Tuesday, March 30, 2021

เคลค์ ผู้พิพากษาแห่งสปิร่าที่โดนใบสั่งจากเบื้องบน


เคลค์ ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีตามวิจารณญาณของตนเองไม่ได้ เพราะโดนใบสั่งจากประมุขแห่งสปิร่า สุดท้ายทนไม่ได้จนต้องลาออกกลับไปเลี้ยงหลานบนภูเขา แต่ไม่วายโดนตามเก็บ

------------------------------

ใน Final Fantasy X Scenario Ultimania ระบุว่าเคลค์ (Maester Kelk) เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย (Ministry of Civil Affairs) ซึ่งในโลกสปิร่า กระทรวงนี้ดูแลทั้งอำนาจตุลาการ การคลัง และบริหารรัฐการแผ่นดิน (ขอบเขตหน้าที่ค่อนข้างแตกต่างจากประเทศเรา เพราะมันก็เป็นโลกสมมติน่ะนะ)

ในตอนที่ศาลสูงแห่งเยว่อนพิจารณาคดียูน่าและพวก ในความผิดฐานฐานทําร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทําร้ายรับอันตรายสาหัสแก่ซีมัวร์ กัวโด้ (มาตรา 297 ป.อาญา) สมคบคิดก่อกบฎร่วมกับเผ่าพันธุ์อัลเบด (มาตรา 113) ถือเป็นทรราชที่ทำลายความสงบและศีลธรรมอันดีงามของประชาชนชาวสปิร่า

เคลค์ได้ถามยูน่าว่ามีเหตุจูงใจอันใด ถึงได้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าวลงไป?

ยูน่าก็อธิบายว่าทรราชที่แท้จริงในคดีนี้ก็คือซีมัวร์ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว และได้สังหารพ่อของตัวเอง... ฯลฯ ในขณะที่ยูน่ากำลังจะอธิบายต่อ แกรนด์มาสเตอร์ไมก้า (Grand Measter Mika) ประมุขและผู้นำสูงสุดของสปิร่า ก็ได้ผลักเคลค์ออกไปข้าง ๆ แล้วก็เปิดเผยว่าตัวเองก็เป็นคนที่ตายไปแล้ว ก็จะเอาแบบนี้! ก็จะเป็นแบบนี้อ่ะทำไม!?

ลูกกระจ๊อกคิน็อคก็เสริมว่าให้คนตายเป็นแสงนำทางปกครองคนเป็นผู้ล้มเหลวและหลงผิด ก็ดีอยู่แล้ว, ซีมัวร์เสริมว่าชีวิตก็แค่ความฝันที่ผ่านมาแล้วผ่านไป ความตายต่างหากที่เป็นนิรันดร์

ไมก้าก็อธิบายต่อว่ายังไงผู้อัญเชิญก็ไม่มีทางเอาชนะซินได้ ไม่มีทางหยุดยั้งวัฏจักรการเกิดใหม่ของมันได้ แต่อย่างน้อยการที่ผู้อัญเชิญออกไปสู้แล้วตาย ก็ทำให้ปวงชนมีความหวัง มันไม่ได้สูญเปล่า แค่ไม่มีวันจบสิ้น นั่นแหละคือแก่นแท้ของลัทธิเยว่อน

"ใครที่ตั้งคำถามกับความจริงนี้ มันผู้นั้นแหละคือทรราช...!"

คลิปตอนพิจารณาคดี : https://youtu.be/sRotXu507P0?t=1475

-----------------------

ว่าแล้วพวกยูน่าก็ได้รับคำพิพากษาให้ประหารชีวิต โดยจับโยนเข้าไปในเส้นทางชำระบาปที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามและไม่เคยมีใครรอดมาได้ แต่ด้วยอัจฉริยภาพของโมโตมุ โทริยามะ, โยชิโนริ คิตาเสะ และคาสึชิเงะ โนจิมะ ก็ออกแบบพล็อตให้ยูน่าเรียกอสูรทั้งแก็ง มาช่วยถล่มเส้นทางและพาออกไปได้สบายยยย (ความสมเหตุสมผลลลลลลลลลลล)

ส่วนเคลค์ ผู้พิพากษาที่ตัดสินตามวิจารณญาณของตนเองไม่ได้ เป็นได้เพียงเครื่องมือของมือที่ต้องตัดสินจากใบสั่งของลัทธิเยว่อนและประมุขไมก้า... ก็ผิดหวังกับความจริง แนวคิด และความฉ้อฉลในระบบรัฐการของเยว่อน

เคลค์ได้ตัดสินใจ ลาออกจากรัฐการ แล้วกลับบ้านไปเลี้ยงหลานที่ภูเขากากาเซ็ท... ก่อนที่หลังจากนั้นก็โดนผีซีมัวร์ตามฆ่าล้างเผ่าธุ์รอนโซ่ ในฐานะที่เป็นเผ่าพันธุ์หัวแข็ง ซื่อตรง ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจทุจริตของเยว่อน

เป็นอันจบชีวิตของผู้พิพากษา/รัฐมนตรีที่แสนเศร้า เป็นคนดีภายใต้ระบบที่พัง ชีวิตก็พังตาม

https://finalfantasy.fandom.com/wiki/Kelk_Ronso

Monday, March 29, 2021

Ray Chase จับเอาคัตซีนล่าสุด KHU χ ไปพากย์เสียงเองโดยที่ SQEX ไม่ต้องจ้าง

ตอนสี่ทุ่มครึ่งที่ผ่านมา Ray Chase นักพากย์เจ้าของเสียงพากย์น็อคติสและหม่อมมัม (มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์) ได้เอาคัตซีนล่าสุดของ Kingdom Hearts Union χ ที่มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์มีบทบาท ไปพากย์เสียงเองเรียบร้อย แล้วปล่อยลงทวีตภพของตนเอง - https://twitter.com/RayChase/status/1376196622309154817

ประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ก็มีแฟน - เอาเสียงแกไปตัดใส่คัตซีนให้เรียบร้อยยยยย https://twitter.com/noctisismyking/status/1376212448198320128

งานนี้ SQEX ไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง เพราะนักพากย์แกทำงานนอกสั่งให้เองซะงั้นนน 

Goldpanner จะแปล KHUχ ต่อไปแม้ว่า Official Eng จะแปลทัน JP แล้ว


มีมาม่าเบา ๆ จากคอมมูฯ KH ฝั่งตะวันตก

เรื่องเริ่มจาก ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2013 หรือ 8 ปีก่อน ที่ Kingdom Hearts χ ออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน คุณ Everglow กับ Goldpanner สองนักบุญของคอมมูฯ Kingdom Hearts ก็คอยแปลเนื้อเรื่องทุกตอนเป็นภาษาอังกฤษให้ตลอด (แน่นอนว่าสำนวนทั้งสองคนต่างกัน แต่ก็เสริมกันและกันได้ดี ผมก็ตามอ่านทั้งสองเวอร์ชั่นตลอด)

จนกระทั่งพอเกมอัปดเดตมาเป็นภาค Unchained X บนมือถือ แล้วมีการเปิดเซอร์เวอร์อินเตอร์ฯ ขึ้นมา เกมก็มี Official Localization เป็นภาษาอังกฤษ

แต่ด้วยความที่ตอนของอังกฤษ มันอัปเดตไล่ตามหลังฝั่งญี่ปุ่นอยู่มาก ตอนสตาร์ตก็เนื้อเรื่องตามหลังครึ่งปีแล้ว ถึงจะทยอยไล่ตามมาได้บ้าง แต่ก็ไม่ทันสักที

แฟน ๆ บางส่วนก็บ่นกันมาตลอดว่า "จะมีสักวันที่เนื้อเรื่องภาค Eng มันแปลไล่ตาม Jp ทัน และปล่อยอัปเดตพร้อมกันมั้ยว้าาาาาา?"

หมุนเวลามาจนถึง 25 มี.ค. 2021

ภาค Eng มันอัปเดตเนื้อเรื่องไล่ตามญี่ปุ่นทันแล้ว!!
แถม JP Eng ก็ออกตอนใหม่แทบพร้อมกัน!!!
*JP ออกตอนใหม่ตอนบ่ายโมง แล้ว Eng ออกตอนบ่ายสอง

แน่นอนล่ะว่าแฟนทั่วโลกดีใจมั่ก ๆ ที่คนหมู่มากนอกญี่ปุ่น จะได้รับรู้เนื้อเรื่องในวันเดียวกับคนญี่ปุ่น

แต่แล้ววันกว่า ๆ ต่อมา

Goldpanner ก็ยังคงทำคลิปแปลเนื้อเรื่องจากเวอร์ชั่นญีปุ่นเป็นภาษาอังกฤษอออกมาตามเดิม แบบที่เขาทำมาตลอด 8 ปี... - https://www.khinsider.com/news/-SPOILERS-Union-X-The-World-s-End-18297



แต่แล้วมันก็มีหลายคนส่งข้อความไปแซะคุณ Goldpanner ว่า...
"มึงจะแปลเพื่อออออออออออ?? ในเมื่อ Official เขาแปลทันแล้ว"

คนเดียวส่งคงไม่เท่าไหร่ แต่เห็นว่ามีส่งแบบนี้ไปหลายคน

ซึ่งคุณ Goldpanner แกก็มาบ่นว่า ๆ ว่าเขาทุ่มเทหัวจิตหัวใจ แปลทุกตอนของซีรีส์มาตลอด 8 ปี ก็อยากจะทำต่อไปจนจบ (ไม่ใช่มาหยุดเอาตอนนี้ที่เรื่องกำลังจะจบแล้ว) ถ้าไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เขาทำ ก็ไม่ต้องมาอ่านนนนนนนนนนนนน

ไปปลอบแกได้ที่ - https://twitter.com/_KH_ENGLISH/status/1375708378647781378


ส่วนตัวผม อ่านของ Official แล้วแปลค้างไว้อยู่ ก็มาเห็นว่าตอนนี้ Goldpanner แปลออกมาแล้ว แต่คุณ Everglow ยังนิ่งอยู่

พออ่านเวอร์ชั่นแปลของ Goldpanner แล้ว ก็บอกตรง ๆ เลยว่า เขาแปลดีกว่า เข้าใจกว่า ให้ข้อมูลเยอะและชัดเจนกว่าของ Official แปลอีกกกกก ทำให้ไอ้ที่ผมแปลค้างจาก Official ไว้ ต้องหยิบมาแก้หลายจุด

ตัวอย่างประโยคที่ Goldpanner แปลแล้วรู้เรื่องกว่า Official เช่น

- MoM :The Dandelions are seeds of light meant to be sown into the future. This world merely exists to hold the darkness back until those seeds are ready to fly. (ใน Official ตัดความสวยหรูของ ready to fly ออก ทั้งที่มันเป็นคุณสมบัติของแดนดิไลออนที่โตเต็มที่แล้ว)

- Darkness: Data is transmitted through electrical signals. The same goes for the hearts and minds of you humans. (ของ Official ใช้คำว่า Data Transfer requires signal ซึ่งกระชับกว่า แต่ผมว่าเข้าใจยากกว่า)

- Darkness: We are many, and we are one. But to remain as one requires will. By assimilating him, we could separate into pure darkness and light, turning "me" into a single entity with "my" own will. (ของ Official มันแปลรวบทั้งประโยคเป็น Willful and Distinct ซึ่งผมอ่านไม่รู้เรื่องเลยยยย พออ่านของ Goldpanner ถึงได้รู้ว่ายามิตัวนี้ มันอยากเป็นเอกเทศของมันเอง)

- Ephemer: Are your little friends up to something in the real world? (ใน Official เอเฟเมร่าใช้ประโยคว่า What have you done to the real world.... ซึ่งเป็นการเรียกพวกยามิรวม ๆ ทั้งที่บริบทนั้นเอเฟเมร่าหมายถึงยามิตัวอื่น ๆ)

- Ephemer: No, I don’t believe it. Lady Ava was the one who brought us together. I don't know about the other Masters, But Lady Ava would never have gathered the Dandelions just to throw us away like that! (Official ตัดกริยา gathered ออกไป ทั้งที่ผมว่าสำคัญ)

- Brain: It doesn't matter what the Masters may have had in store for us. I believe in our leader. (Official ใช้คำว่า We believe แต่ในต้นฉบับ JP จริง ๆ เบรนมันใช้คำว่า 俺 ซึ่งหมายถึงเขาคนเดียว จึงต้องแปลเป็น I แบบ Goldpanner)



5555555555555555555555 🤣🤣🤣 (รู้สึกว่าคราวนี้ Official แปล หหหห แบบบริบูรณ์จริง ๆ )

ผมพึ่งไล่แปลไทยมาถึงตรงเนี้ย เลยยังวิจารณ์หลังจากนี้ไม่ได้ แต่เท่าที่อ่านถึงตรงเนี้ย ก็ค่อนข้างชัดว่าสำหรับผมแล้วเวอร์ชั่น Goldpanner อ่านรู้เรื่องกว่า Official จริง ๆ...

การมี Official แปลให้ เป็นเรื่องที่ดีมากครับ การทำงานของเขาก็มีมาตรฐาน มีการตรวจสอบ การเช็คงานแบบมืออาชีพ ที่เชื่อมือได้ระดับนึงแหละ.... แต่คอมมูฯ Kingdom Hearts เอง ก็ควรซาบซึ้งและปลาบปลื้ม ที่พวกเขามีเทพนักแปลที่อุทิศชีวิตให้คอมมูฯ นี้ และแปลได้รู้เรื่องกว่า Official อยู่

ย้ำอีกรอบว่า ไปให้กำลังใจ Goldpanner ได้ที่ - https://twitter.com/_KH_ENGLISH/status/1375708378647781378

และผมก็ยังรออ่านของ Everglow อยู่ หวังว่าเขาจะแปลเวอร์ชั่นเขาออกมาด้วยเหมือนกัน :)

Wednesday, March 24, 2021

ความเบียวในวัยเด็ก


นึกถึงช่วงประถมต้น หน้าหนาวในกรุงเทพฯ ที่อุณหภูมิช่วงเช้าแค่ 13-14 องศา

พักกลางวันที่อากาศอุ่นขึ้นแล้ว เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนมักจะเอาเสื้อกันหน้าวมาพับ ๆ ยัด ๆ ลงไปที่ช่องแขน แล้วสวมแขนของตัวเอง กลายเป็นร็อคบัสเตอร์ แล้วเราก็ไล่ยิงกัน...

พอช่วงประถมปลายที่ Biohazard 1 ออก พักกลางวันเราก็จะเบียวกันว่าพื้นที่ชั้นนี้เป็นคฤหาสน์สเปนเซอร์ แล้วก็วิ่งหนีคนที่รับบทเป็นซอมบี้กัน แล้วก็ไล่ล่า ยิงกันด้วยปืนลูกซองในจินตนาการ คนที่เบียวเป็นซอมบี้ก็ต้องสะดุ้งสะเทือนเมื่อถูกยิง ใครโดนกัดก็ไปเล่นเป็นซอมบี้ต่อ แอบไปกัดคนต่อไป

พอถึงช่วง ป.6 .....ตามพื้นที่ทางตรงในโรงเรียน เราก็จะได้ยินเสียง

"บินไปเลยแม็กนั่มมมมมมมมมมมมมมม"

แล้วก็มีรถทามิย่าคันหนึ่ง กับคนที่วิ่งไล่ตามรถอยู่ ผ่านหน้าเราไป

ถัดมา ม.1 ก็จะ "ตาของชั้นนนนน ดรอววว์"
"ด้วยผลของการ์ดฟิลด์ป่า ประกอบกับการ์ดนินจาของชั้น ทำให้นินจาชั้นซ่อนตัวในป่า เป็นอมตะะ ไม่มีทางตายยย เว้นแต่แกจะทำลายป่าของชั้นได้ วะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

ม.2 ....."ชั้นเลือกนายยย"
"ไปเลยไคริวววววววววววววววว"

สักพักก็ได้ยินเสียงคนตะโกนมาจากไหนไม่รู้
"แอโร่บลาสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสต์"

😹

ดู The Debut อวสานไอดอลมาถึงตอน 4 ละครับ


ตอนแรก ๆ ยังเฉย ๆ และรู้สึกว่าเป็นพล็อตที่คาดเดาได้นะครับ คือกะอยู่แล้วว่าถ้าเป็นพล็อตละคร ก็คงปูเรื่องด้วยการมุ่งเน้นไปที่ว่าไอดอลมีการแบ๊วสร้างภาพ หรือลับหลังเป็นยังไงกันบ้าง (ซึ่งเราก็ต้องแยกแยะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในละครเป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้น มันอาจจะเคยเกิดหรือไม่เคยเกิดขึ้นบ้าง ก็แล้วแต่ประเด็นไป)

ในตอน 3-4 ของสัปดาห์นี้ มีฉากที่ผมว่าน่าสนใจ ได้แก่

- ฉากต้นกล้า (ตากล้องส่วนตัว-โอตะเทพ) พามิวมิว (นางเอก) ไปถ่ายรูป แล้วค่อย ๆ สอนมิวมิวว่าควรจะทำสีหน้าท่าทางยังไง แล้วถ่ายไปเรื่อย ๆ -> เลือกรูป -> บอกให้มิวมิวหัดคิดแคปชั่นเอง แต่มิวมิวคิดได้แต่แคปชั่นแบบคนปกติ -> ตากล้องช่วยคิดแคปชั่นแบบเบียว ๆ แบ๊ว ๆ ให้ ซึ่งมิวมิวเองก็รู้สึกว่ามันเบียวววว -> คอมเมนต์ตอบกลับมาแบบรัว ๆ

- ฉากวันเกิดคิริน คิรินไปขย่มกับครูฝึก ภายในห้องอัดเสียงของค่าย ระหว่างขย่มกันก็อ่านคอมเมนต์อวยพรจากแฟน ๆ ไปด้วยเพื่อสร้างเสริมอรรถรสในการขย่ม คนนึงก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นนางฟ้าเลอค่าขนาดไหน อีกคนก็ยิ่งบันเทิงที่ได้ครองครองดอกฟ้านั้น

- ฉากที่ไมเนอร์แอบเข้าไปในห้องคัดแยกของขวัญที่แฟน ๆ ส่งมาให้ไอดอล แล้วพบว่านอกจากของแบรนด์เนมแล้ว มันยังมีสิ่งที่เธอไม่ควรเห็น อย่างศพหนูตาย จดหมายสาปแช่งด้วยเลือด ชุดนอนไม่ได้นอน ข้อความจากพวกโรคจิตทั้งหลาย

- ฉากที่ต้นกล้า พอได้ดูคลิปที่คิรินขย่มกับครูฝึกแล้ว ตอนแรกก็ทำเป็นเฉย ๆ แต่สุดท้ายก็มาร้องไห้อยู่คนเดียว กล้าน่าจะเสียใจว่าคิรินในอิมเมจที่เขาจินตนาการไว้ พังทลายไปต่อหน้าต่อตา แล้วก็ไม่สามารถมองคิรินเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ราวกับโลกแตกไปหนึ่งใบ

- มีฉากโอตะเข้ามาคุยกันในคาเฟ่ ที่จำลอง Maid Dreamin ด้วยยย

- ท้ายตอน 4 ที่ต้นกล้ากับมิวมิวนั่งอ่านกรุ๊ปลับของพวกโอตะโรคจิต ที่มีคนในวงสักคน ขโมยของใช้ส่วนตัวของเมมเบอร์มาปล่อยขายโอตะโรคจิตในกรุ๊ปนี้... แล้วต้นกล้าก็ด่าไว้ไอ้โอตะทั้งกรุ๊ปนี้ "แม่งเหี้ยยยยยย!!" 

- "ชุดซ้อมของพลอย บอนประมูลซื้อไป 3,800 บาท" เหรี้ยไรเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย =[]=!!

ชิไฮนินท่านหนึ่ง คุยกับผมว่าท้ายที่สุดแล้ว เขาเชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องจบแบบ Good Ending หลังจากที่ปูดราม่ามาทั้งเรื่อง

ผมเองก็คิดว่าพล็อตมันก็น่าจะเดินไปในแบบที่เราคาดไม่ถึงนะ หลังจากที่ปูให้ไอดอล โอตะ ครูฝึก ระบบวงไอดอล เป็นอะไรที่ชั่วร้ายมาทั้งหมดแล้ว ....ก็หวังว่าตอนท้ายจะสะท้อนแง่มุมอื่น ๆ ที่กั๊กไว้ แล้วมอบอะไรที่เป็นประโยชน์แก่สังคมคนดูต่อไปบ้าง

Tuesday, March 23, 2021

คืนสู่เหย้า... Final Fantasy XV


หลังจากรอบแรก 60 ชั่วโมงกับแผ่น EU

รอบสองกับแผ่น JP เล่นตามตูด Piggyback + Ultimania เพื่อตามเก็บของที่พื้นให้หมด ทำ Side Quest/Story ทั้งหมด เก็บไอเทมทั้งหมดครบ... เว้นแต่ช่างแม่งกับการตกปลา ใช้ไปเบ็ดเสร็จ 214 ชั่วโมง (เซฟสุดท้ายน่าจะตอนอัปเดตเพิ่มการูด้าเข้ามา

แล้วก็ DLC เนื้อเรื่องสามผู้ติดตามอีก คนละ 2 รอบ, Assasin's Festival, Moogle Chocobo Carnival อีกอย่างละรอบ (จำเวลาที่ใช้ไม่ได้)

Comrades ที่โคตรดีใจที่ได้เล่นตั้งแต่ช่วงแรกที่เซอร์เวอร์มีคนเล่นด้วยเยอะแยะ ได้ร่วมปั่น ๆ จนไปปราบบาฮามุทเลเวล 50 ในแพทซ์แรกแล้วจบอย่างประทับใจ.... จากนั้นก็เล่นช่วงแพทซ์ต่อ ๆ มา... จำได้ว่ามีเพิ่มอิฟรีต เรวุส อาร์ดีน แล้วไปจบที่บอสสุดท้ายคือ Kenny's Crow รวมใช้เวลาไป 80 ชั่วโมง...

รวม ๆ ผมน่าจะหมดเวลาภายในเกมนี้ ไป 400+ ชั่วโมงได้นะเนี่ย (แต่ก็น่าจะหมดเวลากับช่วง เล่นไป พิมพ์แปลบทสนทนาทั้งหมดในเกมลงคอมฯ ไปด้วยซะเยอะ)


ตั้งกะเข้าวัยทำงานมา เวลาน้อยลง กลายเป็นพวกเล่นเกมแบบจบแล้วจบเลย.... เอาขึ้นหิ้งแล้วก็ไม่ได้หยิบมาเล่นอีก ต่างจากตอนเด็ก ๆ ที่มีเงินน้อย เวลามาก ทำให้ต้องเล่นเกมเดิม ๆ อ่านหนังสือเล่มเดิมวนซ้ำไปมา


ไหน ๆ ช่วงนี้ก็กรอบ ไม่มีเงินซื้อดราก้อนบอลกับซึบาสะแล้ว


หยิบขึ้นมาเล่นเป็นรอบที่ 3 ก็ดีเหมือนกัน

คราวนี้ไม่ต้องรีบเร่ง แบบรอบแรก

ไม่ต้องซีเรียสกับการทำทุกอย่างให้ครบ +แปลทุกอย่างไปด้วย แบบรอบสอง


จะได้เป็นรอบที่เล่นแบบเป็นอิสระ สักที

Monday, March 22, 2021

FFVII Original ขายไปได้ 13.3 ล้านชุด และยอดรวมทั้งซีรีส์ 159 ล้านชุด


จากไลฟ์ล่าสุดของ PlayStation Presents มีการเปิดเผยว่า

FF ทั้งซีรีส์ ส่งไปจัดจำหน่ายทั่วโลก 159 ล้านชุด (ยอด Shipment + Digital นั่นแหละ)

โดยในส่วน FFVII Original ขายได้ 13.3 ล้านชุด

ตัวละครยอดนิยมอันดับ 1 คือคลาวด์โดะ META ของ KHUχ

https://youtu.be/bxIk5D8982U

นอกจากนี้ในตอนที่พิธีกถามคุณคิตาเสะว่าเจสซี รอดตายใช่มั้ย?

คุณคิตาเสะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน สัญญาณเน็ตห่วยขึ้นมากะทันหัน ก่อนจะบอกว่าเขาพูดไม่ได้

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1373621425748119556

The Last of Us Part II ที่ฉันควรจะหนีไปตั้งแต่แรกกกก


- พึ่งเล่นจบบ่ายวันนี้ The Last of Us Part II

- หลังจากเกมออกมา 10 เดือน แล้วมีอารมณ์เล่นได้แค่เดือนละ 1~2 ชั่วโมง แต่ก็รู้สึกเหมือนได้ผจญภันกับพวกนี้มา 10 เดือน

- เบ็ดเสร็จใช้ไป 25~26 ชั่วโมงจบเนี่ย


ข้างล่างจะเป็นการบ่นเรี่ยราดล่ะนะ


-----------------------

สิ่งที่ชอบ

-----------------------

- ความละเอียดของฉาก, object, โลก

- ระบบถ่ายรูป, filter, การปรับแต่งภาพอันมากล้น

- ระบบสนับสนุน/ปรับแต่งค่าต่าง ๆ สำหรับผู้เล่นทุกกลุ่ม

- ระบบฟิสิกส์

- งาน production แทบทุกส่วน


- ความกล้าในการนำเสนอพล็อตเรื่อง "แบบนั้น" หมายถึงกล้าที่จะฆ่าโจล แล้วนำเสนอมุมมองของแอ็บบี้ เพื่อให้คนเล่นเรียนรู้มุมมองหลาย ๆ ด้าน มากกว่าที่จะเอาโจลเป็นศูนย์กลาง และตีเส้นให้เรื่องคนเล่นเข้าใจความเป็นมนุษย์ของแอ็บบี้.... 


- ผมมองว่านี่คือความกล้าแบบเดียวกับที่อันโนะสร้าง Rebuild of Evangelion มาโดยทำเหมือนเป็นการรีเมค แต่ที่จริงเป็นภาคต่อ, และกล้ายิ่งกว่าคุณโนมุระ ที่เดินตามรอยอันโนะมาติด ๆ


-----------------------

สิ่งที่เฉย ๆ

-----------------------

- ระบบการเล่นมันก็แทบจะก๊อปแปะมาจากภาคแรก

- ปืน อาวุธ ก็เหมือนเดิมแทบจะเป๊ะ

- A.I. ศัตรูที่เป็นมนุษย์ยังมีจุดบอดเหมือนเดิม ถ้าเรานั่งยองเดินสักอย่าง ก็มั่นใจได้เลยว่าสามารถเข้าไปลอบฆ่าได้แน่ ๆ ซึ่งมันไม่สมจริง

- แค่มีอะไรบังหัวเราสักหน่อย ศัตรูก็ไม่เห็นแล้ว ทั้งที่สิ่งที่บังมันบังเราได้บาง ๆ ถ้าเป็นชีวิตจริง ยังไงอีกฝ่ายก็เห็นเรา


-----------------------

ไม่ชอบเลย / บ่นไปเรื่อยเปื่อย

-----------------------

- ภาคแรก ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องด้วยความรัก ความรู้สึกที่อยากปกป้องเอลลี และไม่อยากสูญเสียคนสำคัญมากไปอีก มันคือพล็อตที่อบอุ่นและจรรโลงใจ

- แต่ภาคสอง ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องด้วยการแก้แค้นเป็นหลัก แม้จะมีเรื่องความรักระหว่างเอลลีกับเพื่อน ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอิน แล้วเอลลีที่เป็น PTSD ไปแล้ว (เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะถ้าเป็นเราก็คงหลอน และก็คงมีอาการ flashback เห็นภาพความทรงจำที่เลวร้ายผุดขึ้นมา replay ในหัวเป็นระยะ ๆ อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้) ก็เลือกที่จะอยู่กับการแก้แค้นมากกว่า ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดและไม่จรรโลงใจ

- ช่วงองค์แรก (เนื้อเรื่องเอลลี) ผมเล่นไปแบบอืดอาดมาก ไม่มีแรงจูงใจที่จะเล่นเลย เบื่อ หลับ เหนื่อย ไม่มีแรงกระตุ้นจะเล่นต่อ..... แต่พอข้ามมาองค์สอง (เนื้อเรื่องแอ็บบี) และได้เห็นเบื้องหลังต่าง ๆ ได้เรียนรู้ความเป็นมาของเธอ เห็นเหตุผลของ เห็นความเป็นมนุษย์ ความเห็นแก่ตัว ความสัมพันธ์ของแอ็บบี้กับแฟนเก่า (โอเว่นอยากให้แอ็บบี้มุ้ฟอรแล้วอยู่กับโอเว่น แต่แอ็บบี้หมกมุ่นแต่เรื่องแก้แค้นแล้วก็เลิกกับโอเว่น) การปิดบังแฟนใหม่ของแฟนเก่า (แอ็บบี้พึ่งโจ๊ะพรึม ๆ กับโอเว่นไป ทั้งที่เมลท้องอยู่ แล้ววันต่อมาเมลก็โผล่มาหาโอเว่น) การช่วยเหลือคนแปลกหน้าด้วยความเป็นมนุษย์ (เลฟ) มันทำให้รู้สึกตื่นเต้น และน่าเล่นกว่าองค์แรกอีก

- ประโยคแรกที่เอลลีพูดแรกตอนเจอแอ็บบี้อีกครั้งในท้ายองค์สอง คือ "....ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงฆ่าโจ เขาทำเพื่อปกป้องฉัน เป้าหมายของเธอจริง ๆ ควรเป็นฉัน...." ประกอบกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนหน้า ทำให้เข้าใจได้ว่า สมองของเอลลียอมรับแล้วว่าสิ่งที่แอ็บบี้ทำ มันสมเหตุสมผล.... เพียงแต่หัวใจของเอลลียอมรับไม่ได้ ประกอบกับอาการ PTSD นั่นอีก.... พอสมองกับหัวใจ มันไม่ไปด้วยกัน มันนำไปสู่ความสับสน ไม่รู้จะทำอะไรยังไง ไม่รู้ควรมุ้ฟอรตามหัวใจหรือตามสมอง 

- การนำเสนอเรื่องราวของคนเป็น PTSD แบบนี้ผมว่ามันยากมาก ๆ และสภาพจิตใจเขาเต็มไปด้วยความสับสน มันยิ่งถ่ายทอดออกมาให้สวยงามยาก ส่งผลให้เล่นแล้วเราทั้งสับสนตาม ม่วนหน่วงท้อง แต่ก็ต้องชมคนเขียนพล็อตจริง ๆ ที่กล้ามาก ๆ ที่จะนำเสนอมุมมองของตัวละครแอ็บบี้ และทำให้เราเข้าใจเธอได้ขนาดนี้ และยังกล้าที่จะจบเรื่องแบบนั้น

- จบแบบ พอจะฆ่าก็ฆ่าไม่ลง... Flashback ภาพของโจลใน mood ที่อบอุ่นกำลังเล่นกีตาร์ กระตุ้นความอ่อนโยนในใจขึ้นมา... แล้วก็แยกกันทางใครทางมัน พอกลับมาบ้าน ก็ไม่เหลือใครแล้ว เหลือแต่บ้านอันว่างเปล่าาาา กีตาร์ที่โจลเคยให้มา ก็เล่นไม่ได้แล้วเพราะนิ้วขาดดดด

- คือมึงกล้ามว๊ากกกกกก คะแนนความกล้านี่เต็ม 10 เอาไป 112 เลยยย แต่เมื่อคืนตรูตามข่าวสลายการชุมนุม คนสะดุดล้มหนีไม่ทันโดนกระบองรุมฟาด สถานการณ์ตึงเครียด เห็นไฟจากปากกระบอกแล่บรัวเป็นระยะ ๆ เห็นคนหนีเข้าไปขอความช่วยเหลือจากแมคคคค เห็นคนนั่งกินข้าวข้างทางเฉย ๆ ต้องหนีตาย นักข่าวเองก็รายข่าวข่าวไป กรี๊ดแตกประสาทแดกกันไปหมดด้วยย เมื่อคืนก็ม่วนท้องฉิบหายแล้วว ไหงวันนี้กรูต้องมาเจอฉากจบเกมแบบนี้อี๊กกกกกกกกกกก

- แต่ก็ยังดีอย่างนะ ผมมีภูมิคุ้มกันจาก Life is Strange 2 มาก่อน.... อันนั้นคือเกมเพลย์แย่กว่านี้, Production เล็กกว่านี้, เนื้อเรื่องหลวมกว่านี้ แต่ประเทประทังเรื่องดราม่า เรื่องเศร้า ความม่วนท้อง การสูญเสียมาให้ตั้งแต่ต้นจนจบ.... ผมยังยกว่า The Last of US Part II มีแง่มุมดี ๆ ให้น่าเคารพนับถือและศึกษา มากกว่า Life is Strange 2 เยอะ


หากพระเจ้าส่งโจลย้อนเวลากลับไปในวันที่ฆ่าล่างเหล่าหิ้งห้อยเพื่อช่วยชีวิตเอลลี โจลก็จะยังคงเลือกทำแบบเดิมโดยไม่ลังเล เพราะโจลรู้สึกเหมือนเอลลีเป็นลูก โจลกลัวที่จะสูญเสียคนที่เป็นดั่งครอบครัวไปอีก โจลรู้สึกว่าเอลลีจะเป็นคนที่สืบทอดจิตวิญญาณของเขาและมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปแทนที่เขา ก็เหมือนพ่อที่อยากจะส่งมอบโลกใบนี้ต่อไปให้ลูก โดยเตรียมใจว่าสักวันนึงเราจะจากโลกนี้ไปก่อน โดยหวังให้เขามีชีวิตที่เป็นสุข

แต่หากพระเจ้าส่งผมย้อนเวลากลับไปในวันที่ผมเดินเข้าร้าน Siam Gameshop Day 1 ที่ The Last of Us Part 2 ออก ก่อนที่ตัวผมในอดีตจะจ่ายเงิน 1,850 บาทให้พี่คิดส์ไป 

ผมจะไปกระชากหัวตัวเองในวันนั้น แล้วบอกตัวเองว่า "หนีปัยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"

Saturday, March 20, 2021

The First SOLDIER เตรียมเปิดให้บริการทั่วโลกพร้อมใส่ 7 ภาษาในเกม


 จากสไลด์รายงานผลประกอบการของสตูดิโอ ATeam ฉบับล่าสุด เปิดเผยว่าสตูดิโอได้ร่วมพัฒนา The First SOLDIER -Final Fantasy- ให้กับ Square Enix โดยวางแผนว่าจะเปิดบริการทั่วโลกให้ได้ภายในปี 2021 (เว้นแต่ประเทศจีน)

ทั้งนี้เกมจะทำ Text ไว้ 7 ภาษา ได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น จีน เกาหลี

ในรายงานข่าวของเว็บไซต์ Gamebiz ได้ให้ข้อมูลเพิ่มว่าในการประชุมมีการบอกว่าทีมงานยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องระบบเก็บเงินของเกมนี้ แต่ก็จะอ้างอิงเอาตามพวกเกมแนว Battle Royale เกมอื่น ๆ แล้วก็พยายามลดการ Lag ของ Server อยู่

https://ssl4.eir-parts.net/doc/3662/tdnet/1944007/00.pdf

https://gamebiz.jp/?p=291542

Friday, March 19, 2021

เปิดตัว Life is Strange: True Colors วางจำหน่าย 10 กันยายน 2021

Life is Strange: True Colors วางจำหน่าย 10 กันยายน 2021 แบบไม่เป็นตอน ๆ แล้ว มาแบบตูมเดียวครบจบในตัว

หลังจากอีแมกซ์ มีพลังย้อนเวลา, แดเนียลมีพลังเทเลคิเนซิส

สาวแว่นภาค 3 นี้ มีพลังในการสัมผัสออร่าของผู้คน

- ทำให้ทราบถึงอารมณ์ของคน ๆ นั้น

- ถ้าโฟกัส ก็จะทราบถึงสาเหตุของอารมณ์นั้นได้

- ถ้าออร่านั้นรุนแรงไป เธอจะได้รับผลกระทบไปด้วย

------------------------------------------------------------

1) แมกซ์ - พลังย้อนเวลา (เวลา)

2) แดเนียล - เทเลคิเนซิส (กายภาพ)

3) อเล็กซ์ - experience, absorb และ manipulate ความรู้สึกคนอื่น (ไซคิก/จิตใจ)

- อเล็กซ์ (Alex Chen) ย้ายมาอาศัยที่ Haven Springs ตามเก๊ป (Gabe) พี่ชายที่ไม่ได้เจอกันมานาน

- แต่แล้วพี่ชายตายด้วยอุบัติเหตุ ทว่าหลายคนไม่เชื่อว่าการตายของเก๊ปเป็นอุบัติเหตุ

- อเล็กซ์มีพลังพิเศษที่ปิดบังมานาน เธอมองว่าพลังนั้นเป็นเหมือนคำสาป

- อเล็กซ์ต้องใช้พลังนี้ค้นหาความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการตายของพี่ชาย แล้วเปิดโปงความลับดำมืดที่ซ่อนอยู่ของเมืองเล็ก ๆ นี้

พล็อตโหลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

https://press.na.square-enix.com/SQUARE-ENIX-ANNOUNCES-LIFE-IS-STRANGE-TRUE-COLORS

Project Athia ประกาศชื่อทางการเป็น Forspoken


Project Athia ประกาศชื่อทางการเป็น Forspoken กำหนดวางจำหน่าย 2022

เป็นเรื่องราวของ Frey Holland สาวน้อยธรรมดาที่หลงไปต่างโลก ต้องใช้พลังเวทย์เอาตัวรอดจากดินแดนอันโหดร้ายที่ชื่อว่า Athia

พัฒนาโดยทีม Luminous Production ที่ไม่มีพี่ซันและคุณทาบาตะแล้ว (นี่คือเกมที่พี่ซันและคุณทาบาตะ ทำต่อหลังเสร็จ FFXV) ลงบน PS5 และ PC

Thursday, March 18, 2021

อัปเดตล่าสุดจักรวาล FFVII จากเว็บไซต์แฟมิซือ

-------------------------------------------------------
FFVII Remake Intergrade
-------------------------------------------------------

- โซนอน คุซาคาเบะ (Sonon คุซาคาเบะ) คู่หูของยุฟฟี่ จะต่อสู้เคียงข้างเธอ เราไม่สามารถสลับไปควบคุมเขาได้ บางครั้งจะขึ้นให้กดท่าโจมตีผสานระหว่างยุฟฟี่กับโซนอน

- กด L2 สลับ 2 โหมดได้ ระหว่างโหมดที่โซนอนจะลงมือตามใจตัวเอง กับแบบที่จะคอยทำตามคำสั่งยุฟฟี่และลงมือให้เข้าขากับเธอ

- โซนอนเป็นชาววูไถซึ่งกำลังร่วมมือกับอวาแลนซ์ ก็เลยมี motif แบบทหารเอเชีย และเพื่อให้โซนอนมีสไตล์การต่อสู้ที่ต่างกับยุฟฟี่ ก็เลยให้โซนอนใช้เคนโป้กับโบจุตสึ (พลอง) และนำมาสู่การออกแบบชุดของเขา

- ตอนแรกจะดีไซน์ให้โซนอนเป็นหนุ่มผอมบางเจ้าสำอาง แต่ก็คิดว่าการจับคู่ระหว่างโซนอนกับยุฟฟี่จะสร้างไดนามิคใหม่ที่แตกต่างจากกับจับคู่กับคลาวด์หรือวินเซนต์ ก็เลยเปลี่ยนให้เป็นชายอกสามศอกมากขึ้นอย่างที่เห็น


- จะมีมาเทเรียและอสูรใหม่ ปรากฏตัวในเนื้อเรื่องยุฟฟี่

- ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะสร้าง FFVII Remake เวอร์ชั่น PS5, ไม่ใช่ทำ DLC แต่ด้วยธรรมชาติของการอัปเกรด ไอ้ส่วนที่ทำเพิ่มมาเลยแยกออกมาเป็น DLC ส่วนตอนนี้ก็ไม่มีแผนจะทำ DLC เพิ่มไปกว่านี้อีก

- หลังจากนี้ก็จะไปโฟกัสกับการพัฒนาภาคต่อ การได้ทำ Intergrade ลง PS5 และได้เข้าใจปัจจัยแวดล้อมในการพัฒนาเกม PS5 ขึ้น ก็จะทำให้การพัฒนาภาคต่อราบรื่นขึ้น ตอนนี้ก็ให้ความสำคัญกับการทำ roadmap ของภาคต่อไปให้เสร็จ ถ้าจำเป็นจะต้องคิดเรื่อง DLC จริง ๆ ก็เอาไว้ให้ (roadmap) เสร็จก่อน

- คุณโนมุระทิ้งท้ายบทสัมภาษณ์ว่า ไม่เพียงแต่ปีนี้ แต่ปีหน้า และปีถัดไป จะเป็นปีที่ยุ่งมาก ก็รอติดตามข้อมูลในอนาคตต่อไป ส่วนหลัง 6 มิ.ย. 2021 ที่ FFVII Remake Intergrade ออกมา หลาย ๆ ส่วนในเกม (เช่นฉากจบ) ที่วางระบบในเกมไม่ให้บันทึกภาพ/วีดีโอได้ ก็จะปลดล็อกข้อจำกัดออกให้มากที่สุด ตัวคุณโนมุระเองชอบคลิปที่สตรีมกันมาก ก็ขอให้ทำคลิปมาแชร์ ๆ แบ่งปันความสนุกกันอีกเยอะ ๆ

-------------------------------------------------------
Ever Crisis
-------------------------------------------------------

- ตัวเกมแต่ละ Chapter เล่นฟรี, สามารถจัดปาร์ตี้ตัวละครในฝันมาสู้ได้

- เก็บเงินด้วยระบบ กาชาอาวุธ (器ガチャになります。) อาวุธพิเศษบางอย่างมาเป็นเซ็ตพร้อมคอสตูมใหม่ แบบที่ไม่มีในภาคออริจินอลมาก่อน 

- ในส่วนเนื้อหา FFVII เอง จะเอามาย่อเป็นประมาณ 10 Chapter จบ (10章くらい) ถ้าให้เจาะลึกกว่านั้น เราจะออกจากมิดการ์ใน Chapter 3

- จะมี Original Episode ของตัวเอง อย่างเช่นตอนใหม่ที่ทำมาให้สอดรับกับภาค The First SOLDIER ซึ่งเป็นเรื่องราวประมาณ 30 ปีก่อนเริ่ม FFVII และปูเรื่องราวการก่อตั้ง SOLDIER โดยจะได้เห็นวัยเยาว์ของวีรบุรุษในตำนาน วัยเยาว์ของว่าที่ผู้บริหารชินระแต่ละคน และตัวละครอื่น ๆ ที่จะตามมาปรากฏตัวในภาคต่อของ FFVII Remake เป็นการเพิ่มมิติให้กับตัวละครที่เราไม่มีโอกาสโชว์ในตัวเกมภาคหลัก (『FFVII FS』自体が本編の約30年前のソルジャー設立時代の物語なのですが、そうなると、当然若き日の英雄も登場しますし、後の神羅役員たちや、今後の『FFVII リメイク』続編にも登場する人物たちの若き日も描かれています。)

- สาเหตุที่ในเทรลเลอร์ เราได้เห็นแอริธต่อสู้กับ Guard Scorpion Sentinel (ก็ผมจะเรียกแบบนี้) ทั้งที่ตามเนื้อเรื่องแล้วแอริธยังไม่ได้เข้ากลุ่มในช่วงเวลานั้น ก็เพราะมันไม่ใช่โหมดเนื้อเรื่อง แต่เป็นโหมดใหม่ที่ให้เราเข้าดันเจี้ยน จัดปาร์ตี้ในฝัน ต่อสู้แบบไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง


- Arrange เพลงกันใหม่

- ด้วยความที่ Compilation of FFVII แต่ละภาค มีโครงสร้างเกมและระบบต่อสู้ที่แตกต่างกัน แต่ทีมงานอยากจะรวมเกมทั้งหมดให้อยู่ใน Format เดียว โดยไม่ให้อิมเมจของแต่ละภาคเสียไป ก็เลยมาเป็นภาค EC แล้วก็ไม่ละเลยความสนุกของระบบต่อสู้ คุณโนมุระบอกว่าเข้าเป็นคนติชมให้ส่วนนี้เอง (それを今回は統一したフォーマットで構成しつつも、各タイトルのイメージを損なわないようにするという部分はこだわっています。また、バトルのおもしろさは蔑ろにはできない部分なので、厳しく意見をさせてもらっています。)

- คุณโนมุระทราบว่า แฟน ๆ รีเควสต์กันมาว่า อยากจะเล่นพวก Compilation of FFVII แต่ละภาคบนเครื่องคอนโซลยุคปัจจุบัน ก็อยากจะชี้แจงว่า FFVII EC นี่ไม่ใช่ตัวสำรอง ไม่ได้เอามาแทนที่สิ่งที่แฟน ๆ ต้องการเหล่านั้น แต่มันคือเกมที่ทำมาด้วยคอนเซตป์ที่จะทำให้เข้าถึงเรื่องราวของ FFVII แต่ละภาคกันอย่างง่าย ๆ (各タイトルを現CS機で遊びたいという要望も当然届いてはいますので、『FFVII EC』はその代わりではなく、あくまで気軽に『FFVII』の各タイトルを触れていただくことをコンセプトに設計しています。)

-------------------------------------------------------
The First SOLDIER
-------------------------------------------------------

- โนะบอกมีคนมากมายที่ไม่เคยเล่น FF มาก่อน เลยอยากชาเลนจ์โดยการสร้าง FF เป็นแนวที่เกมที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ (『FF』自体プレイしたことがない層が多くいる、いまいちばん熱いジャンルに挑戦)

- คนสัมภาษณ์ถามว่าทำไมมาสร้างเกมแนวนี้ ทั้งที่โลกนี้มี PUBG, Fortnitem Apex Legends และ Knives Out อยู่แล้ว

- โนะบอกว่าจากการสังเกตข้อมูลแฟนเกมของซีรีส์ IP ที่อยู่ยั้งยืนยงมานาน มันจะค่อนข้างนิ่งคงที่ จึงเป็นเรื่องท้าทายมากว่าทำอย่างไรให้เกมดึงดูดคนนอกกลุ่มฐานแฟนเดิมที่มีอยู่แล้วได้ แล้วไหน ๆ ก็แยกจาก FFVII ไม่ได้แล้ว งั้นก็ขอท้าทายด้วยการสร้าง FFVII The First SOLDIER ด้วยแนวเกมที่ร้อนแรงที่สุดเลยละกัน

- โนะคิดว่ามีคนมากมายที่ไม่รู้จัก FFVII และไม่เคยเล่น FF มาก่อน ก็หวังว่าเกมนี้จะทำให้พวกเขาสนใจโลกของ FFVII... ทีมงานเองก็พึ่งได้ลองสร้างเกมแนวนี้เป็นครั้งแรก แฟน ๆ FFVII จำนวนมากก็คงไม่เคยเล่นเกมแนวนี้มาก่อนเหมือนกัน ดังนั้นมางมไปด้วยกัน


- โนะบอกว่าใน FFVII ภาคหลักไม่มีระบบ Job แต่มันเขาก็ควรเอาองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของ FF มาใส่ลงไปในเกมนี้ ก็เลยกลายเป็นระบบที่ผู้เล่นสามารถเลือก Play Style (プレイスタイル) ซึ่งก็คล้าย ๆ กับ Job นั่นแหละ แต่ละ Style จะมีอบิลิตี้และสกิลพิเศษของตนเอง และสามารถเซ็ตใหม่ได้ในทุก ๆ การต่อสู้ การใช้ Style อันใดอันหนึ่งต่อเนื่องไปนาน ๆ ก็จะมีข้อดีของมันเหมือนกัน แต่ไว้ว่ากันวันหลัง

- ตอนนี้ก็วางแผนเรื่อง Closed Beta Test อยู่ รอกันไป

- พอถามว่าเน้นตรงไหนเป็นพิเศษ โนะบอกว่าก็ Game Play, ความรู้สึกตอนเล่น บาลานซ์ของเกมคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเกมแนว Battle Royale, ตัวโปรดิวเซอร์คุณอิจิคาวะเองก็เป็นพวกเล่นเกม Battle Royale มาอย่างเฮฟวี่เหมือนกัน คุณอิจิคาวะก็จะเป็นกระบอกเสียงหลักในการปรับจูนเกม

- โนะบอกว่าเขาเองก็มีออกไอเดียที่ไม่เข้าท่าไปบ้างเหมือนกัน ด้วยความที่โนะก็ไม่ประสีประสาเกมแนวนี้ ทว่าคุณอิจิคาวะก็จะตอบกลับมาว่าไอเดียโนะมันจะส่งผลต่อบาลานซ์ของเกมแนว Battle Royale นี้อย่างไร... ในเมื่อมีคนกรองให้แบบนี้แล้ว โนะก็เลยสบายใจที่จะพูดไปตามใจปาก ยังไงอิจิคาวะเอาไปกรองอยู่แล้ว

- ส่วนกราฟิก ตอนนี้ก็พัฒนามาถึงจุดที่ไม่น่าผิดหวังในระดับ Smart Phone ละ

https://www.famitsu.com/news/202103/17215910.html

https://www.rpgsite.net/news/10888-tetsuya-nomura-talks-ff7-remake-intergrade-ever-crisis-the-first-soldier-in-famitsu

https://aitaikuji.com/blog/final-fantasy-7-remake-intergrade-march-2021-interview-with-nomura-translation

Tuesday, March 9, 2021

One Last Kiss อวสานตำนาน 26 ปี Evangelion

 พูดคุยตามที่เข้าใจ จากที่อ่านสปอยล์ของฝรั่ง และฟัง Clubhouse ห้องเจปังเจแปนเล่ามา


- เนื้อเรื่องต่อจาก 3.0 ทันทีเลย ประหนึ่งว่าไอ้ 3.0 เนี่ยถูกตัดแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยภาคนี้ก็คือส่วนที่ 2

- ชินจิช่วงแรกเป็น PTSD ฟังใจจากภาพโหดร้ายที่เกิดกับคาโอรุในตอนท้ายของ 3.0 ....จนเข้าโหมดซึมเศร้าไม่เป็นอันทำอะไร แล้วก็หนีไปอยู่คนเดียวประหนึ่งคลาวด์ตอนที่ได้รับออเดอร์ต้องสาปจากเอลมัยร่าให้เอาดอกไม้ไปถวายในจุดที่แอริธจากไป

- ช่วงแรกตัวละครไปพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนึง แล้วก็เจอพวกโทจิ ฮิคาริ เคนสุเกะ เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยโทจิเป็นหมอแล้วแต่งงานอยู่กินกับฮิคาริเรียบร้อย

- เรย์โคลนร่างนี้ ก็ยังไม่ค่อนประสีประสาไม่เข้าใจโลก แต่ก็ใฝ่รู้ แล้วก็พยายามเรียนรู้วิธีชีวิต การใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ได้เรียนรู้ศัพท์ ได้หัดทำนา แล้วก็รู้ว่าตัวเองเป็นร่างโคลน ซึ่งหากไม่ไปเข้าแคปซูล maintenance ร่ายกาย ร่างก็จะสลายไป แต่ก็ยอมรับชะตากรรมนั้นไว้

- เรย์มีไปเยี่ยมชินจิที่หนีไปอยู่คนเดียว เรย์พยายามเอาซาวเบาว์มาคืนให้ แต่ครั้งแรก ๆ ชินจิไม่รับ จนมาครั้งหลัง ๆ ที่ร่างกายเรย์ถึงขีดจำกัดแล้ว ชินจิถึงรับ เรย์ได้ขอให้ชินจิตั้งชื่อให้กับเธอที่เป็นร่างโคลนร่างนี้ แต่ชินจิก็นึกชื่ออื่นไม่ออกนอกจากชื่ออายานามิที่เรียกเป็นประจำ ซึ่งเรย์ก็ขอบคุณชินที่ทำให้เธอได้รู้จักความรัก ก่อนที่ร่างกายจะสลายเป็นน้ำส้มไป

- หลังผ่านเนื้อเรื่องช่วงหมู่บ้าน ก็เป็นช่วงที่กลุ่มชินจิ อาสึกะ มาริ ขึ้นไปรวมกับพวกมิซาโตะ ริตสึโกะ เพื่อพยายามหยุดยั้งแผนของเก็นโดที่จะทำ Impact ครั้งใหม่ ซึ่ง Impact ก่อนหน้านี้เป็นการชำระล้างทะล (สีแดง) แผ่นดิน ไปแล้ว ครั้งต่อไปก็คือการชำระล้างวิญญาณ

- พูดไปแล้ว ผมก็รู้สึกว่าคอนเซปต์มันเหมือนพวกตัวร้ายญี่ปุ่น ที่อยากให้ทุกชีวิตกลับคืนสู่ไลฟ์สตรีม คริสตัล (ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป) ซึ่งของเก็นโดคือเชื่อว่าเมื่อทุกคนกลับคืนสู่จุดกำเนิดของชีวิตแล้ว เขาก็จะได้พบกับยูอิอีกครั้ง (นึกภาพเราตายแล้ว ไปเจอกันในไลฟ์สตรีมเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่เราจะ dissolve ไป)

- ทั้งกลุ่มนั่งยานฝ่ากองทัพกี้ ๆ ส่งชินจิไปลุยในศึกสุดท้าย

- ใน End of Evangelion ตอนริตสึโกะจ่อปืนจะยิงเก็นโด แต่สุดท้ายโดยเก็นโดยิงใส่แทน คราวนี้ได้ยิงผ่ากบาลสมใจแล้ว แต่กลายเป็นว่าเก็นโดไม่เป็นอะไรเลย ถึงสมองไหล ก็เดินไปหยิบสมองกลับมาใส่ได้สบาย

- ชินจิเข้าวาร์ปขึ้นไปลุยกับเก็นโดในอวกาศ ซึ่งการต่อสู้มันจะงง ๆ หน่อยเพราะมีทั้งการต่อสู้ของจริงระหว่างเอวา และการต่อสู้ภายในสภาพจิตใจของเก็นโดและชินจิ

- ชินจิได้เจอ เรย์ผมยาวใน Eva 01... ซึ่งเธอก็คือเรย์ที่ชินจิช่วยชีวิตได้สำเร็จใน 2.00 แต่เรย์คนนี้ไม่มีร่างเนื้อ ก็เลยปรากฏตัวมาปกติไม่ได้ ซึ่งชินจิที่ก้าวข้าม PTSD และได้พบเรย์คนนี้อีกครั้ง ก็เท้าเรืองแสง (อุปมาอุปมัย) ขึ้นขับ 01 ด้วยความมั่นใจ อัตราการซิงโคร OO (อินฟิตินี้) %

- ชินจิขึ้นไปสู่กับเก็นโดที่ขับ Eva 13 โดยในส่วนการต่อสู้ภายในจิตใจนั้น ฉากหลังจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แบบงง ๆ และเป็น CGI ห่วย ๆ ....มุมหนึ่งก็ว่าเผา อีกมุมหนึ่งก็ว่าจงใจเผาเพื่อเป็นการรำลึกถึง Neo Genesis ตอนที่ 25 และ 26 นี่สิ Eva-ish!

- มิซาโตะสละชีพขับยานมาส่งหอกให้ชินจิ

- การต่อสู้ของชินจิและเก็นโด มันกลายเป็นการปรับความเข้าใจ เปิดใจและคุยกันครั้งแรกระหว่างพ่อลูกที่มีปัญหาชีวิตและเป็นซึมเศร้าด้วยกันทั้งคู่ ปมของเก็นโดก็คือการไม่มุ้ฟอรจากการสูญเสียยูอิ และพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อให้ได้เจอยูอิอีกครั้งเท่านั้น 

- แต่กลับกลายเป็นว่าชินจิเอง ก็ได้สูญเสียคาโอรุ เรย์ และชีวิตอันปกติสุขไป เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวและอ่อนแอของเก็นโด.... แล้วชินจิก็ยังสอนเก็นโดให้มุ้ฟอร.... จนกระทั่งเก็นโดเองคิดได้ว่า แท้จริงแล้วยูอิไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล จิตวิญญาณของเธอก็ยังคงสืบทอดต่อไปผ่านลูกของเธอเนี่ยแหละ มันคือเรื่องปกติของชีวิตมนุษย์ ซึ่งหากเก็นโดหันมาสนใจบ้างสักนิด ก็จะเข้าใจ

- เก็นโดก้มลงกอดชินจิแล้วขอโทษ

- ในมิติที่กำลังจะสร้างโลกใหม่ ได้มีการบอกลาเพื่อน ๆ ทีละคน

- คาโอรุเองก็มาพูดเรื่อง loop ที่เขาได้เจอชินจิมาหลายครั้งแล้ว และตัวเขาเองเป็น hero complex ที่พยายามจะทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยชินจิอยู่เสมอ แต่วิธีการของเขามันไม่ใช่ทางแก้ปัญหา

- (แทรก) ก่อนหน้านี้มีฉากที่อาซึกะ (ผมไม่แน่ใจว่าเป็นตัวโซวริว หรือตัวชิกินามิ ซึ่งเป็นร่างโคลนของอาซึกะ) บอกว่าเคยชอบชินจิ แล้วในตอนท้ายชินจิก็บอกว่าเขาเองก็เคยชอบอาซึกะเหมือนกัน

- ชินจิลากับเรย์ 2.00 โดยเรย์เองก็มุ้ฟอร มีความทรงจำและเป้าหมายในชีวิตแล้ว จากเดิมที่เป็นคนว่างเปล่า ก็ค้นพบวิถีชีวิตอื่นที่ตนเองจะอยู่อย่างเป็นสุขได้แล้ว

- (ฉากนามธรรม) ในกระบวนการสร้างโลกใหม่ที่จะไม่มีเอวานเกเลียนอีกต่อไป ชินจิจะคว้าหอกมาแทงสังเวยตัวเอง แต่กลายเป็นยูอิมาผลักออก แล้วเอาหอกมาแทงสังเวยตนเอง ซึ่งเก็นโดก็มาโอบกอดแล้วก็ให้หอกแทงทะลุตัวเองเข้าไปด้วย เป็นการทำลายเอวานเกเลียนทั้งหมดไปพร้อมกัน

- เป็นการจบปมปัญหาด้วยการที่พ่อกับลูกได้ปรับความเข้าใจ ลูกได้มุ้ฟร พ่อยอมรับและมุ้ฟอรไปด้วย เสียสละ แล้วก็จบลงอย่างอบอุ่นเพื่อส่งมอบโลกใบใหม่ให้ลูกต่อไป


- หลังจากพิธีกรรมเสร็จสิ้น ภาพตัดมาที่โลกใบใหม่ (หยั่งกะฉากจบลับ LRFFXIII) ทุกคนเติบโตขึ้นและอยู่ในร่างผู้ใหญ่วัยทำงานกันหมดแล้ว อีกฝั่งของชานชาลา มีเรย์กับคาโอรุที่ยืนข้างกัน โดยอาซึกะเว้นระยะห่างจากสองคนนั้นไปหน่อย

- ในขณะที่มาริโผล่มาปิดตาชินจิจากด้านหลังแล้วให้ทายว่าใครเอ่ย....? (ในช่วงต้นเรื่องมาริก็เล่นแบบนี้กับชินจิไปทีนึง) ซึ่งชินจิก็จำได้ว่าเสียงนี้คือแม่สาวทรงโตที่ตกลงมาจากฟ้าในวันนั้น (2.0) แล้วทั้งสองก็จับมือกันวิ่งออกจากชานชาลาไปอย่างมีความสุข..... 


(END)



- ฝรั่งคนที่บรรยายให้อ่าน บอกว่าหลายคนคงมองว่าการจบแบบนี้เสมือนบอกว่า ชินจิ-มาริ เป็นคู่ canon, แต่สำหรับเขายังมองว่ามาริก็ flirt แหย่แบบนี้กับคนไปทั่ว.... มันดูเป็นการจบแบบกระจายบทสำคัญให้กับตัวละครหลักทุก ๆ คน และนำเสนอการจบแบบ "มุ้ฟอรจากเดิม" มากกว่า... ทว่าก็แล้วแต่การตีความของแต่ละคน

https://twitter.com/ahsokabro/status/1368785490242048000

Saturday, March 6, 2021

13th Vessel โชว์ผลการ Import Map จาก KH ภาคเก่า ๆ เข้า Unreal Engine 4

แฮ็คเกอร์ในตำนาน คุณ 13th Vessel ได้เอาไฟล์ Map เก่ามากมายในซีรีส์ Kingdom Hearts ไป Import เข้าใส่ Unreal Engine 4 (ซึ่งแกระบุว่า Import Texture เข้าไปไม่ได้) แล้วก็ทำการแต่งเติมนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วใส่เข้าไปในเกม Kingdom Hearts III เพื่อรับชมการแสดงผล

Map ที่แก Import มา ผมตีความของผมเอง (อาจจะไม่ได้ถูกทั้งหมด) ได้แก่

- Castle Oblivion (CoM)

- Halloween Town (KH2)

- Never Land (BBS)

- Traverse Town (KH1)

- Castle of Dream (เวอร์ชั่น 0.2)

- Wonderland (KH1)

- ห้องในปราสาท The World that Never Was (358/2 Days)

- La Cite des Cloches (KH3D)

- The Jungle Book (Removed Map จาก BBS)

- Debugged Room (re:coded)

- พื้นที่เมือง The World that Never Was (KH2)

- Treasure Planet (Removed Map จาก KH3D)

- Land of Departure (BBS)

https://youtu.be/G8XP8oEh1ok

ความก้าวหน้าในการ Modded ของแกเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก และแฟน ๆ ก็เชียร์ให้แกเดินหน้า Modded ต่อไป ปลายเดือนนี้วันที่ 30 มีนาคม ซึ่ง Kingdom Hearts จะวางจำหน่ายเวอร์ชั่น PC ครั้งแรกใน Epic Store ....คนที่น่าจะดีใจที่สุดในโลกก็น่าจะเป็นคุณ 13th Vessel เนี่ยแหละ แกก็รู้สึกเหมือนได้ของเล่นใหม่ ได้ตัวช่วยที่จะมาเสริมเติมแต่งจินตนาการของแก ให้แกพลิกแพลงทำอะไรพิสดารออกมาได้อีกเยอะ

Friday, March 5, 2021

อดีตทีม Localize ของ SQEX เผยเหตุความโกลาหลในกระบวนการแปล FFXIII


เมื่อกี้กำลังหาข้อมูล graphic comparison ของ FFVI เวอร์ชั่น SFC PS1 และ GBA อยู่ (เพราะไปเจอโจทย์ใน OS แล้วผมแยกไม่ออกกก)

แล้วระหว่างนั้น ก็ไปป๊ะเจอของน่าสนใจ นั่นคือลิงก์บทสัมภาษณ์ Tom Slattery ซึ่งเป็นทีมงาน Localization เกมของ Square Enix ระหว่างปี 2005-2010

https://archive.rpgamer.com/features/insidegaming/tslatteryint.html

ผลงานระหว่างนั้นของ Tom มีการแปลใหม่ให้เกม FFVI Advance (GBA), FF Tactics (PSP), FFIV (DS), Chrono Trigger (DS), FFXIII (PS3) และซีนใหม่ใน Dissidia 012 (PSP)

เดี๋ยวว่าจะทยอยอ่านพรุ่งนี้... แต่แค่เข้าไปอ่านแกเล่าความโกลาหล ที่กระบวนการพัฒนา FFXIII กับ Localize มันดำเนินพร้อมกันไป ก็มันส์แล้ว

(ภาคก่อนหน้านั้นทั้งหมด ยังเป็นการสร้างเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่นจนเสร็จก่อน แล้วค่อยส่งมา localize แต่ตั้งแต่ FFXIII เป็นต้นมา จึงเริ่มพัฒนาเกมและ localize ตีคู่กันไป เพื่อพยายามจะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกให้ได้ ซึ่งตอน FFXIII ภาคอเมริกาก็ออกหลังญี่ปุ่นเพียง 3 เดือนเท่านั้น แล้วถัดมาความตั้งใจที่จะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกให้ได้ ก็มาสำเร็จเอาตอน FFXIV 1.0)

ในยุคนั้นที่ SQEX พึ่งเริ่มต้นลอง Develop กับ Localize เกมตีคู่กันไป มันก็เลยเป็นฝันร้ายของคนแปล... ที่ต้องแปลไปก่อนโดยไม่เข้าใจบริบททั้งหมด ไม่รู้ว่าต่อไปเนื้อหามันจะเป็นยังไง ต้องเตรียมพร้อมรองรับยังไง พอมีเนื้อหาใหม่มาเสริมความเข้าใจเรื่อย ๆ ก็ต้องย้อนกลับไปแก้ไอ้สิ่งที่แปลไปแล้วใหม่ให้ดีขึ้น... ทว่าวันดีคืนดี ก็มีการเปลี่ยนสคริปต์ เปลี่ยนคัตซีน ขนาดพากย์เสียงเสร็จแล้วก็ยังเปลี่ยนคัตซีน 

ตอนแรกก็เริ่มแปลกันตั้งแต่ตอนได้ text มา แต่พอเห็น early render cut-scene แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่แปลไปไม่เข้ากับคัตซีนก็ต้องแปลใหม่ สักพักคัตซีนแม่งเปลี่ยนอีก ก็ต้องแปลใหม่อีก.... พอได้ยิน audio กับสีหน้าตัวละครที่ชัดขึ้น ปรากฏว่าไอ้ที่แปลไปแล้ว มันไม่ match กันอีก ก็ต้องแปลใหม่ วนลูปปปปป endless fine-tuning

ซึ่ง Tom ก็หวังว่าหลังจากที่แกออกจากค่ายไปในปี 2010 แล้ว Square Enix ที่ตั้งใจจะ Develop กับ Localize ควบคู่กันไปตามกระแสวงการให้ได้ในตอนนั้น ควรจะสร้าง Tool ที่มาช่วย synchronize ข้อมูลทั้งหมดไว้ คนแปลจะได้ไม่ต้องปวดประสาทแบบที่เขาผจญฝันร้ายมา

(ซึ่งผมไม่รู้ว่า Tool ที่ว่าถูกสร้างขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่จำได้ว่าในบทสัมภาษณ์ทีม Localize FFVII Remake เขาได้แนะนำ translation file management tool ที่ชื่อ Byblos ไว้แล้ว - http://re-ffplanet.blogspot.com/2020/10/localize-final-fantasy-vii-remake-part-1.html)

------------

Tom บอกว่าโปรเจคท์ที่เขาสนุกสุด คือตอนแปล FFIV DS ซึ่งตอนนั้นค่ายบอกให้เขาแค่เอาสคริปต์ Eng เก่ามาแก้ก็พอ แต่นี่มัน my favorite game of all time เลยนะโว้ย!! แกเลยอาสา ขอแปลใหม่หมดทั้งเกม โดยรับปากว่าจะทำให้เสร็จภายในกำหนดเวลาเดิม (ที่ค่ายให้มาสั้น ๆ โดยกะว่าแค่ให้เอาสคริปต์เดิมไปแก้มาก็พอ) ซึ่งโชคดีที่ภายหลังทางค่ายก็เห็นใจ และขยายเด๊ดไลน์ให้ด้วย แถมเอาชื่อตา Tom ขึ้น OP เลยด้วยย สุดจะว๊าววว (อยู่ในจอล่าง ขณะที่จอบนเป็นภาพตัวละครในปาร์ตี้ทั้งหมด หันหลังมองสายรุ้ง)

รีวิวคู่ไฟท์ไฝว์ผี EP1

 🤣 จบ EP1 ละ สรุปว่ามันเป็น Romantic-Comedy


เรื่องเกิดจากนางเอก (อร) เป็นผีความจำเสื่อม ไม่รู้ว่าตัวเองตายได้ยังไง ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่ามีบ่วงอะไร ไม่รู้ว่าทำยังไงถึงจะไปเกิด เลยต้องการให้คนช่วยไขความกระจ่างให้

พระเอก (เซนต์) โดนสาปให้ตามองเห็นผี เลยอยากหาเงินไปผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา ซึ่งก็พยายามหาเงินทางลัดด้วยการไล่ปราบผี แม้จะมีนิสัยใจกล้า วิ่งสู้ฟัด แต่ก็ยังเป็นแค่ Noobmaster ที่สู้คนเดียวไม่ไหว

และก็มีพี่จูเนียร์กับลูกกระจ๊อกจากชมรมล่าท้าผี ที่จะชอบผจญเข้าไปสถานที่เฮี้ยน แล้วทำ Live ถ่ายทอดสด ในหนังก็จะนำเสนอส่วนนี้เป็นแบบ Live บน Youtube ซึ่งมี Interface โชว์จำนวนผู้เข้าชมในขณะนั้น แล้วก็ขึ้นคอมเมนต์จากผู้ชมทางบ้าน (เจ๋งว่ะ!!!)

ส่วนที่ผมประทับใจที่สุดคือตอนที่ผีออกมา แล้วอีพี่จูเนียร์กับลูกกระจ๊อก ทั้งอ๊ากกกก ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก Desperate ในการวิ่งโกยหนีผีออกมาาา 🤣🤣

บางคนอาจจะรู้สึกว่าบทตกใจกลัวแล้วพยายามหนีผี มันเยิ่นเย้ออ แต่ผมชอบว่ะ แล้วรู้สึกบทมันเรียลดี คือตอนแรกที่เจอผีก็จะมัวแต่ว๊ากกก แล้วก็หนีแบบไม่คิดชีวิตจนเข้าทางตัน ขาตาย ตัวแข็ง หวาดกลัวกันไปหมด แล้วก็จะพยายามดิ้นรน ออกแรงแรง ๆ ...ถีบกันบ้าง ตะเกียกตะกาย แย่งชิงหนทางเอาตัวรอดแบบประสาคนที่ยังไงก็ต้องเอาตัวเองรอดไว้ก่อนนน

พระเอกนี่ตอนก่อนหนังจะฉาย ผมก็นึกว่าจะเก่ง... แต่จริง ๆ แล้วก็มีคุณสมบัติเพียงใจกล้า! แต่ยังเป็นแค่ Noobmaster เลยต้องอาศัยการรุม และมีผีอร ช่วยด้วยนั่นเอง

🤣🤣🤣 สรุปอีกรอบ ไปดูเอาฮาในบทวิ่งหนีผีเถอะะะ

Square Enix เตรียมจัดอีเวนต์ UG Shibuya Fes แบบ Online

Square Enix เตรียมจัดอีเวนต์ UG Shibuya Fes ในรูปแบบ Online ในวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2021 เวลาประเทศไทย 15.30 น. เพื่อเป็นการโปรโมต The World Ends With You -The Animation-! โดยในงานจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ


1) World Premiere เป็นการนำ The World Ends With You -The Animation-! ตอนที่ 1 ที่มีแผนจะฉายตอนแรกวันที่ 9 เมษายน 2021 มาฉายให้ดูล่วงหน้ากันก่อน พร้อมซับไตเติลภาษาอังกฤษ!!

แล้วจะมีช่วงพูดคุยกับนักพากย์เนคุ ชิกิ บีสต์ ไรม์ โจชัว และคุณคาสึยะ อิจิคาวะ ผู้กำกับแอนิเม ให้ได้รับชมกัน

ผู้สนใจสามารถซื้อตัวรับชมได้ทาง - https://subaseka.zaiko.io ไปอ่านรายละเอียดกันเอาเอง โดยซื้อตัวได้จนถึงวันที่ 21 มีนาคม 2021


2) UG Shibuya Museum เป็นการจัดนิทรรศการภาพแบบดิจิทัล ซึ่งสามารถเข้าชมได้ระหว่างวันที่ 14 มีนาคมถึงวันที่ 30 กรกฎาคม (คนนอกประเทศญี่ปุ่นจะเข้าชมได้ถึง 31 มีนาคม 2021) โดยจะมีภาพเบื้องหลังการสร้างแอนิเมชัน, งานอาร์ตเวิร์กที่ยังไม่ได้เปิดเผย, ภาพแฟนอาร์ตที่แฟน ๆ ส่งมา ฯลฯ และยังมีการขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งจะประกาศรายละเอียดในภายหลัง

คนทั่วไปสามารถเข้าชมส่วนนิทรรศการภาพได้ฟรี!! ส่วนคนที่อยากให้ภาพแฟนอาร์ตของตัวเองไปแสดงในนิทรรศการ ให้โพสต์ภาพของตัวเองใน Twitter ด้วย hastag #UGSHIBUYAART และ #TWEWY ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (ยังไม่กำหนดเด๊ดไลน์) แล้วกรรมการจะไปคัดเลือกอีกที


หน้าเว็บประกาศข่าว

https://subarashiki-anime.jp/en/special

https://www.khinsider.com/news/TWEWY-The-Animation-UG-SHIBUYA-FES-announced-18259

Thursday, March 4, 2021

SQEX เตรียมวางจำหน่ายหลายเกมที่ยังไม่ได้เปิดตัวภายในปีงบประมาณ 2021

ไฟล์สไลด์ นำเสนอรายงานผลประกอบการ 3 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2020 ของ Square Enix (นับตั้งแต่ 1 เม.ย. 2020 - 31 ธ.ค. 2020) ซึ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2020 แล้วพึ่งเผยแพร่สไลด์ออกมา

ปกติผมไม่ค่อยสนใจพวกรายงานรรายไตรมาสเท่าไหร่ มักจะสนใจรายงานสรุปรวบยอดที่จะเผยแพร่ในเดือนพฤษภาคมของทุกปีมากกว่า ทว่าคราวนี้เห็นพวกนักข่าวเขาสะกิดให้รู้ว่ามันมีอะไรน่าสนใจ เราเลยอยาก note ไว้ด้วย

ใน 3 ไตรมาสดังกล่าว ทางค่ายก็ขายเกมได้ทั่วโลก 15.80 ล้านชุดแหละ สูงกว่าปีงบประมาณ 2019 ที่ขายได้ 13.62 ล้านชุดในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ก็เพราะการผสมผสานระหว่างเหตุปัจจัยที่เรียกว่า FFVII Remake กับ COVID-19 ทำให้ยอดขายที่ควรจะพุ่งกระฉูดแตกเหนือกว่าปี 2019 ในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ได้พุ่งขนาดนั้น แต่อย่างน้อยก็ดีขึ้นแหละ

แน่นอนว่ารายได้จากการขายเกม ไตรมาส 1 ที่คลอด FFVII Remake ก็มีรายได้สูงสุด ก่อนจะถล่มลงในไตรมาสที่ 2 และ 3 อย่างที่ควรจะเป็น

แล้วก็มี note เรื่องมี operating loss จาก Marvel’s Avengers ที่ตัดจ่ายต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 2-3 แล้วยอดขายก็ค่อนข้างเนือย ๆ

ในช่วง Q&A ตอบคำถามที่ประชุมนั้น มีคนถามถึงแผนวางจำหน่ายเกมของปีงบประมาณ 2021 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2022) ซึ่งประธานโยสึเกะ มัตสึดะก็บอกว่าพวกเขาวางแผนที่จะวางจำหน่ายเกมหลายเกมที่ตั้งความคาดหวังไว้สูงในช่วงปีงบประมาณดังกล่าว ซึ่งรวมถึงพวกเกมที่ยังไม่ได้เปิดตัวเลยด้วย (We are planning to release multiple titles for which we have high expectations in FY2022/3, including some that we have yet to announce.)

https://www.hd.square-enix.com/eng/ir/pdf/21q3outline.pdf

Wednesday, March 3, 2021

รายละเอียดแรก โซนอน รุ่นน้องที่มีอายุมากกว่ายุฟฟี่

 

---------------------------------------------
โซนอน คุซาคาเบะ
---------------------------------------------

นักรบจากวูไถ ผู้ร่ำเรียนวิชาเคนโป้และโบจุตสึ (การใช้พลอง) มาจากโกโด้ พ่อของยุฟฟี่ 

โซนอนเข้าร่วมสงครามวูไถตั้งแต่อายุน้อย และทำให้เขาเกลียดชินระเรื่อยมา

ยุฟฟี่เป็นเซนไป (รุ่นพี่) ของโซนอน แต่ยุฟฟี่อายุน้อยกว่า

โซนอนเป็นคนซีเรียส แต่ก็จะคอยไล่ตามรุ่นพี่ที่จู่ ๆ ก็วิ่งแจ้นออกไปอย่างเชื่อฟังตลอด

---------------------------------------------
Episode Yuffie
---------------------------------------------

ยุฟฟี่ (วัย 16 ปี) ได้รับภารกิจลับจากรัฐบาลวูไถใหม่ เข้ามาชิงสุดยอดมาเทเรียในมิดการ์ โดยมีโซนอน ลูกศิษย์ของโกโด้ เป็นผู้ช่วย....

ยุฟฟี่เก่งทั้งการต่อสู้ระยะประชิดและระยะไกล ใช้ทั้งชูริเคนและวิชานินจาผสมกันได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ วิธีการต่อสู้แตกต่างจากตัวละครอื่น

ใน Episode Yuffie จะมีลูกเล่นกับฉาก เช่นการปาชูริเคนทำลายกล่อง มีการเคลื่อนไหวแบบนินจา เช่นใช้วิชาตัวเบาวิ่งเอียงตัวไต่กำแพงเหล็กเส้น (ดูเทรลเลอร์ญี่ปุ่นนาที 1:43 https://youtu.be/cMptG3BskVY, อเมริกา 1:46)

https://www.4gamer.net/games/555/G055546/20210302012/

Monday, March 1, 2021

Top 15 เมดัลแห่งความทรงจำจาก Kingdom Hearts Union χ


จากเมดัล 2,000 แบบใน Kingdom Hearts Union χ ที่แต่ละอันก็มีความสามารถ พลัง อบิลิตี้ และที่สำคัญก็คือความทรงจำที่มอบให้เราซึ่งแตกต่างกันออกไป

มีเมดัลที่ผมเลื่อน ๆ จิ้มมาว่าเป็นเมดัลในดวงใจของผม Top 15 อันดับ ดังนี้


15. ซานตาคลอส

จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใช้ทำอะไร น่าจะใช้เป็นสายป้องกัน แต่ที่ติดอันดับเข้ามาเพราะผมว่าเป็นหนึ่งในเมดัลที่มีรายละเอียดเยอะและสวยที่สุดในเกม

14. ลิงหมาเป็ด B

เป็นรางวัลจากกิจกรรม High Score Challenge ยุคแรก ๆ และออกมาก็เป็น META ของเกมในช่วงเวลาสั้น ๆ มีจุดเด่นที่ตีหมู่และชนะทางทุกธาตุ แม้ว่าตัวคูณดาเมจจะน้อยไปหน่อย และทำกิลท์ยาก แต่ดูก็รู้เลยว่าเป็นเมดัลที่ potential สูงมากในขณะนั้น

13. ซิออน HD Ver.

น่าจะยกให้เป็นเมดัลที่ยืนระยะความสารพัดประโยชน์ได้นานที่สุด เมดัลนี้โผล่ครั้งแรกตอนที่คีย์เบลด Fairy Star, Fenrir และ Dark Biter เป็น META ของเกม แล้วด้วยคุณสมบัติการก๊อปปี้พลังระดับสูง แถมยังใช้งานพลิกแพลงได้หลากหลาย ใช้ได้ตั้งแต่ช่วง Tier 6 ยันจบ Tier 8 เลยด้วยซ้ำ ควรค่าแก่การยกให้เป็นเมดัลที่มีประโยชน์นานที่สุดของเกม

12. Mrs. Incredible

มีช่วงสั้น ๆ ช่วงนึงที่แม่อินเครดิเบิล กับลูกสาวไวโอเล็ต เป็น META ของเกม โดยแม่มีหน้าที่ลด ATK ศัตรูจนไม่เหลือซาก ส่วนลูกก็บัฟเสริมพลังป้องกันให้เราจนหัวใจกล้าแกร่ง ดูเป็นคอมโบที่สนุกมาก แต่ควรต้องใช้เป็นคู่กัน

11. โซระซานต้า อิลลัสฯ

เติมเกจ 7 .....แค่นี้ก็เหลือแดร๊กแล้ว ในฝั่ง JP เมดัลนี้เป็นเมดัลรางวัลสำหรับคนเติม V.I.P ในปี 2016 ทำให้ผมต้องยืมเพื่อนใช้เท่านั้น แล้วก็ได้รู้สึกเลยว่าเมดัลนี้คือ Life Saver ในช่วงยุคเริ่มต้นของพวกเมดัลเติมเกจเลย ภายหลังในปี 2020 เมดัลนี้จึงปล่อยให้หาได้จากอีเวนต์ทั่วไป และมีการอัปเกรดพลังให้ ไหนจะชนะทุกธาตุอีก จึงเป็นเมดัลที่ดีลำดับ Top 20 ของเกมได้

10. นามิเนะ EX Kai

โจมตีด้วย Fixed Damage บัฟ 3 เทิร์น และที่พิสดารสุดคืออบิลิตี้ เปลี่ยนให้เมดัลถัดไปกลายเป็นเมดัลตีหมู่... นี่คือทางออกสำหรับ Proud Quest ที่บังคับเราใช้เมดัลโจมตีเดี่ยว Only นั่นเอง

9. คลาวด์ & เลออน

เป็นรางวัลจากกิจกรรม High Score Challenge และเป็น META ร่วมกับอีก 5 เมดัล ที่เป็นรางวัลจากกิจกรรม High Score Challenge ในช่วงที่ Tier 8 กำลังฮิตสุด ๆ ซึ่งพลังของอีก 5 เมดัลก็เท่ากับเมดัลนี้แทบจะเป๊ะ ต่างกันแค่ธาตุเท่านั้นเอง

8. เกราะผี

เป็น Tier 5 ที่ออกมาพร้อมกับเซฟิรอธ Tier 6 ในขณะนั้นเกราะผีไม่ได้เป็นเมดัลที่ดีที่สุดในเกม (เพราะเซฟิรอธ Tier 6 ค้ำอยู่) แต่ก็เป็นเมดัลที่ตัวคูณดาเมจสูงโด่เด่ที่สุดอยู่ช่วงเวลานึง ทำให้รู้เลยว่านี่มันเมดัลสายบ้าพลังชัด ๆ แถมยังโจมตีแบบ Random อีก

7. SB++ KH III แอริธ

ในช่วงที่ SB+ KH III นามิเนะ เป็นตัวบัฟที่ดีที่สุดในเกม ไม่คิดฝันว่าจู่ ๆ เกมก็ออกเมดัลแอริธที่มีพลังใกล้เคียงกันออกมา โดยขณะที่นามิเนะบัฟรีเวิร์สด้วย แอริธไม่บัฟรีเวิร์ส แต่มาช่วยบัฟพลังป้องกันให้กับเราแทน

6. SB++ เทอร์รานอร์ท B

อันนี้เป็นเมดัลที่เจ๋งมาก เป็นรีเวิร์สที่ใช้เกจ 0 โจมตีหลาย Hit แถมยังเติมเกจอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นตัวยูนีคสุด ๆ ได้มาแล้วทำให้เล่น Proud Mode ง่ายขึ้นมาก แต่ที่มันติดชาร์ทมาได้ไม่ใช่เพราะเหตุนั้น... มันติดเพราะผมมีเงินได้มาฟรีใน Google Wallet อยู่ 300 บาท ก็คิดว่าเกมมันจะไปหักเงินจากส่วนนี้ แต่มันไม่ยอมไปหัก พอผมมาอ่านเงื่อนไขทีหลังถึงรู้ว่าเงินฟรีที่ได้มา มันใช้ได้แค่การใช้จ่ายใน Play Store แต่เอาไปใช้จ่ายเงินใน In-game Transaction ไม่ด้ายยยยย

5. พี่แสง FFRK Ver.

เมดัลสุดท้ายของ Tier 7 ที่เป็นออกมาเป็นรางวัลจากกิจกรรม High Score Challenge ในช่วงที่ระบบ PvP พึ่งคลอด แล้วก็เป็น META ใน PvE และ PvP ระยะสั้น ๆ ทำให้พวก Top Player พากันพกพี่แสงมาโจมตีใส่กันไปมา ก่อนที่นิกกับจูดี้ที่พลังคล้ายกันแต่เป็น Tier 8 จะออกมาแทนที่

4. คลาวด์ KH II Ver. EX

ส่วนตัวยกให้คลาวด์ Tier 5 เป็นเมดัลที่สวย เท่ ที่สุดในเกมแล้ว เป็นคลาวด์โมชั่นที่ดูทรงพลังมาก ๆ ยิ่งกว่าคลาวด์ทุกเวอร์ชั่นในเกม ผมยกให้สวยกว่าคลาวด์รุ่น GOAT ด้วย

3. เนกุ & ชิกิ & โจชัว

เป็นรางวัลจาก High Score Challenge อีกเช่นกัน แล้วก็เป็น META ในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นตัวที่พลังโจมตีแปรผันตาม LUX ที่เก็บได้ในฉากนั้น จึงเหมาะจะใช้วางไว้ตำแหน่ง 5 ในการสู้กับ Raid Boss

2. แอเรียล

ในช่วงที่เกมมีไคริ KH0.2 Ver. Tier 6 (รุ่นก่อนกำเนิดไคริก๊อด) เป็นตัวบัฟที่ดีที่สุดของเกม ช่วงนั้นใครที่จั่วไคริไม่ได้ก็วอดวายกันไป 2 เดือน ไคริตัวนั้นมีพลังบัฟที่สูงเกินเอื้อมของเมดัลทั่วไปมาก ๆ เป็นการเปิดโอกาสให้เกมเอาเมดัล บีสต์ & เบลล์ อิลลัสฯ กับเมดัล Key Art#11 (Toon Roxas & Xion) ที่มีพลังบัฟรองลงมาออกมาขายให้กับ V.I.P (ผมเติม V.I.P ครั้งแรกก็ช่วงนี้แหละ)

ทว่าหลังความบอบช้ำจนเจ๊กอั่กกันไปสองเดือน เกมก็ออกเมดัลแอเรียลมาเป็นรางวัลจากการผ่านอีเวนต์ ซึ่งเมดัลแอเรียลนี้ มีคุณสมบัติบัฟที่ใกล้เคียงไคริ โดยไม่ได้ด้อยกว่าแต่ก็ไม่ได้เหนือกว่า กล่าวคือแอเรียล ใช้เกจ 0 แถมยังเติมเกจให้เราอีก... และแม้แอเรียลจะดีบัฟศัตรูแค่ทีละตัว แต่ก็เหมาะกับการนำมาพลิกแพลงใช้สู้กับศัตรูใน PvE ช่วงนั้นที่พึ่งเริ่มมีระบบ Counter เข้ามา...

จำได้เลยว่าตอนนั้นขนาดคุณเทรนที่ว่าเทพ ๆ ก็ยังร้องหาแอเรียล และอิจฉาผมที่แม้จะไม่มีไคริ แต่ก็พูดได้เต็มปากว่ากูมีแอเรียลว้อยยยย

1. ชายชุดดำ (เซอานอร์ทหนุ่มร่างที่โดนมาสเตอร์เซอานอร์ทเข้าสิง)

สุดยอดรางวัลจาก High Score Challenge ยุคแรก เป็นเมดัลที่ตีหมู่แบบ Fixed Damage โดยช่วงแรกที่ออกมานั้นคือลดเหลือศัตรูไปแบบไม่ต้องสนพลังป้องกันใด ๆ เลยเกือบ 4 หลอด (ดาเมจ 79,750) ใช้เกจแค่ 1 เติมพลังด้วย Curaga ให้เรา แล้วยังมีพลังพิเศษอย่างการ Dispel ล้างบางบัฟ & ดีบัฟทั้งหมดของเราและศัตรู ไหนจะตี 11 ฮิตอีก ทำให้เอาไปใช้เล่น Proud Mode ที่จำกัดให้ใช้แต่เมดัลที่ฮิตเยอะ ๆ ได้

ที่พิเศษคือ PvE ในช่วงไตรมาสที่เมดัลนี้ออกมา ก็สร้างให้ศัตรูมี HP น้อย ๆ แต่พลังป้องกันทนถึก ทำให้ลำพังการบัฟปกติแล้วเข้าไปตี มันไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

META ในช่วงนั้น จึงเป็นการวางชายชุดดำ ที่ติดสกิล Triple พิษชาหลับ EX ไว้เมดัลแรก เพื่อตัดกำลังศัตรูก่อน 4 หลอดเน้น ๆ แล้วทำให้มันติดพิษชาหลับ จากนั้นจึงค่อยใช้เมดัลต่อ ๆ ไปพยายามตัดกำลังมันที่เหลือ

------------------------------------

สมัยก่อน เกมมีการปรับเมคานิคในการสู้กับศัตรูใน PvE มาหลายครั้งและหลากรูปแบบมาก ยุคที่จำเป็นต้องวางชายชุดดำไว้เมดัลแรกเพื่อตัดกำลังก่อน แล้วใช้เมดัลที่เหลือติดทำให้ศัตรูติดชา/หลับ แล้วตอดเลือดด้วยพิษไปเรื่อย ๆ ก็เป็นตัวอย่างนึง... 

ครั้งสุดท้ายที่ผมรู้สึกว่าเกมมันสนุกและต้องใช้หัวคิดเยอะหน่อย ก็คือช่วง มี.ค. 2018 - ก.พ. 2019 ที่ทุกเดือนจะมีอีเวนต์สู้กับพวก Data จูซังคิคัง ในช่วงนั้นเราไม่ได้สักแต่บัฟแล้วสาดพลังใส่แบบยุคหลัง แต่ต้องใช้ทั้งการเพิ่มพลังป้องกันเราเอง ลดพลังป้องกันศัตรู คำนวณเทิร์นและคำนวณค่าเคาเตอร์ให้ดี เมดัลแปลก ๆ อย่างตระกูลอินเครดิเบิล หรือพวกเสริมพลังป้องกันอย่างเซ็กเชี่ยนและวิกเซ่น จึงสำคัญมาก น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเหมือนทีมงานจะมุกตัน แล้วไปออกแต่เมดัลและเมคานิคที่เน้นการบัฟค่าพลังเข้า STR โดยตรง จนตัวเลขดาเมจเฟ้อขึ้นหลักแสนล้านอย่างในปัจจุบัน