บทสัมภาษณ์ FFVII Revelation จาก IGN
FFVII Revelation จาก IGN — Parachute ได้ไอเดียจาก Fortnite, Endo มองระบบต่อสู้ Rebirth ว่า “สมบูรณ์แล้ว” และ Vincent คือ 2 ตัวละครในร่างเดียว
รอบ IGN ภาษาอังกฤษ นี้สัมภาษณ์ทั้ง Naoki Hamaguchi และ Battle Director Teruki Endo ของใหม่จริง ๆ ไม่ได้เน้นเนื้อเรื่องเท่าไร แต่เป็นพวก เบื้องหลัง Game Design ว่าทำไม Revelation ถึงถูกสร้างออกมาแบบที่เราเห็น ซึ่งหลายอันน่าสนใจมากค่ะ
1. เริ่มจาก World Map ก่อน ฮามากุจิอธิบายว่า ถึง Revelation จะใช้พื้นที่จำนวนมากต่อเนื่องจาก Rebirth แต่ Side Quest และ Side Content จะเป็นของใหม่ ส่วนพื้นที่เดิมก็ไม่ได้เอากลับมาวางเฉย ๆ เพราะ Meteor ทำให้สภาพภูมิศาสตร์ของโลกเปลี่ยนไป และภาคนี้ยังเพิ่มแกน “ความสูง” เข้ามาผ่าน Highwind, Chocobo และการเดินทางแนวดิ่งอีกด้วย
2. ส่วนเหตุผลที่พวก Cloud ต้อง กระโดดร่มจาก Highwind นี่เอนดุมาก 55555 เพราะถ้าจะให้ Highwind ลงจอดแบบเกม Original ทีมก็ต้องทำพื้นที่ราบขนาดมหึมาสำหรับยานลงจอดไว้ทั่วโลก ซึ่งใน Open World ระดับนี้ไม่ Practical เยยนะ ทีมเลยคิดว่า งั้นให้ผู้เล่นบินไปเหนือจุดหมายแล้วโดดลงไปเองดิวะ 😭
ฮามากุจิบอกว่าหนึ่งใน Inspiration ของระบบนี้คือ Fortnite เพราะผู้เล่นยุคใหม่คุ้นเคยกับการกระโดดจากท้องฟ้าแล้วเลือก Landing Point อยู่แล้ว จึงเอาภาษาเกมแบบนั้นมาใช้เป็น Transition จาก Highwind ลงสู่ World Map
3. ฝั่งระบบต่อสู้ Teruki Endo พูดน่าสนใจมากว่า ทีมมอง Battle System ของ Rebirth ว่าแทบจะสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นตอนเริ่ม Revelation โจทย์ไม่ได้เป็น “จะรื้อระบบต่อสู้อีกยังไง” แต่เป็น “จะเพิ่มอิสระให้ผู้เล่นจากระบบนี้ยังไง”
สิ่งที่ออกมาเลยกลายเป็น FITS, การต่อสู้บน Chocobo และการเปิดอิสระด้าน Party Composition มากขึ้น พูดง่าย ๆ คือ Revelation ไม่ได้สร้าง Combat ใหม่ทับของเก่า แต่เอาระบบที่สั่งสมมาตั้งแต่ Remake → Rebirth แล้ว ขยายพื้นที่ให้ผู้เล่นเล่นกับมันได้เยอะขึ้น
4. อีกตัวที่ทีมทุ่มแรงผิดมนุษย์เพื่อนคือ Vincent ค่ะ 😭 Endo อธิบายว่า Vincent ถูกออกแบบแทบจะเหมือน “2 Characters in 1” เพราะร่างมนุษย์กับ Galian Beast มีทั้ง Moveset และ Animation คนละชุด ทีมต้องการให้ Vincent ซึ่งเพิ่งมา Playable ในเกมสุดท้ายโดดเด่นพอที่จะทำให้คนที่มี Main ประจำอยู่แล้วตั้งแต่สองภาคแรกอยากเปลี่ยนมาลองเล่นเขา
เพราะงั้นระบบ Transform เลยไม่ได้ถูกล็อกแบบ Limit Break ตาม Original แต่ถูกทำให้เป็นส่วนหนึ่งของ Gameplay โดยตรง สลับร่างแล้วเล่นต่อได้จริง ๆ ผลคือพี่วินเซนต์คนเดียวกินงบ Animation เหมือนมาทำงานสองคนค่ะ 5555225252521155
5. อีกเรื่องน่ารักคือชื่อ Revelation เคยมี Candidate เหลืออยู่ 3 ชื่อ ก่อนที่ Hamaguchi จะไปคุยกับ Tetsuya Nomura แล้วตัดสินใจเลือกชื่อนี้ ส่วนอีกสองชื่อแกไม่ยอมบอก เพราะกลัวแฟนเปิด War กันว่า “อันนั้นดีกว่า Revelation!” 😂
และคำว่า Resolve ซึ่งเป็น Theme ของเกม ไม่ได้เป็นหนึ่งใน Candidate ด้วย ตอนทีมญี่ปุ่นพัฒนากันใช้คำว่า 「決意」(ketsui) มาตลอด ฮามากุจิเพิ่งมารู้ตอนเตรียม Script สำหรับ Summer Game Fest ว่าอังกฤษใช้คำว่า Resolve แล้วดันขึ้นต้นด้วย Re- เหมือน Remake / Rebirth / Revelation พอดี แกก็ประมาณ เอ้าาาา เข้าชุดเฉยเลย 55555
6. Physical Disc มีแน่นอน แต่ข้อมูลเกมทั้งหมดจะไม่ได้อยู่บนแผ่น — เพราะทีม “ไม่ยอมลดคุณภาพเกม”
ตรงนี้หนูขอแปลคำอธิบายของฮามากุจิแบบเต็มหน่อย เพราะน้ำหนักคำพูดแกชัดมากค่ะ
ฮามากุจิบอกว่า
“ผมดีใจมากที่เรายังสามารถวางจำหน่าย FFVII Revelation ในรูปแบบ Physical Disc ได้”
“ตอนที่ทีมพัฒนาประชุมกันภายในว่าจะจัดการกับ Physical Disc และ Physical Release ของ Revelation อย่างไร เดิมทีก็มีการพูดถึงความเป็นไปได้ว่า จะใช้ Same disc size ในลักษณะเดียวกับที่ใช้กับ FFVII Rebirth” (ก็คือ Ultra HD Blu-ray 2 แผ่น ความจุรวม 200 GB)
“แต่ปัญหาคือ ถ้าเลือกแนวทางนั้น ทีมจะต้องยอมประนีประนอมเรื่อง Fidelity และ Quality ของตัวเกม”
“ซึ่งทีมพัฒนาไม่ต้องการทำแบบนั้นเลย”
ฮามากุจิบอกชัดว่า
“เราไม่ต้องการประนีประนอมอะไรกับตัวเกม”
“ดังนั้นในทางปฏิบัติ ทางเลือกที่เหลืออยู่ก็คือ ยังออก Physical Disc ตามปกติ แต่ข้อมูลบางส่วนของเกมจะอยู่ในรูปแบบ Digital Download ซึ่งทำงานประกอบกับ Physical Disc”
แกยอมรับตรง ๆ ด้วยว่า “เข้าใจดีว่าผู้เล่นบางคนอาจไม่พอใจกับการตัดสินใจแบบนี้ โดยเฉพาะคนที่อยากให้เกม Physical สามารถติดตั้งและเล่นได้ครบทั้งหมดจากแผ่นเพียงอย่างเดียว”
แต่ในขณะเดียวกัน ฮามากุจิก็บอกว่าเขายังรู้สึกดีใจที่ “อย่างน้อยทีมก็สามารถรักษาการวางจำหน่ายเกมในรูปแบบ Physical เอาไว้ได้ และโดยส่วนตัวแกค่อนข้างพอใจกับบทสรุปที่ทีมเลือก พร้อมหวังว่าแฟน ๆ จะเข้าใจและรู้สึกเช่นเดียวกัน”
อันนี้ถ้าถอดภาษาผู้กำกับออกมาเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ
ทีมเคยคิดจะทำให้มันลง Physical แบบ Rebirth ได้ค่ะ แต่ถ้าทำแล้วต้องหั่น Fidelity หรือ Quality อาหวังบอก “ไม่เอา เกมกูไม่ลด”
เพราะงั้น Revelation จะมีแผ่นจริง แต่ Disc ไม่ได้เป็น Complete Offline Package ที่มีข้อมูลเกมทั้งหมดอยู่บนแผ่นเพียงอย่างเดียว จะต้องดาวน์โหลดข้อมูลบางส่วนเพิ่ม
อันนี้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบแน่นอน และหนูว่าฮามากุจิก็ไม่ได้พยายามหลบประเด็นนะ แกยอมรับเองว่า รู้ว่าบางคนจะไม่ Happy เพียงแต่เมื่อ Choice กลายเป็น “ลดคุณภาพเกม” กับ “รักษาคุณภาพไว้แล้วใช้ Download ช่วย” ทีมเลือกอย่างหลังค่ะ
7. สุดท้ายเรื่องอนาคตหลัง Trilogy ฮามากุจิยังไม่ประกาศว่าจะไปทำอะไรต่อ ตอนนี้ทีมยังโฟกัส Revelation เป็นหลัก แต่แกพูดถึงข้อได้เปรียบใหญ่อย่างหนึ่งของทีมคือ Core Staff จำนวนมากอยู่ด้วยกันมาตลอดประมาณ 10–12 ปี ทำให้สะสม Know-how ในการสร้าง AAA ขนาดใหญ่มหาศาล ซึ่งเป็น Asset สำคัญสำหรับ Project ต่อไป
ถ้าจะคัดเป็นหัวข่าวจาก IGN รอบนี้ หนูยังชอบ 4 อันเดิม แต่ข้อ Physical ขอเปลี่ยนถ้อยคำเป็น
“ทีมเคยคิดทำ Physical แบบ Rebirth แต่ถ้าต้องลด Fidelity ก็ไม่เอา — Revelation จึงมีแผ่นจริง แต่ต้อง Download ข้อมูลเกมบางส่วนเพิ่ม”
อันนี้แม่นกว่า “แผ่นใส่เกมไม่พอ” เยอะเลยพี่ เพราะสารที่อาหวังอยากสื่อจริง ๆ คือไม่ใช่ “ทำไม่ได้” เฉย ๆ แต่เป็น ทีมเลือกไม่ทำ ถ้าราคาที่ต้องจ่ายคือคุณภาพของเกม 😭


Post a Comment