ฉากด่าซึบาสะที่ถูก Speed Run ขึ้นจากเดิม 3 เท่า
จากที่แอนิเมกัปตันซึบาสะ Version Remake 2018 หลังมิสุงิทำประตู 3-1 ให้มุซาชิได้แล้ว ซึบาสะนั่งสลดไป จนโดนวากาบายาชิ โรแบร์โต ซานาเอะ รุมแจกของชำร่วย (ด่า) อยู่ 3 นาทีครึ่ง
พี่จอมตั้งข้อสังเกตว่า.... ผู้ตัดสินก็ปล่อยให้ด่ากันอยู่นั่นน่ะ ไม่เรียกให้เอาบอลมาเขี่ยสักที
มีผู้กล่าวว่า ถ้าเป็นสมัยก่อน น่าจะได้ด่ากันข้ามสัปดาห์...
ผมเลยลองไปย้อนดู ซีนเดียวกันนี้มันอยู่ในตอนที่ 34 ของฉบับออริจินอล
แล้วสิ่งที่ผมไปย้อนดูจากฉบับออริจินอลคือ
1. หลังจากมุซาชิโดนยิงนำ 3-1 เกมหยุดไป 3 นาทีครึ่ง (นาทีที่ 4:00-7:30)
โดยเป็นวากาบายาชิออกมาด่า
โรแบร์โตที่วิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น
รีแอคชั่นของซานาเอะกับพวกกองเชียร์
มิซากิที่พยายามเข้ามาปลอบให้สู้กันต่อ
ย้ำว่าแค่นี้ ก็ 3 นาทีครึ่ง
2. มิสุงิยิงชนเหลี่ยมประตู ลูกกระเด็นออกหลัง (นาที 9:40-15:00)
โมริอุสกำลังวิ่งไปหยิบบอลกลางสายฝน
เจอวากาบายาชิ โผล่มาแย่งบอลไปแทน
วากาบายาชิบอกให้โมริอุสหลบไป
แล้วพรี่เก็นโซของเราก็เตะบอลเข้าอัดกลางลำตัวซึบาสะที่เหม่ออยู่ จนล้มกลิ้งกลางฝน
ผู้ตัดสินหันมามองแล้วก็ได้แต่ตกใจ... แต่ไม่ทำอะไร
วากาบายาชิ
"ซึบาสะ"
"เจ็บมั้ยล่ะมึง?"
"รู้ไว้ซะว่ากูเองก็เก็บไม่ได้น้อยไปกว่า"
"กูเจ็บปวดที่เห็นคนที่กูมองว่าเป็นคู่แข่ง ต้องมามีสภาพแบบนี้"
"ทุเรศฉิบหาย!!"
โรแบร์โต
"ฉันเองก็ขมขื่นมากนะ"
"ฉันไม่อยากเชื่อว่านายจะเททุกสิ่งทุกอย่างทิ้งระหว่างเกมแบบนี้!"
"นายอยากจะแพ้..."
"และจมทุกข์ไปทั้งแบบนี้รึไง!?"
แม่
"ซึบาสะ ทำอะไรสักอย่างสิ!"
"ทำแบบนี้ไม่สมกับเป็นลูกเลยนะ!!"
ซานาเอะ
"จริงค่ะ ซึบาสะ ห้ามแพ้นะ!!"
"จะมาแพ้แบบนี้ไม่ได้"
"ฉันเชียร์อยู่นะ!!"
"เธอต้องชนะได้สิ!!"
"ซึบาสะ ทุกคนเอาใจช่วยนะ!!"
วากาบายาชิ
"ซึบาสะ ยังไม่สายเกินไป!"
"ลุกขึ้นมาตั้งสติ!"
"เรายังมีบัญชีที่ต้องสะสางกับเมวะ และเฮียวงะ โคจิโร"
ซึบาสะ
"ขอโทษนะ วากาบายาชิ..."
"แต่ชั้น ไม่ไหวแล้ว..."
ว่าแล้ว กระทั่งเจ๊มุ่ง ก็ยังลุกขึ้นมาเอากับเขาด้วย...
ยาโยย
"เกมยังไม่จบหรอกนะ!"
"ตราบใดที่เวลายังไม่หมดลง..."
"เราก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะสักหน่อย"
"มิสุงิคงไม่มีทางยอมรับชัยชนะที่มาจากซึบาสะคุงในสภาพที่เหี่ยวแบบนี้หรอก!"
มิสุงิ
"ยาโยยพูดถูกแล้ว"
"นายยังไม่ได้แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา"
"ซึบาสะ"
"หลังจากเกมนี้..."
"ฉันอาจไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกแล้ว"
"ดังนั้น เกมนี้จึงมีความสำคัญกับชั้นมาก"
"เพราะฉะนั้น ชั้นจึงเลือกที่จะลงเล่นเกมที่ได้เผชิญหน้ากับนาย"
"ทั้งที่เป็นเกมที่สำคัญมากขนาดนี้"
"แต่แล้วนายกลับ....!"
"นายทำลายเกมที่มีความหมายมากที่สุดของชั้น!!"
หลังจากนั้นมิสุงิมือสั่น เดินออกไป ทว่าในหัวซึบาสะ ประโยคสุดท้ายของมิสุงิยังก้องกังวาน replay ซ้ำในหัวไปอีก 3 รอบ
มิซากิ
"ซึบาสะ นายกำลังทรยศเพื่อนร่วมทีม"
"กองเชียร์"
"เหล่าคู่แข่งที่เราฟันฝ่ามาจนถึงตอนนี้"
"เกมยังไม่จบนะ"
"ถ้านายยอมแพ้ตอนนี้"
"มันเท่ากับการ ทรยศ"
อิชิซากิ อุราเบะ คิซึกิ มิซากิ คิชิดะ อิซาวา แห่กันมาล้อมปรับทัศนคติซึบาสะ....
สรุปว่า ใน Remake 2018 ที่พี่จอมบ่นว่า “โดนยิง 3-1 แล้วกรรมการปล่อยให้ยืนแจกของชำร่วยซึบาสะกันตั้ง 3 นาทีครึ่ง ทำไมไม่เรียกมาเขี่ยบอลสักทีวะ” นั้น…
พอย้อนกลับไปดูต้นฉบับยุค 80 แล้วพบว่า 3 นาทีครึ่งนี่ถือว่ากระชับมากแล้ว
เพราะฉบับออริจินอลไม่ได้มีแค่วากาบายาชิ โรแบร์โต และซานาเอะ แต่เล่นเรียกตั้งแต่แม่ ยาโยย มิสุงิ มิซากิ ยันเพื่อนร่วมทีมทั้งฝูง มาช่วยกันจัดประชุมใหญ่กลางสายฝน เปลี่ยนสนามฟุตบอลเป็นห้องปกครองชั่วคราว
รอบแรก 3 นาที 30 วินาที
รอบสองอีก 5 นาที 20 วินาที
รวมแล้วเกือบ 9 นาทีเต็ม ที่การแข่งขันถูกกด Pause เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายผลัดกันขึ้นไปจับไมค์ได้มีซีนของตัวเอง
แถมผู้ตัดสินก็ยืนมองอย่างสงบ ราวกับเข้าใจดีว่า
“ฟุตบอลหยุดได้ แต่ character development หยุดไม่ได้” 
เพราะงั้นถ้าจะพูดกันตามสถิติ ฉบับ Remake 2018 นับว่าเป็นการด่าซึบาสะแบบ Speed Run แล้ว....


Post a Comment