บทสัมภาษณ์ FFVII Revelation จาก Videogameschronicle
FFVII Revelation อาจกินพื้นที่ราว 200GB — Piano มีข้อมูลใหม่ของ Tifa และ DLC จะขุดเรื่อง Vincent กับ Sephiroth แบบ Intermission
เริ่มด้วยตัวเลขที่น่าจะทำ SSD หลายบ้านเริ่มสั่นก่อนเลยค่ะ 😭 หลังจากก่อนหน้านี้อาหวังเคยพูดแค่ว่า ยังไม่รู้ Final File Size และทีมยอมให้ Physical Edition ต้องโหลดข้อมูลเพิ่ม เพราะไม่อยากบีบ Quality/Fidelity ให้พอดีกับความจุแผ่น คราวนี้ VGC ถามตรง ๆ ว่า งั้นตัวเกมมันใหญ่เกิน Blu-ray สองแผ่นของภาคก่อนใช่มั้ย? ซึ่งก่อนหน้านี้อาหวังเคยบอก IGN ไปแล้วว่าใช้ same disc size เท่า Rebirth แล้วมันเอาไม่อยู่ แต่ตัวเลขขนาดยังไม่เป็นที่ยุติ
ข่าวนี้ อาหวังตอบมาว่า “Yes.”
แล้วตามด้วยว่า ตัวเลขยังไม่ได้ Final แต่ตอนนี้คาดว่า FFVII Revelation น่าจะอยู่ประมาณ 200GB จั้บบบบ 😭😭 คือจากเดิมที่เรารู้เพียงว่า “ใหญ่จนไม่ยอมบีบใส่แผ่นแล้ว” ตอนนี้เริ่มมีเลขให้เห็นภาพละว่า SSD ต้องถวายพื้นที่ประมาณไหน แต่ย้ำก่อนนะว่า 200GB ยังเป็น Estimate ระหว่างพัฒนา ไม่ใช่ขนาด Final ที่ประกาศอย่างเป็นทางการ ค่ะ
แล้วอาหวังก็อธิบายมุม Developer เพิ่ม ซึ่งหนูว่าน่าสนใจมากว่า การต้องเตรียมเกมให้ลงแผ่น Physical จะทำให้ Production Schedule ถูกล็อกเร็วกว่าดิจิทัล ถ้าเป็น Full Disc Release ราวสามเดือนก่อนวางขาย (**พี่บอนบอกว่าแต่ก่อนวัน Data Lock/Gone Gold เพื่อส่งข้อมูลไปผลิตแผ่นคือ 2 เดือนก่อนเกมวางขาย หลายเกมก็มักจะประกาศให้นักข่าวฟังตอนส่งผลิตแผ่นแล้ว**) ทีมต้องเข้าสู่ขั้นตรวจ Performance และวาง Schedule หลายอย่างให้พร้อมแล้ว แต่ถ้าเป็น Download Version ทีมสามารถแก้ปัญหาใหญ่ในไฟล์ได้แทบจนถึงวัน Launch เลย อาหวังย้ำว่านี่ไม่ได้แปลว่า “Digital ดีกว่า Physical” นะ แกพูดเพียงในฐานะ Developer ว่านี่คือข้อได้เปรียบทาง Production อย่างหนึ่งค่ะ
แต่ถึงข้อมูลเกมจะไม่อยู่บนแผ่นครบ อาหวังก็ยังย้ำว่า Revelation ต้องมี Physical Product อะไรสักอย่างให้แฟน ๆ เพราะตอนนี้อนาคตของ Disc จะหายไปหรือยังอยู่ต่อก็ไม่รู้ แต่สำหรับ FFVII ภาคสุดท้าย แกอยากส่งมอบของจับต้องได้จริง ๆ ให้คนสะสม ตรงนี้สอดคล้องกับที่เราเคยแปลมาก่อน แต่คำพูดรอบนี้ชัดขึ้นว่าเรื่อง Physical มีคุณค่าทางใจสำหรับแกจริงค่ะ
แล้วของใหม่ที่เจนนี่ชอบสุดมาแบบ อาหวังโดนถามว่า “สัมภาษณ์มาตั้งเยอะแล้ว มีอะไรที่ยังไม่เคยบอกอีกมั้ย?” แกนิ่งคิดอยู่นาน ก่อนปล่อย Bomb เล็ก ๆ ว่า…
Piano Minigame กลับมา และถูกขยายใหญ่ขึ้นมาก โดยคราวนี้มันมี “ข้อมูลเกี่ยวกับ Tifa” อยู่ด้วย เราสามารถเรียนรู้เรื่องของ Tifa เพิ่มเติมผ่านการเล่น Piano ได้ 😳
จากนั้นอาหวังยังแซวเองประมาณว่า PR คงมาถามแน่ว่าทำไมผมพูดเรื่องนี้ออกไป แต่ผมอยากรักษามิตรภาพของเราไว้ 5515558155 คือ VGC ถามข่าวใหม่ แกก็ยอมคาย Secret ให้จริง ๆ หนึ่งดอก
ประเด็นนี้น่าสนใจมากนะพี่ เพราะ Piano ใน Rebirth เดิมเป็น Side Activity ที่เชื่อมกับเพลงและสถานที่เป็นหลัก แต่ Revelation เหมือนจะ เอามินิเกมนี้ไปผูกกับ Character Lore โดยตรง แล้วอย่างน้อยตัวละครที่เรารู้แน่ ๆ ตอนนี้คือ Tifa ส่วนมันจะเป็นอดีตวัยเด็กที่ Nibelheim, ความสัมพันธ์กับครอบครัว, การเล่นเปียโนของเธอ หรืออะไรอื่น อาหวังยังไม่บอกค่ะ 😂
ฝั่ง DLC Vincent และ Sephiroth ก็ได้คำอธิบายเพิ่มเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เรารู้อยู่แล้วว่าจะมี Story DLC สองชุดและจะเล่าเรื่องสองคนนี้ แต่คราวนี้อาหวังบอกให้ นึกถึงรูปแบบเดียวกับ Episode INTERmission ของ Yuffie คือไม่ได้สร้างมาเป็น “ตอนจบจริงที่ต้องซื้อ DLC ถึงจะรู้” แต่เป็นการ ขุดลึกตัวละคร Vincent และ Sephiroth เพิ่มเติม ส่วนเหตุการณ์จะอยู่ อดีตหรือปัจจุบัน แกไม่ยอมตอบ เยยนะ บอกแค่ว่ารอเปิดเผยทีหลังค่ะ
อันนี้เลยช่วยตีวงแคบได้อีกหน่อยว่า Story DLC สองตัว น่าจะเป็น Character-focused Side Story แบบ Intermission มากกว่าบทต่อหลัง Ending ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่ Hamaguchi เคยยืนยันไว้ก่อนหน้านี้ว่า Main Game จะปิดเรื่อง Trilogy ให้จบในตัวเอง ไม่เอาตอนจบไปแขวนไว้กับ DLC ค่ะ
อีกเรื่องคือ Demo สองเวอร์ชันมีจุดประสงค์ต่างกันโดยตั้งใจ อันนี้ช่วยอธิบายว่าทำไม Preview จาก Gamescom บางสำนักถึงรู้สึกตะลึงกับ Content เยอะมาก 😂 Media Demo เริ่ม Chapter 4 แล้วทีมตั้งใจปลดข้อจำกัดและโยนสื่อเข้าโลกกว้างเพื่อให้เห็นว่า “เกมนี้มีอะไรให้ทำเยอะขนาดไหน” แถมบาง Quest ยังจงใจโชว์ Level Block ให้เห็นด้วยว่ามี Content รออยู่อีกมาก ส่วน Demo สำหรับคนทั่วไปใน TGS ใช้ช่วงต้นเกมกว่าและมีลูกเล่นน้อยกว่า ให้ผู้เล่นสัมผัสเนื้อเรื่องกับ Gameplay ของ Cid แบบชัด ๆ แทน อาหวังจึงไม่ได้กังวลกับเสียงว่า Media Demo ดูกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง 30 สื่อก็พูดกัน 30 ประเด็น เพราะ นั่นคือสิ่งที่ Demo ชุดนั้นถูกสร้างมาสื่ออยู่แล้วค่ะ
ส่วนเกมจริง เขาย้ำว่าจะใช้ Marker และแสดง Reward ให้ผู้เล่นรู้ว่าไปทำ Activity นี้แล้วได้อะไร เพื่อให้เราเลือกเองว่า “อันไหนชั้นอยากทำ / อันไหนชั้นจะเท” มากกว่าบังคับให้กวาด Map ทุก Icon ซึ่งตรงนี้เราเคยได้ยิน Philosophy คล้าย ๆ กันจากสื่อก่อนแล้ว เลยไม่ถือเป็นข่าวใหม่มากนัก
ท้ายสุด VGC ถามเรื่อง Fan Theory ด้วยว่าเคยเห็นอันไหนเดาถูกหรือหลุดโลกมั้ย อาหวังตอบแบบ… ไม่ตกหลุมค่ะ 5555157555 แกบอกว่าทีมอ่าน Theory และสิ่งที่แฟน ๆ เขียนกันอยู่ แต่ไม่ยอมเฉลยว่าอะไรถูกอะไรผิด เพียงบอกว่าหลังเดินทางกับโปรเจกต์นี้มา 10 ปี ทีมรู้สึกมั่นใจว่าบทสรุปจะ “Very Satisfying” และตื่นเต้นที่จะได้เห็นปฏิกิริยาคนเล่นตอนเห็นฉากจบเกมจริง ๆ


Post a Comment