็จะยกให้นูจเป็นกัปตัน นูจถามว่าเมื่อสมัครเล่นอย่างเขาจะไหวเหรอ? กิปเปิลตอบว่าชิลๆ น่ากัปตัน อยู่เงียบๆ แล้วทำเรื่องสำคัญๆ ไปแหละดีแล้ว ทุกคนจะหัวเราะด้วยกัน

- กลับมาปัจจุบัน ไพน์ตัดพ้อว่าไพน์คนเดิมเมื่อ 2 ปีก่อนหายไปไหนนะ แต่ะยูน่าบอกว่า ก็แค่หลับใหลอยู่ในตัวไพน์เท่านั้น

- ไปถึงด้านใน เจอนูจที่บอกว่าเวกนากันและบาลาไล ตกอยู่ใต้การควบคุมของชูอินแล้ว เขาจะยิงบาลาไลซะ แค่นี้ชูอินก็จะใช้ร่างของบาลาไลไม่ได้ ถ้าโชคดีบาลาไลก็รอตดาย จากนั้นชูอินก็จะมาสิงเขาแทน แล้วเขาก็ยอมตายไปพร้อมกับชูอิน แต่ยูน่าจะไม่เอาด้วย บอกว่าแผนห่วยแตก ไม่ต่างจากที่เธอทำเมื่อ 2 ปีก่อน ทำลายพวกพ้องให้ตัวเองรอด รู้มั้ยว่าที่ผ่านมามันทำให้เธอรู้สึกยังไง ที่ยอมให้มันเป็นจริง เธอพยายามยอมรับ เชื่อว่ามันเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยสปิร่าได้ แต่เธอเจ็บปวดมาตลอด ทุกคนเอาแต่บอกว่ายอดมากยูน่า เธอช่วยพวกเราไว้ แต่ตอนนี้เมื่อเธอมองกลับไป คนที่ควรอยู่ตรงนี้ คนที่ควรได้ยืนยิ้มเคียงข้างเธอ ไม่มีอยู่อีกแล้ว... (เสียงวิญญาณเจคท์บอกว่า เราไม่มีทางเลือก เขาขอโทษ) แต่ยูน่าบอกว่าทุกคนเอาแต่พูดว่าไม่มีทางเลือก ไม่มีทางเลือก ย้ำรัวๆ คิดว่ามันเป็นคำวิเศษที่จะปลอบประโลมใจได้ แต่ก็ไม่เคยได้ มีแต่จะทำให้เสียใจ เธอไม่อยากให้เพื่อนต้องตาย หรือหายไป ไม่ยอมรับการเสียสละ เธอจะไม่ยอมรับการต่อสู้ที่ต้องสูญเสียถึงจะชนะอีกแล้ว ดังนั้น ขอให้เชื่อในยูน่าไว้ ยูน่าจะจัดการเอง

- แล้วยูน่าก็ถามริคคุว่า เวกนากันเป็นหุ่นยนต์ เราก็แยกส่วนมันได้ใช่มั้ย? ริคคุบอกว่าน่าจะใช่ กิปเปิลที่ตามมาจะบอกว่าเราทำลายมันได้แน่ เพราะอะไรรู้มั้ย? ริคคุตอบว่าเพราะมนุษย์เป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองไง! แล้วเลอบลังที่ตามมาก็มาช่วยด้วย เธอบอกว่าเธอไม่เคยอยากจะเป็นคนที่ต้องรออยู่ข้างหลังอย่างเดียวสักหน่อย นูจจะถามว่าแล้วจะจัดการกับชูอินยังไง? ยูน่าตอบว่าใช้ความรัก!! นูจจะบอกว่า... ultimate illusion ชัดๆ ยูน่าบอกว่าเธอมาถ่ายทอดความรู้สึกของเลนให้ชูอินฟัง จะหยุดยั้งชูอินได้แน่ ซึ่งเลอบลังฟังแล้วก็เคลิ้มเห็นชอบด้วย

- เวกนากันเริ่มตื่น ยูน่าบอกให้แยกไปจัดการส่วนต่างๆ เลอบลังอาสาไปทำลายขา กิปเปิลกับนูจไปที่ลำตัว ยูน่ากับพวกจัดการหาง

- เลอบลังจะทำลายขาไม่ได้ และทิ้งไว้ให้เราจัดการ ส่วนเธอตามไปช่วยนูจ

- สุดท้ายเราทำลายทั้งหาง ขา และตามไปช่วยพวกนูจที่ทำลายส่วนลำตัวไม่ได้

- ทำลายลำตัวมันได้ โดยทำลายส่วน Core

- พอชูอินออกมา ยูน่าที่โดนมองเป็นชูอิน ก็จะบอกรักชูอิน แล้วบอกว่าขอบคุณมากที่พยายามปกป้องเธอไว้ และชักจูงให้ชูอินไปสู่สุขคติด้วยกัน ชูอินเลยยอมออกจากร่างบาลาไลมา และเดินออกมายื่นมือให้ยูน่า ด้วยความตั้งใจที่จะพาเลนไปสู่สุขคติด้วยกัน แต่แล้ว ณ ที่ตรงนั้นคนที่เขาเห็นคือยูน่าที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่เลน ชูอินได้สติว่านี่ไม่ใช่เลน และชักอาวุธออกมา

- หลังชนะชูอินได้ วิญญาณของเลน จะออกมาจากชุดที่ยูน่าใส่จริงๆ ตอนแรกชูอินจะปัดใส่ แต่เลนกลับกุมมือของชูอินเอาไว้ ...ชูอินบอกว่าเขารอคอยมาพันปี สุดท้ายก็เพื่อช่วงเวลาแค่นี้เองเหรอ? เลนบอกว่าแค่นี้ก็พอแล้ว เธอไม่ต้องการอะไรอื่น แค่ได้รู้ว่าเขารู้สึกยังไงก็เพียงพอแล้ว กลับบ้านด้วยกันเถอะนะ เรื่องมันผ่านมาพันปีแล้ว มันเนิ่นนานเกินกว่าที่เราจะมองย้อนกลับไป ดังนั้น ไปด้วยกันนะ ไปกันเถอะ... ฉันมีเพลงใหม่เตรียมไว้ให้เธอโดยเฉพาะ

- แล้วเลนก็หันมาขอบคุณยูน่า ก่อนจะสลายไป สู่สุขคติ พร้อมกันกับชูอิน

- ที่งานแถลงข่าวและปาร์ตี้การกลับมาของสามแกนนำ ภายในเมืองลูก้า นูจบอกกับสาธารณชนว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีความฝันที่จะล่องเรือไปด้วยกันโดยมีเขาเป็นกัปตัน ต่อมาเขาก็กลายเป็นกัปตันของเรือใหม่และเพื่อนใหม่ เรือลำนั้นคือ Youth League

- บาลาไลพูดต่อ ส่วนคนอื่นๆ ก็เลือกกัปตันอีกคน แล้วเรือลำนั้นก็คือ New Yevon

- กิปเปิลบอกว่าเขาก็เหมือนกับทุกคน เราต้องการกัปตัน ต้องการเรือ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น เราต้องการล่องเรือไปด้วยกัน

บาลาไล :  เรื่องบางอย่างมันก็ทำคนเดียวไม่ได้ แต่หากมีเพื่อนอยู่เคียงข้าง มันจะกลายเป็นเรื่องง่ายในทันที

นูจ : นี่คือบทเรียนที่พวกเขาได้เรียนรู้ ในตอนที่ต่างคนต่างแยกกันล่องเรือนั้นไป

บาลาไล : นั่นคือพลัง ซึ่งเราได้ใช้มันในทางที่ผิด เราได้เปลี่ยนพวกพ้องและผู้ติดตามให้กลายเป็นศัตรูกัน

นูจ : เราขอโทษ (นูจก้มหัวพร้อมบาลาไล แต่เหมือนไม่ได้นัดกับกิปเปิลไว้ พอกิปเปิลหันไปเห็น เลยรีบก้มตาม)

บาลาไล : พวกเขาได้ลืมไปว่า ยังมีเหลือที่ลำใหญ่กว่า เรือที่เรานั่งมาตั้งแต่เมื่อครั้งเราเกิด เรือลำนั้น คือสปิร่า

นูจ : ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางของพวกเราจะไปยังแห่งใด แต่เราก็รู้อย่างหนึ่ง ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เราจะมีชีวิตกันต่อไป ความสงบสุขจะคงอยู่ต่อไป

กิปเปิล : สุดท้ายนี้ เราทุกคนล้วนเป็นหนี้วีรสตรีคนพิเศษ ทุกคนรู้ว่าผมหมายถึงใคร จริงๆ ก็อยากให้เธออยู่ด้วยที่นี่ในวันนี้ เธอทิ้งข้อความไว้ว่าเธอจะกลับบ้าน ดังนั้น ก็ขอให้โชคดี แต่ไม่ลาก่อนนน

- อานิคิที่อยู่บนยาน จะเปิดลำโพงก้องจะโกนกลับมาว่า แล้วเจอกันหม่ายยยยย!!

- บนดาดฟ้ายาน ยูน่าคิดว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย นี่คงเป็นแค่จุดเริ่มต้น สู่รอยยิ้มและน้ำตา สู่ความโกรธและเสียงหัวเราะที่จะตามมา เธอรู้ว่าเธอคงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นี่คือเรื่องราวของเธอ และมันต้องเป็นเรื่องราวที่ดีแน่นอน ทั้งหมดนี้เริ่มต้นขึ้นจากการที่เธอได้เห็นสเฟียร์ของเขาคนนั้น.... (สเฟียร์ของชูอินน่ะนะ)

- พอทีดัสกลับมากอดกับยูน่า วักก้าที่มาเห็นบอกให้ทั้งสองไปเปิดห้อง... จะทำอะไรก็ไปทำกันในห้อง ไม่ใช่มาทำต่อหน้าประชาชี แล้วทีดจะตะโกนกลับมาว่าใครใช้ให้มามองงง

- จบแบบไม่เห็นหัวอานิคิที่ม่อยูน่ามาตลอด.... แต่ก็นะ อานิคิเคยพูดกับบาร์คีพเองว่า เขาชอบมองแผ่นหลังของยูน่า การที่ยูน่าหันหลังให้เขาอยู่ตลอด เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

- ใน Last Mission จะมีช่วงที่ริคคุบอกว่าชินระช่วยรินทำโปรเจคท์หุ่นยนต์อยู่ เรื่องนี้คุณโนจิมะ ได้ขยายความในอัลติมาเนียว่าหลังออกจากกลุ่มคาโมเมะดัน ชินระได้รับเงินสนับสนุนมหาศาลจากรินและเริ่มทดลองใช้เวกนากันสูบพลังงานมาโคจาก Farplane (เวกนากันใช้พลังงานจาก Farplane และพลังงานจาก Farplane ก็คือพลังงานของดวงดาว) แต่ชินระยังไม่สามารถสร้างระบบในการเอาพลังงานนี้มาใช้ประโยชน์ได้ทันในยุคของเขา ในอนาคต เมื่อการเดินทางไปยังดวงดาวอันห่างไกลเป็นไปได้ บริษัทชินระก็ได้ก่อตั้งขึ้นบนดาวอื่น นี่ก็เป็นเรื่องราว 1,000 ปีต่อมา คุณโนจิมะ คิดแบบนั้น

- นอกจากนี้ยังมี side story ที่ชินระวิจัยอัลเทม่าเวพ่อนและโอเมก้าเวพ่อน จนโดนแมลงแสงมายาจากโอเมก้าเวพ่อนครอบงำและกลายร่างเป็นไซเคียวชินระ เมื่อเราปราบได้ ชินระก็จะกลับเป็นปกติ

เรื่องของ Farplane

ตอนเด็กๆ มีคำถามนึงที่ค้างคามาตลอด ว่าสิ่งที่พวกทีดัสเห็นใน Farplane คืออะไรกันแน่? วิญญาณของคนตาย? หรือแมลงแสงมายาทำปฏิกิริยากับความทรงจำของคนเป็นอย่างที่ริคคุพูด

วันนี้ มาเห็นที่เมเชนพูด ก็ได้เข้าใจ... และรู้สึกสงสัยว่าทำไมตอนนั้นไม่เข้าใจฟะ ในเมื่อเกมมันออกจะอธิบายชัดเจนแล้ว

ย้อนไปถึงซีรีส์ XIII ที่พึ่งจบไปเร็วๆ นี้หน่อยว่า ในซีรีส์นี้มีแนวคิดหนึ่งว่า เมื่อคนเราตายไปแล้ว เคออส/วิญญาณ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งลอยไปรวมกับมวลเคออสในโลกที่มองไม่เห็น (ถ้าเป็น VII ก็คือไปรวมกับไลฟ์สตรีมในใต้ผิวโลก ถ้าเป็น IX ก็คือกลับไปรวมตัวอยู่ในคริสตัล) และอีกส่วนหนึ่ง.... จะตกค้าง หลงเหลืออยู่ในใจของคนที่ยังมีชีวิตอยู่

มาในภาค X เมเชนก็ได้บอกไว้ทำนองเดียวกันว่า เวลาคนเราตายลง ก็จะทิ้งส่วนเล็กๆ บางส่วนไว้ในหัวใจของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป แล้วส่วนเล็กๆ นั้นก็จะทำปฏิกิริยากับแมลงแสงมายา ปรากฏตัวขึ้นมาใน Farplane .....ซึ่งคำอธิบายนี้ก็ลงตัว ตอบข้อสงสัยได้ดี และเป็นคำอธิบายที่อยู่กึ่งกลางระหว่างแนวคิดของเยว่อนและอัลเบด ทำให้แนวคิดของเยว่อนถูกครึ่งหนึ่ง และแนวคิดของอัลเบดถูกอีกครึ่งหนึ่ง

ที่ว่าแนวคิดของเยว่อนถูกครึ่งคือ... สิ่งที่ปรากฏให้เห็นนั้น เป็นเสี้ยวหนึ่งของคนที่ตายไปแล้วจริงๆ (แต่เป็นเสี้ยวที่ตกค้างอยู่ในตัวคนเป็น ไม่ใช่เสี้ยวที่ลอยไปยัง Farplane)

และที่ว่าแนวคิดของอัลเบดถูกก็คือ... สิ่งที่ปรากฏให้เห็นนั้น คือแมลงแสงมายาที่ทำปฏิกิริยากับสิ่งที่อยู่ในตัวของคนเป็นจริงๆ (ไม่ได้ทำปฏิกิริยากับความทรงจำอย่างที่อัลเบดเชื่อ แต่ทำปฏิกิริยากับวิญญาณที่ตกค้างอยู่ในตัวคนเป็น)

No comments:

Post a Comment