Friday, October 26, 2018

สรุปเนื้อเรื่อง A New Day หนึ่งวันใหม่ใน Subarashiki Kono Sekai -Final Remix-


[-Spoiler Alert-!!] สรุปเนื้อเรื่อง A New Day

เนื้อเรื่องตอนใหม่ล่าสุดของ The World Ends with You (Subarashiki Kono Sekai - It's a Wonderful World) ที่เพิ่มเข้ามาในภาค Final Remix บนเครื่อง Nintendo Switch เมื่อ 27 กันยายน 2018 ที่ผ่านมา

**เขียนแบบไม่ท้าวความภาคแรกนะครับ ไม่งั้นเนื้อหาจะยาวจนเกินไป

----------------------------------------

- เหตุการณ์ดังต่อไปนี้ เกิดขึ้นต่อจากเนื้อเรื่องหลัก หลังจากพวกเนกุได้คืนชีพมาอีกครั้ง ชิบุยะปลอดภัยดี และกลุ่มเพื่อนเนกุได้นัดมีตกัน ได้เจอชิกิตัวจริงกันไปแล้ว

- ในวันหนึ่ง จู่ ๆ เนกุก็เห็นนิมิตว่ามีสัญลักษณ์หัวกะโหลกยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าของเมืองชินจูกุซึ่งอยู่ข้างเคียงชิบุยะ และเมื่อกะโหลกนั้นเปล่งแสง บ้านเมืองต่าง ๆ ก็สลายไปต่อหน้า ที่รู้ว่าเป็นชินจูกุก็เพราะเนกุจำศาลาว่าการกรุงโตเกียวได้

- หลังจากนั้นในนิมิต เนกุก็ได้ยินเสียงผู้หญิงบอกว่า "ทุกคนหายไปหมดแล้ว โลกนี้เหลือเพียงแต่ฉันตัวคนเดียว"

- หลังจบภาพนิมิต เนกุกับบีทได้สติขึ้นมา แล้วพบว่าทั้งสองกลับมาโผล่ในภพ UG (มิติหลังความตาย) อีกแล้ว (ซึ่งจริง ๆ แล้วที่นี่ไม่ใช่ UG ซะทีเดียว แต่จะเฉลยตอนหลัง)

- เนกุหยิบมือถือขึ้นมาดูแล้วพบข้อความว่า "ยินดีต้อนรับสู่เกมยมทูต Expert Mode" แล้วมีภารกิจส่งมาว่าให้ออกไปจากชิบุยะให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ไม่งั้นพวกเขาจะโดนลบหายไป

- ระหว่างที่ยังงงกันอยู่ ก็มียัยยมทูต โคโค่ ที่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ขอติดสอยห้อยตามไปด้วย ซึ่งเนกุกับบีทก็ไม่ไว้ใจ แต่ก็ยอมให้ติดตามไปด้วย

**ปกติแล้วโคโค่เป็นยมทูตที่ทำหน้าที่ต้อนรับและแนะนำดวงวิญญาณใหม่สู่เกมยมทูต แต่เนกุไม่ได้เจอเธอในภาคแรก เพราะโจชัวดึงเข้ามาในฐานะหุ่นเชิดส่วนตัวด้วยวิธีการพิเศษ

- เนกุกับบีทเดินหาทางออกจากชิบุยะ แต่กลับพบว่าโครงสร้างเมืองเปลี่ยนไป ไม่เหมือนที่เคยจำได้

- จู่ ๆ เนกุก็เห็นนิมิตอีกครั้ง คราวนี้เป็นภาพผู้หญิงสวมเฮดโฟน ใส่กระโปรงลายสก็อตสีแดง เดินอยู่ในเมืองชินจูกุคนเดียว ในมือถือตุ๊กตาเนียนตัน (Mr.Mew) แล้วบอกว่าเธอไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย (รอบตัวไม่เหลือใครแล้ว)

- เนกุจำได้ว่าเป็นตุ๊กตาที่ผู้หญิงคนนั้นถือเป็นแบบเดียวกับชิกิ เลยคิดว่าบางทีชิกิอาจจะอยู่ในเกมยมทูตรอบนี้ด้วยก็ได้ บีทคิดว่างั้นไรม์ก็อาจจะอยู่ด้วย

- เนกุและบีท เจอชิกิกับไรม์ที่บอกว่าเป็นคู่หูในเกมยมทูตรอบนี้ด้วยกัน ทั้งสองพูดจามีพิรุธไม่เหมือนตัวจริง แถมชิกิก็กลับมาอยู่ในร่างของเอริอีกแล้ว ทว่าในเกมยมทูตนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ ในกลุ่มพวกเขาอาจจะโดนชิงความทรงจำไปบางส่วนเป็นค่าเข้าร่วมก็ได้ มันมีความเป็นไปได้แบบนี้อยู่ พวกเนกุเลยไม่แน่ใจ

- เนกุและบีทเจอยมทูตคาริยะ กับอุตสึกิ เข้ามาท้าสู้ ซึ่งทั้งสองมีบุคลิกตรงกันข้ามกับตัวจริง ปกติแล้วคาริยะเป็นคนขี้เกียจ สบาย ๆ ไม่ขวนขวายหาทางเลื่อนตำแหน่ง แต่คาริยะที่เจอตอนนี้กลับจะพยายามทำคะแนนให้ก้าวหน้า, หลังชนะทั้งสองได้ โคโค่จะบอกว่าปกติคาริยะกับอุตสึกิก็นิสัยแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? แต่บีทยืนยันว่ามันต้องตรงกันข้ามกันสิ

- จู่ ๆ เนกุก็เห็นนิมิต เป็นภาพโจชัวชักปืนขึ้นมาต่อหน้าเขา (อีกแล้ว) และก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนเดิมบอกว่า "ฮัลโหล มีใครได้ยินมั้ย?"

- เนกุและบีทได้พบกับโจชัวตัวปลอม ที่บุคลิกดูขี้ขลาด พอเนกุถามว่าโจชัวเป็น GM ของเกมรอบนี้ใช่มั้ย? โจชัวตัวปลอมก็บอกว่าเขาไม่ใช่มาสเตอร์ แต่ก็ใช้เมาส์กับคีย์บอร์ดเก่งนะ แล้วก็แนะนำว่าตัวเองคือโยชิยะ คิริว ต่างหาก ไม่ใช่โจชัวอะไรนั่น

**โยชิยะ คิริว เป็นชื่อที่โจชัวตัวจริง เคยอ้างว่าเป็นชื่อจริงตอนยังมีชีวิต

- โจชัวตัวปลอม เสนอว่าจะถามคุณฮาเนโกมะให้ เผื่อจะรู้คำตอบอะไร ว่าแล้วโจชัวก็ต่อสายหาฮาเนโกมะ ซึ่งเมื่อเนกุได้ยินน้ำเสียงและจังหวะการพูดแล้ว ก็ตัดสินได้ทันทีว่านี่คือลุงฮาเนโกมะตัวจริง แล้วเนกุพยายามจะอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ลุงกลับบอกว่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เขาเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เนกุกับบีทกำลังหาทางออกจากชิบุยะสินะ มีใครบางคนทำอะไรแผลง ๆ กับชิบุยะ แต่ให้มาคุยรายละเอียดที่ร้านคาเฟ่ของเขา โดยเขาจะนำทางให้เอง

- เนกุเห็นนิมิต ไรม์ช่วยบีทจากนอยส์ แล้วไรม์ก็โดนนอยส์ฆ่าอีกแล้ว จากนั้นเนกุก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนเดิมเรียกหาว่ามีใครได้ยินเธอบ้างมั้ย?

- หลังจากนั้นฮาเนโกมะก็โทรมาบอกทางไปร้านของเขาให้ แต่ฮาเนโกมะก็บอกว่าเขาไม่รู้ว่าใครเป็น GM ของเกมรอบนี้เหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ โยชิยะที่พวกเนกุเจอ ไม่ใช่ GM ของเกมนี้ ส่วนภาพนิมิตที่เนกุเห็น อาจเป็นภาพอนาคตที่ใครบางคนส่งมาหา

- พวกเนกุเจอไรม์อีกครั้ง แล้วไรม์ก็โดนนอยส์ฉลามเขมือบไป ตามนิมิตที่เนกุเห็นก่อนหน้า ทำให้ชิกิที่เป็นคู่หูต้องหายไปด้วย

- โคโค่พยายามชักจูงเนกุว่า ฮาเนโกมะนั้นน่าสงสัย ไว้ใจไม่ได้ แต่เนกุยืนยันว่าเขาเชื่อใจฮาเนโกมะมากยิ่งกว่าใคร ๆ

- พอพวกเนกุไปถึงร้านคาเฟ่ของฮาเนโกมะ ฮาเนโกมะก็บอกว่าบอกว่าชิบุยะ ที่พวกเนกุอยู่ในตอนนี้ทั้งเมือง เป็น Noise ที่ถูกยมทูตผู้ทรงพลังสร้างขึ้นมา และทุกอย่างในเมือง ผู้คนทั้งหมด สิ่งรอบตัว ล้วนเป็นภาพลวงตา (ทั้งไรม์ ชิกิ โจชัวที่เห็น รวมถึงตัวฮาเนโกมะคนนี้เองก็ด้วย) ทว่าฮาเนโกมะตัวจริงที่อยู่ภายนอก ได้ยื่นมือแทรกเข้ามาพูดกับเนกุผ่านทางร่างฮาเนโกมะตัวปลอมนี้ (สมเป็นเทวดา!)

- ส่วนคนที่เป็นคนสร้าง Noise ยักษ์นี้ ขนาดที่ฮาเนโกมะก็ไม่เคยเห็นมาก่อน และยังลากเนกุเข้ามาในเมืองลวงตาด้วยจุดประสงค์อะไรก็ไม่รู้? ถ้าออกไปจากชิบุยะปลอมนี้ได้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้? ก็คือยัยโคโค่ ที่แกล้งไม่รู้อยู่นี่เอง

- พอความแตก โคโค่ที่หงิมมาตลอดก็เปลี่ยนสีหน้าท่าทางกลายเป็นเกรี้่ยวกราด เธอไม่ยอมอธิบายจุดประสงค์ว่าลากเนกุเข้ามาในเมืองนอยส์ยักษ์นี้ทำไม... ไม่ยอมบอกอะไรสักอย่าง แต่ก็แสดงท่าทางหงุดหงิด และบอกว่ารู้สึกแปลกอยู่แล้วที่ภาพลวงตาของฮาเนโกมะ กลับไม่ยอมทำตามที่เธอเขียนสคริปต์ไว้



- ว่าแล้วเนกุกับบีท ก็ช่วยกันกระทืบนอยส์ยักษ์ของโคโค่ เพื่อจะได้กลับโลกแห่งความจริงกัน


- หลังชนะโคโค่ได้แล้ว เนกุและบีทก็กลับสู่โลกแห่งความจริง ซึ่งทันทีที่มาถึง ชิกิก็โทรศัพท์มาหาเนกุทันที และบอกว่าเธอเห็นรอยเย็บบนตุ๊กตาเนียนตันขาด เลยนึกว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น จึงรีบโทรหาเนกุทันที เนกุก็พูดให้ชิกิสบายใจว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร ชิกิเลยชวนว่าพรุ่งนี้ไปซื้อของมาเย็บตุ๊กตาด้วยกันสิ เนกุก็บอกว่าไปอยู่แล้ว~

กุตายยย เจอเนกุว่านอนสอนง่าย
จาก Introvert ปิดตัวเองจากสังคม
เนกุกลายเป็นว่าที่พ่อบ้านใจกล้า เชื่อฟังสาวไปแล้ว

- หลังจากนั้นบีทก็โทรหาไรม์ด้วยความเป็นห่วง พอรู้ว่าไรม์ในโลกจริงปลอดภัยก็สบายใจ แล้วไรม์ก็ชวนบีทไปช็อบปิ้งด้วยกันกันต่อ

- พอบีทวางสายไรม์ไป อีโคโค่ที่ตามมาในโลกแห่งความจริงด้วย ก็ยิงเนกุทิ้งจากด้านหลัง ทำให้เนกุ "ตาย" อีกแล้ว บีทตกใจสุด ๆ ส่วนโจชัวตัวจริงก็โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ชักปืนมายิงโคโค่สวนไปที่ไหล่ แล้วโคโค่ก็หนีไปได้

- ภาพตัดไปทางชินจูกุ เมืองข้างเคียงชิบุยะ จู่ ๆ ก็มีภาพหัวกะโหลกยักษ์ปรากฏขึ้นบนฟ้า แล้วตึกรามบ้านช่องก็สลายไปราวกับโดนธานอสดีดนิ้ว

- ภาพตัดมาที่สาวกระโปรงสก็อต ที่เดินอย่างเดียวดายอยู่ในเมืองซึ่งปราศจากผู้คน ทั้งหมดเป็นไปตามที่เนกุเห็นนิมิตไว้ (ประหนึ่งว่าเธอในช่วงเวลานี้ จู่ ๆ ก็โทรจิตติดต่อกับเนกุในห้วงเวลาก่อนหน้านี้ได้) แล้วเธอก็บอกว่าสายไปแล้ว มันจบแล้ว

- โจชัวตัวจริงกับฮาเนโกมะตัวจริง มายืนคุยกันว่าชินจูกุเมืองข้าง ๆ นี้พึ่งโดนลบไปหมาด ๆ (ไม่ได้บอกว่าใครลบ) ฮาเนโกมะบอกว่าก่อนหน้านี้จู่ ๆ ก็มีนอยส์ปรากฏตัวขึ้นมาก่อความไม่สงบบนโลกความเป็นจริงในชินจูกุ ต่อมาเมืองก็โดนลบไป โจชัวบอกว่าผู้หญิงกระโปรงลายสก็อตคนนั้น เป็นคนส่งนิมิตให้เนกุเห็น และโชคดีที่เธอไม่ได้ถูกลบไปด้วย (แสดงว่าเธอเป็นเด็กชินจูกุที่รอดมาได้) แปลว่าเธอต้องมีอะไรพิเศษอยู่ในตัว

- โจชัวเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชิบุยะต่อไป แต่ก็อย่างที่คุยกับฮาเนโกมะรู้เรื่องในตอนจบภาคแรกว่า "นี่คือโลกของพวกมนุษย์ มนุษย์ก็ต้องตัดสินกันเองว่าจะให้มันเป็นยังไงต่อไป" โจชัวเลยถือว่านี่เป็นปัญหาของพวกมนุษย์ ไม่ใช่ของพวกเขาละ ลุงเลยถามว่าแล้วชะตากรรมของเนกุล่ะ? โจชัวก็ตอบหน้านิ่งว่าเนกุทำหน้าที่หุ่นเชิดของเขาในภาคแรกได้ดีแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องการแล้ว (ก็คือโจชัวไม่ต้องปกป้องเนกุในฐานะหุ่นเชิดของตนเองแล้ว)

- สุดท้ายโคโค่ มาคุยกับวิญญาณของโช และบอกว่าพวกเราจำเป็นต้องมีเนกุ ถึงจะเล่นเกมต่อได้ (โคโค่ก็เลยยิงเนกุทิ้ง) และเนกุจำเป็นต้องมีคู่หูที่แข็งแกร่ง เพื่อจะเอาชนะ "พวกมัน" และคราวนี้ "พวกเรา" จะไม่มีทางแพ้ 

- ว่าแล้วโคโค่ ก็คืนชีพ (ร่างยมทูต) กลับให้โช อีกครั้ง... เพื่อให้โชมาเป็นคู่หูกับเนกุในเกมถัดไป ซึ่งเนกุก็คงได้รับความช่วยเหลือจากสาวกระโปรงสก็อตคนนั้นด้วย

- A New Game Begin2



------------------------------------
ปริศนาที่ค้างคา
------------------------------------

1. ภัยคุกคามใหม่ที่ลบชินจูกุไปแล้ว และจะมาท้าทายชิบุยะต่อ อีกทั้งพวกโคโค่ ก็ช่วยกันเตรียมการรับมือไว้... คือกลุ่มใด? ยมทูตเมืองอื่น? เทวดาจากสวรรค์?

2. ชินจูกุ จะได้ฟื้นกลับมาหรือไม่? ชะตากรรมของชิบุยะจะเป็นเช่นไร?

3. การผจญภัยในเนื้อเรื่องต่อไป เกิดขึ้นใน UG ของชินจูกุ หรือชิบุยะ หรือเมืองอื่น?

4. ทำไมโคโค่ ถึงต้องพาเนกุเข้ามาในเมืองลวงตา ซึ่งเป็นนอยส์ทั้งเมืองตั้งแต่แรก?

5. ทำไมจู่ ๆ แม่สาวคนนั้นถึงติดต่อกับเนกุได้? แถมยังเป็นการติดต่อข้ามช่วงเวลากันราวกับ 君の名は

6. ความสัมพันธ์ระหว่าชิกิกับเนกุดูพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน แต่แล้วการที่โจชัวบอกว่าเขาไม่ต้องการเนกุแล้ว...? ตอนนี้โจชัวคิดยังไงกันแน่?
.
7. ปูพรมมาซะขนาดนี้แล้ว แต่ยอดขายไม่ดีเลย จะได้ทำภาคต่อกันมั้ยเนี่ย...?

Monday, October 22, 2018

รีวิว Life is Stange 2 Episode 1 : Road


หลังจากได้เห็นหลานเล่น Life is Strange 2 EP 1 จบไปรอบนึงเมื่อช่วงวันที่เกมออกแล้ว ผมพึ่งได้มีโอกาสกระดึ๊บ จนจบตอน เมื่อคืนนี้เอง..

สำหรับเกมนี้ หากถามว่าระหว่างดูคนอื่นเล่น กับเล่นเอง มันได้ความรู้สึกแตกต่างอะไรมั้ย... ผมว่าก็มั่ยยย

เนื่องจากมันเป็นเกมทางเลือก ในแบบที่ไม่ต้องอาศัยความเร็วในการคิดตอบสนองแต่อย่างใด จะตอบช้าตอบเร็วก็ค่าเท่ากัน ดังนั้น มันก็เหมือนดูหนังเรื่องนึงนี่เอง จะดูหลานเล่นหรือเล่นเอง มันก็ได้ข้อมูลเนื้อเรื่องหลักและอรรถรสไม่ต่างกัน

นี่ขนาดผมพยายามเลือกตอบไม่ให้ซ้ำกับหลานแล้ว ก็พบว่าเนื้อเรื่องหลักยังไงมันก็ล็อกไว้แบบนั้นแหละ

อย่างไรก็ตาม บนเส้นทางที่ถูกล็อกไว้ราวกับรถไฟที่ไม่สามารถวิ่งออกไปนอกรางได้

ผมว่าเนื้อหาและแนวทางกำกับของเกมนี้ มันสุนทรีย์ และจรรโลงใจในตัวมันเอง

แค่นั่งเอื่อย ๆ ฟังเพลงก็ซึ้งแล้ว

แค่ได้อยู่นิ่ง ๆ ชม World Environment ของเกมก็ดีแล้ว



แค่ฉากรถวิ่งไปบนถนน แล้วกล้องซูมให้เห็นเส้นแบ่งเลนที่พาดผ่านไปเรื่อย ๆ ....ไม่รู้ทำไม มันถึงทำให้รู้สึกผ่อนคลายดีเหลือเกิน

เมื่อผนวกรวมกับเนื้อหาแห่งความวินาศสันตะโรในชีวิตของสองพี่น้อง ชอนและแดเนียลอีกเล่า...

นี่เป็นแนวทางการกำกับ เป็นเกมที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองเปิดใจเล่น และอิ่มเอมไปกับมันจากใจจริง

สำหรับส่วนที่อิมแพคท์ผมมากที่สุด มีอยู่ 2 ส่วน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องของไลล่า



ตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่องขึ้น ชอนวิ่งออกไปจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิด Skype อยู่กับไลล่าไว้ ทำให้ไลล่าเป็นกังวล หลังจากนั้นก็วิตก ส่งข้อความมายาวเหยียดและเยอะมาก จนไล่อ่านแทบไม่หมด

จากนาทีแรก ๆ ที่ไลล่าคิดว่าชอนแกล้งให้เธอเป็นห่วง สักพักนึงไลล่าเริ่มกังวล และปิด Skype ไป หลังจากนั้นไลล่าก็พยายามตามข่าวจากช่องทางต่าง ๆ และภาวนาให้ชอนปลอดภัยพร้อมกับติดต่อมา เธอส่งข้อความแสดงความเป็นห่วงกังวลออกมามากมาย แต่ชอนก็เงียบหายไปเป็นวันโดยไม่ได้ตอบอะไร

ข้อความจากไลล่าที่ทีมงานแต่งมายาวเหยียด สะท้อนถึงอาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นห่วงเพื่อนรักที่โตมาด้วยกันแต่เด็ก อ่านแล้วโคตรทรมานเลยครับ....



ราวกับคนที่กำลังจะสูญเสียคนรักไปแบบไม่มีวันกลับมา

อีกช่วงหนึ่งที่ผมชอบ ก็คือตอนที่ชอนโทรศัพท์กลับไปหาไลล่า และก็เปิดคลิปของครอบครัวย้อนหลัง ดูเรื่องราวของวันที่พ่อซื้อเครื่องเกม PlayBox มาให้



แม่ง... Emotional ....ดูแล้วจะจมไปกับตัวละครด้วย

เป็นอีกเกมที่เล่นแล้วรู้สึกคุ้ม และอินไปกับมันมากเลยครับ

Friday, October 19, 2018

เห็น List เพลง Distant Worlds ฉบับเต็มแล้ว จะเอาถูกใจกว่านี้ ก็ต้อง Youtube แล้วล่ะครับ



ผมได้มีโอกาสเห็น Full Music List ของเพลงที่จะแสดงในงานคอนเสิร์ต Distant Worlds : music from Final Fantasy แล้ว ก็เห็นว่า List เพลงที่จะแสดงในประเทศเรานั้น น่าจะเป็น List เพลงชุดที่โหดที่สุดใน South East Asia แล้วล่ะครับ

พูดแบบเป็นรูปธรรมเลยคือ นอกจากจะมีการเชิญ Susan Calloway มาขับร้อง Eyes On Me, Melodies of Life, Kiss Me Good-bye, Answers และ Dragonsong ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในรอบที่มาเลย์เซียและสิงคโปร์แล้ว...

หากยังจำกันได้... ตอนที่ทีมงานให้ผมมา Hint ถึงเพลงที่ 11 ซึ่งเป็นเพลงจาก Final Fantasy XV... ผมก็ได้เขียนด้วยว่าเพลงที่ 12 นั้นคือ "ปรากฏการณ์ใหม่"

แต่สุดท้ายเพลงที่เรียกว่าปรากฏการณ์ใหม่นั้น ก็ยังไม่ได้ประกาศออกไป แล้วเราก็ประกาศเพลงจาก Final Fantasy IV เป็นเพลงที่ 12 ไปแทน เนื่องจากตอนนั้นแฟน ๆ จากภาคยุคก่อน PS1 อยากได้ความเชื่อมั่นว่าจะมีเพลงยุคก่อน PS1 แสดงในงานด้วยเหมือนกัน

ส่วนเจ้าเพลงไฮไลต์ที่ทาง Arnie Roth ให้เปิดเผยได้แต่แรกซึ่งมีกัน 5 เพลงนั้น

FINAL FANTASY VII: Opening - Bombing Mission
FINAL FANTASY IX: Not Alone
FINAL FANTASY X: To Zanarkand
FINAL FANTASY XV: Apocalypsis Noctis
FINAL FANTASY Series: Chocobo Medley

บอกตรง ๆ ว่านี่ไม่ใช่เพลงไฮไลต์หรอก แต่น่าจะเรียกว่าเป็นเพลงที่แฟน ๆ รู้จักกันดี และทาง Arnie ก็มั่นใจได้ว่าจะสามารถเล่นได้แน่ ๆ มากกว่า

สิ่งที่เป็นเพลงไฮไลต์จริง ๆ
เพลงระดับแกรนด์ ๆ
เล่นยาก ๆ และยาว ๆ ...
แถมไม่มีเล่นที่สิงคโปร์และมาเลย์เซีย

จะมีเล่นกันในรอบวันที่ 1-2 ธันวาคม 2018 ที่ประเทศเราเนี่ยแหละครับ

ทีมงานเค้าเรียกพวกเพลงกลุ่มนี้ว่า "เพลงไฮไลต์ลับกว่า" ประมาณนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า

แหม่ ถ้าผมรู้แต่แรกว่ารอบที่จะแสดงในประเทศเรา จัดเต็มกว่าขนาดนี้ทั้งเกสต์ทั้งเพลง บอกเลย ใจนึงผมก็แอบเสียเงินที่ปีที่แล้วผมอุตส่าห์ถ่อบินไปฟังคอนเสิร์ตนี้ถึงสิงคโปร์ครับ

แต่อีกใจนึงก็คิดว่าดีแล้ว เพราะเคยไปฟังรอบที่สิงคโปร์มาก่อน ถึงสามารถเอาประสบการณ์ตรงนั้นมาต่อยอด เป็นประโยชน์ช่วยในการจัดเตรียมงาน :)

และยิ่งทำให้ผมรู้ และพูดอย่างมั่นใจได้ว่า งาน Distant Worlds ของประเทศไทยนั้น เหนือกว่ารอบของประเทศเพื่อนบ้านมากมายขนาดไหน

เชิญไปพิสูจน์กันได้ 1-2 ธันวาคม 2018 นี้ ที่หอประชุมสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล

ใครยังไม่ได้ซื้อบัตร ตอนนี้เหลือแค่บัตรของวันที่ 1 ประมาณ 50 ที่นั่งสุดท้ายแล้ว แถมระยะเวลาจำหน่ายด้วยราคา Early Bird จะสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้

ถึงขนาดนี้ ไม่เหลืออะไรให้ต้องลังเลแล้วครับ

Dissidia -Final Fantasy- NT อัปเดตเนื้อเรื่องของ Kam'lanaut


คัตซีนเนื้อเรื่องใหม่ของ Kam'lanaut จาก Final Fantasy XI ที่พึ่งอัปเดตเพิ่มเข้าไปใน Dissidia -Final Fantasy- NT เมื่อวาน

เนื้อหาห่านจกปลวกมาก แค่ระหว่างทาง กลุ่มวาน หัวหอม และยาชโทล่า ไปเจอคัมลานาท ในดินแดนที่แปรเปลี่ยนรูปร่างขึ้นเป็นความทรงจำของทวีปลอยฟ้า คัมลานาทได้ถามผู้มาเยือนทั้งสามว่าหนทางออกไปจากภพนี้คืออะไร? เมื่อได้ยินว่าต้องรวบรวมพลังงานที่เกิดจากการต่อสู้ห้ำหั่นกัน คัมลานาทจึงพร้อมเอ็นจอยกับกิจกรรมฆ่าฟันกันในทันที

ระหว่างการต่อสู้ ชินริวก็แอบย่องมาสูบพลังงานไป คัมลานาทก็หวังเล่นทีเผลอพิฆาตวาน แต่หัวหอมกับยาชโทล่า ก็ช่วยพากันโกยเถิดโยม หนีเอาตัวรอดไปได้

จบไปอีกหนึ่งคัตซีน ที่ไม่มีอะไรให้จดจำเลย...

Thursday, October 18, 2018

บทสัมภาษณ์ย้อนอดีต เมื่อวันแรกพบของคุณโนมุระกับคุณชิโมมุระ


"ฉันยังจำได้ชัดค่ะ วันแรกที่เข้าทำงานในบริษัท ฉันเดินเข้าไปแนะนำตัวกับทุก ๆ คน ตอนที่เดินมาถึงโต๊ะของคุณโนมุระ เขาก็หันมาพูดด้วยว่า"

"มอนสเตอร์ โนมุระครับ"

"ฉันไม่รู้ว่ามอนสเตอร์ที่ว่านั่นคือชื่อตำแหน่งงานรึเปล่า (หัวเราะ) จากนั้นก็มีคนบอกว่าคุณโนมุระกำลังทำภาพอาร์ตของมอนสเตอร์อยู่"

นั่นคือการพบกันครั้งแรกระหว่างเท็ตสึยะ โนมุระ และคุณโยโกะ ชิโมมุระ ผู้กำกับ และผู้ประพันธ์เพลงของซีรีส์ Kingdom Hearts

-------------------------------------
แล้วจำกันได้ครั้งแรกเมื่อไหร่?
-------------------------------------

โนมุระ : น่าจะเป็นช่วงพัฒนา Parasite Eve ใน LA นะ

ชิโมมุระ : จำได้ว่าตอนนั้นเคยเข้าไปถามเขาถึงคอนเซปต์ของ FFVII เราไม่เคยอยู่ทีมเดียวกันมาก่อนก็เลยไม่มีโอกาส ในที่สุดก็ได้มีโอกาสแล้ว และก็ได้เห็นลายเส้นขยุกขยิกของเขาด้วย

โนมุระ : นั่นมันลายเส้นตอนที่ผมเริ่มต้นร่าง

ชิโมมุระ : ก็เป็นช่วงก่อนจะเริ่มสร้าง Kingdom Hearts สักพักเลยค่ะ

-------------------------------------
ทำไมถึงเลือกคุณชิโมมุระเป็นผู้ประพันธ์เพลงให้ Kingdom Hearts
-------------------------------------

โนมุระ : เธอว่างพอดีครับ (หัวเราะ)

ชิโมมุระ : แค่นั้นเหรอคะ? (หัวเราะ)

โนมุระ : ก็มีแคนดิเดตอยู่ไม่กี่คนนะ ทว่าตอนนั้นผู้ประสานงานของฝ่าย Sound เขาแนะนำเธอ บอกว่าดูน่าจะปังมากที่สุด ผมก็แบบ "อ๋อ คุณชิโมมุระน่ะเอง"

ชิโมมุระ : หมายความว่ายังไงคะ? (หัวเราะ)

โนมุระ : หลังเสร็จงานภาคแรก ผมให้เธอทำต่อเพราะผมไม่ชอบการเปลี่ยนตัวทีมงานคนสำคัญกลางคัน

ชิโมมุระ : คุณอาจจะจำไม่ได้แล้ว แต่ตอนที่ฉันตัดสินใจได้ว่าจะออกไปเป็นฟรีแลนซ์ คุณมาหาฉันด้วยนะ

โนมุระ : ผมเนี่ยนะ?

ชิโมมุระ : คุณถามว่าเมื่อออกจากบริษัทไปแล้ว ฉันมีแผนจะทำอะไรต่อ พอฉันบอกว่ายังไม่ได้คิดเลย คุณก็บอกว่าคุณไม่สนว่าฉันจะยังทำงานที่บริษัทอยู่หรือไม่ ยังไงซะคุณก็อยากให้ฉันช่วยทำซีรีส์นี้ต่อไป ตอนนั้นฉันถึงเข้าใจว่าการเป็นฟรีแลนซ์คือโอกาสที่แท้จริง มันเป็นเรื่องที่วิเศษมากเลยค่ะ!

โนมุระ : ผมว่าคนที่เคยพูดอะไรแบบนั้น กับผมคนที่นั่งอยู่ที่นี่ตอนนี้ ไม่น่าใช่คน ๆ เดียวกันนะ (หัวเราะ)

ชิโมมุระ : อย่าพึ่งป่วนเรื่องของฉันสิคะ!

-------------------------------------
ระหว่างการพัฒนา สื่อสารกันยังไง?
-------------------------------------

โนมุระ : ผมมักจะมีรีเควสต์ผ่านคนกลางไป เราไม่ค่อยได้คุยกันโดยตรง

ชิโมมุระ : สำหรับภาคแรก ฉันทำเดโมเป็น Mini Disc ไปวางบนโต๊ะของคุณ แล้วส่งอีเมลแจ้งให้รู้ จำได้ว่าเคยคุยกันทางโทรศัพท์ด้วย

โนมุระ : ผมไม่เห็นจำอะไรได้เลย

ชิโมมุระ : ปกติแล้วฉันจะได้คุยกับคนกลางว่าส่วนใดของเกมจะใช้เพลงแบบไหนบ้าง แต่ฉันก็เอาเดโมไปส่งเองโดยตรง และน่าจะได้ส่งให้ Planner ของโปรเจคท์ก่อนด้วย จำได้ว่ามีบางเพลงที่ถูกตีกลับมาเพราะไม่มีที่ใช้ แต่ตอนหลังก็ได้ยินว่ามีบางเพลงที่คุณฟังแล้วรู้สึกชอบ Dearly Beloved ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ฉันนึกว่าเพลงนี้จะโดนโละทิ้งไปแล้ว แต่มาเห็นคุณให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เคยโละทิ้งสักหน่อย!

*แปลว่าตอนแรก Dearly Beloved โดน Planner ตีกลับไปแล้วเพราะคิดว่ามันไม่มีจุดที่จะใช้เพลงนี้แล้ว แต่คุณโนมุระฟังแล้วชอบ เลยจัดให้เป็นเพลง Menu Title ในภายหลัง

-------------------------------------
ในความคิดคุณ เพลงใดคือเพลงแห่ง Kingdom Hearts
-------------------------------------

โนมุระ : Dearly Beloved ก็ใช้บ่อยนะ เป็นเพลงที่เด็ดมาก แต่ชื่อเพลงจำย๊ากยาก มันแปลว่าอะไรนะ?

ชิโมมุระ : แปลว่าคนที่ Precious สำหรับคุณค่ะ

โนมุระ : โห จริงเหรอ? เข้าใจละ... Precious แบบใน The Lord of the Rings สินะ (หัวเราะ)

ชิโมมุระ : ตอนนั้นฉันไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตด้วยนะ ฉันเปิดพจนานุกรม พอเห็นคำนี้ก็คิดว่า 'ใช่เลย!' ไม่อยากเชื่อเลยว่าผ่านมา 15 ปีแล้วแต่คุณยังชื่อเพลงนี้แทบไม่ได้... พูดถึงชื่อเพลงแล้ว ยังมีเพลงชื่อ Sunset Horizons ใช้ในฉากจบลับของ KH II ฉันไม่อยากจะใช้คำว่า Sunset แต่คุณอยากใช้ให้ได้ คนที่เป็นคนกลางเลยลำบากใจแย่ จำได้มั้ยคะ?

โนมุระ : ไม่เลย... นี่ผมสงสัยว่าทำไมผมถึงต้องอยากใช้คำนั้นด้วย

ชิโมมุระ : ฉันเองก็จำไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่อยากใช้คำนั้น (หัวเราะ)

โนมุระ : เดาว่าอาจจะเป็นเพราะระหว่างสร้าง KH II ผมคงไปที่ Sunset Boulevard บ่อย (ชื่อถนนใน LA) แต่ยังไงก็นะ ชื่อเพลงของคุณทั้งหมดมันเข้าใจยาก บางเพลงก็ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ บางเพลงก็เป็นภาษาอิตาลี นี่คุณคิดจะทำอะไรกันแน่? (หัวเราะ)

ชิโมมุระ : ส่วนมากก็เป็นภาษาอังกฤษนะคะ แต่ก็มีส่วนน้อยที่ตั้งผสมกันให้มันหลากหลาย

โนมุระ : ชื่อที่คุณตั้งมาไม่ช่วยทำให้ผมรู้สึกว่า "อ๊ะ หมายถึงเพลงนั้นเอง!" ได้เลย คุณน่าจะตั้งชื่อให้มันเข้าใจง่ายกว่านั้นหน่อย

ชิโมมุระ : ภาษาอังกฤษของฉันก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนะคะ... บางทีฉันก็อยากตั้งเป็นภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน...

โนมุระ : จนป่านนี้แล้ว ขืนเรามาเปลี่ยนชื่อเอาตอนนี้ คงสับสนตายชัก (หัวเราะ) ตอนที่ผมทำเทรลเลอร์ ผมต้องมานั่งเปิดฟังเพลงทุกเพลง เพราะจำไม่ได้ว่าไอ้ชื่อนี้มันหมายถึงเพลงไหน คุณควรจะตั้งชื่อเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่แรก!

ชิโมมุระ : ก็เคยคุยเรื่องการตั้งชื่อเพลงเป็นภาษาอังกฤษกันแล้วนี่คะว่า เพื่อทำให้คนอ่านเข้าใจกันได้กว้างขวางมากขึ้น

โนมุระ : พูดถึงชื่อเพลง ผมจำได้ว่าระหว่างสร้าง KH II เราเรียกร็อคซัสว่า "เด็กหนุ่มปริศนา" กันมาตลอด แต่คุณตั้งชื่อเพลงตามชื่อเขา แล้วก็ปล่อยชื่อเพลงออกไป

ชิโมมุระ : ทีงี้ล่ะจำได้ (หัวเราะ) มันเป็น Spoiler ซึ่งไม่ควรจะเผยแพร่ออกไปก่อน แต่ก็หลุดออกไปแล้ว ทั้งที่ข้อมูลนี้ควรจะเปิดเผยหลังเกมออกแท้ ๆ

โนมุระ : นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรายึดถือคำว่า "เด็กหนุ่มปริศนา" กันมาตั้งแต่แรก... ที่จริงนี่เป็นโอกาสทองที่คุณจะใช้ชื่อเพลงเข้าใจย๊ากยากตามสไตล์คุณแล้วแท้ ๆ! (หัวเราะ)

ชิโมมุระ : แต่เพลงธีมของตัวละครอื่น ก็ตั้งตามชื่อพวกเขานะคะ ยังไงซะ มันกลายเป็นเพลงที่โด่งดังได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จกันทั้งหมดค่ะ

ตัดตอนจากบทสัมภาษณ์เท็ตสึยะ โนมุระ และโยโกะ ชิโมมุระ ในโบรชัวร์งานคอนเสิร์ต KINGDOM HEARTS Orchestra -World Tour- ที่โตเกียว เดือนมีนาคม 2017 โดยสัมภาษณ์ไว้ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน 2016

Monday, October 15, 2018

Dissidia NT เตรียมอัปเดตเนื้อเรื่องของ Kam'lanaut วันที่ 18 ต.ค. นี้

Dissidia -Final Fantasy- NT (PS4) เตรียมอัปเดตคัตซีนเนื้อเรื่องของ Kam'lanaut จาก Final Fantasy XI พร้อมกับสเตจใหม่ ราชวังอินซอมเนีย (Citadel) จาก Final Fantasy XV วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2018 นี้






Sunday, October 14, 2018

เนื้อเรื่อง KH Union χ มิชชั่น 841 มาเลฟิเซนต์ผู้ติดกับ

หลังจาก Kingdom Hearts Union χ (เกมกาชาบนมือถือ) ดองเนื้อเรื่องหลักมานานตั้งแต่ 21 ก.ย. 2017

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2018 หลังจากดองเรื่องมาได้ 1 ปีกับอีก 20 วัน เกมมันก็กลับมาอัปเดตเนื้อเรื่องต่อแล้วจร้าาา น้ำตาจะไหล...

เหตุการณ์ในตอนล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในภพปริศนา ภพเดียวกับที่ตัวอวตารของผู้เล่นผจญภัยอยู่ในตอนล่าสุด หลังจากที่ผู้เล่นและเจ้าชายฟิลิปส์ ช่วยกันปราบมาเลฟิเซนต์ร่างมังกรได้แล้ว...

เราก็พบว่ามาเลฟิเซนต์สุดโหดที่เราสู้อยู่นี้ เป็นมาเลฟิเซนต์ที่ใช้วิธีการบางอย่างท่องกาลเวลามาจากอนาคตหลายร้อยปีข้างหน้า มาเลฟิเซนต์คนนี้คือคนเดียวกับในยุคของพวกโซระ

มิหนำซ้ำยังมีการเฉลยไปในตัวด้วยว่า ภพปริศนาหรือ Unchained Realm ซึ่งผู้เล่นกำลังโดน Re-experience ตามแผนของมาสเตอร์ออฟมาสเตอร์อยู่ในตอนนี้ คือ "Data World"

(ก่อนหน้านี้ชาวโลกเข้าใจว่าเป็นโลกแห่งการหลับใหล เพราะจิริธีบอกว่าทำให้ผู้เล่นหลับไปและลบฝันร้ายอยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโลกแห่งความฝัน นับเป็น Data World แบบหนึ่งรึเปล่า?)

และนี่คือเรื่องราวที่ต่อจาก Epilogue ของ KHχ บน PC Browser ด้วย

------------------------------------------------

[มิชชั่น 841]

มีการเปิดเผยเป็นครั้งแรกจากบทสนทนาว่า มาเลฟิเซนต์ที่ตัวอวตารของผู้เล่นต่อสู้ด้วยในภาค Union χ นี้ (รวมถึงร่างมังกรสุดโหด) คือมาเลฟิเซนต์จากยุคของโซระที่ใช้วิธีการบางอย่างท่องกาลเวลากลับมายังโลกยุค χ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกินกว่า 100+ ปีก่อนยุคของพวกเธอ

ขณะที่มาเลฟิเซนต์กำลังระทมกบาลอยู่บนยอดปราสาท


*คำว่าเปลี่ยนแปลงตอนจบไม่ได้ในที่นี้ หมายถึงยังไงก็โดนพวกเจ้าชายฟิลิปส์กระทืบ และพ่ายแพ้ตามเนื้อเรื่องอยู่ดี


 *มาเลฟิเซนต์คนนี้มาจากอนาคตในยุคเดียวกับพวกโซระ จากเนื้อหาแล้ว เชื่อกันว่าน่าจะเป็นเรื่องราวระหว่างรอยต่อ KH1 กับ KH2

*ตอน Square Enix โปรโมตตัวเกมภาค 2.8 ผ่านสื่อต่าง ๆ มีการระบุลงใน Timeline สั้น ๆ ในนิตยสารเกมฝั่งญี่ปุ่นหลายฉบับว่า เรื่องราวในยุค χ เกิดก่อนหน้าเรื่องราวยุค Birth by Sleep 100+ ปี



*ตัวละครปริศนานี้ เรียกมาเลฟิเซนต์ด้วยสรรพยามสุภาพ สะท้อนว่าเป็นแคแรคเตอร์ที่ค่อนข้างนิ่ม ไม่ใช่แนวนักเลง



*คำว่าคนที่ไม่รู้อะไรเลยในที่นี้ ทำให้ผมนึกถึงคำพูดที่อันเซมตัวปลอมใน KH1 ใช้เรียกเหน็บแนมพวกโซระ

**ทฤษฎีการย้อนเวลานี้ เหมือนที่เซอานอร์ทหนุ่มพูดไว้ใน KH3D


*ภาพบนคือเซอานอร์ทฮาร์ทเลส (อันเซมตัวปลอม) ที่ยึดร่างกายริคุไว้สมบูรณ์แล้ว



- ก่อนหน้านี้ ในโลกแห่งความจริง บน KHχ (PC Browser) เอเฟเมร่าเคยอธิบายไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ดาว Disney ที่ผู้เล่นเดินทางไป ไม่ได้มีตัวตนอยู่ในยุคนี้ แต่เป็นเพียง Hologram Projection ที่มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์และเหล่าโหร สร้างขึ้นมาจากตำราพยากรณ์

- พอเราเข้ามาใน Data World ก็เจอเหตุการณ์ที่เอเฟเมร่าอธิบายซ้ำอีกครั้ง ในภาค Unchained χ
https://www.youtube.com/watch?v=8AqABNKChbk

- สิ่งที่ ??? พูด หมายความว่าเหตุผลที่มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์ไม่ได้ Project ดาว Enchanted Dominion ขึ้นมาใน KHχ ซึ่งเป็นภพแห่งความเป็นจริง ก็เพราะไม่อยากให้มาเลฟิเซนต์จากยุคอนาคต ย้อนกลับมาป่วนกาลเวลาในอดีตช่วงก่อนสงครามคีย์เบลดได้


*สังเกตว่า ??? เรียกมาเลฟิเซนต์ว่า "คุณ", เรียกมาสเตอร์ออฟมาสเตอร์และเหล่าโหร เสมือนเป็นบุคคลที่ 3 และยังเรียกฮาร์ทเลสว่าปิศาจแห่งความมืด สิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนงำที่จะบ่งบอกตัวตนของเขา


*ประสบการณ์ใหม่ ในที่นี้หมายถึงสภาพที่หลังจบสงครามคีย์เบลดใน KHχ แล้ว ตัวอวตารผู้เล่นก็ถูกพาเข้าสู่โลกใบใหม่ที่มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์เตรียมไว้ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ KH Unchained χ และในนั้นผู้เล่นก็ประสบพบเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ คล้ายคลึงกับของเดิม แต่มีรายละเอียดยิบย่อยแตกต่างไป โดยเฉพาะพวกความทรงจำอันเลวร้าย และเรื่องรายละเอียดตอนเกิดสงครามคีย์เบลดที่ตัดไป ทั้งหมดนี้คือกระบวนการ re-experience ให้ตัวละครผู้เล่นและกลุ่ม Dandelion ลืมเรื่องราวปลีกย่อยบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นบนโลกแห่งความจริงไป

**ตัวอย่างเหตุการณ์ที่แตกต่างกันเช่น ในเหตุการณ์ที่เราปะทะกับมาสเตอร์อาเซ็ด บนโลกแห่งความเป็นจริง (KHχ) เราจะสู้ไม่ได้ และมาสเตอร์อิราจะมาช่วยเราไว้ หลังจบการต่อสู้ เราจะได้คุยกับอิราและสคูลด์ต่ออีกนิดนึง... ทว่าพอเป็นประสบการณ์ใหม่ในโลกใหม่ เหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้น มันถูกตัดทิ้งไป แต่เมื่อเวลาเดินมาถึงช่วงที่เกิดเหตุการณ์นี้ (มิชชั่น 675) ตัวละครเราก็หลับฝันถึงเหตุการณ์ที่ปะทะกับมาสเตอร์อาเซ็ด ระหว่างฝันอยู่เราก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกโดยมีจิริธีปลอบอยู่ข้าง ๆ ....แล้วเราก็หลับไปต่อไป







*หมายถึงไม่มีการสร้าง Data World ของดาวที่ไคริอยู่ขึ้นมา เพื่อป้องกันมิให้มาเลฟิเซนต์รวบรวมหัวใจแห่งแสงบริสุทธิ์ทั้ง 7 ได้ แม้ว่าภพนี้จะเป็นแค่ Data World ก็ตาม

**แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าดาวที่ไม่สร้างขึ้นมานี้ จะหมายถึง Radiant Garden หรือ Destiny Island นะ


*หืม... หมายความว่าเกิดอะไรขึ้นกับดาวนั้น? จะเกิดอะไรขึ้นกับดาวของไคริในอนาคต????



 - อันที่จริงป้ามาเลฟิเซนต์ ควรย้อนเวลาไปแค่ 10 ปี ย้อนกลับไปยังยุค BBS แล้วรีแมตช์กับอควอและเจ้าชายฟิลิปส์ใหม่ก็พอ นี่ดันทะลึ่งย้อนมาไกลเกินไป เป็นร้อยปี จนมาโผล่ Data World, เป็นไปได้เหมือนกันว่าป้าควบคุมยุคสมัยที่จะลงจอดไม่ได้



- ก่อนหน้านี้เกมมีการเปิดเผยว่าเราสามารถย้อนเวลากลับไปยังอดีตที่ตัวเองเคยมีตัวตนอยู่ได้ แต่จากคำพูดล่าสุดของตัวละครปริศนา แสดงว่าเรายังสามารถข้ามไปยังอนาคตได้ด้วย นั่นหมายความว่ามาสเตอร์ออฟมาสเตอร์ โหรทั้งหมด ลูซู หรือกระทั่งพวกลอวเรียม เวนตุส และคนอื่น ๆ เอง ก็อาจจะใช้วิธีนี้ ข้ามกาลเวลาร่วมร้อยปี ไปยังยุคของพวกโซระ นั่นเอง

Sunday, October 7, 2018

Rockman 11 หลักฐานแห่งวัยที่ร่วงโรย


ย้อนไปประมาณ 8-10 ปีก่อน...

ช่วงนั้นผมพึ่งจบ ป.ตรี ใหม่ ๆ ยังอยู่ในช่วงพีกของชีวิตการเล่นเกม

ตอนนั้นผมทำสปีดรัน จบ Rockman 9, 10 ในรอบแรก ๆ ได้ติด Top 10 ของเซอร์เวอร์ Wii, PS3 (จนเอามาทำซับนรกได้) ทั้งที่ไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรมาก รู้สึกว่าก็เล่นไปตามจังหวะธรรมดาของตนเอง แค่เดินผ่าน ศัตรูมันก็ตายหมดฉากไปเองแล้ว...



ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน

เลยช่วงพีกมาไกลมากแล้ว...

ถึงตอนนี้ ใน Rockman 11 ...ศัตรูมันยืนเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวผมก็กลิ้งกลุก ๆ ตกเหวตายไปเองแล้ว

อนาถซัสสสสสส...

ว่าไปแล้ว ชีวิตการเล่นเกม ก็เหมือนการเล่นกีฬา

ช่วงพีก ๆ จะมีไหวพริบ จินตนาการในการแก้ปัญหาสูง สามารถอ่านแพทเทิร์น คิดวิธีเอาตัวรอด และลงมือทำได้สำเร็จในเสี้ยววินาที...... ส่วนทุกวันนี้ก็ยืนงงไปเด่ะ ยืนงงไป

ช่วงพีก ๆ จะมีประสาทตอบโต้ฉับพลัน ศัตรูยิงกระสุนหรือจู่โจมมาอย่างรวดเร็ว เราก็สามารถพลิ้วหลบได้หมด...... ส่วนทุกวันนี้อย่าว่าแต่จะหลบให้ทันเลย แค่มองให้ทันยังยากกกกกก....

ที่ผ่านมา ผมจะเริ่มต้นเล่น Kingdom Hearts ทุกภาคด้วยโหมดที่ยากที่สุดของเกมแต่ละเวอร์ชั่น ตั้งแต่รอบแรกที่เล่นเสมอ

แต่สำหรับ KH III ที่จะออกต้นปีหน้า สงสัยว่าเพื่อสุขภาพจิตที่ดี ผมคงต้องยอมทิ้งทิฐิ และไปเริ่มต้นเล่นด้วยโหมด Normal แทนละ ไว้รอบสองค่อยว่ากันสำหรับ Proud/Critical เนอะ...

Friday, October 5, 2018

SQEX Store เตรียมวางขาย KH The Story So Far 30 ตุลาคมนี้


จู่ ๆ มันก็มา!! Square Enix Store เปิดเผยข้อมูลการวางจำหน่าย Kingdom Hearts : The Story So Far ชุดมัดรวม 9 ภาค (หรือจะนับรวมว่ามี 3 ภาคคือ 1.5 + 2.5 + 2.8 ก็ได้)

ชุดนี้กำหนดวางจำหน่าย 30 ตุลาคม 2018 สนนราคาเพียง $39.99 เท่านั้น!!

ในแผ่นดังกล่าวนั้นประกอบไปด้วยภาคย่อยได้แก่
- KINGDOM HEARTS FINAL MIX
- KINGDOM HEARTS Re:Chain of Memories
- KINGDOM HEARTS 358/2 Days (HD Remastered cinematics)
- KINGDOM HEARTS II FINAL MIX
- KINGDOM HEARTS Birth by Sleep Final MIX
- KINGDOM HEARTS Re:coded (HD Remastered cinematics)
- KINGDOM HEARTS Dream Drop Distance HD
- KINGDOM HEARTS 0.2 Birth by Sleep –A fragmentary passage–
- KINGDOM HEARTS χ Back Cover (movie)

https://store.na.square-enix-games.com/en_US/product/501506/kingdom-hearts-the-story-so-far-ps4

ส่วนตัวผมว่าชุดนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อน แล้วอยากจะหาซื้อชุดที่มีข้อมูลเกมจนถึงภาคปัจจุบันอยู่เกือบครบ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเล่นภาค III ที่จะออกต้นปีหน้า

ส่วนคนที่เคยซื้อชุดมัดรวมชุดก่อน ๆ มาแล้ว ผมว่าถึงตรงนี้เราก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เดี๋ยวในอนาคตมันก็มีชุดมัดรวมที่ดีกว่า ครบกว่า เป็นปัจจุบันกว่า ออกมาเรื่อย ๆ อีกครับ

Wednesday, October 3, 2018

Subaseka -Final Remix- เปิดตัวเพียง 14,216 ชุด


ฉิบหายวายป่วงแบบแฟนเกมที่คาดไว้ เมื่อ Media Create เปิดเผยผลสำรวจยอดขายเกมในประเทศญี่ปุ่น ประจำสัปดาห์ล่าสุดที่ผ่านมา ซึ่ง Subarashiki Kono Sekai -Final Remix- (The World Ends with You) ที่วางจำหน่ายบน Nintendo Switch ทำยอดขายเข้าป้ายเป็นเพียงเกมขายดีอันดับที่ 9 ด้วยยอดขายเปิดตัวสัปดาห์แรกเพียง 14,216 ชุดเท่านั้น

https://www.4gamer.net/games/117/G011794/20181003044/ ตัวเกม Subarashiki Kono Sekai เวอร์ชั่นต้นฉบับบนเครื่อง Nintendo DS นั้น เคยทำยอดจำหน่ายในญี่ปุ่นไว้ราว 2 แสนชุดเมื่อปี 2007 ซึ่งถือเป็นยอดขายที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเกมที่จำหน่ายให้กับเครื่อง Nintendo DS ด้วยกัน ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน คุณเท็ตสึยะ โนมุระ Creative Producer ของเกม พึ่งให้สัมภาษณ์ลงเว็บไซต์ของ Nintendo โดยตรงว่า ตัวเกมภาค Final Remix นี้คือ โอกาสสุดท้ายที่แกจะสร้างหนทางไปสู่เกมภาคถัดไป กล่าวคือหากยอดขายภาค Final Remix ไม่ดีพอ ก็จะไม่มีหลักฐานอันเป็นรูปธรรมที่แสดงว่าเกมนี้สมควรมีภาคต่อไป และจะไปขออนุมัติสร้างโปรเจคท์ภาคถัดไป ไม่ได้นั่นเอง ยอดขายในญี่ปุ่น ดับไปแล้ว ตอนนี้ก็รอดูยอดขายเวอร์ชั่นต่างประเทศ ที่จะวางจำหน่าย 12 ตุลาคม 2018 นี้ครับ